Mag-log in“แม่”
“ว่าไง” “วันนี้หนูทำโอทีอาจกลับดึกนะ” “ให้ไปรอรับไหม” เพราะมีกันแค่สองคน พวกเขาจึงดูสนิทมาก ฝันดีและแม่ของเธอจะเหมือนเพื่อนกันซะมากกว่า มีปัญหาหรือไม่สบายใจเธอมักจะมาปรึกษาแม่ตัวเองตลอด ทุกเรื่องเธอจะเล่าให้แม่ฟังหมด ผู้เป็นแม่เองก็ให้คำปรึกษาลูกสาวได้เป็นอย่างดีเช่นกัน “ไม่ต้องเลยนะ พักผ่อนไปเถอะฝันกลับเองได้” “ถ้ามีอะไรก็โทรมาแล้วกัน” “เค ฝันไปทำงานก่อนนะ” “อืม” บริษัทไอที “สวัสดีจ้าน้องฝัน” “มอนิ่งค่ะพี่น้อยหน่า” หญิงสาวส่งยิ้มทักทายรุ่นพี่ที่ทำงาน วันนี้ฝันดีรีบมาแต่เช้าเพื่อเคลียร์งานตัวเองให้เสร็จ จะได้ไม่กลับดึกมาก “ทำไมมาเช้าจังวันนี้” “รีบมาเคลียร์งานให้จบค่ะ” “ฮ่า ๆ เรานี่หน่า” เพื่อนที่ทำงานมักเรียกเธอว่าฝันเพียงสั้น ๆ หลังจากทักทายพี่น้อยหน่าหัวหน้าแผนกบัญชีเสร็จเธอก็ขึ้นไปยังชั้นทำงานของตัวเอง ทันทีที่ตูดถึงเก้าอี้ฝันดีก็เริ่มลงมือทำงานในส่วนของตัวเองทันที แต่ในขณะนั้นเอง.. “ไงแสบ” เสียงทุ้มของใครบางคนทำใบหน้าสวยเงยขึ้นไปมอง “อ้าวคุณแผ่นดิน” ฝันดีระบายยิ้มให้ใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาหาเธอ ก่อนที่ร่างสูงนั้นจะมาหยุดนิ่งข้างโต๊ะทำงานของเธอ “มาเช้านะ” เขามองไปรอบ ๆ ก็เห็นแค่เธอเท่านั้นที่นั่งทำงานอยู่ “มาหาท่านประธานเหรอคะ” “ใช่ แต่เผอิญเห็นเราพอดี” แผ่นดินหรือที่ทุกคนรู้จักเขาในนามเพื่อนสนิทของท่านประธานของที่นี่ แต่เพราะแผ่นดินรู้สึกเอ็นดูหญิงสาวทำให้เขาชอบแวะมาทักทายเธอทุกครั้งที่เข้ามาหาเพื่อนตัวเอง อย่างเช่นวันนี้ก็เหมือนกัน “แหะ” ฝันดีทำเพียงยิ้มแห้งไปให้ร่างสูงตรงหน้า เพราะรู้ว่าเขากำลังจะบ่นเธอยังไงล่ะ “ไม่ต้องมายิ้มกลบเกลื่อนเลย แล้วนี่กินอะไรมายัง” “ฝันกินมาจากบ้านแล้วค่ะ” “ไว้เจอกัน ฉันต้องไปแล้ว” แผ่นดินดูเวลาก็เห็นว่าจะถึงเวลานัดแล้วจึงขอตัวออกไป ร่างสูงเดินล้วงกระเป๋ากางเกงตรงไปที่ลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังชั้นบนสุด ชั้นของผู้บริหาร “เฮ้ออ” พ่นลมหายใจออกมาอย่างเมื่อยล้าพลางเอนตัวพิงไปด้านหลัง เสร็จสักทีงานที่ได้รับ ยังเหลืออีกส่วนที่น่าจะเสร็จทันก่อนเลิกงานแน่นอน ตึกตึก “ยัยฝันดี” ฝันดีขยับสายตามองไปยังคนที่เรียกชื่อตัวเอง ก่อนจะพบว่าเป็นเพื่อนสาวตัวเองนั่นก็คือใยไหม เพื่อนสาวของเธอเดินยิ้มมาอย่างอารมณ์ดีจนเธอต้องขมวดคิ้วสงสัย เพื่อนไปโดนตัวไหนมา? “ว่า” “คืนนี้ไปเที่ยวกันไหม” ใยไหมเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอชวนไปเที่ยวด้วยกันคืนนี้ ทั้งสองสนิทกันตั้งแต่มาทำงานวันแรก ด้วยนิสัยใยไหมเป็นคนที่พูดเก่งและเข้ากับคนได้ง่าย วันแรกที่ฝันดีก้าวเข้ามาในบริษัทแห่งนี้ ใยไหมเป็นคนแรกที่เข้ามาทักทายฝันดีจนทำให้ทั้งสองเริ่มสนิทกันโดยปริยาย "ได้ดิ สองคนเราแล้วใช่ป่ะ” "มันต้องสองคนแหละเพราะเรามีกันแค่นี้ ไม่มีใครคบเรานะเพื่อนรัก" ใยไหมเอ่ยติดตลก มีกันอยู่สองคนจะให้ไปชวนใครอีก "ลืมไปเลย เราอย่าเลิกคบกันนะ" "ฮ่า ๆ ยัยบ้านี่" สองสาวมักชวนกันไปเที่ยวอยู่บ่อยครั้ง เป็นปกติ ของวัยอย่างเธอที่จะต้องมีดื่มสังสรรค์กันบ้าง แต่ก็ไม่ได้บ่อยถึงขนาดทุกวัน และวันนี้ฝันดีเองก็เหนื่อย ๆ กับงานด้วยไปปลดปล่อยสักหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง แต่ก่อนไปเธอไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปบอกแม่ว่าคืนนี้อาจกลับดึก ซึ่งคนเป็นแม่ก็เข้าใจเพราะลูกสาวเองก็โตแล้ว ท่านเลยเลือกที่จะไม่ห้ามแล้วปล่อยให้ลูกสาวได้ใช้ชีวิตของตัวเองไป "ร้านไหนดี" ฝันดีเงยหน้าถามเพื่อนตัวเอง "มีร้านใหม่ที่เขาเปิดนานแล้วแหละ แต่ฉันไม่เคยไปสักทีฉันอยากลองไป ไปกันนะ" "ได้ดิ ตามใจเธอเลย" "ว่าจะพาเพื่อนไปหาผัวสักหน่อย" "ก่อนจะหาให้ฉัน หาให้ตัวเองก่อนไหม ชิ" ใยไหมเองก็ใช่ว่ามีแฟน โสดด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ "ไหนเราสองคนสัญญากันแล้วไงว่าจะไม่เอาผัว เราจะแก่ไปด้วยกัน" "ขอถอนคำพูดทันไหม" ฝันดีทำหน้าปลง จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำงาน จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน "ฝันดีทางนี้" ใยไหมที่เสร็จก่อนลงมารอเพื่อนที่ด้านล่าง ทว่ารอได้ไม่นานอีกคนก็ตามลงมา "ไปรถอะไรอะ" "มันไม่ไกลแก นั่งรถจากนี้ไปประมาณสิบห้านาทีอะ เดี๋ยวเรานั่งแท็กซี่ไปก็ได้เนอะ" "ได้ ๆ” "เออว่าแต่ ช่วงนี้คุณแผ่นดินยังเข้าไปทักทายแกป่ะ เมื่อเช้าฉันเห็นเขามาอยู่หนิ เขาได้แวะไปอยู่ใช่ไหม" "มา แอบเกร็ง ๆ เหมือนกันนะ กลัวคนจะเข้าใจผิดแต่จะให้ทำไงได้ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดกับเขายังไงเหมือนกัน ทำได้มากสุดก็แค่ยิ้มทักทายตามมารยาท" "ไม่เป็นไรหรอกน่า เขาอาจจะชอบแกก็ได้แกจะไปสนใจคนอื่นทำไม เขาไม่ได้มาหาให้เราแดกสักหน่อย เราเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไรอีกอย่างคุณแผ่นดินก็โสดไม่มีใคร ไม่แปลกป่ะคนโสดกับโสดมาเจอกัน ถ้าเขาจะรักมันก็เป็นสิทธิ์ของเขาถ้าแกมัวแต่แคร์คนอื่นชาตินี้แกก็ไม่ได้ผัวหรอกนะ หัดเลิกแคร์คนทั้งโลกแล้วมาแคร์ตัวเองบ้างเถอะยัยซื่อบื้อ" "กลายเป็นคนขี้บ่นแล้วเหรอเรา" "แต่ก่อนไม่เป็นหรอก มาเป็นก็ตอนที่คบกับแกนี่แหละ" ยังมีนิสัยบางอย่างที่ทั้งสองไม่ค่อยเหมือนกันนั่นก็คือ..ใยไหมจะเป็นคนตรง ๆ แรง ๆ คิดยังไงก็พูดอย่างนั้น เธอเป็นคนที่ปากไวแต่เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองผิดก็จะขอโทษ ณ ตรงนั้นเลยจะไม่ปล่อยให้ค้างคา แต่กลับฝันดี เธอจะเป็นคนที่ตรงไปตรงมามีเหตุผลก็จริง แต่บางอย่างเธอก็ไม่กล้าพูดมันออกไป เธอเป็นคนที่ค่อนข้างขี้เกรงใจคนแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ได้โกรธหรือเกลียดใครแล้วเธอจะไม่ยุ่งด้วยทันที "นี่ก็หนึ่งเดือนแล้วใช่ป่ะที่เราไม่ได้เที่ยวด้วยกัน" "ใช่ ช่วงนี้ทั้งฉันและแกงานเยอะพอกัน อยากไปเที่ยวทะเลอะ" “จริงแก” "ไว้แกออกรถแล้วเราไปกัน" ใยไหมพูด เพราะเห็นว่าฝันดีมีโปรแกรมจะออกรถยนต์ไว้ขับเพื่อความสะดวกแก่การเดินทางเวลาจะพาแม่ไปเที่ยว อย่างน้อยเธอจะได้ไม่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปนั่งรถโดยสาร มีรถเป็นของตัวเองมันก็สะดวกอีกอย่าง เธอเองก็ขับรถเป็นใบขับขี่ก็มีเพียงแต่ยังไม่มีรถเท่านั้น ฝันดีไปดูรุ่นที่จะเอาไว้แล้วแต่ยังไม่มีเวลาที่จะไปทำเรื่อง เธอไม่ได้ซื้อเงินสดหรอกผ่อนปกตินี่แหละภายในคอนโดหรูมีเพียงความมืดสนิทเท่านั้น ร่างสูงของใครบางคนนั่งจิบไวน์อยู่คนเดียวเงียบ ๆ ท่ามกลางความมืด กินบุหรี่ผสมกลิ่นไวน์คละคลุ้งอบอวลไปทั่วห้อง แววตาของเขานิ่งสงบและน่ากลัว ตั้งแต่กลับมาจากร้านอาหารไมเนอร์ก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ภาพที่เธอเดินออกไปกับผู้ชายคนอื่นยังติดอยู่ในหัว มันทำให้เขาหงุดหงิดในใจ ในเมื่อเธออยากไปงั้นก็ไปเลย เขาไม่จำเป็นต้องง้อผู้หญิงอย่างเธออีกต่อไปแล้วเขาจะคอยดูว่าเธอจะไปได้สักกี่น้ำกันเชียว“ไปเรียกเดซี่มาหากู” เขากดโทรหาลูกน้องพร้อมกับออกคำสั่งให้ไปตามหญิงสาวอีกคนมา อารมณ์เขาตอนนี้มันบอกว่าอยากปลดปล่อยเต็มทน เผื่อว่าตัวเองจะหายหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง และเดซี่เป็นคนเดียวที่รู้ดีว่าเวลาเขาหงุดหงิดต้องทำยังไง(ครับนาย)“ค่ะคุณไมเนอร์” ไม่นานเดซี่ก็มาถึง หญิงสาวก้าวไปทิ้งตัวลงนั่งบนตักแกร่งพร้อมกับเลื่อนมือขึ้นไปลูบแผงอก ไมเนอร์เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อให้เธอปรนเปรอเขาได้อย่างถนัด บุหรี่ในมือถูกยกขึ้นสูบเอาควันเข้าเต็มปอดก่อนที่เขาจะแหงนหน้าปล่อยควันขึ้นสู่อากาศ เดซี่รู้หน้าที่ตัวเองจึงเลื่อนตัวลงไปนั่งข้างล่างพร้อมกับปลดกระดุมกางเกงควักเอาแก่นกายที่ยังไม่แข็ง
หลังจากพี่กลับมาเราไปเที่ยวกันไหม” แผ่นดินตัดสินใจพูดสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุด เขาอยากไปเที่ยวกับเธอแค่สองคน เที่ยวกันอย่างมีความสุข“ไว้พี่กลับมาแล้วค่อยมาคุยกันอีกที” ฝันดีไม่อยากให้ความหวังเขามากเธอจึงเลือกที่จะพูดออกไปแบบนั้น หากเธอตกลงว่าจะรอ เมื่อถึงเวลาเธอไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เธอไม่อยากเป็นคนผิดคำพูดกับใคร“พี่รอนะ รอฝันพร้อม”“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจฝัน” แม้ว่าทั้งสองจะไม่พูดออกไปตามตรง แต่คำพูดของพวกเขาต่างฝ่ายต่างก็รู้ดี แผ่นดินรู้ว่าหญิงสาวพยายามรักษาน้ำใจและระยะห่าง แต่ไม่เป็นไร เธอถอยเขาก็แค่ขยับเข้าไป ขยับจนกว่าจะได้ใจเธอมา“ทานอาหารเถอะ” เมื่อเขาเห็นพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟเขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากให้หญิงสาวอึดอัดไปมากกว่านี้“หูวว น่ากินจังเลย”“น่ากินก็กินเยอะ ๆ”“มันจะอ้วนเอานะ^^”“อ้วนพี่ก็ชอบ” กลายเป็นฝันดีที่เงียบไป เธอรู้แหละว่าแผ่นดิน ชอบและกำลังจีบอยู่แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายนั้นจะรุกหนักขนาดนี้ บางทีเธอก็ตั้งตัวไม่ทันเหมือนกันนะ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะทานอาหาร เหมือนว่าเธอต้องการอะไรสักอย่างเลยหันไปเรียกพนักงาน และสิ่งที่แผ่นดินกลัวที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้ เขาห้
“วันนี้ไปทานข้าวเย็นด้วยกันไหม” “คือว่า…” “อย่าปฏิเสธพี่เลย เราปฏิเสธพี่บ่อยแล้ว” พอเขาพูดมาแบบนั้นเธอก็นิ่งไปทันที เพราะมันจริงอย่างที่เขาพูดมาทั้งหมด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แผ่นดินชวนเธอไปทานข้าวแต่มันหลายครั้งและเธอก็ปฏิเสธตลอด แต่เหมือนว่าครั้งนี้ เธอจะปฏิเสธไม่ได้แล้วสิ “ก็ได้ค่ะ” สุดท้ายเธอก็ยอมไปกับเขา “ขอบคุณครับ!” แผ่นดินยิ้มขอบคุณเหมือนเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ เธอแค่ยอมไปทานข้าวกับเขาเองนะ จะดีใจอะไรขนาดนั้น “แล้วนี่คุณแผ่นดิน..” “ไม่ต้องเรียกคุณแล้ว เพราะต่อไปจะไม่มีคุณแผ่นดินอีกจะมีแค่พี่แผ่นดินเท่านั้น” เขาบอกพร้อมกับสบตาเธอแววตาจริงจัง เพราะต่อไปนี้เขาจะไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากผู้หญิงที่ชื่อฝันดี “แต่ว่านี่มันคือที่ทำงานนะคะ” เธอเบื่อจะเป็นขี้ปากคนแล้ว “ช่างมันสิ พี่ว่าพี่ชัดเจนแล้วนะ แล้วเราก็ไม่ได้โง่” เขารู้ว่าฝันดีรู้มาตลอดว่าเขานั้นชอบเธอ ตอนนี้เธออาจจะยังไม่ได้รักเขา แต่เขาจะพยายามทำให้เธอเห็นความรักที่เขามีต่อเธอ มันมากกว่าที่เธอคิดเสียอีก “…” ฝันดีเงียบ “ขอโทษนะที่พี่ทำให้เราอึดอัด แต่พี่ก็อึดอัดเหมือนกันถ้าพี่ยังเป็นอยู่แบบนี้” “….” ฝันดียังคงเงียบ
ปึก! ปึก! ปึก!“อ๊า”ปึก! ปึก! ปึก!ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงที่ผมยังคงกระแทกตัวตนใส่เธอไม่หยุดพัก ผมแตกไปแล้วสองน้ำแต่เธอน่าจะหลายรอบได้จนตอนนี้สลบไปเป็นที่เรียบร้อย หลุบมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อมีเม็ดเหงื่อตามกรอบหน้า ร่างของเธอสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ผมมอบให้ และเหมือนว่าผมกำลังจะปลดปล่อยอีกครั้ง“ซี๊ดด~” พอเป็นเธอผมแทบคุ้มตัวเองไม่อยู่ทุกครั้งปึก! ปึก! ปึก!“เหี้xจะแตกอีกแล้ว” เร่งความเร็วเมื่อจะถึงจุดสุดยอด ผมไม่เคยป้องกันเลยสักครั้งเวลามีอะไรกับเธอ เพราะผมเชื่อใจว่าเธอจะไม่ไปนอนกับคนอื่นนอกจากผม ก้มมองยังจุดเชื่อมต่อของเราสองคน น้องสาวของเธอบวมและแดงมากสงสัยจะใช้งานหนักไปหน่อย แต่แล้วยังไง? แค่ผมเสร็จก็พอแล้วไหม ผมจัดการถอดถอนแก่นกายออกหลังจากแตกไปสามน้ำก่อนจะก้าวลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้เธอนอนอย่างนั้นแหละ หลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จออกมาก็ยังเห็นเธอนอนอยู่ที่เดิม ผมตัดสินใจเดินไปดึงผ้าขึ้นมาคลุมตัวเธอให้เหลือไว้แค่หัว ว่าจะออกไปทำงานสักหน่อยคงไม่แล้ว เริ่มเพลียแล้วขอพักสักหน่อยดีกว่า ผมอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นไปนอน ในขณะที่ผมจะดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอง ฝันดีก็พลิกตั
เลิกงาน“ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินขึ้นมายังชั้นทำงานของประธานอย่างถือวิสาสะ หล่อนยืนกอดอกมองมาที่ฝันดีด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม และมันทำให้ฝันดีรู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก เธอจึงใช้สายตาแบบเดียวกันกับผู้หญิงคนนั้น ราวกับว่าเป็นกระจกที่สะท้อนกลับคืนไปให้เธอ“มีอะไรว่ามาสิ” ไม่จำเป็นต้องเดินไปคุยที่อื่น ในเมื่อตรงนี้มีกันอยู่แค่สองคน ก็คุยมันตรงนี้ไปเลย ที่น่าแปลกใจคือทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงกล้าขึ้นมายังชั้นทำงานของท่านประธาน ทั้งยังทำตัวไม่เกรงกลัวต่อกฎระเบียบของบริษัทอีก“เธอคบกับไมเนอร์เหรอ” หล่อนกอดอกเชิดหน้าถามอย่างเย่อหยิ่ง ทว่าชื่อที่เอ่ยมาทำฝันดีกระตุกยิ้มชอบใจ“ทำไมต้องเป็นฉัน” ในเมื่อผู้หญิงของเขาไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ทำไมต้องเจาะจงมาที่เธอล่ะ“เพราะฉันเจอนี่ มันอยู่ในห้องนอนไมเนอร์” และผู้หญิงที่ฝันดีกำลังพูดด้วยไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจีน.. เพื่อนร่วมงานของเธอนั่นเอง“งั้นฉันขอถามกลับคืน เธอเป็นอะไรกับเขา?” แต่แล้วคำถามที่เธอส่งไปให้เพื่อนร่วมงาน ทำเอาอีกคนไปต่อไม่ถูก ก็เพราะว่าหล่อนกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันยังไงล่ะ อีกอย่างเธอก็นอนกับเขาแค่ครั้งเดียว นั่นก็คือเมื่อเช้า จะ
กลับกรุงเทพ“อยากไปอยู่ที่อื่นไหม” ขณะที่รถกำลังแล่นไปตามถนน เสียงฟีนิกซ์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบภายในรถ ที่อื่นในความหมายของฟีนิกซ์นั่นก็คือบริษัทในเครือของเขานั่นเอง เขาแค่อยากให้เธอไปอยู่ในที่ที่มันสบายใจมากกว่านี้“ทำไมเหรอคะ” ฝันดีไม่เข้าใจที่เขากำลังจะสื่อ ในเมื่อทำอยู่ที่นี่มันก็ดีอยู่แล้ว จะไปทำไม อีกอย่างเขาให้เธอเป็นถึงเลขา เธอก็ต้องอยู่กับเขาสิ จะให้ไปทำที่อื่นแบบนี้จะเรียกเลขาได้ยังไง“ตำแหน่งเลขาที่ฉันให้ไปไม่จำเป็นต้องอยู่กับฉันก็ได้” เขามีบริษัทอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งห่างจากที่นี่มากพอสมควร ไม่ได้บังคับให้เธอไปวันนี้พรุ่งนี้ แต่เขามีเวลาให้เธอตัดสินใจสามเดือน ถ้าเธอพร้อมเขาก็จะส่งเธอไปอยู่ที่นั่นทันที“ทำไมล่ะคะ ฝันไม่เข้าใจ”“ฉันให้เวลาเธอสามเดือนไปตัดสินใจมาว่าจะอยู่หรือไป”“…” เงียบ“ฉันไม่บังคับ เคารพการตัดสินใจของเธอ แต่ถ้าเธออยากไป เธอก็เตรียมตัวได้เลย ที่โน่นจะมีที่พักให้ เธอสามารถพาแม่ไปด้วยก็ได้”“อยู่ไกลไหมคะ”“ไกล” ถ้าคิดจะให้ไปแล้ว เขาคงไม่ให้อยู่ใกล้แน่นอนหญิงสาวเงียบไปอีกครั้ง เธอกำลังใช้ความคิด ถ้าเธออยู่ที่นี่ทุกอย่างมันก็สะดวกไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินห
“แก คืนนี้แผนกบัญชีเขาชวนไปกินเลี้ยงวันเกิดพี่ฝ้ายอะ ไปดีปะ”“ที่ไหนอะ” ฝันดีถามโดยที่สายตาก็จดจ่ออยู่หน้าจอมือถือ ทั้งสองพากันมานั่งดื่มกาแฟที่คาเฟ่ในบริษัท ตอนนี้เป็นเวลาพักเลยพากันมานั่งจิบกาแฟพูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก“ร้านเดิมที่เราไปเลื้อยกันนั่นแหละ เอาไง จะไปปะ? เอาจริงถ้าเราจะไปก็ไม่เป็นไ
เช้าวันต่อมาร่างสูงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงพลิกกายไปอีกฝั่งที่คิดว่ามีหญิงสาวนอนอยู่ข้างกาย เขายื่นมือหมายจะคว้าตัวเธอมากอด ทว่ากลับพบกับความว่างเปล่า ร่างสูงผงกหัวมองหาอีกคนด้วยใบหน้างัวเงีย“หายไปไหนวะ” ดันตัวลุกนั่งพิงหัวเตียง สภาพเขาในตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายไม่ได้สวมเสื้อผ้า มีเพียงผ้าห่
ขวับ! ทั้งไมเนอร์และฝันดีหันขวับไปมองยังที่มาของเสียงอย่างพร้อมเพรียง ร่างสูงของใครบางคนเดินยิ้มมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก ซึ่งเป็นคนที่เธอนั้นรู้จักเป็นอย่างดี ส่วนไมเนอร์นั้น...มันเป็นใคร?“คุณแผ่นดิน?” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนมาใหม่ด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าจะมาเจออีกคนที่นี่ แม้จะอดสงสัยไม่ได้แต่เธอก็ไม
วันต่อมา “นี่ค่ารถค่ะ” ฉันยื่นค่าโดยสารให้ลุงคนขับ “ไม่เป็นไรยัยหนู ลุงไม่คิดเงิน” ได้ไงอะ จุดที่ฉันลงรถมาถึงที่พักไม่ใช่ใกล้ ๆ เลยนะ ฉันเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน ฉันพยายามยัดเงินใส่มือคุณลุงทว่าลุงแกก็ยังปฏิเสธเหมือนเดิม “ไม่ได้นะคะ” ค่าน้ำมันค่าเสียเวลาอีก แบบนี้ฉันไม่โอเคหรอกนะถ้าจะให้ฉันนั่งมาฟรี







