Masuk“พี่!” สุดท้ายแง้มประตูห้องยื่นหัวเรียกเขา “ไอหิวข้าวมากเลย” บอกจุดประสงค์ตามที่ต้องการในตอนนี้ ของในเซเว่นเอาไม่อยู่หรอก มันต้องร้านอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายเต็ม ๆ จากที่จะงอนเขากลับกลายต้องง้อเขาซะงั้น
“หิวก็หาข้าวกินสิ ฉันไม่ใช่พ่อครัว”
“อารมณ์เสีย ไอพึ่งมาอยู่กรุงเทพฯวันนี้วันแรก ใจคอพี่จะใจร้ายปล่อยให้คนสวยอย่างไอหิวตายรึไง” เปิดประตูกว้าง พาตัวออกมาเถียงฉอดกับเขาอย่างใส่อารมณ์ร่วมนิดหน่อย คนเรามันใจร้ายเกินไปรึเปล่าที่มองข้ามคนกำลังขอความช่วยเหลือ
“สั่งสิ แอพก็มี”
“ไม่เป็น ที่บ้านไอไม่มีคนส่งอาหารหรอก ส่วนใหญ่แม่ทำให้กิน” พ่อกับแม่จริงจังกับเรื่องอาหารการกินเป็นหลัก ส่วนใหญ่เขาทำทุกอย่าง ลงมือปรุงด้วยตัวเอง ฉันจึงไม่สันทัดเรื่องสั่งอาหารจากเดลิเวอรี่
“ลูกแหง่สินะ เมื่อกี้ฉันพูดไปแล้วว่า ห้ามวุ่นวาย”
“อนุโลมเถอะวันนี้อะ กฎนั้นไว้ใช้วันหลัง” คนอะไรจริงจังไปซะหมด ฉันยืนทำหน้าคิ้วขมวดเพราะหิวไม่ไหวอยู่แล้ว เขาถอนหายใจก่อนจะเดินหายเข้าห้องนอนตัวเอง วินาทีต่อมาหยิบกุญแจรถพร้อมนำหน้าไป โดยที่ไม่เอ่ยชวนสักคำ หนำซ้ำบ่นผ่านผิวปากซึ่งฉันฟังไม่ถนัด ไม่พ้นว่าฉันอีกสินะ
ฉันเดินตามหลังเขาทุกฝีก้าว แล้วขาก็ยาวมาก หนึ่งก้าวของเขาสามก้าวของฉันเลยว่าได้ มาถึงหน้าลิฟต์โดยไม่ทันระวังหน้าฉันกระแทกแผ่นหลังเขาเต็ม ๆ
"อ๊ะ!"
"ซุ่มซ่าม" คนร่างสูงตำหนิฉัน
"ขอโทษ พี่จะหยุดทำไมไม่บอกล่ะ" ยกมือจับจมูกที่โดนกระแทก
"เปิดตาดู" ปากร้ายใช่ย่อย
ลิฟต์ยังไม่เปิดนี่เอง แววตาเขากำลังคาดโทษฉันอยู่สินะ ก็มัวแต่ดูทางเดินนี่นา ไม่งั้นจะตามเขาทันเหรอ เรื่องนี้ฉันไม่ผิด เพราะคนที่ผิดคือเขา
ระหว่างเราไม่ได้พูดอะไรมาก จนถึงหน้าประตูคอนโดเตรียมจะตามเขาไปอีกก็โดนเบรกซะก่อน
“รอตรงนี้”
ฉันพยักหน้าเฉย ๆ ยืนรอเขา ทว่าเหมือนตรงนี้เป็นเป้าสายตาผู้คนที่เพ่นพ่านทางนี้จัง ตัดสินใจขยับไปรออีกฝั่งเพื่อไม่ให้รู้สึกกดดัน พอเปลี่ยนที่ยืนแล้วภาพคอนโดในช่วงค่ำกลับดูสวยมาก อดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพเก็บไว้ ใครจะคิดล่ะว่า วาสนาของไอรีนจะได้อยู่สถานที่หรูหราแบบนี้
หัวแม่มือกดแชะรูปภาพ พร้อมแคปชันสั้น ๆ และลงสตอรี่ ปกติเป็นคนไม่ติดโซเชียล ไม่ค่อยลงชีวิตประจำวัน แต่นับจากนี้ไปขอลงเก็บไว้เป็นความทรงจำ ไม่สิ อวดคอนโดหรูต่างหาก
หลังลงสตอรี่เสร็จ รูมเมตของฉันขับรถยนต์หรูราคาหลายสิบล้านมาจอดพอดี แสงเงาวาบวับจนแยงตา
“พี่รวยขนาดนี้เลยเหรอ ที่บ้านทำงานอะไร”
“พ่อแม่ขยันทำงานไม่จำกัดมหาชน” เป็นคำกวนตีนที่ฟังแล้วทำเอาฉันขำทีเดียว พื้นฐานของพี่เขาไม่ธรรมดาแน่นอน ทั้งคอนโด รถยนต์ที่ขับ การแต่งตัวที่ดูดี อีกทั้งออร่าที่ออกมาจากตัวเขาบ่งบอกว่า เขาคือลูกคนรวยมาก
เวลาต่อมา...
ร่างสูงเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน รู้แค่นี้เวลานี้ยังคราคร่ำด้วยผู้คน ฉันเดินตามหลังเขาอีกครั้งจนมีพนักงานพาไปที่โต๊ะ และสแกนคิวอาร์โค้ดสั่งอาหารผ่านมือถือของฉัน เหมือนคนพารู้ใจฉันเพราะข้าวหน้าเนื้อมีพอดี สั่งเครื่องดื่มอะไรเสร็จก็ยื่นโทรศัพท์ให้เขา
“อะพี่อยากทานอะไร”
"..."
มือหนารับมือถือ ฝ่ามือเขาโคตรใหญ่มาก ไอโฟนสิบหกรุ่นธรรมดาดูเล็กไปเลย ระหว่างนี้ฉันกวาดมองภายในร้าน ตกแต่งสไตล์วินเทจ แสงไฟสีส้ม พร้อมดนตรีแจ๊สฟังสบาย ๆ
“หนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
ปวดมิไหวแล้วจ้า ฉันลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่หลังร้านเลย ไอ้กลัวผีนี่ไม่เคยพูดเล่น ไฟยังตกอีก สลัวไม่เกินจริง เป็นการเข้าห้องน้ำที่ระแวงมาก
“โทรศัพท์เธอ” มาถึงโต๊ะเขายื่นโทรศัพท์ให้
“มื้อนี้พี่เลี้ยงด้วยไหม” ชวนคุยระหว่างเราที่เงียบสงบ เผื่อเขาใจป๋าอยากเลี้ยงต้อนรับฉันสักมื้อ
“เป็นใคร ถึงให้ฉันเลี้ยง?” หัวคิ้วดกดำเลิกขึ้นข้างหนึ่งยียวนใส่ ฉันเบ้ปากใส่เขา
"ต้องเป็นด้วยเหรอ"
"ไม่ได้เป็นอะไร จ่ายค่าอาหารเอง" คำตอบนี้ทำฉันยกยิ้ม
"พูดแบบนี้แสดงว่าถ้าเป็นแฟน พี่เลี้ยงให้ใช่ไหม" ฉันหยอกเขาเล่น แต่คำพูดมันชวนคิดนี่นา เขาไม่ตอบกลับแถมทำตาดุดันใส่ด้วย หัวหดเลยสิคะแบบนี้
พอคุยเรื่องนี้แล้ว อยากรู้ว่าเขามีแฟนไหม ถ้ามีต้องสวยมากแน่ ๆ ดูเขาสิ หล่อคม ผิวขาว หุ่นลีนที่ใส่เสื้อเหมือนจะร่างบาง พอถอดออกมาเท่านั้นแหละ กล้ามแขน กล้ามหน้าท้อง ครบสูตรในคนเดียว
ทำไมพอคิดว่าเขามีแฟน ใจฉันถึงได้แป้วขนาดนี้
พออาหารมาแล้วไม่รีรออะไรทั้งสิ้น ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว ไม่พูดจาด้วย สงบเสงี่ยมบนโต๊ะอาหารเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง ซึ่งแค่วันนี้แหละ ปกติสนทนาทุกครั้ง ยิ่งทานข้าวกับพร้อมหน้าพร้อมตากัน ว่าแล้วคิดถึงครอบครัว:(
"หยุดทำหน้าสงสารได้ละ มื้อนี้หารเอาละกัน"
ฉันทำหน้าเศร้าคิดถึงบ้านจ้ะ ไม่ใช่ให้สงสารเพราะไม่เลี้ยงข้าว
เชื่อไหมว่า คำทิ้งท้ายจากปากขุนเขา ทำเอาไอรีนนิ่งไปสักพักใหญ่ ใครจะคิดว่าเขาที่แน่นอนว่าเข้าห้องไปแล้ว กลับแจ้นตัวมากระซิบคำชวนขนลุกข้างหูเธอ จิ้นเขาบ่อย ๆ ระวัง จะโดนจิ้ม! หมายความว่ายังไง เขาจะจิ้มเธอเหรอ? จิ้มแบบไหน?เมื่อคิดตามคำพูด ภาพเลิฟซีนชายหญิงเข้ามาในหัวทันที ไอรีนรีบสะบัดหัว สลัดความคิดอกุศลที่มันกำลังจะครอบงำจิตใจเธอ นึกแล้วทำกายร้อนรุ่ม มวนท้องเหมือนมีสิ่งมีชีวิตบินอยู่เขาพูดแบบนั้นเพื่อขู่เธอเท่านั้นแหละ ก็ในเมื่อเธอจิ้นเขากับเพื่อนมันมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น“บ้าไปแล้วแน่ ๆ หมายถึงฉันที่บ้า” คิดอะไรอยู่ในหัว เขาเป็นเกย์จิ้มเธอไม่ได้หรอก พยายามคิดบวกเข้าไว้ แต่อีกใจหนึ่งกลับคิดอกุศล เลิกคิด ๆเขียนคิ้วเกือบไม่ตรงกันละเนี่ย เนื่องจากต้องไปนัดเลี้ยงสายรหัส ซึ่งตอนนี้เธอกำลังจัดการตัวเองอยู่ไอรีนแต่งตัวน่ารักเสือยืดคอกลมไหล่ตกสีขาว สวมทับเอี้ยมกระโปรงยีนส์ ความยาวเสื้อเอี้ยมอยู่เหนือเข่า ดูไม่โป๊มาก เวลานั่งเลิกขึ้นไม่เยอะ แต่งหน้าเหมือนเช่นทุกวัน สะพายกระเป๋าผ้าเป็นอันเรียบร้อย ดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือแล้วควรจะลงข้างล่างได้ละหญิงสาวยืนรอเพื่อนมารับหน้าคอนโด มือถือโทรศัพท
ไอรีนนั่งกดโทรศัพท์ตอบกลับข้อความสุดท้ายก่อนจะปิดลง ใช้ส้อมจิ้มแก้วมังกร ที่เธอปอกไว้ใส่ปากอย่างสดใส ได้เพิ่มความสดชื่นด้วยผลไม้แบบนี้ร่างกายโคตรฟินเลย อาการเพลียหรือเมื่อยจากกิจกรรมก่อนหน้านี้หายแล้วซึ่งเย็นนี้สายรหัสไอรีนมีนัดเลี้ยงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต้นไม้พี่รหัสเธอทักตั้งแต่เช้าเพื่อแจ้งให้ทราบ ส่งโลเคชั่นให้ด้วยเผื่อมาไม่ถูก และยังบอกอีกว่าถ้าไม่รู้จะไปกับอะไรจะมารับ ไอรีนปฏิเสธบอกว่าไปกับเพื่อนดูก็รู้ว่าพี่รหัสคนนี้กำลังสนใจเธอ ไม่งั้นคงไม่ชวนคุยสารพัดเรื่องให้เธอตอบ ยิ่งเป็นคนมีมารยาทด้วยสิ ถามมาตอบกลับ แต่ค้างไว้สามข้อความที่ต้นไม้ส่งมา มันไม่เกี่ยวกับเรื่องในมหาลัยแล้วละ ขออนุญาตดองแชทก่อน!ไอรีนไม่ใช่คนเลือกมาก ใครทักมาตอบกลับหมดหรือถ้าไม่ชอบจะดองแชทเอาไว้ จนบางทีลบออกจากข้อความก็มี อย่าท้าทายระบบไอรีน เว้นแต่คนที่เธอชอบจะตอบกลับอย่างไว แบบเห็นไข่ปลาสามจุดกำลังเคลื่อนไหวเธอไม่ออกจากห้องแชทละ“พี่ขุน” เงยหน้าเรียกชายหนุ่มร่างสูงพึ่งออกจากห้องนอน เขาใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น ผมไม่เซตดูรก ๆ แต่มันกลับหล่อมากเลย“…?” วันนี้ไม่มีปากพูดรึไง ตวัดตามองอย่างเดียว“เย็นนี้ไอมี
กิจกรรมตามพี่รหัสได้เริ่มต้นขึ้นอย่างตื่นเต้น ซึ่งเป็นวันที่ฉันกับปาล์มรอเวลานี้แหละ อยากรู้ว่าใครโชคดีได้ฉัน แล้วล่าลายเซ็นที่ผ่านมาทำเอาขาลากเลย เสียงแหบเพราะตะโกนและร้องเพลงสารพัดอย่างที่รุ่นพี่สั่ง“คำใบ้ที่ออกคืออะไรเอ่ย”ตอนนี้กระดาษคำใบ้สื่อถึงพี่รหัสของตัวเองอยู่ในมือแล้ว รุ่นพี่ยังไม่สั่งว่าให้เปิด ยืนลุ้นจนมือเย็นเฉียบเลย เวหาแบมือให้ฉันดูว่าเต็มไปด้วยเหงื่อ อีกทั้งมันทาบฝ่ามือบนแขนฉัน เช็ดเหงื่อด้วยหน้าตาเฉยมากคนเรา“มันไม่ใช่เหงื่อ ดูดิไม่ติดแขนแกเลย”“งั้นตื่นเต้นสินะ มือฉันก็เย็น” มือแตะหลังมือเวหา มันรีบสะบัดออกเพราะเย็นกว่าของมันอีก ไม่รู้จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นแค่หาพี่รหัสเอง แน่นอนว่าเป็นผู้ชายสักพักรุ่นพี่ให้เราเปิดดูคำใบ้ที่ได้ เราสามคนเปิดพร้อมกัน ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นจนเห็นลายอะไรบางอย่าง หรี่ตาเล็กลงลุ้นมากว่าจะเขียนอะไรพิเรนรึเปล่า แทบกรี๊ดกับสิ่งที่ได้“แว่น?” ปาล์มโชว์คำใบ้ตัวเองที่เขียนสั้น ๆ ว่าแว่น ซึ่งไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรต่อเลยนอกจากคำนั้นจริง ๆ ทว่าสายตาฉันดันเห็นข้อความเล็กมุมขวาล่างกระดาษ ต้องกับขมวดคิ้วแล้วส่องใกล้“ตรงนี้ยังมีคำอยู่ แกลองส่องใกล้ ๆ อ่า
ฉันตื่นมาในสภาพเสื้อนักศึกษาจากเมื่อวาน แล้วนอนบนโซฟาจนเมื่อยตัวหมดไม่รู้ว่าตัวเองนอนตรงนี้ได้ไงถึงเช้า ลุกขึ้นนั่งปรือตามองในห้องแล้วสะดุดตากับทีวีจอใหญ่กำลังเล่นเพลงอยู่ ถึงว่าหูฉันมันพังรึเปล่าได้ยินเพลงแต่เช้าก่อนจะอึ้งว่าทำไมมันเปิดเอง? ฉันควานหารีโมทไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน หยัดกายขึ้นยืนแทบล้ม โซซัดโซเซเหมือนคนอ่อนแรงขา พอเห็นว่าไอควบคุมทีวีอยู่ตรงไหนรีบหยิบมาปิดเจ้าของห้องอยู่ไหนละเนี่ย คงไม่บ่นฉันหรอกใช่ไหม เชื่อไหมว่าเวลาเขาไม่อยู่ฉันจะแอบเปิดดูหนังผ่านทีวีจอใหญ่นี้ เพราะมันดูหน้าพระเอกแบบเต็ม ๆ ฟินจิกหมอนขาดก็ตรงที่เห็นปากกับปากจูบกันนี่แหละฉันรู้ว่าเขาไม่ได้งก แค่ไม่เข้าใจทำไมถึงไม่ยอมให้เปิดซีรีส์ดู แต่มีบางวันที่เขากลับมาแล้วบังเอิญเห็นฉันเปิดเพลง พี่ขุนไม่ว่าอะไร เหลือบมองจอแล้วเข้าห้องตัวเองเกือบลืมว่ามีเรียนเช้า รีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนดีกว่า ไปช้าเดี๋ยวเพื่อนบ่นอีก ฉันกลับเข้าห้องตัวเองหลังจากห่างกันทั้งคืน คิดถึงเตียงนุ่ม ๆ กลิ่นหอมจากก้านไม้หอมกลิ่นโปรด ล้มตัวนอนปุ๊บตาก็จะปิดอีกแล้ว“ไม่ได้นะ แกต้องอาบน้ำ ใช่”ดีดตัวขึ้นมาแล้วคว้าผ้าขนหนูแล้วรีบเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัว
ขึ้นรถไม่ทันไร ไอรีนชิงหลับซะก่อน มือไม้วางสะเปะสะปะไม่เป็นที่ทาง อาจจะเพราะว่าง่วงหนักก็เป็นไปได้ ไหนจะเรียนและโดนบังคับให้เต้นอีก กระโปรงนักศึกษาก็สั้น ยังดีที่เจ้าหล่อนสวมกางเกงซับในไม่งั้นคงเห็นอะไรต่อมิอะไรถึงคอนโดขุนเขาช้อนตัวอุ้มไอรีนขึ้นห้อง เจ้าตัวคงเหนื่อยมากขนาดโดนย้ายตัวยังไม่ยอมตื่น หลับพริ้มไปในอ้อมกอดกำยำของร่างสูง ขนาดตัวบางเบาราวกับคนไม่ค่อยกินข้าว เขาอุ้มสบายตัวปลิวสแกนนิ้วเข้าห้องเสร็จ วางคนตัวเล็กบนโซฟา จัดท่านอนให้เธอสบายตัวแล้วพาร่างกายแข็งแกร่งอาบน้ำชำระตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ออกมาดูไอรีนพร้อมกับผ้าห่มเจ้าตัวเปลี่ยนนอนตะแคงหน้าหันไปทางพนักพิงโซฟา ขาเรียวขาวยกขึ้นข้างหนึ่งจนกระโปรงเลิกขึ้น เผยให้เห็นกางเกงซับใน ขุนเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามมองข้ามสิ่งดึงความสนใจนั้น เปิดผ้าห่มแล้วคลุมร่างบอบบางที่หลับไม่รู้เรื่องข้าวปลาไม่ทันกิน ตื่นคงบ่นหิว ช่างเถอะ! โตแล้วหัดดูแลตัวเองซะบ้างขุนเขาเตรียมจะก้าวออกจากตรงนั้น เสียงข้อความจากโทรศัพท์ไอรีนดังขึ้นต่อเนื่อง แจ้งเตือนระรัวเข้ามาไม่ขาดสักนาทีเดียว ชายหนุ่มถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดู เป็นเพื่อนผู้ชายที่ชอบวอแ
“รู้จักกันเหรอ?” องศาเอ่ยถามเพื่อนสนิทกับรุ่นน้องเฟรชชี่สลับกัน รุ่นน้องตรงหน้าดูตะลึงอึ้งมากกับสิ่งที่เห็น เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้มีคนเห็น ปกติเล่นกันแบบนี้ที่ไหน แค่จะแซวเพื่อนสาวเล่นแค่นั้นเอง อีกอย่างมันโคตรขนลุกเลย“รู้จักชื่อฉันแล้วเหรอ?”“จริง ๆ อยากรู้ตอนอยู่ในห้อง แต่พี่ขุนเขาไม่ยอมปริปากเลย ทำไมคะ กลัวดอกพิกุลจะร่วงเหรอ” ไอรีนกอดอกยักคิ้วยิ้มแย้ม จากที่เจอเหตุสลดตอนนี้เปลี่ยนอารมณ์แล้ว ต่อให้ในใจยังอึ้งค้างอยู่ แต่ต้องตามสถานการณ์“ในห้อง หมายความว่ายังไง กูงงหมดแล้ว”“หมายถึงอยู่ห้องเดียวกันไง ไอ้ควาย” ออมอยู่แผนกซ้ำเติม ปากร้ายสุดจัดกับองศา เหมือนเป็นคู่เวรคู่กรรมมาแต่ชาติปางก่อน มือสวยดึงแขนแกร่งเพื่อนชายทำหน้าอึ้งงงงวยมายืนด้วยกัน“ทำไมกูไม่รู้เรื่องเลยวะ”“เออ พี่องศาอย่าเข้าใจผิดนะคะ ไอกับพี่ขุนเขาแค่แชร์คอนโดกันอยู่ค่ะ อีกอย่างนอนคนละห้องไม่ได้นอนห้องเดียวกัน สบายใจได้”ไอรีนรีบอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ คลี่คลายความกลัวมีคนเข้าใจผิด เธอพยักหน้าระรัวสื่อว่ามันเป็นความจริง ไม่อยากให้มีเรื่องตามหลัง กลัวล่าลายเซ็นจะยุ่งยากแล้วเธอไม่ผ่านได้ยินไอรีนพูดแก้ตัวอย่างไวแล้วเกิดอาก







