مشاركة

ตอนที่5

مؤلف: Tastsu
last update تاريخ النشر: 2026-10-23 22:49:23

“องค์ชายเจ็บมากหรือไม่เพคะ” นางใช้ผ้าเช็ดเลือดให้

“ไม่เจ็บมากเท่าไร ว่าแต่พวกที่มาใหม่นั้นเจ้ารู้จักไหม”

จิวเมี่ยวส่ายหน้า “ไม่เพคะ”

“งั้นรึ”

ข้าถอนหายใจตอนนี้เสียทั้งคนทั้งรถม้าเหลือเพียงข้าและจิวเมี่ยวสองคน มองแขนตัวเองที่ถูกจับ ถูกลูบไล้แล้วรู้สึกขยะแขยงนัก ทั้งใบหน้าก็ถูกสัมผัสจนอยากจะอาเจียนอีกรอบ

การฆ่าฟันดำเนินไม่นานนักทุกอย่างก็เริ่มสงบลง ข้าแอบมองบุรุษผู้นั้นที่กำลังยืนมองซากศพก่อนที่สายตาจะประสานกับข้าพอดีและกำลังเดินเข้ามาหา

“นะ..หนีดีไหมเพคะ”

“อะ..อืม…”

ขณะที่กำลังคิดจะหนี เสียงเรียกก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ช้าก่อนพวกท่านอย่าเพิ่งหนี พวกข้ามาดี”

ข้าหันหน้าไปมองก่อนจะเบิกตากว้าง คนผู้นี้ข้าเคยเห็นที่หน้าปกนิยายแม้อยู่ริมแต่ก็เด่นสะดุดตาด้วยใบหน้าที่หล่อเหลา แม้นักเขียนจะบอกว่าพระเอกของเรื่องหน้าตาดีที่สุดก็ตามแต่สำหรับข้าฮาเร็มคนอื่นหล่อเหลากว่านัก

ไม่ใช่แค่ข้าที่ตกใจเพราะเขาเองก็ตกใจที่เห็นข้าเหมือนกัน

“ซูเม่ยเองรึ”

ข้าอึกอักเล็กน้อยคงต้องแสดงละครเป็นซูเม่ยโดยไม่เผยพิรุธ ข้าจึงพยักหน้ารับแล้วยิ้มให้ แต่เขาเพียงนิ่งไม่ได้มีทีท่าเป็นมิตรเท่าไรนัก

“เจ้าบาดเจ็บหรือไม่”

“บาดเจ็บเล็กน้อยแต่ไม่เป็นอะไรมาก ขอบคุณท่านที่ช่วย”

“ไม่เป็นไร…แต่คนของเจ้าถูกฆ่าตายหมดสิ้นแล้วทั้งรถม้าก็เสียหาย หากเจ้ามาเป็นทูตเหมือนกันขึ้นรถม้าไปพร้อมข้าก็ย่อมได้”

“แน่นอนข้าจะไปกับท่าน”

ข้ายังคงยิ้มให้แต่เหวินอี้ยังคงหน้านิ่งอีกเช่นเคย ข้าลอบถอนหายใจไม่แปลกที่จะมีท่าทีต่อข้าเช่นนี้ในเมื่อข้าเป็นตัวร้ายที่เคยรังแกเจียวจิงนางเอกของเรื่องที่เขาหลงรัก

ข้าและจิวเมี่ยวเดินตามเหวินอี้เข้าไปในรถม้า ลอบมองเขาที่นั่งตรงข้ามและกำลังอ่านบางอย่าง ท่าทางจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาดาบ

“ท่านชอบเรื่องวิชาดาบรึ”

“ใช่”

“ข้าเห็นท่านตวัดเพียงไม่กี่ดาบก็ฆ่าโจรป่าอย่างมากมาย ท่านเก่งกาจนัก”

“ขอบคุณ”

ยังคงก้มหน้าและไม่ได้มองข้าสักนิด

ข้าเริ่มโมโหจึงกอดอกหันหน้าไปทางหน้าต่างไม่สนใจเขาเช่นกัน จนกระทั่งรถม้าเคลื่อนตัวเข้าเมืองหลวงของแคว้นหลิง ข้าจึงเริ่มอารมณ์ดี มองพ่อค้าแม่ค้ากำลังค้าขายคึกคัก ผู้คนมากมายเดินชม หากแต่หลายคนกลับจับจ้องข้าไม่วางสายตา โดยเฉพาะผู้ชาย

ไม่อยากจะเชื่อว่าทุกคนต่างมองข้าอย่างชื่นชม ทั้งที่ในชีวิตจริงข้านั้นมักถูกลืม ได้แต่ทำตัวอึมครึมอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ และแต่งนิยายเลี้ยงตัวเองไปวันๆ แต่ตอนนี้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

นั่นสิเพราะข้าคือซูเม่ย….

ข้ารับรู้ว่าเหวินอี้มองอยู่ตลอดเวลา จึงหันไปมองและสายตาเราก็ประสานกัน เราไม่ได้มองกันอย่างหวานเชื่อมหรือเป็นมิตร แววตาของเขานั้นช่างเย็นชาคล้ายมองว่าข้านั้นเป็นพวกต้องการผู้ชายถ้าให้บอกภาษาชาวบ้านคงหมายถึงกำลังอ่อยอยู่ แม้ไม่พูดแต่แววตาแบบนี้ข้าก็พอเดาออกและไม่ชอบใจนัก

“นี่ท่าน…” ขณะกำลังจะเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ จู่ๆ รถม้ากลับหยุดกะทันหันจนหัวข้าเกือบโขกขอบหน้าต่าง

“องค์ชายเป็นอย่างไรบ้างเพคะ” จิวเมี่ยวถามอย่างร้อนรน ส่วนข้าขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจนัก เหวินอี้เปิดประตูรถม้าเอ่ยถามคนขับ

“เกิดอะไรขึ้น”

“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ เห็นรถม้านำขบวนหยุดกระหม่อมจึงหยุดตาม”

ไม่นานคนขับรถม้านำขบวนด้านหน้าสุดก็รีบมารายงาน

“องค์ชาย รถม้าขบวนหน้าของใครไม่ทราบท่าทางจะเกิดเรื่อง”

“งั้นรึ”

ว่าพลางรีบลงจากรถแล้วเดินไปยังจุดเกิดเหตุ ข้านั้นก็รีบวิ่งตามอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าเกิดเรื่องอะไรถึงขั้นต้องหยุดรถ

แต่ด้วยเสื้อผ้าที่ยาวรุ่มร่ามและสีสันแสบตาทำให้ข้าเริ่มอารมณ์เสียมากขึ้น ร้อนก็ร้อน หงุดหงิดก็หงุดหงิด แต่เมื่อเดินไปด้านหน้ารถม้าคันดังกล่าว ก็เห็นหญิงสาวสองนางกำลังช่วยพยุงหญิงชราให้ลุกยืน ดูจากด้านหลัง พวกนางใส่ชุดต่างจากชาวบ้าน และหนึ่งในสองนางนั้นแต่งตัวเหมือนหญิงสูงศักดิ์หากข้าเดาไม่ผิดนางน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์

เหวินอี้รีบไปช่วยทันทีเมื่อเห็นหน้าของนาง

ส่วนข้านั้นพลันหยุดชะงักชั่วครู่ เมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวในชุดสูงศักดิ์ นางคือองค์หญิงเจียวจิง นางเอกของเรื่องนี้ผู้ที่อยู่เด่นหราในหน้าปกนิยาย โดยมีผู้ชายล้อมรอบ!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่11

    กว่าจะถึงด้านล่างขาของข้าก็สั่นจนแทบก้าวเดินไม่ออก จิวเมี่ยวก็ไม่ไหวเช่นกัน แต่ไม่มีใครสนใจสองนายบ่าวที่แทบตายสองคนนี้เลยสักนิด ความรู้สึกตอนนี้คือพวกเราสองคนนั้นเกะกะ และไร้ตัวตนสุดๆพอขึ้นบนรถม้าได้ก็ต้องถอนหายใจยาวและเอนหลังทันที คิดถึงเตียงนักกะจะไปนอนสบายในตำหนักแต่ไม่รู้ว่าฮ่องเต้คิดเล่นพิเรนอะไร ถึงให้พวกเราปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาและแวะที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อเดินเที่ยวชมตลาดข้ากับจิวเมี่ยวฝืนสังขารและค่อยๆ เดินดูของกันสองคน ส่วนคนอื่นก็เดินเกาะกลุ่มกันไป“จิวเมี่ยวเจ้าชอบหรือเปล่า” ข้ามองเครื่องประดับหลากสีที่น่าจะเอาไว้ติดผม คิดว่าของพวกนี้จิวเมี่ยวน่าจะชอบ“สวยเพคะ” นางก็หยิบจับอย่างพอใจ“ดูเครื่องประดับหรือเจ้าคะ” เจียวจิงเดินมาหาข้า“อะ..อืม”นางมองแล้วยิ้ม “สวยงามนัก จิวเมี่ยวต้องเหมาะกับเจ้าอย่างแน่นอน”“องค์…ท่านเจียวจิงชมข้าน้อยเกินไปแล้ว”“เจ้าอย่าถ่อมตัวเลย เจ้าเหมาะนัก เอ่อ…อีกอย่างท่านซูเม่ยข้าอาจจะพูดเหลวไหลแต่ท่านก็เหมาะไม่แพ้กัน”“ข้าเป็นชาย จะเหมาะได้อย่างไร” ข้าขมวดคิ้ว“ขะ..ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าช่างเสียมารยาทนัก”“ไม่เป็นไร…จิวเมี่ยวถ้าเจ้าชอบ ข้าจะซื้อให้”“แ

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่10

    เช้าต่อมาข้าและคนอื่นจากแคว้นใต้อาณัติได้เดินทางพร้อมฮ่องเต้เพื่อไปไหว้พระบนภูเขา ซึ่งเป็นวัดที่ฮ่องเต้หย่งเล่อนับถือ ข้านั่งมองทิวทัศน์ด้านนอกจากในรถม้า พลางชื่นชมรอบข้างอย่างยินดี สายลมอ่อนๆ ชวนให้น่าหลับใหลยิ่งนัก“ที่นี่ต้นไม้ ต้นหญ้าล้วนเขียวชอุ่มนัก”จิวเมี่ยวพยักหน้า “นั่นสิเพคะ….หม่อมฉันรู้สึกว่าสวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมต่อแคว้นซื่อเลยจริงๆ”ข้าถอนหายใจ นางคงรักแคว้นซื่อมากจริงๆ แต่ว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่นางจะได้กลับแคว้นบ้านเกิดในเมื่อฮ่องเต้ยังต้องการกดหัวแคว้นทั้งสี่อยู่แบบนี้ แต่ถ้ากดหัวไม่อยู่เมื่อใดพวกเราที่เป็นตัวประกันก็ตายเมื่อนั้นข้าจึงทำได้เพียงพูดปลอบ “เจ้าอย่าได้เศร้าเลย…ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราสองคนไหว้พระขอพรเพื่อขอให้แคว้นซื่อเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ดีไหม”นางยิ้มทันที “เพคะ”เดินทางมาได้สักพักจึงมาถึงที่หมาย แต่ว่าพอเห็นบันไดที่ใช้เดินขึ้นภูเขาไปยังวัดแล้วข้าก็เริ่มถอดใจ มันสูงมากจริงๆ เหมือนวัดไทยที่มีบันไดสูงๆ จากตีนเขาไปจนถึงยอดเขาทุกคนเริ่มก้าวเดิน ข้าก็ต้องจำใจเดินตามไป เหล่าฮาเร็มบางคนก็อยู่ไม่ห่างจากเจียวจิงเลย ประคบประหงมกันดีจริงๆ ส่วนข้านั้นนอกจากจิว

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่9

    “หึ อย่างเจ้าจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้” เฟิงอวิ๋นพูดพลางหัวเราะเยาะข้าถอนหายใจท่าทางเจ้าพวกนี้จะไม่ยอมเชื่อข้าง่ายๆ“แล้วจะให้ข้าทำยังไงพวกท่านถึงจะยอมเชื่อ”“ไม่มี” เหวินอี้เป็นคนตอบ น้ำเสียงที่เย็นชาทำให้ข้าลุกยืนอย่างหงุดหงิดทันทีแม้โลกความจริงข้าจะด่าคนอื่นในใจและจินตนาการว่าต่อยคนอื่นในหัว แต่ว่านี่คือในนิยายข้ามีความกล้ามากกว่าหลายเท่านัก อยากยกเท้าถีบเรียงคนจริงๆ เป็นแค่กระดาษมีชีวิตแท้ๆ“ในเมื่อพวกท่านไม่เข้าใจ ข้าจะไปหาเจียวจิง นางจะต้องเข้าใจข้าแน่ๆ”ข้าลุกเดินไปหานางแต่ขณะที่ข้ากำลังจะถึงตัว แขนก็ถูกกระชากและถูกผลักให้ออกห่าง เหล่าองค์ชายทั้งสามต่างมายืนขวางข้าและปกป้องนางที่นั่งมองอย่างงงๆ ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนนางเป็นดอกไม้งาม ข้าคือแมลงร้าย ส่วนเจ้าพวกนี้คือยาฆ่าแมลง!เอาเถอะ ไม่แปลกก็ข้านั้นเป็นตัวร้าย พวกเขาก็คงกังวลเป็นธรรมดา ดังนั้นข้าจะไม่โกรธ ยังยิ้มแย้ม ไม่แสดงออกว่าไม่พอใจหรือร้ายกาจ ทั้งที่ใจจริงเริ่มจะไม่ไหวแล้ว“ข้าก็แค่อยากเข้าไปพูดคุยกับเจียวจิงสักหน่อยเท่านั้น ถ้าพวกท่านไม่พอใจข้าก็จะกลับไปนั่งที่เดิมก็ได้” เจียวจิงรีบเชิญให้ข้านั่ง แต่มีหรือที่เหล่าฮาเร็ม

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่8

    แอบเห็นพวกเหวินอี้ขมวดคิ้ว ท่าทางข้าจะเดาผิด ซูเม่ยเจ้าอายุเท่าใดกันนะข้าก็ดันลืมเสียด้วยสิเจียวจิงนางยิ้มให้ข้า ข้าก็ยิ้มตอบเพราะเรื่องเมื่อครู่นางไม่ผิด ข้าจะยังคงดีกับนาง ถ้าข้าไม่สติแตกเสียก่อนข้ายิ้มให้องค์ชายเหวินอี้และองค์ชายหยางชุนจากแคว้นอีและซานตามลำดับ แม้นิสัยทั้งสองจะไม่เหมือนกัน หนึ่งคนเยือกเย็นนิ่งเฉย หนึ่งคนเจ้าชู้ใจร้อน แต่ที่เหมือนกันคือไม่มีใครยิ้มตอบให้ข้าสักคน ทำให้ยิ้มของข้าครั้งนี้เป็นหมันหลังจากพูดคุยกับฮ่องเต้พอเป็นพิธี ทุกคนต่างเดินออกจากท้องพระโรงเพื่อกลับตำหนัก และจะมาเจอกันอีกครั้งที่งานเลี้ยงต้อนรับตอนเย็น ขณะเดินออกมาด้านนอกเจียวจิงได้พูดคุยกับข้าอย่างเป็นมิตร แต่จู่ๆ ข้าก็ถูกใครบางคนผลักจากด้านหลังจนล้มลง“โอ๊ย”เข่าข้ากระแทกกับพื้นอย่างจัง จิวเมี่ยวที่ยืนรออยู่ด้านนอกรีบเข้ามาช่วยพยุง เมื่อเงยหน้ามองจึงรู้ว่าเป็นหยางชุนที่ผลักข้า“ท่านผลักข้าทำไม!”“อ้าวมีคนด้วยรึ นึกว่าของชั้นต่ำขวางอยู่”ข้าเงื้อมือขึ้นสูงกำหมัดแน่นหวังต่อย“แน่ใจว่าเจ้าจะทำร้ายข้าในเขตท้องพระโรงเช่นนี้” พูดจาว่ากวนแล้วแต่หน้าตายียวนกว่ามือที่เงื้อสั่นเทา ลังเลอยู่นานสุดท้ายจึงลด

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่7

    “กรี๊ดดดดด”หญิงชราล้มลงอีกครั้ง ความชุลมุนบังเกิดข้าบีบแขนนางแล้วตะคอกใส่“สารภาพสิว่าเจ้าเป็นหัวขโมย! สารภาพมา!”ปึก!“องค์ชาย!”ข้านั้นถูกกระชากแล้วผลักจนล้มลงอย่างแรงอีกครั้ง ปลายดาบของเฟิงอวิ๋นจ่อที่คอข้า“หยุด! หากเจ้ายังไม่หยุดข้าจะสั่งให้ทหารนำตัวเจ้าไปขัง!”ข้ามองไปรอบๆ ตอนนี้ข้ากลายเป็นคนเลวในสายตาคนอื่นไปหมดสิ้นแล้ว เฟิงอวิ๋นแทบอยากจะฆ่าข้า เหวินอี้มองข้าอย่างเย็นชาจนแทบกลายเป็นเศษดินมากกว่าเดิมข้าหันไปมองเจียวจิงแล้วยิ้มให้“เจียวจิงเจ้าเชื่อข้าใช่ไหม ข้าเป็นเพื่อนเจ้านะ”นางหลบสายตา“เจ้ากลับแคว้นเจ้าไปซะ ที่นี่ไม่ยินดีต้อนรับคนอย่างเจ้า!”“จะยินดีหรือไม่ ไม่สำคัญในเมื่อตอนนี้ข้าเป็นทูตจากแคว้นซื่อ ถ้าท่านจะไล่ข้ากลับไปฮ่องเต้คงจะไม่พอพระทัย” ข้ายกยิ้มเหมือนผู้ชนะส่วนเขาฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ“เอาดาบออกไปจากคอข้าซะ!”เฟิงอวิ๋นยังคงนิ่ง เรามองตากันไม่ลดละไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งเจียวจิงเอ่ยขอร้องเขาถึงยอมเก็บดาบอย่างไม่เต็มใจ ยายแก่ถูกเจียวจิงพยุงพาไปหาหมอ แน่นอนว่าเฟิงอวิ๋นย่อมตามนางไปข้ามองเหวินอี้เพื่อขอให้เขาเข้าใจ“เจ้าเดินไปวังหลวงเองเถอะ”เขาพูดเพียงเท่านั้นแล้วเดินกล

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่6

    เจียวจิงนางนั้นสวยก็จริงแต่ซูเม่ยงามกว่านางมากนัก จนข้าต้องตั้งคำถามกลับว่าคนเขียนต้องการสื่ออะไรกันแน่“เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า”“ไม่เพคะ หม่อมฉันเพียงมาช่วยท่านยายที่ล้มลงกลางทางเท่านั้น”“ดีแล้ว”เหวินอี้ยิ้มให้ทันที ทั้งที่เมื่อครู่ยามอยู่กับข้ายังทำหน้าเรียบเฉยอยู่เลย ข้าแอบไม่พอใจเพียงข้าเป็นตัวร้ายถึงกับยิ้มให้ไม่ได้เชียวหรือเจียวจิงเมื่อเห็นข้านางตกใจพอสมควรแล้วรีบก้มหัวให้“องค์ชายซูเม่ย”ข้าก็ก้มหัวตอบข้าจะไม่เป็นตัวร้าย ข้าจะเป็นคนดี ดังนั้นข้าจะทำดีกับนาง ข้าจะได้มีความสุขไม่ต้องลำบากลำบนถูกคนอื่นรังเกียจ“ถอยห่างจากเจียวจิงซะ”เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมปรากฏบุรุษผู้หนึ่งที่เดินมา ร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพสวรรค์มาจุติคือสิ่งที่เจ้านักเขียนนั่นบรรยายพระเอกของเรื่องนี้เขาโอบตัวนางเข้าอ้อมกอด ทั้งยังมองข้าด้วยสายตารังเกียจ แต่นางนั้นกลับขัดขืนเล็กน้อยและละจากอ้อมกอดอย่างเขินอายเหมือนหญิงสาวที่ต้องการรักษาพรมจรรย์ ทำตามจารีตประเพณีที่ดีงาม“ให้ข้าถอยไปรึ ทำไมต้องให้ข้าถอยไป”“ต้องรอให้เจ้าทำร้ายเจียวจิงก่อนรึ”แววตาและท่าทางที่ไม่เป็นมิตร บ่งบอกความเป็นศัตรูขององค์ช

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status