Share

บทที่4

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-06 19:28:26

บทที่4

ฝ่ายของคนที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนไม่เหลือความดีเช่นหลีเซี่ยงหลิ่วหรือบัดนี้คือ'เซียวอู๋เกอ'แล้วนั้นกำลังถูกจูอิงหรือจงเจิ้งแบกขึ้นหลังโดยมีจางเยี่ยนจื่อนำหน้าและฉางเฉี่ยน ปิดท้ายคอยคุ้มกันเดินลัดเลาะอยู่บนเขาเพราะต้องหลบทหารของหลีซือหลางทำให้จนป่านนี้เยี่ยนจื่อก็มิอาจลงไปยังชายเขาได้ทั้งที่แดดเริ่มแรงมากขึ้นทุกขณะดูอย่างไรก็คงเลยยามอู่ไปแล้วเป็นแน่

"หลัวเหลียงตี้เอ่อ...ท่านหมอจางคุณชายเซียวของข้าเหมือนจะอาการไม่ดีแล้วเราสมควรพักก่อนเถอะ"

เป็นฉางเฉี่ยนที่เดินอยู่ด้านหลังสุดเขาจึงสังเกตเห็นว่าผู้เป็นนายนั้นอาการมิสู้ดี แต่คงเพราะไม่อยากถ้วงเวลาอู๋เกอจึงไม่ยอมเปิดปากบอกว่าตนเองกำลังจะไม่ไหวแล้ว จางเยี่ยนจื่อเองเมื่อได้ฟังคำเตือนของฉางเฉี่ยนจึงคิดขึ้นมาได้ว่าตนเองนั้นเดินอ้อมขึ้นเขามาไกลมากแล้วไม่พอบัดนี้ยังมีคนบาดเจ็บรั้งท้ายมาอีกผู้หนึ่งอีกด้วย ยาสมุนไพรยังไม่ได้ใส่แผลให้อีกฝ่ายคาดว่าเขาน่าจะแทบทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วเป็นแน่

"ด้านหน้าเดินอีกสักราวสองเค่อจะมีกระท่อมนายพรานอยู่ อย่างไรพี่จงเจิ้งพาคุณชายเซียวของท่านไปพักรอข้ากับพี่ฉางเฉี่ยนก่อนก็แล้วกัน"

"ท่านหมอจางจะไปที่ใด" จงเจิ้งถามเสียงขรึมดูเช่นไรก็ไม่วางใจหญิงสาวอยู่เป็นแน่ จางเยี่ยนจื่อไม่ได้ตาบอดสักหน่อยจึงจะมองไม่ออก

"ข้ากับพี่ฉางเฉี่ยนจะไปเก็บสมุนไพรกับหาผลไม้กับน้ำสะอาดมาสำหรับกินและดื่มของพวกเราสี่ชีวิตเพราะข้าเคยขึ้นเขามาเก็บสมุนไพรอยู่หลายครั้งกระท่อมนายพรานเหล่านั้นไม่มีอาหารและน้ำดื่มที่สะอาดพออยู่ภายในกระท่อม หรือพี่จงเจิ้งวางใจให้ข้าไปผู้เดียวเล่า?"

จงเจิ้งฟังแล้วคิดตาม แต่กลับเป็นเซียวอู๋เกอที่เป็นผู้โบกมือไล่ให้จางเยี่ยนจื่อและฉางเฉี่ยนไปหาสิ่งที่ต้องการเสีย จากนั้นเขาจึงหันมาสั่งให้จงเจิ้งแบกตนเองตรงไปตามทิศทางที่จางเยี่ยนจื่อนั้นชี้บอกเอาไว้ ซึ่งก็ไม่นาน ประมาณเวลาก็คงราวสองเค่อดังที่หญิงสาวผู้นั้นบอกเอาไว้ไม่ผิดไป

"หาทางติดต่อคนของเสด็จลุงของข้าที่จิ้งโจวให้ได้ ส่วนผู้อื่นอย่าได้วางใจ บัดนี้นอกจากเจ้าและฉางเฉี่ยน กับไฉ่หมิงและเสด็จลุงฉู่เหอข้าก็ไม่วางใจผู้ใดทั้งสิ้น"

เซียวอู๋เกอที่คิดบางสิ่งอยู่ตลอดเวลานับจากหลบหนีออกมาจากตำหนักบูรพาได้ออกคำสั่งให้คนสนิทเร่งหาทางติดต่อไปยังมู่หยางอ๋องผู้เป็นเสด็จลุงเพราะขณะนี้มีเพียงต้องไปตั้งหลังยังแคว้นที่เป็นบ้านเดิมของมารดาเท่านั้นเขาจึงจะสามารถรวบรวมกำลังทหารมาต่อกรกับหลีซือหลางได้

"พ่ะย่ะค่ะ เอ่อ ขอรับคุณชายเซียว"

จงเจิ้งยังไม่คุ้นชินจึงเผลอพลั้งปากไปแต่ เมื่อถูกดวงตาเรียวราวกับดวงตาของนางพญาหงส์ตวัดมองเตือนสติองครักษ์หนุ่มวัยยี่สิบหกหนาวเขาจึงเปลี่ยนประโยคตอบรับเป็นชาวบ้านปกติทั่วไปได้ทัน

"ตรงนี้มีเสื้อผ้าสะอาดอยู่เอ่อ คุณชายเซียวจะทำความสะอาดร่างกายและเปลี่ยนหรือไม่"

จงเจิ้งสำรวจรอบกระท่อมด้วยความละเอียดรอบขอบไม่นานก็พบถังน้ำที่คาดว่าคงเป็นนายพรานตักเอาไว้ใช้อยู่หนึ่งถังกับเสื้อผ้าทั้งของบุรุษและสตรีอย่างละสองชุด จึงพอจะคาดเดาได้ว่ากระท่อมนี้คงมีเจ้าของและอาจจะมาพักอาศัยบ่อยครั้งเป็นแน่

"ก็ดี"

ในยามนี้ต้องเร่งทำความสะอาดบาดแผลและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปให้เร็วที่สุดเพราะชุดของพวกเขาโดดเด่นเกินไปต่อให้ชาวบ้านมาพบก็ต้องสงสัย และคาดว่าป่านนี้หลีซือหลางก็คงใส่ร้ายป้ายสีเขาจนไม่มีชิ้นดีแล้วเป็นแน่ ขณะที่จงเจิ้งเช็ดตัวและช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้นั้นอู๋เกอก็คิดไปถึงบิดา ถึงฮ่องเต้จะไม่นับว่าเป็นบิดาที่ดีที่สุด แต่ฮ่องเต้ก็รักลูกทุกคนไม่เคยลำเอียง

แต่สุดท้ายบุรุษผู้นั้นก็ต้องมาตายลงเพราะบุตรชายที่เขาวางใจที่สุดสังหารอย่างโหดเหี้ยม แววตาของบิดาในถุงผ้านั้นติดตาของเซียวอู๋เกอมาจนถึงบัดนี้ ใครไม่ซาบซึ้งแต่เขาซาบซึ้งจนถึงแก่น เพราะเขาเองก็ไม่ต่างจากบิดาหลายหนาวถูกหลีซือหลางและหลัวเฟยเมี่ยวตบตาและปั่นหัวมานานโง่เขลาจนไม่รู้จะโง่เขลาได้อย่างไรอีกแล้ว

"เสร็จแล้วขอรับคุณชายเซียวก็นอนพักสักครู่เถอะ ประเดี๋ยวข้าน้อยจะไปต้มน้ำมาให้ดื่มขอรับ"

"ได้ ท่านเองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียด้วย อ๋อ อย่าลืมทำลายเสื้อผ้าทั้งของท่านและของข้าทิ้งให้หมดด้วยเล่าท่านจงเจิ้ง"

"พ่ะย่ะค่ะ เอ่อ ได้รอรับคุณชายเซียว ข้าน้อยจะจัดการให้เรียบร้อยขอรับ"

จงเจิ้งแยกไปจัดการทุกสิ่ง ฝ่ายของเซียวอู๋เกอถึงจะทอดกายลงนอนแต่กลับนอนไม่หลับแม้แต่น้อย ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็ว และเกิดขึ้นจากคนที่เขาไม่คาดฝันว่าจะทรยศ ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพหลัว อัครมหาเสนาบดีเหวิน เหวินกุ้ยเฟย หรือแม้แต่หลีซือหลาง หากเป็นองค์ชายรองหลีถงกวน กับองค์ชายสามหลีสือซาน เขาจะไม่แปลกใจเลย ทว่านี่เป็นคนที่ดีกับเขาจนตายใจสนิทจึงเจ็บแค้นยากจะบรรยาย

เขายังมีแม่ทัพซ่งไฉ่หมิง ที่ควบคุมกองกำลังทหารม้าเกราะเหล็กของตนเอง แต่เพราะอำเภอเจียงซานของแคว้นปิ้งโจวเกิดฝนตกหนักภูเขาถล่มปิดถนน ตัดเส้นทางทำให้ชาวบ้านและพ่อค้าเดือดร้อน เขาที่เป็นไท่จื่อแต่ติดงานพิธีแต่งตั้งไท่จื่อเฟยจึงส่งแม่ทัพไฉ่หมิงนำกำลังทหารสามหมื่นเจ็ดพันนายให้ไปช่วยท่านนายอำเภอจ้าวเจียงซานที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงอยู่หกร้อยลี้เมื่อสิบแปดวันก่อน

หรือจุดหมายแรกที่เขาจะเดินทางไปสมควรเป็นอำเภอเจียงซานที่แคว้นปิ้งโจว คิดทบทวนอีกครู่อู๋เกอก็มั่นใจที่จะมุ่งหน้าไปพบกับกองทัพทหารม้าเกราะเหล็กของตนเองถึงกำลังทหารสามหมื่นเจ็ดพันนายจะไม่อาจต่อกรกับกองทัพหลวงที่หลีซือหลางยึดไปซึ่งมีกำลังคนถึงสองแสนนายก็ตาม ทว่าสามหมื่นเจ็ดพันนายก็ยังพอที่จะคุ้มกันเขาไปจนถึงจิ้งโจวที่เสด็จลุงกับเสด็จตาของเขาปกครองอยู่มิใช่หรือ

และหากเขาเป็นหลีซือหลาง เซียวอู๋เกอหลับตาคิดว่าขณะนี้เขาคือพี่ชายคนโตหากคิดจะกำจัดเขาจะต้องพุ่งเป้าหมายไปทางใด ครู่หนึ่งเซียวอู๋เกอจึงลืมตาขึ้นแล้วเหยียดยิ้มร้ายกาจออกมาหนึ่งสาย เพราะแน่นานว่าขณะนี้หลีเซี่ยงหลิ่วเป็นยิ่งกว่าพยัคฆ์ลำบากบาดเจ็บสาหัสไม่พอยังไร้กำลังทหารและองครักษ์ติดตามจะไปที่ใดได้ หากไม่มุ่งหน้าไปแคว้นจิ้งโจวของความช่วยเหลือจากญาติสนิทฝ่ายมารดากันเล่า

เทียบกับระหว่างแม่ทัพไฉ่หมิงและมู่หยางอ๋องแน่นอนว่าคนที่หลีเซี่ยงหลิ่วต้องเลือกตรงไปหามู่หยางอ๋องถึงสิบส่วน แต่บังเอิญว่าขณะนี้เขาคือเซียวอู๋เกอที่ผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้งกับไฉ่หมิงย่อมต้องเลือกทางปลอดภัยแน่นอนกว่าด้วยการหลีกเส้นทางไปแคว้นจิ้งโจวที่ป่านนี้หลีซือหลางกับตาเฒ่าเหวินและหลัวเหยียนฟ่านนั้นคงกระจายกำลังทหารฝีมือดีไปซุ่มรอเขาอยู่แล้วเป็นแน่

"หาทางส่งข่าวไปแจ้งกับมู่หยางอ๋องว่าข้ายังปลอดภัยอยู่ กับหาทางติดต่อไฉ่หมิงให้ได้ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไปหาเขา"

เมื่อจงเจิ้งนั้นเดินกลับมาพร้อมกาต้มน้ำและถ้วยน้ำดื่ม เซียวอู๋เกอก็สั่งการทันที ซึ่งจงเจิ้งก็ไม่สอบถามหรือสงสัยอันใดทั้งสิ้น เขารอให้จางเยี่ยนจื่อกับฉางเฉี่ยนกลับมาเขาจึงจะวางใจลงเขาไปจัดการเรื่องที่ผู้เป็นนายมอบหมายให้ได้ แต่เมื่อทั้งสองคนกลับมาพร้อมสมุนไพร หลายชนิด กับผลไม้ น้ำดื่มสะอาด กับไก่และกระต่ายป่าที่ฉางเฉี่ยนล่ามาได้ ฝนที่อึมครึมมาครู่ใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมาราวกับท้องฟ้ารั่ว

"ยังดีว่าข้าเตรียมฟืนเอาไว้ไม่เช่นนั้นคงลำบอกแล้วจริงๆ"

จงเจิ้งกล่าวกับฉางเฉี่ยน ในขณะที่มองออกไปด้านนอกกระท่อมด้วยสีหน้าไม่สบายใจนักเพราะฝนตกเช่นนี้ลงเขาไปย่อมไม่ได้เป็นแน่ และยิ่งรอนานมู่หยางอ๋องกับแม่ทัพไฉ่หมิงคงยิ่งคิดไม่ดีเป็นแน่

"ข้าจะไปต้มยาให้คุณชายเซียว รบกวนพี่ฉางเฉี่ยนและท่านจงเจิ้งจัดการกับไก่และกระต่ายให้ข้าด้วย กระท่อมนี้เป็นของท่านลุงเพ่ยและท่านป้าเพ่ยข้าเคยพบหน้าเขามักมีข้าวสารติดเอาไว้ ประเดี๋ยวจะดูผักดองว่ายังมีหรือไม่จะได้กินกับข้าวต้มได้"

หลังตรวจบาดแผลของเซียวอู๋เกอแล้วจางเยี่ยนจื่อนั้นก็ถือโอกาสแบ่งหน้าที่เพราะนางไม่ยอมรับใช้บุรุษสามคนนี้เป็นแน่ทุกคนต่างลำบากก็ต้องช่วยกัน ซึ่งจงเจิ้งกับฉางเฉี่ยนเองก็ไม่วางใจให้หญิงสาวเพียงคนเดียวปรุงอาหารให้พวกเขากินอยู่แล้วจึงไม่โต้แย้ง เห็นเช่นนั้นจางเยี่ยนจื่อจึงค่อยยิ้มออก นางจัดการแยกสมุนไพรด้วยกิริยาว่องไวคล้ายกับนางทำเช่นนี้มานานมากๆ ทีเดียว

"เจ้าสมควรเปลี่ยนอาภรณ์แล้วให้จงเจิ้งไปทำลายทิ้งเสีย"

เซียวอู๋เกอเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่านางแยกสมุนไพรลงหม้อต้มเรียบร้อยแล้ว จางเยี่ยนจื่อก้มลงมองตนเองจึงค่อยนึกได้ หญิงสาวไม่ได้กล่าวอันใด เหลียวซ้ายแลขวาจนหามุมลับตาคนได้จึงถือเสื้อผ้าที่เป็นของท่านป้าเพ่ยหายเข้าไปครู่หนึ่งก็ออกมาแล้วนำเสื้อผ้านางกำนัลที่สวมมาตั้งแต่เมื่อคืนมอบให้กับจงเจิ้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็มองออกไปด้านนอกคราวนี้ทำสีหน้ายุ่งยากเพราะฝนยังตกหนักไม่หยุด

"เจ้าเองก็ไปเปลี่ยนเถอะฉางเฉี่ยน ประเดี๋ยวฝนหยุดดินแห้งข้าจะได้นำไปเผาทำลายเสียพร้อมกัน"

แต่ปัญหาก็มันไม่ได้อยู่ตรงฝนตกแล้วยังเผาทำลายอาภรณ์ไม่ได้แต่ปัญหามันอยู่เสื้อผ้าของบุรุษหมดแล้วบัดนี้มีเพียงเสื้อผ้าของท่านป้าเพ่ยอีกสุดเดียวเท่านั้น!

"ก็แค่เพียงเสื้อผ้ามิใช่หรือไรสวมไปเถอะผู้ใดมาพบก็อ้างได้ว่าฝนตกหนัก"

จงเจิ้งกล่าว ออกมาอย่างเย็นชา ไม่มองหน้าขันทีคนงามแม้แต่น้อย

"เจ้าไม่ใช่ผู้สวมนี่จงเจิ้ง"

ฉางเฉี่ยนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าโมโหอยู่หลายส่วน

"ไปเปลี่ยนเถอะ พี่เฉี่ยนขายหน้าหรือจะสู้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัย"

จางเยี่ยนจื่อออกความเห็นพร้อมส่งเสื้อผ้าให้ฉางเฉี่ยน ขันทีหนุ่มสะบัดหน้าเดินเข้าไปเปลี่ยนในท้ายที่สุด จากนั้นทุกคนจึงมาร่วมกินข้าวมื้อแรกด้วยกัน คราวแรกจางเยี่ยนจื่อคิดว่าเซียวอู๋เกอจะต้องกินอาหารชาวบ้านไม่ได้เป็นแน่ แต่กลับผิดคาดเพราะอีกฝ่ายกินได้และกินได้มากอีกด้วย หญิงสาวแอบมองอยู่หลายครั้ง ทว่าเซียวอู๋เกอกลับวางกิริยาไม่ใส่ใจ

เขาอยู่ในตำหนักเย็นจนอายุเจ็ดเกือบแปดหนาวข้าวบูดเน่าหรืออาหารของสุนัขก็ยังเคยกินมาแล้ว อาหารตรงหน้าที่มีข้าวต้มอย่างดี มีกระต่าย มีน้ำแกงไก่ป่าไขจะผักดองนี่อีก นับว่าเป็นอาหารชั้นยอด ยังไม่นับเมื่อเขาไปฝึกทหารอยู่ชายแดนอีกหลายหนาว การกินการอยู่ของทหารไม่ได้ดิบดีอันใดมีแต่แป้งแผ่นขึ้นราก็ยังเคยกินรักษาชีวิตกันมาแล้ว

"ดื่มยาเจ้าค่ะ"

จางเยี่ยนจื่อส่งยาให้อีกฝ่ายแต่มือแกร่งกับยังเฉยไม่ยื่นมารับ หญิงสาวจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงต้องการคนป้อน จึงเตรียมจะลุกแล้วหันไปเรียกฉางเฉี่ยนมาดูแลป้อนคนเรื่องมาก ทว่าเซียวอู๋เกอนั้นกลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือเล็กจับตรึงเอาไว้แน่น

"ดื่มให้ข้าดูก่อน"

คราวนี้เยี่ยนจื่อจึงค่อยร้อง'อ๋อ'จากนั้นจึงค่อยทรุดลงนั่งเช่นเดิมจากนั้นก็ยกถ้วยยาดื่มไปหนึ่งอึก แล้วจึงค่อยส่งให้เซียวอู๋เกอ คราวนี้ชายหนุ่มจึงรับไปดื่มไปลีลาท่ามากอีก

"จริงสิเจ้าไม่สงสัยหรือว่าเหตุใดข้าจึงไม่ตายทั้งที่ถูกแทงจุดสำคัญ"

ความลับที่เขามีหัวใจอยู่ด้านขวานอกจากบิดา มารดากับท่านตาท่านยายและเสด็จลุงก็ไม่มีผู้ใดรู้แจ้งอีกแม้แต่เหล่าหมอหลวงในวังยังไม่กระจ่างต่อความจริงนี้ของเขาแม้แต่คนเดียว

"ข้านั้นเป็นท่านหมอผู้หนึ่งซึ่งศึกษาวิชาแพทย์มาตั้งแต่อายุไม่กี่หนาว ย่อมทราบดีว่าหัวใจของคุณชายรองไม่ได้อยู่ด้านซ้าย"

"เจ้าเก่งถึงเพียงนั้น"

"ข้านั้นเคยเป็นศิษย์หลานคนเล็กของเซียนโอสถถังเย่น่ะ"

คราวนี้ทุกคนหันมาจับจ้องร่างเล็กซึ่งเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ไม่เชื่อเซียวอู๋เกอเองก็ไม่รู้จะเอาสิ่งใดมาเถียงเมื่อนางบอกถึงตำแหน่งหัวใจของเขาได้อย่างถูกต้อง

"แล้วเจ้าจะจากไปมีจุดหมายแล้วกระมัง"

เซียวอู๋เกอเปลี่ยนเรื่องหลังจากดื่มยาถ้วยสุดท้ายหมด จางเยี่ยนจื่อนั้นนิ่งไปครู่หนึ่งเพราะตัดสินใจว่าจะบอกหรือไม่บอกอีกฝ่ายดี แต่สุดท้ายบัดนี้นางเองยังมองไม่เห็นถึงหนทางที่จะออกจากเมืองหลวงไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้เลย บางทีบอกออกไปอาจเกิดประโยชน์ขึ้นมาบ้างก็ได้

“ไปไห่โจวเจ้าค่ะ ที่นั่นมีท่าเรือ พ่อค้าก็มาก คนก็มาก ข้าเป็นหมอ คนมากย่อมหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ง่าย..."

กล่าวเพียงเท่านั้นจางเยี่ยนจื่อนั้นก็เงียบไป ชีวิตของนางยังรู้ว่าจะเป็นอย่างไร หากหลบหนีออกไปจากเมืองหลวงได้ แต่มารดาเลี้ยงกับน้องสาวที่ส่งไปหาพี่ชายยังชายแดนแคว้นซินเจี๋ยติดกับแคว้นปิ้งโจว เล่าป่านนี้จะเป็นอย่างไร บิดาของนางทรยศฮ่องเต้กับไท่จื่อแล้ว พี่ชายของนางจะไม่รู้เห็นเป็นใจเชียวหรือ นางไม่เชื่อเด็ดขาด ในจวนสกุลหลัวหากจะมีใครที่เป็นคนนอกไม่ค่อยรู้สิ่งใด

ก็คงมีเพียงนาง ท่านย่า ท่านแม่รอง กับเสี่ยวลี่น้องสาวคนเล็กเท่านั้นส่วนที่เหลือนางเชื่อว่าต้องรู้ทุกสิ่งเป็นแน่น้องสาวของนางยังเด็ก ท่านแม่รองก็เป็นสตรีอ่อนโยน ถึงพี่ชายจะเคยช่วยปกป้องนางจากบิดา แต่สุดท้ายหากไม่เต็มที่ฝ่ายนั้นก็ไม่ค่อยเข้ามายุ่ง ถึงจะมีมารดาคนเดียวกันแต่หลัวเฟยหรงกลับเชื่อฟังบิดาเช่นหลัวเหยียนฟ่านมาก

"หากข้าจะร่วมเดินทางไปไห่โจวกับเจ้าด้วย เจ้ายังพอจะหาใบผ่านทางให้ข้ากับพี่น้องทั้งสองของข้าได้หรือไม่?"

"!?"

จางเยี่ยนจื่อหันขวับกลับมามองหน้าของ เซียวอู๋เกอด้วยความกังขา เพราะถึงนางจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องของอีกฝ่ายมากนักหากแต่อีกฝ่ายมีญาติฝ่ายมารดาเป็นอ๋องต่างแซ่ปกครองแคว้นจิ้งโจวนั้นนางย่อมทราบดี แต่อีกฝ่ายกลับจะไปไห่โจวที่อยู่อ้อมไปคนละทางกับจิ้งโจวแล้วเช่นนี้จะไม่ให้นางกังขาได้อย่างไร

"หากเจ้าช่วยข้าในคราวนี้ ภายภาคหน้าเจ้ามีเรื่องให้ข้าช่วย ข้าย่อมไม่ปฏิเสธเป็นแน่"

ข้อเสนอนี้ช่างยั่วยวนใจของจางเยี่ยนจื่ออยู่ไม่น้อยถึงไม่รู้ว่าต่อไปอีกฝ่ายจะสามารถทวงคืนฐานะเดิมของเขาได้หรือไม่แต่อีกฝ่ายก็คงไม่สิ้นไร้ไม้ตอกจนพึ่งพาไม่ได้เป็นแน่ นางยังอยากพบท่านแม่รองกับน้องสาวคนเล็กอีกครั้ง หากเขาติดค้างนางต่อไปอาจให้เขาช่วยก็ได้

"ได้!"

สุดท้ายจางเยี่ยนจื่อก็รับปากออกไปเพราะเรื่องหนังสือผ่านทางนางคิดว่าตนเองสามารถหามาให้ทั้งสามคนได้อย่างแน่นอนนั่นเอง…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ของหวงจอมทมิฬ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษหลังจากผ่านเรื่องราววุ่นวายทั้งร้ายและดีร่วมกันมาถึงสิบเอ็ดเดือนนับจากวันที่บุกเข้าจู่โจมและยึดคืนราชบัลลังก์ บัดนี้ต้าเว่ยกลับมาสงบสุขอีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นพิธีครองราชย์หลีเซี่ยงหลิ่วก็ขึ้นเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ โดยมีนามว่าเซียวอู๋ตี้ฮ่องเต้และมีจางเยี่ยนจื่อเป็นฮองเฮาเคียงข้างที่ชาวต้าเว่ยและขุนนางทั้งหลายมิได้คัดค้านหรือไม่พึงใจเพราะเซียวอู๋ตี้ฮ่องเต้นั้นประกาศถึงคุณงามความดีของจางฮองเฮาว่านางคือสตรีเดียวที่อยู่เคียงข้างเขาในยามยากช่วยชีวิตจนเขาผ่านพ้นปรโลกมาได้ฝ่ายของจางเยี่ยนจื่อนั้นที่นางเลือกจะใช้แซ่จางต่อไปไม่เปลี่ยนกลับไปใช้แซ่เดิมของมารดาก็เพราะนางอยากจะยกย่องนางจางซื่อที่เลี้ยงดูตนเองมาแต่สุดท้ายกลับต้องมาจบชีวิตลงเพราะพี่ชายของตนเองซึ่งแน่นอนว่าหลีเซี่ยงหลิ่วนั้นตามใจนางอยู่แล้วและวันนี้นางก็มายืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพขนาดเล็กที่สลักคำว่า'ไป๋ลู่'เอาไว้ด้วยแผ่นหินอย่างดี ซึ่งมันตั้งอยู่ที่ท้ายตำหนักหนิงเฟิ่งของและสามีด้วยฝีมือการขนย้ายของฉางเฉี่ยนกับจงเจิ้งที่จัดการมาให้ตามคำสั่งของเซียวอู๋ตี้ผู้เป็นนาย"ความจริงข้าอยากจะย้ายเอาไปไว้ที่สุสานของนางจางซื่อและหลัวเฟยล

  • ของหวงจอมทมิฬ   ตอนจบ

    ตอนจบและอีกหนึ่งเดือนต่อมากองทัพของไท่จื่อหลีเซี่ยงหลิ่วก็มาถึงตำบลฝูซานที่ตั้งอยู่นอกประตูเมืองอยู่หนึ่งร้อยลี้ด้วยกำลังทหารที่มากถึงสองแสนเจ็ดหมื่นสามพันคน เรียกว่าเพียงแค่ได้ข่าวถึงจะแค้นแสนแค้นหลัวเหยียนฟ่านก็ยังไม่กล้าเคลื่อนทัพออกมาเอาชีวิตของหลีเซี่ยงหลิ่วเช่นที่เขานั้นเคยลั่นวาจาเอาไว้แม้แต่น้อยภายในเมืองนั้นวุ่นวายไปด้วยครอบครัวขุนนางกังฉินที่ยืนอยู่ฝ่ายหลีซือหลางที่ต่างพากันเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและผู้คนเนื่องจากคราวนี้แน่นอนว่าผู้ใดจะชนะแล้วต่อให้ทหารของไท่จื่อหลีเซี่ยงหลิ่วยังไม่ได้เข้าประตูเมืองมา เพราะชาวบ้านชาวเมืองนั้นแค่เพียงทราบข่าวว่าไท่จื่อเคลื่อนทัพมาทวงราชบัลลังก์คืนพวกเขาล้วนต่างยินดีปรีดาเตรียมพร้อมที่จะเปิดประตูเมืองต้อนรับฮ่องเต้ที่พวกเขาพึงใจมากกว่าหลีซือหลางที่เป็นเพียงกบฏอำมหิตสังหารบิดาและพี่น้องจนหมดสิ้นแต่เพียงขบวนหลบหนีของเหล่าขุนนางกังฉินและทหารหนีกองเคลื่อนออกพ้นประตูเมืองก็ถูกคนของหลีเซี่ยงหลิ่วจับกุมเอาไว้ได้ทั้งหมด บุรุษหากเป็นสายรองก็จะถูกส่งไปใช้แรงงานในเหมือง ส่วนสตรีนั้นจะถูกส่งไปทำนาเกลือรวมทั้งเด็กและคนชราส่วนบุรุษสายตรงล้วนถูกตัดสินประหารท

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่40

    บทที่40ดังนั้นในยามสายของอีกวันต่อมาขณะที่จางเยี่ยนจื่อนั้นเตรียมตัวเก็บข้าวของเพื่อจะติดตามสามีของนางไปทำศึกใหญ่ในฐานะหมอหลวงประจำตัวของแม่ทัพใหญ่เช่นไท่จื่อหลีเซี่ยงหลิ่วอยู่นั่นเอง'ข่าว'ที่ท่านหญิงหยวนข้อมือขวาหายไปในยามถูกควบคุมตัวไปยังวัดบนเขาก็ลอยมาเข้าหูของหญิงสาวเข้าจนได้ครั้งแรกจางเยี่ยนจื่อก็เตรียมจะวางมือจากงานตรงหน้าแล้วไปต่อว่าหลีเซี่ยงหลิ่วที่ไม่รักษาสัญญาหกทบทวนจนถี่ถ้วนก็ค่อยกระจ่างเป็นนางที่ไม่รอบคอบเองเพราะนางเพียงถามเขาเท่านั้นว่า ‘ท่านจะไปเอาความหยวนโม่ซินหรือจะอยู่เอาความกับจื่อจื่อดีเล่า? ‘เท่านั้นนางไม่ได้สั่งห้ามเขาอย่างเด็ดขาดและจริงจังว่าห้ามไปเอาความกับหยวนโม่ซินอีก"มือก็ตัดไปแล้ว ดูแล้วก็คงหลายชั่วยามไปช่วยต่อให้ก็คงไม่ได้ผล เฮ้อ คืนนี้ก็ไม่ต้องเข้ามานอนให้ห้องกับข้าก็แล้วกัน!"ซึ่งจางเยี่ยนจื่อนั้นไม่ได้พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นแต่นางจริงจังอย่างยิ่งดังนั้นตกดึกของค่ำคืนนั้นเรือนรับรองฝั่งของมู่หยางอ๋องจึงต้องต้อนรับหลานชายที่เดินหน้าบึ้งตึงราวกับหนังกลองที่แม้แต่อาหารมื้อค่ำก็ยังไม่ได้กิน คิ้วเข้มของหนุ่มใหญ่พลันขมวดไม่เข้าใจว่าเหตุหลีเซี่ยงหลิ่วผู้ไม่

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่39

    บทที่39หลังจากตัดสินคดีความเรียบร้อยจางเยี่ยนจื่อนั้นก็แยกตัวไปรักษาอาการให้กับหยวนโม่ซินส่วนอดีตพระชายาเหลียงก็เป็นหน้าที่ของหมอหลวงประจำตำหนักเหลียงอ๋องไป ส่วนมู่หยางอ๋องนั้นก็มีตัวของซื่อจื่อน้อยไปเป็นภาระอีกหนึ่งคนมีเพียงหลีเซี่ยงหลิ่วที่ว่างแล้วเขาจึงติดตามภรรยาของตนเองไปทว่า..."รักษาด้วยการแช่น้ำสมุนไพรและฝังเข็มต้องปลดอาภรณ์ออกทั้งหมด ท่านจะไปช่วยอยู่หรือไม่?"จางเยี่ยนจื่อนั้นหันกลับมาถามอีกฝ่ายเสียงสงบ ทำเอาบุรุษตัวโตราวกับหมียักษ์ถึงกับยิ้มเจื่อนไม่กล้าขยับขาก้าวตามภรรยาตัวน้อยไปอีก"เช่นนั้นเจ้ารีบกลับนะ ข้าจะรอนอนพร้อมกับเจ้า""ดวงตาของเราใช้ร่วมกันหรือ?""ไม่ได้ใช้ร่วมกัน""เช่นนั้นจะรอหม่อมฉันด้วยเหตุอันใด ไปนอนเพคะ"จางเยี่ยนจื่อกล่าวแล้วก็ไม่ใส่ใจบุรุษผู้เป็นสามีของตนเองอีก ปล่อยให้หลีเซี่ยงหลิ่วหน้าตาบิดเบี้ยวเพราะรู้สึกขัดใจแต่จะทำสิ่งใดได้อยู่อีกนอกจากหันหลังกลับไปยังเรือนรับรองไปนอนดังที่ภรรยาออกคำสั่งด้วยกิริยากระฟัดกระเฟียดชวนขบขันยิ่งนักในสายตาขององครักษ์ทั้งสามชีวิตที่ติดตามองค์ไท่จื่อแห่งต้าเว่ยเช่นจงเจิ้ง หย่งเซิ่งและเกาเหิงยิ่งนัก"ข้าไม่ได้กลัวนางนะ ข้าแค

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่38

    บทที่38ฝ่ายของซ่งฉู่เหอที่รับมอบหมายหน้าที่จากหลานชายให้มาชำระความกับเหลียงอ๋องและพระชายาของอีกฝ่ายบัดนี้เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเหลียงอ๋องนั้นใช้ว่าราชการประจำโดยมีเหลียงอ๋องหยวนโม่เซียวกับพระชายาเอกและคนของเขาถูกทหารองครักษ์ของไท่จื่อกับของมู่หยางอ๋องควบคุมให้นั่งอยู่บนพื้นหน้าโถงทางเดินของท้องพระโรงด้วยใบหน้าสลดหดหู่ ส่วนขุนนางกับซื่อจื่อนั้นยืนร่วมเป็นพยานอยู่สองข้างของท้องพระโรงว่าราชการด้วยสีหน้าแตกตื่นกันถ้วนหน้า"เหลียงอ๋องหยวนโม่เซียวและพระชายาเหลียงคงรู้ความผิดของตนเองดีแล้วใช่หรือไม่"ขุนนางที่แต่เดิมเหลียงอ๋องนั้นตั้งใจเชิญมาเป็นพยานให้ตนเองกับบุตรสาวมิคาดบัดนี้กลับต้องมาเป็นพยานให้ฝ่ายของมู่หยางอ๋องแทนต่างก็เหลียวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผิดกับซื่อจื่อหยวนโม่หวายวัยสิบห้าหนาวที่พยายามห้ามปรามทั้งพี่สาว มารดาและบิดาแล้วแต่กลับไม่มีผู้ใดหยุดฟังเขาเลยแม้แต่คนเดียวที่ยืนหน้าถอดสีมองตรงไปยังมู่หยางอ๋องด้วยความกังวลใจถึงเก้าส่วนว่าอาจได้รับโทษหนักอย่างแสนสาหัสเพียงใดก็ยากจะรู้แจ้งถึงความคิดของไท่จื่อหนุ่มนั้นจะตัดสินเช่นไร"หรือเหลียงอ๋องยังมีสิ่งใดอยากจะกล่าวแก้ตัวก็กล่าวออกมา

  • ของหวงจอมทมิฬ   บท37

    บทที่37ระหว่างทางที่ต้องเดินกลับเรือนรับรองมีหลายครั้งที่หลีเซี่ยงหลิ่วควบคุมตนเองไม่ได้พยายามจะจับเรือนร่างอรชรของจางเยี่ยนจื่อนั้นกดลงพื้นอยู่หลายครั้งจนจงเจิ้งนั้นต้องพุ่งเข้ามาแยกเขาคนตัวโตออกไปประคับประคองด้วยตนเองแทน จางเยี่ยนจื่อจึงใช้โอกาสนั้นล่วงหน้าไปเตรียมห้องอาบน้ำรอเอาไว้ก่อนเมื่อไท่จื่อหนุ่มไปถึงจะได้เริ่มแช่น้ำสมุนไพรได้เลย"ทรงมีสติก่อนพ่ะย่ะค่ะไท่จื่อ"จงเจิ้งถูกลวนลามหนักเข้าเขาก็จำต้องเอ่ยปากกรามอีกฝ่ายที่เป็นบุรุษตัวโตไม่ต่างจากตนเองเช่นกันให้เขาตั้งสติสักหน่อย หลีเซี่ยงหลิ่วจึงสะดุ้งคืนสติกลับมา ความทรมานที่ตนเองได้รับคราวนี้ชายหนุ่มจะขอจดจำเอาไว้เลยว่าสตรีนั้นอันตรายเพียงใดโดยเฉพาะสตรีสาวน้อยที่ดูบอบบางอ่อนหวานนั้นร้ายกาจกว่าสตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นนางเยี่ยนจื่อมากนัก"พาเขามาทางนี้เลยข้าเตรียมทุกสิ่งเสร็จเรียบร้อยพอดี"พอไปถึงเรือนรับรอง จางเยี่ยนจื่อก็ออกมารอรับหลีเซี่ยงหลิ่วด้วยตนเอง ภายในห้องอาบน้ำไร้เงาของนางกำนัล พอจงเจิ้งประคองเรือนกายสูงใหญ่ของผู้เป็นนายมาส่งจนถึงหน้าบ่ออาบน้ำขนาดใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยสมุนไพรหาใช่ดอกไม้หอมเช่นปกติแล้วจึงถอยออกไปรอด้านนอกเช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status