Masuk“ข้าน้อยได้ยินเสียงถ้วยชาตกแตกขอรับ จากนั้นก็ไม่ได้ยินสิ่งใดอีก”
หวังซื่อยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ “แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใด”
“คุณชายใหญ่กลับเรือนไปแล้ว ส่วนนายท่านกลับเข้าห้องหนังสือกำชับว่าไม่ว่าใครก็ห้ามรบกวนขอรับ”
หวังซื่อกุมผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นมาก ในใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองไม่ได้ดั่งใจ นางไล่พ่อบ้านออกไปข้างกายเหลือเพียงแม่นมชุย คนสนิทที่ตามนางมาจากตระกูลเดิม
“ฮูหยิน อย่าโกรธไปเลย คุณหนูเก้าตระกูลกู้ผู้นั้นฟังว่ามอมแมมเหม็นคลุ้ง เห็นทีคงได้คุณชายใหญ่ช่วยกลับมากระมัง นี่เป็นเรื่องดีสำหรับความสัมพันธ์สองตระกูล นายท่านไม่โกรธก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ หาไม่หากไม่ช่วยเหลือสตรีน่ารังเกียจผู้นั้นเกิดพาลหาเรื่องตระกูลเว่ย นั่นย่อมไม่เป็นผลดีนะเจ้าคะ”
“จริงหรือ” หวังซื่อขมวดคิ้ว “แต่เขาไม่เคยเป็นคนใจดีเช่นนี้ เหตุใดยอมรับสตรีตระกูลกู้ผู้นั้นขึ้นรถม้า ฟังดูไม่มีเหตุผลเลย” นางหงุดหงิดจนในใจพลุ่งพล่าน หลายปีมานี้นางแต่งเข้ามาในฐานะฮูหยินเอก แม้ว่าจะเป็นฮูหยินคนที่สองของเว่ยซ่ง แต่กลับรู้สึกว่าไม่ได้ครอบครองจวนนี้อย่างแท้จริง
เดิมทีในจวนสมควรเป็นนางที่ดูแล แต่นอกจากเรือนของนางแล้ว นางกลับไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องอื่นเลย นั่นก็เพราะบุตรชายคนโตที่เกิดจากฮูหยินคนเดิมคนนี้ เว่ยกวงอวี่...
ไม่เพียงอีกฝ่ายจะเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลเว่ยอยู่ก่อนแล้ว แต่ความเย็นชาน่ากลัวของเว่ยกวงอวี่ ก็ยังเลื่องลือจนนางไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับอีกฝ่ายนานๆ...
ได้ยินมาว่า...ตอนที่เด็กคนนี้เพิ่งสิบสองสิบสาม มารดาของเขาถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม เด็กคนนี้ตามสืบจนพบผู้ที่อยู่เบื้องหลัง กระทั่งลงมือสังหารฝ่ายนั้นจนตายตกด้วยตัวเอง!!!
เรื่องผ่านไปนานแล้วแต่คนยังคงพูดถึงไม่หยุดหย่อน เว่ยฮูหยินคนก่อนลือกันว่างดงามอ่อนโยน นางคลอดเว่ยกวงอวี่ จากนั้นยังมีบุตรอีกสองคนเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ฝาแฝดที่ทุกคนล้วนมองว่า...อัปมงคล
ถึงอย่างนั้นตระกูลเว่ยกลับไม่แยแส เลี้ยงดูประคบประหงมบุตรฝาแฝดจนเติบใหญ่ ไม่สนใจคำครหาของคหบดีรอบข้างแม้แต่น้อย
...โดยเฉพาะเว่ยกวงอวี่ผู้นี้ หากเขาได้ยินผู้ใดกล่าวถึงน้องสาวและน้องชายของเขาในทางที่ไม่ดี คนพวกนั้นหากไม่เกิดเรื่องการค้าชะงักงัน ก็เหมือนจะถูกกันออกไปจากวงการค้าที่เกี่ยวข้องกับร้านแลกเงินฟู่กุ้ยทันที!!
ว่ากันเรื่องของความอัปมงคลแล้วนางโมโหนัก คราแรกนางไม่ได้เต็มใจแต่งเข้ามา แต่อำนาจเงินของตระกูลเว่ยและร้านแลกเงินฟู่กุ้ย ทำให้ไม่ว่าผู้ใดจะรังเกียจหรือนินทา แต่ทุกคนก็ทำได้เพียงกล่าวลับหลังอย่างลับๆ ด้วยอย่างไรเสียก็ยังต้องอาศัยตระกูลเว่ยอยู่วันยังค่ำ ทำให้ไม่ว่าเว่ยกวงอวี่จะน่ากลัว หรือตระกูลเว่ยจะมีเบื้องหลังดำมืดเพียงใด ในเมืองหยวนเฉิงนี้ก็ไม่มีใครกล้าล่วงเกินหรือดูหมิ่น!!!
เว่ยกวงอวี่แม้ได้ชื่อว่าเคยสังหารคน แต่เรื่องนั้นก็เกิดขึ้นก่อนที่ราชสำนักจะกวาดล้างยุทธภพ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยถูกดำเนินคดี ผู้คนในเมืองหยวนเฉิงแม้หวาดกลัวเขา แต่ก็ไม่อาจกล่าวล่วงเกินหรือไม่อาจไม่คบหา แม้รังเกียจที่มือเขาเปื้อนเลือด ทว่าต่อหน้าก็ยังต้องทำเป็นเคารพนับถือ
หวังซื่อหันไปมองบุตรชายของตนที่กำลังวิ่งเข้ามา เว่ยซงหยางปีนี้อายุครบแปดขวบแล้ว เขาเองก็เป็นบุตรชายที่เกิดจากฮูหยินเอก เป็นทายาทที่ชอบธรรมเช่นเดียวกันกับเว่ยกวงอวี่
มากไปกว่านั้น...นางเองก็คาดหวังว่าบุตรชายของนางจะสามารถเป็นผู้นำตระกูลเว่ยเช่นกัน!!!
เว่ยกวงอวี่กลับมาถึงเรือนก็เปลี่ยนชุดเดิมออก ในเรือนของเขาอบอุ่นด้วยเตาผิง ทั้งที่ช่วงนี้ด้านนอกอากาศอบอ้าว ลมยังคงพัดกรรโชกดูแล้วฝนอาจจะตกจริงๆ
เส้าชิงเดินเข้ามาพร้อมกับรีบปิดประตู เขานำเสื้อคลุมตัวใหม่เข้ามาให้ผู้เป็นนาย จากนั้นยืนมองเว่ยกวงอวี่นำข้าวของของกู้หรั่นเยวี่ยวางลงไปในกล่องอย่างดี
“เจ้าว่า...” เขายกกวานหยกล้ำค่าขึ้นมาพิจารณา ตัวกวานและปิ่นทำจากหยกชั้นเลิศ ขอบของกวานมีรอยบิ่นเล็กน้อยแต่หากไม่จ้องมองดีๆ ก็ไม่มีทางมองเห็น “นางได้กวานหยกนี้มาอย่างไร”
เส้าชิงเลิกคิ้วมองผู้เป็นนาย “คุณชายหมายความว่าอย่างไร หรือท่านคิดว่ากวานหยกนี้...”
เขาหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าของคนสนิท “ดูๆ แล้วข้าวของทั้งหมดนี้ หากมิใช่ของผู้อาวุโสหรั่นก็คงเป็นของจอมมารพรรคอวิ๋นซานกระมัง”
เส้าชิงอ้าปากค้าง “นางถึงกับกล้ามอบของของคนตายให้ท่าน?!”
“แถมยังรอบคอบที่จะมอบชิ้นที่ไม่มีตราของจอมมารเสียด้วย” เว่ยกวงอวี่วางกวานหยกลงรวมกับข้าวของชิ้นอื่น “ได้ยินมาว่านางส่งจดหมายบอกลาเอาไว้ แต่วันนี้นางกลับยังมีชีวิตอยู่ทั้งยังเดินเข้าจวนอย่างสง่าผ่าเผย เกรงว่านายท่านกู้คงโมโหมากกระมัง”
“เมื่อก่อนไม่เห็นท่านถาม” นางเลิกคิ้ว“เมื่อก่อนไม่อยากรู้ ตอนนี้อยากรู้เพราะซื่อจื่อบอกว่าซุนเก่อให้เจ้าดูภาพวาด”นางหวนนึกไปถึงวันนั้นก็ยิ้มออกมา “เป็นภาพเหมือนของปรมาจารย์กระบี่ของสำนักกระบี่ นางแซ่ไป๋ นามเสวี่ยหรู”“ไป๋เสวี่ยหรู??”“ใช่แล้ว ซุนเก่อบอกว่านางเป็นคนคิดค้นเคล็ดวิชากระบี่คู่ที่เหมือนของข้า แต่ว่าอาจารย์ของข้าไม่ใช่นาง อีกทั้งข้าก็ไม่เคยไปแดนเหนือ เช่นนั้นข้าจะเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่ได้อย่างไร ตามที่เขาเล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าไป๋เสวี่ยหรูผู้นี้มีอายุอยู่ในช่วงเวลาใด เพลงกระบี่ที่เขาใช้ก็ขาดๆ หายๆ ไม่ครบถ้วน อยากให้ข้าประลองกับเขาสักครั้ง บางทีเขาอาจบรรลุว่าเพลงกระบี่เหล่านี้เกี่ยวกันจริงๆ หรือเพียงบังเอิญ”“แล้วเจ้าทำเช่นไร”“ข้าบอกเขาว่าอดีตผ่านไปแล้ว เกี่ยวข้องหรือไม่ไม่สำคัญแล้ว” นางเอนศีรษะพิงไหล่ของเฟิงเสียนกวง “ข้าปฏิเสธที่จะประลองกับเขาหรือผู้ใดก็ตาม เพราะการประลองครั้งนั้นข้าได้รับชัยชนะและได้รางวัลที่พึงพอใจแล้ว”เฟิงเสียนกวงกอดนางพร้อมจุมพิตหน้าผากนวล ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองต้นสนในสวน เยี่ยนเสวี่ยหรูเพียงปล่อยอดีตให้เป็นเรื่องของอดีต ไม่เสาะแสวงหาสิ่งใด
“รู้สึกเหมือนเป็นบ้านแล้วสิ” เขายิ้มจากนั้นเดินออกไปยังโถงด้านหน้า ตอนนั่งรถม้าออกจากจวนรอยยิ้มของเขาก็ยังไม่จางหายความสุขนี้มันชัดเจนจนเขาไม่อาจไม่ยอมรับ แท้ที่จริงการมีใครสักคนเคียงข้าง อีกทั้งนางก็มีใจให้เช่นกันกับเขาที่มีใจให้นาง “ความสุขที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเย็นย่ำเขานั่งรถม้ากลับมาก็พบว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูรออยู่ก่อนแล้ว “ไปกันเถิด”“ไปเลย? ไม่ต้องเปลี่ยนชุด”“ไม่เปลี่ยนแล้ว อย่างน้อยหากท่านราชครูอยากชักสีหน้าจะได้มองชุดขุนนางของข้าก่อนสักนิด”นางหัวเราะ “แล้วหากเขาเองก็ยังไม่เปลี่ยนชุดเล่า”“นั่นสิ” เฟิงเสียนกวงชะงัก “เช่นนั้นให้คนไปบอกท่านแม่ บอกให้นางเร่งให้ท่านราชครูเปลี่ยนชุดก่อนที่เราจะไปถึง?”เยี่ยนเสวี่ยหรูหัวเราะ “ท่านบอกว่าข้าเจ้าเล่ห์มากแผนการ แล้วดูท่านตอนนี้สิ”“ข้าก็เรียนรู้มาจากเจ้าไม่ใช่หรือ”“ไม่ใช่เสียหน่อย!”เขาหัวเราะคว้ามือนาง “ไปกันเถิด”ความจริงคือเยี่ยนเจาเปลี่ยนไปแล้ว ปล่อยวางขึ้น ไม่ได้มีท่าทางเช่นเมื่อก่อนอีก รัชทายาทเติบโตแล้วและราชสำนักก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้มั่นคง อำนาจของฝ่ายรัชทายาทบัดนี้นับว่ามั่นคงหยั่งรากลึก แ
ไม่จำเป็นต้องเป็นสมรสพระราชทาน ไม่จำเป็นต้องมีงานแต่งงานหรูหรายิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม่ทัพเก่งกาจ ขอเพียงเขาเป็นคนดีนิสัยเข้ากันได้ ที่สำคัญคือมีใจให้กัน เพียงเท่านั้นงานแต่งงานนี้ก็นับได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่ผูกสามีภรรยาเคียงคู่ตราบนิรันดร์เยี่ยนเสวี่ยหรูจับริ้วแพรมงคล อีกด้านของริ้วแพรมีสามีของนางจับจูงก้าวเดิน โถงกว้างเพื่อทำพิธีไหว้ฟ้าดินมีเพียงป้ายวิญญาณของบิดามารดาสามี ทว่าการไหว้ฟ้าดินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขคำอวยพรใดล้วนไม่สำคัญเท่าความรักของบ่าวสาวที่มีให้กัน ด้วยนี่เป็นการแต่งงานหลังจากเกิดความรัก มิใช่การจับคู่ของบุพการี ไม่ใช่การบีบบังคับ แต่เป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองคนอย่างแท้จริงในห้องหอ...เยี่ยนเสวี่ยหรูเท้าคางมองสามีของตนด้วยรอยยิ้ม นางปล่อยผมยาวสยายเช่นกันกับเขาที่มองมาด้วยรอยยิ้ม “ยิ้มอะไร”“ยิ้มที่สามีข้าหล่อเหลาน่ามองยิ่ง”เขานั่งลงบนเตียงจากนั้นอุ้มนางวางบนตัก “ขอเพียงเจ้ามองไม่เบื่อเป็นใช้ได้”“เหลวไหลข้าจะเบื่อได้อย่างไร” นางลูบใบหน้าของเขาจากนั้นประคองด้วยสองมือ จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปาก “เอาละ...ได้เวลาล่วงเกินเอาเปรียบท่านจร
นอกจวนมีรถม้าจอดอยู่จริงๆ เยี่ยนเสวี่ยหรูมองเห็นซูม่อแล้ว หญิงสาววิ่งออกไปจากจวนพุ่งขึ้นไปบนรถม้า นางนั่งลงหายใจหอบเล็กน้อย “ท่านรู้เรื่องแล้ว?”“เพียงเสียดายที่ไม่ได้ไปดูการประลอง”“ข้าชนะ” นางยิ้มกว้าง“เหตุใดไม่บอก ไม่ปรึกษา”“ฉุกละหุกเกินไป ข้าเพิ่งเดาได้หลังสนทนากับท่านแม่เรื่องแม่ทัพอวิ๋น อีกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้จริงๆ” นางมองเขาคล้ายเด็กที่เพิ่งทำผิด “แต่ว่า...การประลองกับท่านหญิง”เฟิงเสียนกวงมองนางจากนั้นยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว เยี่ยนเสวี่ยหรูลังเลที่จะพูด “เฟิงเส้าฝู่”“อะไรหรือ” เขาเงยหน้าขึ้นมองนางที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆ“ข้าไม่มีเวลาแล้ว” นางบอกจากนั้นคว้าสาบเสื้อของเขาเอาไว้ทั้งสองมือ“เวลาอะไร เจ้าคิดจะทำอะไร”“ล่วงเกินเอาเปรียบท่าน” แล้วนางก็ชิดใบหน้าเข้าไป จุมพิตริมฝีปากเขา กดทาบนิ่ง... ตอนที่นางดึงใบหน้าถอยออกห่างจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาลังเลกัดปากเล็กน้อย “ตอนนี้ใจเต้นบ้างหรือยัง”เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ ดวงตาคมก้มลงมองนาง ในแววตาคล้ายมีพายุกำลังพัดโหม อยู่ๆ เขาก็คว้ามือของนางเอาไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างสอดเข้าไปคว้าเอวด้านหลัง
นางชนะอย่างใสสะอาด ชนะแบบหมดจดไร้ข้อกังขา สายตาแน่วแน่หนักแน่นมองไปยังเยี่ยนเจา สีหน้าของนางเรียบเฉยเย็นชา ถึงตอนนี้นางเกรงว่าบิดาคงเพิ่งตระหนักว่านางได้ล่วงรู้แผนการของเขาทั้งหมดแล้ว!!!เพิ่งผ่านเข้าไปในประตูจวน เยี่ยนเจาก็หันกลับมาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด เขาพุ่งปราดเข้าไปเงื้อมือตรงหน้าเยี่ยนเสวี่ยหรูสวีซื่อดึงหญิงสาวให้ถอยหลัง นางขยับเอาตัวเองบดบัง “ท่านราชครู!!”“เจ้าถอยไป!”“ท่านกล้าตีนาง? เช่นนั้นก็ตีข้า เอาสิ ตบเลย! วันนี้ข้าจะดูว่าใครจะกล้าลงมือกับบุตรสาวข้า!” สวีซื่อมีท่าทีดุดันไม่สมกับเป็นนางเลย พ่อบ้านตกตะลึง บ่าวไพร่ก้มหน้า“สวีซื่อ! เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้า!”“กล้าสิ ท่านย่อมกล้า เช่นนั้นเอาเลย ข้าเองก็มีมือมีเท้า มาดูกันว่าข้าที่เคยฝึกยุทธ์ยังแดนเหนือ จะเอาชนะราชครูที่เป็นบัณฑิตมาทั้งชีวิตไม่ได้!” สวีซื่อเลิกแขนเสื้อสองข้างขึ้นเยี่ยนเจาชะงัก “ไร้มารยาท”“ท่านสิไร้ยางอาย!”“เจ้า!”“ใช่ข้าเอง ท่านจะทำไม วางแผนโยนบุตรสาวตัวเองเข้าไปแลกกับความยิ่งใหญ่ ตอนนี้ถูกตอบโต้กลับทำเป็นรับไม่ได้ ตัวเองเป็นถึงราชครู แต่คำพูดกลับเหมือนผายลม! รับปากนางแล้วแท้ๆ กลับกล้าตลบหลัง
“หมายรวมถึงหากเขาไม่ยอมแต่งกับเจ้า?”“เพคะฝ่าบาท!”ท่านหญิงเจาจวินเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ “เจ้าเสียสติไปแล้ว? หรือมั่นใจว่าเอาชนะข้า? ได้ยินมาว่าเจ้าเพิ่งเรียนรู้จากอาจารย์ที่ตระกูลลั่วส่งไป แม้ซุนเก่อจะเข้าใจผิดว่าเจ้าเป็นคนของหุบเขากระบี่ แต่ข้าไม่เชื่อว่าข้าฝึกมาตั้งแต่จำความได้ ข้าจะพ่ายแพ้ให้เจ้าที่เพิ่งเรียนรู้”“ท่านหญิงหม่อมฉันไม่มีวรยุทธ์”“เช่นนั้นประลองเพลงกระบี่โดยไม่ใช้วรยุทธ์เพื่อความยุติธรรม!!!”“เช่นนั้นตกลงเพคะ”“กราบทูลฝ่าบาทโปรดทรงพระราชอนุญาต!!”สวีซื่อ...นึกไม่ถึงว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูจะเฉลียวฉลาดถึงขั้นนี้!!!หลอกใช้ท่านหญิงเจาจวิน ทำให้แผนการของเยี่ยนเจาล่มไม่เป็นท่า เรื่องที่เยี่ยนเจารับปากบุตรสาวมีน้อยคนนักที่ล่วงรู้ ดังนั้นเขาจึงแอบไปร่วมมือกับคนอื่นเพื่อกราบทูลขอสมรสพระราชทานทว่ายังไม่ทันเริ่มแผนการ เยี่ยนเสวี่ยหรูกลับลงมือก่อน หลอกยืมมือท่านหญิงเจาจวิน ยั่วโมโหจนอีกฝ่ายสร้างฉากอื่นขึ้นในงานเลี้ยง ขณะเดียวกันก็เปิดโปงคำมั่นของเยี่ยนเจาต่อหน้าฮ่องเต้ ต่อหน้าขุนนางมากมาย ทำให้เขาไม่อาจดำเนินแผนตามที่วางเอาไว้ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือครั้งหน้า!!มองเยี่ยนเสว
เขากำลังจะเดินผ่านเข้าประตูจวน หากแต่เมื่อเห็นรถม้าตระกูลกู้เว่ยกวงอวี่ก็เดินกลับมา กู้หรั่นเยวี่ยวางม่านรถม้าลง เซิงจื่ออวี๋มองนางด้วยสายตาพราวระยับ“หากเจ้ากล้าพูดจาเหลวไหลวันนี้ ข้าจะเปิดโปงว่าเจ้าใช้วังตะวันออกเพื่อการส่วนตัว”เห็นอีกฝ่ายเม้มปากเป็นเส้นตรงไม่พูดอะไรแล้วพยักหน้า กู้หรั่นเยวี่ยได
เว่ยซ่งยืนมองบุตรของตนอยู่ในมุมทางเดินอันเงียบงัน สิบห้าปีมานี้แม้ดูเหมือนเขากับบุตรชายคนโตอยู่ร่วมกันอย่างสงบ แต่ในใจของเขารู้ดีว่าความผิดในอดีตแม้ผ่านไปนาน ความรู้สึกที่กัดกินในใจก็ยังคงอยู่ปีนั้น...เว่ยกวงอวี่เพิ่งแปดขวบ เขาพาบุตรชายเข้าสำนักหอนทีไปด้วย หลังตามหาฮูหยินมานานแล้วไม่พบ จริงๆ เขายอ
“ที่กลับมาได้อย่างสง่าผ่าเผยก็เพราะคุณชายใจดีรับนางกลับมาด้วย หาไม่หากให้นางเดินกลับมาเองสภาพคงเอน็จอนาถกว่านี้ หากตอนเช้ามีข่าวลือแปลกๆ ออกไป ข้าเกรงว่าท่านเองก็คงจะพลอยลำบากไปกับนางด้วย” เส้าชิงพึมพำเว่ยกวงอวี่ได้ยินแต่กลับไม่พูดอะไร เขามองไปที่มีดสั้นของจอมมาร “ตั้งแต่เมื่อไรกันที่คุณหนูเก้าตระ
ชายหนุ่มเหลือบไปมองพ่อบ้าน อีกฝ่ายหลบสายตาของเขาทันที “ลูกมีเรื่องอยากสนทนากับท่านพ่อ...ตามลำพังขอรับ”เว่ยซ่งโบกมือไล่พ่อบ้าน ทุกคนก้าวถอยหลังออกไปไม่เว้นแม้แต่เส้าชิง เว่ยกวงอวี่เดินไปตรงหน้าบิดา แหวกเสื้อคลุมออกจากนั้นวางเสื้อคลุมเก่าๆ ที่ห่อข้าวของบางอย่างเอาไว้รวมกัน เขาเลือกหยิบป้ายหยกออกมาเ







