แชร์

EP.05 : ของขวัญหรือคองวัน

ผู้เขียน: แมวนอนซิม
last update วันที่เผยแพร่: 2025-06-12 17:19:43

ฉันเงยหน้าขึ้น มองเอเดนด้วยสายตาอ้อนวอน ขณะที่แอมเบอร์กัดฟันกรอด สีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

เอเดนเป็นคนเอาแต่ใจอยู่แล้ว... ฉันภาวนาให้เขาใจอ่อนเพราะอารมณ์ชั่ววูบเถอะ

ไม่งั้นฉันคงไม่มีที่นอนไปอีกหลายวันแน่

“เธอจ่ายค่ามัดจำไปแล้วใช่ไหม?”

เขาถามขึ้นหลังจากเงียบไปนาน

“ชะ...ใช่ค่ะ” พนักงานตอบเสียงแผ่ว “และตอนนี้ก็ไม่มีห้องอื่นว่างเลยจริงๆ ต้องขออภัยด้วยค่ะ”

เอเดนพยักหน้าช้าๆ แล้วหันมามองฉัน ดวงตาสีฟ้านั่นวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ

“งั้น...เราก็อยู่ด้วยกันไปเลยสิ”

“อะไรนะ!?” แอมเบอร์ร้องลั่น เสียงสูงเกือบแสบแก้วหู “นายพูดเล่นใช่ไหม!?”

“ก็อย่าให้มันเป็นเรื่องเล่นสิ” เอเดนยักไหล่ราวกับไม่มีอะไรน่าคิด “เธอก็ถือเป็นเจ้าของร่วมไปแล้วนี่ ส่วนที่เหลือ ฉันออกเองก็ได้”

พนักงานหน้าเหวอแต่ดูโล่งใจจนเกือบจะปรบมือสรรเสริญ เอ่ยคำขอบคุณไม่หยุดราวกับเจอเทพบุตรประจำอาคาร ส่วนฉัน...

ใจเต้นโครมคราม ราวกับแผนบ้าๆ มันได้ผลจริง ๆ จนแทบจะยืนเฉิดฉายบนพรมแดงได้แล้ว

แต่ยังไม่ทันได้ยิ้มออก...

“นี่!” แอมเบอร์หันขวับกลับมาจ้องเขม็ง “ฉันรู้นะว่าเธอมันแค่แฟนคลับโรคจิต! ทำตัวน่าขนลุก! ถ้าไม่เลิกตื้อ ฉันจะ—”

“พอได้แล้ว แอมเบอร์” เอเดนตัดบทด้วยเสียงเรียบเฉยแต่ฟังแล้วเย็นเยียบ “ถ้าเธอยังพูดอีก ฉันจะหักเงินเดือนเธอ”

“นายมัน...!”

หล่อนพูดได้แค่นั้นก่อนจะสะบัดหน้า แล้วเดินกระแทกประตูเข้าไปด้านใน—เสียง “ปัง!” ดังสนั่น

เอเดนถอนหายใจ แล้วหันมามองฉัน

“มาเถอะน่า” เขาเดินเข้ามาคว้ากระเป๋าฉันจากมือหน้าตาเฉย แล้วสั่งพนักงานอย่างใจเย็นแต่เฉียบขาด “เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามมีใครขึ้นมาบนชั้นนี้นอกจากสมาชิกวงกับ...ยัยนี่”

เขาหันกลับมา เลิกคิ้วใส่ฉันด้วยแววหงุดหงิด

“เอ้า จะยืนบื้ออีกนานแค่ไหน ตามมาสิ จะอยู่ หรือไม่อยู่?”

“ยะ...อยู่สิ!”

ฉันตอบเสียงหลง แล้วรีบก้าวตามเขาเข้าไปในห้องทันที

...ส่วนเรื่องของต้นหอม?

เอาไว้ก่อนแล้วกันเถอะ

ตอนนี้เรื่องตรงหน้าใหญ่พอจะทำให้ฉันปวดหัวจนไม่มีแรงเหลือไปคิดถึงอะไรอื่นอีกแล้ว

เอเดน... ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมให้ทุกอย่างพังลงเหมือนเดิมอีก

“นายจะทำยังไง ถ้าเรื่องนี้ถึงหูปาปารัซซี่ขึ้นมาน่ะ!!”

เสียงของแอมเบอร์ดังลั่นหลังประตูปิดสนิท — อาจเพราะผนังห้องบาง หรือไม่ก็เพราะเธอจงใจให้ได้ยิน แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร มันดังชัดทุกถ้อยคำ ราวกับเธอเก็บมันไว้มานาน

ฉันลากกระเป๋าเข้าไปในห้อง เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน แล้วเริ่มจัดเสื้อผ้าอย่างสงบ พยายามตั้งสติให้มั่น ทั้งที่เมื่อกี้ยังฟูมฟายราวกับนางเอกละครช่องแปด แต่ตอนนี้กลับใจเย็นราวกับคนละคน...

ก็ควรจะควบคุมตัวเองให้ได้สักทีล่ะนะ

“ฉันรับมืออะไรแบบนี้ของพวกนายไม่ไหวแล้วนะ!” เสียงของแอมเบอร์ยังคงดังก้อง ไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว “นายเป็นนักร้องนำ เป็นหัวหน้าวง! จะรับผิดชอบอะไรบ้างไม่ได้เลยหรือไง!”

“ก็แค่ทำให้มันไม่เป็นข่าว”

เสียงของเอเดนตอบกลับมาอย่างเย็นชาและเรียบเฉย...จนน่าขนลุก

“แค่—ทำ—ให้—ไม่—เป็น—ข่าว!!” แอมเบอร์เน้นทีละคำ ราวกับแทบจะระเบิดออกมาตรงนั้น “นายลืมไปแล้วเหรอว่าครั้งก่อนมันเกิดอะไรขึ้น!?”

“เลิกพูดถึงเรื่องนั้นได้แล้วน่า”

“อย่ามาทำเสียงแบบนั้นกับฉัน เอเดน!” เธอตะโกน “ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก ไปแก้ตัวกับท่านประธานเอาเองก็แล้วกัน—ฉันพอแล้ว!”

เสียงปัง!ดังสนั่นเมื่อประตูถูกกระแทกปิดแรงจนฉันสะดุ้ง

ฉันถอนหายใจเบาๆ แล้วหันไปจัดเสื้อผ้าต่อ พยายามไม่สนใจบทสนทนาที่เพิ่งผ่านไป

ไม่แปลกเลยที่เธอจะหัวเสียขนาดนั้น — แอมเบอร์ดูแลวงไซเรนมาตั้งแต่เริ่มต้น เธอคือหัวใจเบื้องหลังความสำเร็จนี้ จะให้เธอวางใจใครบางคนที่โผล่เข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

เป็นไปไม่ได้หรอก

หลังจากปิดตู้ ฉันลากกระเป๋าไปเก็บข้างโต๊ะใกล้ห้องน้ำ แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงผืนใหม่ หอมสะอาดจนสัมผัสได้ทันทีว่ายังไม่เคยมีใครใช้ กลิ่นน้ำยาซักผ้ายังอ่อน ๆ ติดปลายจมูก

ร่างกายฉันจมลงไปบนที่นอน ฉันหลับตา ปล่อยความคิดไหลย้อนกลับไปถึงชาติที่แล้ว การพบกันระหว่างฉันกับเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากคำด่าลั่นห้องเมื่อก่อน... กลายเป็นการฟูมฟายราวกับโลกจะแตกแทน

...ดูเหมือนจะขายหน้า แต่แปลกที่มันได้ผล

เอเดนไม่ผลักไสฉันเหมือนครั้งก่อน ไม่หันหลังเดินหนีหรือพูดอะไรแรง ๆ ใส่ มันคล้ายเดิมแต่ก็ไม่เหมือนเดิมเสียทีเดียว

และที่สำคัญ ทุกอย่างยังคงเหมือนบทภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำ และฉันเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่า มันสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้

แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป...

คนคนนั้น คนที่ทำให้ฉันตัดสินใจฆ่าตัวตาย คนที่ทำลายทุกอย่างในชีวิตฉัน

...ฉันกลับจำอะไรไม่ได้เลย

แม้แต่เสียง ใบหน้า หรือแม้แต่เงา — เหมือนเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ในชีวิตฉันมาก่อน

ทำไม?

เพราะโชคชะตาต้องการให้ฉันลืม? หรือเพราะนี่คือสิ่งที่ฉันไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงตั้งแต่แรก?

แล้วฉันจะย้อนเวลากลับมาทำไมถ้ามันเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย

ฉันถอนหายใจแรง ๆ ราวกับพยายามระบายทุกอย่างออกจากอก

โอเค ของขวัญ—ตั้งสติ อย่าเพิ่งหลุด อย่าเพิ่งถอย

...อย่างน้อย ตอนนี้ก็ยังต้องอยู่กับเขา แล้วฉันควรทำอะไรเป็นอย่างแรก?

ในความทรงจำเดิม ฉันกับเขาแทบไม่พูดกันเลยเป็นเดือนหลังจากที่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน

แล้วถ้าคราวนี้ฉันอยากเริ่มใหม่... อย่างน้อยก็ควรจะเอ่ยขอบคุณเขาสักครั้งไหม?

ฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างลังเล ก่อนค่อย ๆ แง้มประตูออกช้า ๆ สายตากวาดไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง (ไม่ได้กลัวอะไรหรอก! สาบานเลย!)

ไฟในห้องนั่งเล่นเปิดสลัว บรรยากาศเงียบงัน เสียงเพลงจากทีวีจอยักษ์ลอยมากระทบโสตประสาทเบา ๆ เป็นเพลงของวง Chaos วงร็อกอีกวงที่ฉันเคยได้ยินชื่อผ่านหูมาบ้าง

I’ m the shadow of me – yeah, the ghost of my style

Been lost for a while... maybe since that drunk dial

I scream into mirrors, no one replies

But at least I look cool when I roll my eyes

(ฉันคือเงาของตัวเอง – ผีของความเท่ที่หายไป

หลงทางมานาน...อาจตั้งแต่โทรหาผิดคนนั้น

ฉันตะโกนใส่กระจก – แต่มันเงียบเกินไป

แต่ยังไงก็ดูเท่ล่ะนะ...ตอนกลอกตาใส่ตัวเอง)

ตรงโซฟายาวในเงามืด ฉันเห็นเงาคุ้นตากำลังเอนตัวพิงอยู่ — น่าจะเป็นเอเดน

เขานอนนิ่ง ราวกับหลับไปแล้ว เสียงดนตรีแปลกประหลาดของ Chaos ยังคงลอยวนในอากาศเมื่อฉันค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้โซฟาตัวใหญ่

เอเดนเอนตัวอยู่ตรงนั้นอย่างไร้เสียง ข้างมือคีบบุหรี่มวนหนึ่งไว้ เหมือนไม่ได้สนใจว่าไฟจะลามไปถึงพรมเมื่อไหร่

ใบหน้าของเขาคมราวกับมีใครจงใจปั้นแต่งขึ้นมา ผิวขาวเนียนจนแทบสะท้อนแสง เส้นผมสีดำขลับปรกหน้าบางส่วน กลับทำให้ดูราวกับภาพฝันมากกว่าเป็นคนจริง

คิ้วเข้ม ดวงตาปิดพริ้ม ริมฝีปากสีส้มอ่อนเผยอเล็กน้อย

...ให้ตายสิ คนอะไรจะหล่อลากกระชากใจได้ขนาดนี้วะ!

และในขณะที่ฉันยืนนิ่ง ราวกับลืมหายใจไปเสี้ยววินาที เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากคนที่เหมือนจะหลับไปแล้ว...

“มองอะไร – ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง”

“ว้าย!”

ฉันสะดุ้งเฮือก ผละออกจากโซฟาแทบไม่ทัน ใจเต้นระรัวราวกับถูกจับได้คาหนังคาเขา

โว้ย... ไม่เห็นแม้แต่จะลืมตา แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้!?

“นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...”

“ช่วยพูดภาษาเดียวกันกับฉันทีเถอะ”

เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น เอเดนลุกจากโซฟาอย่างเชื่องช้า มือข้างหนึ่งเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างไม่รีบร้อน

“ฉันไม่ได้เก่งภาษานอกมากขนาดนั้น”

“ฉะ... ฉันนึกว่านายหลับอยู่…”

“แต่ก็ไม่ได้หลับ” เขายักไหล่ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบสบเข้ากับสายตาของฉันอย่างจัง “ว่าแต่... ฉันคุ้นหน้าเธอมากเลยนะ – เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนไหม?”

ถ้าฉันบอกว่าเคยไปดูคอนเสิร์ตของนาย อยู่แถวหน้าเลยด้วยซ้ำ หรือบอกว่าเคยตามเพื่อนไปถึงหลังเวที มันก็คงฟังดูเวอร์ไปหน่อย — ไม่เอาเด็ดขาด!

“ไม่ – เราไม่เคยเจอกันหรอก”

ฉันตอบในที่สุด พยายามวางสีหน้าให้เป็นกลางที่สุดเท่าที่จะทำได้

“แต่เธอไม่สงสัยเลยนะ ว่าฉันคือใคร?”

เขาเลิกคิ้วนิด ๆ ดวงตายังคงจับจ้องมาอย่างไม่ละสายตา ฉันถอนหายใจในใจเบา ๆ ก่อนจะตอบเรียบ ๆ กลับไปว่า

“ก็นะ... นายอาจจะจำฉันผิดกับใครก็ได้”

เอเดนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะจี้บุหรี่ลงที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะข้างโซฟา

“คนสวย ๆ แบบนี้ ฉันไม่น่าจะจำผิดนะ”

โอ้ย... อย่ามาหลอกให้ใจเต้นเลย!

“อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยน่า” ฉันกลอกตาเบา ๆ “ฉันไม่ได้อยากรู้ด้วยซ้ำว่านายเป็นใคร”

“ถ้าไม่อยากรู้ แล้วเดินมาจ้องฉันขนาดนั้นทำไมล่ะ?”

เขาเท้าคางกับพนักโซฟา ยิ้มนิด ๆ อย่างเจ้าเล่ห์ — รอยยิ้มนั่นแหละ ที่ทำให้ใครต่อใครตกหลุมพรางของเขา... รวมถึงฉันด้วย

...แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอก!

“ฉันแค่มาขอบคุณต่างหาก”

ฉันพูด พร้อมส่งรอยยิ้มเล็กน้อยที่จริงใจที่สุดออกไป

“ขอบคุณเรื่องอะไร?”

“ก็... ที่นายยอมให้ฉันอยู่ที่นี่ด้วย ขอบคุณนะ”

น้ำเสียงของฉันเบาลงอย่างไม่รู้ตัว เขาชะงักไปนิด เหมือนไม่คาดคิดจะได้ยินคำนั้นก่อนจะยกมือขึ้นเกาหลังคอเบา ๆ ใบหูแดงระเรื่อขึ้นจาง ๆ — ท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ แบบนี้... เหมือนในความทรงจำเดิมไม่มีผิด

“ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอก” เขาพูดในที่สุด เสียงทุ้มของเขาฟังดูอ่อนลงอย่างประหลาด “ฉันก็แค่ช่วยคนที่เดือดร้อนเท่านั้นเอง”

ฉันยิ้ม ไม่อยากเชื่อเลยว่า ครั้งแรกที่เราคุยกันคราวนี้ — มันจะต่างจากครั้งก่อน... ขนาดนี้

“ว่าแต่ – สรุปเธอชื่ออะไร”

“อ่า...” ฉันชะงักไปนิดกับคำถามที่รู้ว่าต้องมา... แต่ก็ยังไม่ทันตั้งตัว “ของขวัญ”

“คองฟัน?” เขาทวนเสียงงง ก่อนขมวดคิ้ว “คนอะไรชื่อแปลกชะมัด”

ให้ตายสิ...

“ของ – ขวัญ”

ฉันเน้นทีละพยางค์ ช้า ๆ ชัด ๆ

“คอง – วัน?”

...พอกันที!!

“เรียกฉันว่านาตาลีเถอะนะ” ฉันถอนหายใจเบา ๆ พร้อมหลบสายตา “ฉันจะไม่เอาภาษาบ้านเกิดมาทำร้ายปากนายอีกแล้ว”

“ทำไมล่ะ มันไม่เพราะเหรอ?”

เขาเอียงคอถามอย่างจริงใจ เออ...ก็ไม่เพราะนั่นแหละ

“ละไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกันเถอะ”

เอเดนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้า

“ฉัน เอเดน เคนเนธ เพื่อนในวงเรียกฉันว่า ‘เอ’ ก็ได้ แล้วแต่เธอถนัด – ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

ฉันเงยหน้ามองเขา ก่อนจะยื่นมือไปจับตอบ

“ยินดีที่ได้รู้จัก... เอ”

สัมผัสจากมือของเขาไม่ได้นุ่มหรือหยาบเกินไป แต่มันอบอุ่นพอจะทำให้หัวใจของฉันสั่นคลอนเบา ๆ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงไฟในห้อง หรือเพราะบางอย่างในสายตาของเขา — แต่ช่วงเวลาที่มือเราสัมผัสกัน มันเหมือนแสงเล็ก ๆ ในใจฉันเริ่มสว่างขึ้นอีกครั้ง

เขาอาจไม่ได้ยิ้มอย่างยินดีนักแต่เขาก็ไม่ผลักไสฉันเหมือนที่ผ่านมา

และแค่นั้น...ก็เพียงพอจะทำให้ฉันขอบคุณตัวเอง ที่กล้าก้าวออกมาหาเขาอีกครั้ง

คราวนี้... การเริ่มต้นของเรา ไม่ได้แย่เลยจริง ๆ

แมวนอนซิม

กินอะไรก็อร่อย ถ้ากินกับเอเดน

| ชอบ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   ตอนพิเศษ อาเรน เคนเนธ : บ้านที่เสียงไม่เคยเงียบ

    Where you are, I’ m home Even when I feel alone You’ re the peace I’ ve never known The one place love has grownNo star-lit road or famous light Could guide me more than your quiet might Where you are… That’ s where I’ m whole insideที่ที่มีเธอ... ก็คือบ้านของฉันแม้จะพังทลาย... ฉันก็จะไม่หนีไปไหนเธอโอบกอดฉันไว้... แม้ยามที่ฉันเย็นชาเหมือนหินและสร้างฉันขึ้นใหม่ ด้วยอ้อมแขนเพียงคู่เดียวไม่ใช่ห้องโถงทองคำ... หรือท้องฟ้าหินอ่อนที่ให้ความรู้สึกถูกต้อง หรือเปล่งแสงได้เท่านี้ที่ที่มีเธอ...คือที่ที่ฉันมีชีวิตอีกครั้ง[อาเรน เคนเนธ – วัย 15 ปี กับบ้านที่ใหญ่เกินไปและพ่อแม่ที่ยังรักกันเหลือเกิน]ผมชื่อ อาเรน เคนเนธ ครับ อายุ 15 ปี โตพอจะฟังเพลงร็อก แต่ยังไม่โตพอจะขับรถพาพ่อไปหาหมอได้บ้านของผมใหญ่พอจะมีห้องซ้อมดนตรีเล็ก ๆ ส่วนตัว แต่ก็ยังไม่พอจะซ่อนตัวจากฝาแฝดนรกสองคนนั้นได้สำเร็จแฝดนรก ที่ว่าคือ อลิเซีย กับ แอนนา ฝาแฝดวัยสิบขวบที่เกิดมาพร้อมพลังงานไม่จำกัด เหมือนจับสายฟ้ามาใส่ร่างมนุษย์ ทั้งกวน ทั้งแสบ และที่แย่ที่สุด — พวกเธอ ไม่เคยทะเลาะกันเลยแล้วผมจะหาจุดแตกแยกยังไงล่ะ ถามจ

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   บทส่งท้าย : รักที่ไม่ต้องย้อนเวลา

    “คุณจะไม่เข้าไปหาลูกสาวคุณจริง ๆ เหรอครับ... คุณแม็คซ์เวลล์? เธออาจจะกำลังต้องการคุณอยู่ก็ได้”เสียงหมอหนุ่มพูดขึ้นเบา ๆ ขณะหญิงสาววัยกลางคนยังคงนั่งนิ่ง เธอจ้องผ่านกระจกเข้าไปในห้องพักฟื้นที่ซึ่งลูกสาวของเธอนอนหลับอยู่ ท่ามกลางแสงแดดอุ่นและอ้อมแขนของชายหนุ่มที่คอยดูแลไม่ห่างสามวันที่ผ่านมา เธอนั่งอยู่ตรงนี้ทุกวัน แต่ไม่เคยก้าวเข้าไป ไม่เคยแม้แต่จะเคาะประตูห้องไม่ใช่เพราะไม่อยากเจอ...แต่เพราะไม่รู้ว่าตัวเอง... ควรได้รับอนุญาตให้เจอหรือเปล่าเธอหลุบตาลงช้า ๆ หัวใจเต้นสั่นเหมือนคนที่รู้ดีว่าเคยทำพลาดมาอย่างใหญ่หลวงละอาย... ที่ไม่เคยอยู่ตรงนั้นเมื่อลูกต้องการละอาย... ที่วันนี้กลายเป็นคนนอกที่ต้องแอบมองผ่านกระจกใสบานหนึ่ง“เธอไม่จำเป็นต้องเจอฉันหรอกค่ะ”น้ำเสียงแผ่วเบาดังลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกทุกอย่างที่ปากไม่กล้าพูด“เข้าใจแล้วครับ...”หมอตอบพลางพยักหน้าช้า ๆ ก่อนเธอจะหยิบซองซิปพลาสติกออกจากกระเป๋าเอกสารแล้วยื่นให้เขา“ส่งค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดมาให้ฉันก็แล้วกันนะคะ”“อา... อาจจะไม่จำเป็นแล้วครับ” หมอยิ้มสุภาพ ก่อนพูดอย่างระมัดระวัง “เพรา

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.93 : รักนี้มีเสียงหัวใจอีกดวง

    เสียงปืนกึกก้องในห้อง ฉันยกแขนขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจสะดุดแล้วทุกอย่างก็เงียบ...“แนต! ฉันเอง!”เสียงของวัตสันดังขึ้นพร้อมแรงกอดแน่นที่โถมเข้ามา เธอกอดฉันไว้แน่นราวกับจะไม่ปล่อยอีกเลย ฉันสั่นไปทั้งตัวข้างหลังเรา เทเวลถูกชายอีกคนจับกดกับพื้น ใส่กุญแจมืออย่างรวดเร็ว เอเดนยังเล็งปืนไว้ตรงเขา ปากเม้มแน่น ดวงตาแข็งกร้าว“เอเดน พอเถอะ... เขาแพ้แล้ว” เสียงของวัตสันเบาแต่หนักแน่น “อย่าให้เขาชนะด้วยการเปลี่ยนนายเป็นฆาตกรอีกคน”“ฉันจะ—”“แนตปลอดภัยแล้ว ไปหาเธอเถอะ เอ!”คำพูดนั้นเหมือนดึงเขากลับมา เอเดนมองฉันแวบหนึ่ง แล้วลดปืนลงช้า ๆ เขาก้าวเข้ามา ปลดเชือกที่มัดแขนฉันอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะรวบฉันเข้ามากอดไว้แน่น“จบแล้ว...” วัตสันพึมพำพลางปาดน้ำตา “จบสักที เรื่องบ้านี่”เธอลุกขึ้น หันไปหาชายที่จับเทเวล“พาแนตออกไปที ฉันจะติดต่อหาอลัน”“แน่ใจนะว่าเธอไหว?”เอเดนถาม น้ำเสียงยังระแวงอยู่“โล่งขึ้นเยอะเลย—แต่เรื่องฉันกับเฮอร์วินยังไม่จบนะ” เธอยิ้มเจื่อน ๆ แล้วหันหลังกลับ “ไปช่วยเซลิคก่อน พวกนายออกไปก่อนเลย”เอเดนไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงช้อนตัวฉันขึ้น อุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างมั่นคง ฉันซุกหน้าเข้ากับไหล่เขา ส

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.92 : เมื่อรักกลายเป็นกระสุน

    สเตล่าลุกขึ้นช้า ๆ แล้วถอยห่างไปจากฉัน สีหน้าเธอเรียบเฉย แต่แววตาเต็มไปด้วยความเศร้า รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า ราวกับพยายามบอกลาทั้งที่ไม่กล้าเอ่ยคำเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากบันได เทเวลปรากฏตัวขึ้น เขาสวมเสื้อเชิ้ตตัวเดิม — ตัวเดียวกับในความทรงจำของฉัน วันที่ทุกอย่างพังทลาย เขาก้าวเข้ามาเงียบ ๆ และในขณะที่สเตล่ายืนอยู่ข้างห้องอย่างสงบ ปลายนิ้วของเขาก็เลื่อนขึ้นแนบกระบอกปืนไว้ที่ท้ายทอยของเธอ“เพื่อนเธอมาน่ะ แนต” เสียงเขาเย็นชา “ฉันเจอพวกเขาแล้ว — ฉันเจอ มัน แล้ว”ฉันไม่ตอบ ได้แต่มองสบตาเขาอย่างแน่นิ่ง“พวกนั้นไปที่ทำงานของเธอ ถามหาเธอ... ถามว่าสเตล่าเป็นใคร” เขาหัวเราะเบา ๆ “ฉันก็บอกพวกมันว่า พวกเธอไม่ได้มาทำงาน ทั้งที่พวกมันยืนอยู่ข้างล่างนี้เอง”เขากระซิบถัดจากเสียงลมหายใจ“ใกล้... แต่ก็ยังไกล”กริ๊ก— เสียงง้างไกปืนดังชัดเจน ปลายกระบอกแนบแน่นกับต้นคอของสเตล่า เธอหันมามองฉัน น้ำตาคลอในดวงตาสีน้ำตาล แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ปนกับคำขอโทษที่ไม่สามารถพูดออกมาได้เธอรู้... ว่านี่คือวินาทีสุดท้ายของเธอ“พวกมันรู้ว่าเธอหน้าตาเป็นยังไง” เทเวลพูดต่อ เสียงเรียบเรื่อย “และเธอก็รู้... ว่าฉันทำอ

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.91 : บทของหัวใจที่ไม่มีสคริปต์

    [special part of Eden]ผมตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ — สายเกินกว่าปกติเล็กน้อยและสิ่งแรกที่มือควานหาก็คือโทรศัพท์ เหมือนทุกวันแต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือ...ไม่มีข้อความจากนาตาลีเธอไม่ใช่คนหวาน ไม่ใช่คนที่จะแชทมาอรุณสวัสดิ์ทุกเช้าอยู่แล้ว ผมรู้ดี แต่วันนี้มันกลับรู้สึกเงียบผิดปกติจนน่าอึดอัดผมคิดถึงเธอเลยกดเปิดแชทขึ้นมา[เอเดน] : อรุณสวัสดิ์[นาตาลีที่รัก ♥] : อรุณสวัสดิ์ค่ะ...หือ?[เอเดน] : วันนี้เธอแต่งตัวยังไง เซ็กซี่เหมือนเดิมหรือเปล่า[นาตาลีที่รัก ♥] : เซ็กซี่เหมือนเดิมแหละ ♥♥เดี๋ยวนะ... นั่น อีโมจิ สองดวงเลยเหรอ? ผมขมวดคิ้วทันที—ไม่ใช่ว่าแนตไม่เคยส่งอะไรแบบนี้ แต่มันไม่ใช่แนตเลย[เอเดน] : กินข้าวหรือยัง[นาตาลีที่รัก ♥] : ยังเลย มัวแต่คิดถึงคุณอยู่????อีกอันแล้ว...!?ผมเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจ อะไรมันก็แปลกไปหมด แต่ก็ยังลองส่งอีกข้อความไป ทั้งที่รู้ว่าเธอคงจะด่าแน่ ๆ ถ้าเป็นปกติ[เอเดน] : วันนี้ใส่ชั้นในสีอะไร บอกหน่อยได้ไหม[นาตาลีที่รัก ♥] : สีเดิมที่เธอชอบไงล่ะ[นาตาลีที่รัก ♥] : เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะ ฉันมีประชุม โอเคไหม ที่รัก????โอเค... นี่แม่งไม่ใช่แนตแน่ ๆเสียงขำหึดังขึ้นจา

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.90 : รักที่พันธนาการ

    “แนต! เธอมาที่นี่ได้ยังไงน่ะ”“เทเวล…”ใบหน้าที่ฉันเคยไว้ใจ กับใบหน้าที่เคยเห็นในความทรงจำเลวร้ายของฉัน… มันทับซ้อนกันจนแยกไม่ออกอีกต่อไป ดวงตาอ่อนโยนของเขา แววตาคุ้นเคยที่เคยทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย กลับแฝงไว้ด้วยบางอย่างที่น่ากลัวเกินจะอธิบายเขาไม่ใช่แค่คนรู้จัก เขาคือคนที่วางแผนทุกอย่าง… เพื่อให้ฉันตกเป็นของเขาคนเดียว“คุณ—” ฉันพยายามพูด แต่เสียงแทบไม่ออก “คุณทำแบบนี้ทำไม…”“เดี๋ยวก่อนแนต—”“อย่ามาจับฉันค่ะ!!”ฉันผงะถอยทันทีที่ความทรงจำถาโถมกลับมา ฉันจำได้แล้ว… เป็นเขา!เขาคือคนที่ฆ่าสเตล่าและแนนซี่ต่อหน้าฉันในชาติที่แล้ว! ฉันปัดมือเขาออกอย่างแรง ลุกพรวดขึ้นและรีบวิ่งไปที่ประตูแต่พระเจ้าไม่เคยอยู่ข้างฉัน…สเตล่ายืนอยู่ตรงนั้นราวกับรอจังหวะนี้มานานแล้ว รอยยิ้มของเธอแสยะกว้างอย่างเย็นเยียบ ในขณะที่ฉันแข็งค้างเธอคือฆาตกรอีกคนที่อยู่ตรงหน้าและตอนนี้ เธอไม่ได้ปกป้องฉัน แต่กำลังยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฉันโดยสิ้นเชิงฉันมองเธอเต็มตา… หวังจะเห็นสเตล่าคนเดิมที่เคยเป็นเพื่อนแต่แววตาอ่อนโยนนั้นไม่มีอีกแล้ว มีเพียงแววตาของคนที่เต็มไปด้วยความเศร้าและการยอมจำนนต่อความรักที่ผิดทาง“สเตล่า… เราเป็นเพื

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.06 : นี่คือจุดเริ่มต้น ที่ฉันจะไม่พลาดอีก

    ดูเหมือนแอมเบอร์จะเดินออกไปแล้ว และแน่นอนว่า ด้วยอารมณ์แบบนั้น เธอคงหัวเสียไม่น้อย — ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ผู้หญิงคนนั้นดูแลวงไซเรนมาตั้งแต่พวกเขายังเป็นแค่ชื่อที่ไม่มีใครรู้จัก จนกระทั่งกลายเป็นวงร็อกระดับโลก จะให้เธอไม่ระแวงสิ่งใดที่อาจสร้างความ

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.04 : ผิดห้อง... หรือผิดชาติ?

    “อากาศสดชื่นดีจริง ๆ สมกับที่เป็นเมืองใหญ่...”หญิงสาวพึมพำเบา ๆ ขณะก้าวออกมาจากสนามบิน พร้อมสะพายกระเป๋าใบใหญ่ไว้บนบ่า เธอโบกมือเรียกแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้าไปยังคอนโดที่จองไว้ล่วงหน้า — ที่พักใหม่ซึ่งจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ของเธอโชคดีที่คอนโดไม่ได้อยู่ไกลจากสนามบินมากนัก และโชคดียิ่งกว่า

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.01 : ของขวัญจากพระเจ้า

    ของขวัญเอ๋ย...พระเจ้าไม่เคยเกลียดชังเธอเลย ดังที่เธอกล่าวโทษท่านเช่นนั้น หากท่านเกลียดชังจริง เธอคงไม่มีวันได้ย้อนกลับมาแก้ไขเรื่องราวเหล่านี้อีก ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หน สุดท้ายเธอก็ยังเลือกจบชีวิตของตัวเอง... เพื่อเขาคนนั้นอยู่เสมอเพราะฉะนั้น—พ่อจึงหวังว่า โอกาสสุดท้ายที่เธอได้รับนี้ จะนำทางให้เธอ

  • Echoes of Us ขอเวลา...เพื่อรักเธออีกครั้ง   EP.00 : เสียงกระซิบสุดท้าย

    ที่จริง... ถ้าใครคิดว่านี่คือบันทึกของเด็กสาววัยทำงานน่ารัก ๆ ที่เล่าเรื่องความรักหวานชื่นเพื่อความบันเทิงแล้วล่ะก็—วางมันไว้ที่เดิมนั่นแหละ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่อะไรแบบนั้นเลย และมันยังปวดหัวยิ่งกว่าชีวิตรักของนางเอกวัยสิบเจ็ดสิบแปดปีที่เพิ่งจะมีปั๊ปปี้เลิฟเสียอีกอยากรู้หรือว่าเรื่องนี้รุนแรงแค่ไห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status