مشاركة

ตอนที่4

مؤلف: Tastsu
last update تاريخ النشر: 2026-10-23 22:47:39

การเดินทางใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนกว่าจะถึงแคว้นหลิง และนั่นก็ทำให้ข้าและจิวเมี่ยวสนิทกันมากขึ้น นางไม่ค่อยกลัวข้าเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ขณะที่ขบวนกำลังจะเดินทางเข้าใกล้เมืองหลวงในอีกไม่ช้า จู่ๆ รถม้าก็หยุดลง

ข้าเปิดหน้าต่างพลางชะโงกหน้ามอง ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดและเสียงต่อสู้ที่ดังมาจากรถม้านำขบวนคันหน้าสุด

เกิดเรื่องอะไรขึ้น!

“องค์ชายเกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกเราเจอโจรป่า!” คนขับรถม้าเปิดประตูบอกอย่างตื่นตระหนก

“ขับหนีพวกมันไปให้ได้! ฝ่าผ่านพวกมันไปยังเมืองหลวงแคว้นหลิงเดี๋ยวนี้!”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

ข้าไม่รู้ว่าโจรป่ามันมีจำนวนมากแค่ไหน แต่สถานการณ์ฝ่ายข้าย่อมเพลี่ยงพล้ำแน่นอน ทหารที่ร่วมเดินทางมามีไม่กี่นาย ถ้าไม่หนีคงไม่น่าจะรอด

ข้าชะโงกหน้ามองด้านนอกอีกครั้งเห็นรถม้าของข้ารับใช้พลิกคว่ำ ไม่ทราบชะตากรรมของพวกนางด้านในแต่ว่าดูจากสภาพแล้วก็ได้แต่ภาวนา ขณะที่รถม้าของข้ากำลังจะขับฝ่าไป ธนูก็พุ่งยิงคนขับจนร่วงหล่น ทำให้ตอนนี้รถม้านั้นไร้การควบคุมเสียแล้ว!

“ทำยังไงดีเพคะองค์ชาย!” จิวเมี่ยวกรีดร้องเมื่อรถม้าเสียการควบคุม ข้าเปิดประตูเพื่อคิดจะจับบังเหียนม้าเพื่อควบคุมมันแทน แต่กลับมีโจรป่าคนหนึ่งกระโดดขึ้นมาจับสายบังเหียนเสียก่อนแล้วบังคับม้าให้หยุดลง

ไม่ใช่เรื่องราวน่ายินดีสักนิดที่ม้าหยุดวิ่งเพราะต้องมาเจอเรื่องที่เลวร้ายยิ่งกว่า ข้าดึงจิวเมี่ยวให้อยู่ด้านหลังเพราะยังไงนางก็เป็นผู้หญิงสมควรถูกปกป้อง แม้นางจะเป็นแค่ตัวละครในนิยายหากแต่นางยังสำคัญต่อข้า ดังนั้นนางจะเป็นอันตรายไม่ได้

โจรป่าหน้าตาอัปลักษณ์จ้องมองเราสองคนแล้วเบิกตากว้างคล้ายมันได้เจอของล้ำค่า ข้ากันจิวเมี่ยวมากขึ้นเมื่อมองแววตาที่หื่นกระหายของมัน มือโสโครกยื่นมาจับแขนของข้าแล้วกระชากให้ออกไปจากรถม้าทันที

“องค์ชาย!”

จิวเมี่ยวร้องเสียงหลงแล้วรีบวิ่งตามลงมา

ทันทีที่พวกมันเห็นข้าต่างมองกันตาค้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นหื่นกระหาย ทุกสายตามองข้าเพียงจุดเดียวไม่สนใจจิวเมี่ยวสักนิด ข้านั้นสะท้านในใจเมื่อนึกได้ว่าซูเม่ยนั้นงดงามเพียงใดไม่แปลกที่พวกมันจะมองด้วยสายตาเช่นนี้

ข้าสะบัดแขนที่ถูกจับแต่มันกลับไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยมือสกปรกของเจ้าซะ รู้หรือไม่ว่าคนผู้นี้คือใคร!” จิวเมี่ยวรีบมายืนข้างข้าแล้วตะโกนบอก หากแต่นางกลับถูกผลักจนล้มลง

“จิวเมี่ยว!”

ข้ามองใบหน้าโจรป่าอัปลักษณ์อย่างไม่พอใจ

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าเป็นองค์ชายแคว้นซื่อและตอนนี้เดินทางมาเป็นทูตแคว้นหลิง หากเกิดอะไรขึ้นกับพวกข้า พวกเจ้าไม่รอดแน่”

“ฮ่าๆ ๆ พวกข้าไม่กลัว แต่เป็นถึงองค์ชายท่าทางน่าลิ้มลองกว่าเดิม” ว่าแล้วพวกมันหลายคนก็เข้ามาล้อมข้าไว้

ข้าใช้มืออีกข้างกำหมัดต่อย เเต่กลับถูกมันจับไว้ได้ ตอนนี้เเขนทั้งสองข้างของข้าไร้อิสระเเล้ว ได้ยินเสียงจิวเมี่ยวร้องจะเข้ามาช่วยแต่ก็ถูกผลักให้ล้มตามเดิม มือมากมายจากพวกมันเริ่มมาสัมผัสส่วนต่างๆ ของข้า

“อ๊ากกก”

ข้าใช้ฟันกัดมือของมันคนหนึ่งที่จับใบหน้าข้าจนเลือดอาบ

เพี๊ยะ!

“เจ้ากล้ามาก! สงสัยชอบความรุนแรง ได้! เดี๋ยวพวกข้าสนองให้!”

ข้ามองพวกมันตาขวางเมื่อถูกตบ ขณะที่กำลังจะสู้จนตัวตายก็ได้ยินเสียงรถม้าที่กำลังวิ่งมา พวกมันต่างหันไปมองก่อนจะรีบละจากตัวข้าแล้วยกดาบขึ้นพร้อมสู้

“องค์ชายเป็นอะไรหรือไม่เพคะ”

จิวเมี่ยวรีบมาหาข้าทันที พอนางเห็นแก้มที่แดงและมุมปากมีเลือดไหลก็ร้องอย่างตกใจ

“พวกมันบังอาจนักที่ทำองค์ชายขนาดนี้!”

ข้าไม่ได้พูดตอบ แต่กำลังมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า พวกโจรป่ามันกำลังต่อสู้กับคนกลุ่มหนึ่ง ข้าเพ่งตามองบุรุษผู้หนึ่งที่อยู่ไกลจากข้าพอสมควร เขาเพียงยกดาบฟันไม่กี่ครั้งก็สามารถฆ่าโจรป่าได้แทบหมดสิ้น

“อะ..อ่อกก” ทั้งข้าและจิวเมี่ยวต่างก็ก้มหน้าอาเจียน แม้จะเป็นเรื่องในนิยายก็เถอะแต่การที่เห็นการฆ่าฟันแล้วเลือดไหลไส้ทะลักตรงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องที่ยืนดูอย่างไม่สะทกสะท้าน ข้าไม่รู้ว่าพวกที่มานั้นมาดีหรือมาร้ายจึงไปหลบซ่อนกับจิวเมี่ยวที่หลังต้นไม้ใหญ่

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่11

    กว่าจะถึงด้านล่างขาของข้าก็สั่นจนแทบก้าวเดินไม่ออก จิวเมี่ยวก็ไม่ไหวเช่นกัน แต่ไม่มีใครสนใจสองนายบ่าวที่แทบตายสองคนนี้เลยสักนิด ความรู้สึกตอนนี้คือพวกเราสองคนนั้นเกะกะ และไร้ตัวตนสุดๆพอขึ้นบนรถม้าได้ก็ต้องถอนหายใจยาวและเอนหลังทันที คิดถึงเตียงนักกะจะไปนอนสบายในตำหนักแต่ไม่รู้ว่าฮ่องเต้คิดเล่นพิเรนอะไร ถึงให้พวกเราปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาและแวะที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อเดินเที่ยวชมตลาดข้ากับจิวเมี่ยวฝืนสังขารและค่อยๆ เดินดูของกันสองคน ส่วนคนอื่นก็เดินเกาะกลุ่มกันไป“จิวเมี่ยวเจ้าชอบหรือเปล่า” ข้ามองเครื่องประดับหลากสีที่น่าจะเอาไว้ติดผม คิดว่าของพวกนี้จิวเมี่ยวน่าจะชอบ“สวยเพคะ” นางก็หยิบจับอย่างพอใจ“ดูเครื่องประดับหรือเจ้าคะ” เจียวจิงเดินมาหาข้า“อะ..อืม”นางมองแล้วยิ้ม “สวยงามนัก จิวเมี่ยวต้องเหมาะกับเจ้าอย่างแน่นอน”“องค์…ท่านเจียวจิงชมข้าน้อยเกินไปแล้ว”“เจ้าอย่าถ่อมตัวเลย เจ้าเหมาะนัก เอ่อ…อีกอย่างท่านซูเม่ยข้าอาจจะพูดเหลวไหลแต่ท่านก็เหมาะไม่แพ้กัน”“ข้าเป็นชาย จะเหมาะได้อย่างไร” ข้าขมวดคิ้ว“ขะ..ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าช่างเสียมารยาทนัก”“ไม่เป็นไร…จิวเมี่ยวถ้าเจ้าชอบ ข้าจะซื้อให้”“แ

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่10

    เช้าต่อมาข้าและคนอื่นจากแคว้นใต้อาณัติได้เดินทางพร้อมฮ่องเต้เพื่อไปไหว้พระบนภูเขา ซึ่งเป็นวัดที่ฮ่องเต้หย่งเล่อนับถือ ข้านั่งมองทิวทัศน์ด้านนอกจากในรถม้า พลางชื่นชมรอบข้างอย่างยินดี สายลมอ่อนๆ ชวนให้น่าหลับใหลยิ่งนัก“ที่นี่ต้นไม้ ต้นหญ้าล้วนเขียวชอุ่มนัก”จิวเมี่ยวพยักหน้า “นั่นสิเพคะ….หม่อมฉันรู้สึกว่าสวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมต่อแคว้นซื่อเลยจริงๆ”ข้าถอนหายใจ นางคงรักแคว้นซื่อมากจริงๆ แต่ว่าไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่นางจะได้กลับแคว้นบ้านเกิดในเมื่อฮ่องเต้ยังต้องการกดหัวแคว้นทั้งสี่อยู่แบบนี้ แต่ถ้ากดหัวไม่อยู่เมื่อใดพวกเราที่เป็นตัวประกันก็ตายเมื่อนั้นข้าจึงทำได้เพียงพูดปลอบ “เจ้าอย่าได้เศร้าเลย…ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราสองคนไหว้พระขอพรเพื่อขอให้แคว้นซื่อเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ดีไหม”นางยิ้มทันที “เพคะ”เดินทางมาได้สักพักจึงมาถึงที่หมาย แต่ว่าพอเห็นบันไดที่ใช้เดินขึ้นภูเขาไปยังวัดแล้วข้าก็เริ่มถอดใจ มันสูงมากจริงๆ เหมือนวัดไทยที่มีบันไดสูงๆ จากตีนเขาไปจนถึงยอดเขาทุกคนเริ่มก้าวเดิน ข้าก็ต้องจำใจเดินตามไป เหล่าฮาเร็มบางคนก็อยู่ไม่ห่างจากเจียวจิงเลย ประคบประหงมกันดีจริงๆ ส่วนข้านั้นนอกจากจิว

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่9

    “หึ อย่างเจ้าจะมาเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้” เฟิงอวิ๋นพูดพลางหัวเราะเยาะข้าถอนหายใจท่าทางเจ้าพวกนี้จะไม่ยอมเชื่อข้าง่ายๆ“แล้วจะให้ข้าทำยังไงพวกท่านถึงจะยอมเชื่อ”“ไม่มี” เหวินอี้เป็นคนตอบ น้ำเสียงที่เย็นชาทำให้ข้าลุกยืนอย่างหงุดหงิดทันทีแม้โลกความจริงข้าจะด่าคนอื่นในใจและจินตนาการว่าต่อยคนอื่นในหัว แต่ว่านี่คือในนิยายข้ามีความกล้ามากกว่าหลายเท่านัก อยากยกเท้าถีบเรียงคนจริงๆ เป็นแค่กระดาษมีชีวิตแท้ๆ“ในเมื่อพวกท่านไม่เข้าใจ ข้าจะไปหาเจียวจิง นางจะต้องเข้าใจข้าแน่ๆ”ข้าลุกเดินไปหานางแต่ขณะที่ข้ากำลังจะถึงตัว แขนก็ถูกกระชากและถูกผลักให้ออกห่าง เหล่าองค์ชายทั้งสามต่างมายืนขวางข้าและปกป้องนางที่นั่งมองอย่างงงๆ ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนนางเป็นดอกไม้งาม ข้าคือแมลงร้าย ส่วนเจ้าพวกนี้คือยาฆ่าแมลง!เอาเถอะ ไม่แปลกก็ข้านั้นเป็นตัวร้าย พวกเขาก็คงกังวลเป็นธรรมดา ดังนั้นข้าจะไม่โกรธ ยังยิ้มแย้ม ไม่แสดงออกว่าไม่พอใจหรือร้ายกาจ ทั้งที่ใจจริงเริ่มจะไม่ไหวแล้ว“ข้าก็แค่อยากเข้าไปพูดคุยกับเจียวจิงสักหน่อยเท่านั้น ถ้าพวกท่านไม่พอใจข้าก็จะกลับไปนั่งที่เดิมก็ได้” เจียวจิงรีบเชิญให้ข้านั่ง แต่มีหรือที่เหล่าฮาเร็ม

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่8

    แอบเห็นพวกเหวินอี้ขมวดคิ้ว ท่าทางข้าจะเดาผิด ซูเม่ยเจ้าอายุเท่าใดกันนะข้าก็ดันลืมเสียด้วยสิเจียวจิงนางยิ้มให้ข้า ข้าก็ยิ้มตอบเพราะเรื่องเมื่อครู่นางไม่ผิด ข้าจะยังคงดีกับนาง ถ้าข้าไม่สติแตกเสียก่อนข้ายิ้มให้องค์ชายเหวินอี้และองค์ชายหยางชุนจากแคว้นอีและซานตามลำดับ แม้นิสัยทั้งสองจะไม่เหมือนกัน หนึ่งคนเยือกเย็นนิ่งเฉย หนึ่งคนเจ้าชู้ใจร้อน แต่ที่เหมือนกันคือไม่มีใครยิ้มตอบให้ข้าสักคน ทำให้ยิ้มของข้าครั้งนี้เป็นหมันหลังจากพูดคุยกับฮ่องเต้พอเป็นพิธี ทุกคนต่างเดินออกจากท้องพระโรงเพื่อกลับตำหนัก และจะมาเจอกันอีกครั้งที่งานเลี้ยงต้อนรับตอนเย็น ขณะเดินออกมาด้านนอกเจียวจิงได้พูดคุยกับข้าอย่างเป็นมิตร แต่จู่ๆ ข้าก็ถูกใครบางคนผลักจากด้านหลังจนล้มลง“โอ๊ย”เข่าข้ากระแทกกับพื้นอย่างจัง จิวเมี่ยวที่ยืนรออยู่ด้านนอกรีบเข้ามาช่วยพยุง เมื่อเงยหน้ามองจึงรู้ว่าเป็นหยางชุนที่ผลักข้า“ท่านผลักข้าทำไม!”“อ้าวมีคนด้วยรึ นึกว่าของชั้นต่ำขวางอยู่”ข้าเงื้อมือขึ้นสูงกำหมัดแน่นหวังต่อย“แน่ใจว่าเจ้าจะทำร้ายข้าในเขตท้องพระโรงเช่นนี้” พูดจาว่ากวนแล้วแต่หน้าตายียวนกว่ามือที่เงื้อสั่นเทา ลังเลอยู่นานสุดท้ายจึงลด

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่7

    “กรี๊ดดดดด”หญิงชราล้มลงอีกครั้ง ความชุลมุนบังเกิดข้าบีบแขนนางแล้วตะคอกใส่“สารภาพสิว่าเจ้าเป็นหัวขโมย! สารภาพมา!”ปึก!“องค์ชาย!”ข้านั้นถูกกระชากแล้วผลักจนล้มลงอย่างแรงอีกครั้ง ปลายดาบของเฟิงอวิ๋นจ่อที่คอข้า“หยุด! หากเจ้ายังไม่หยุดข้าจะสั่งให้ทหารนำตัวเจ้าไปขัง!”ข้ามองไปรอบๆ ตอนนี้ข้ากลายเป็นคนเลวในสายตาคนอื่นไปหมดสิ้นแล้ว เฟิงอวิ๋นแทบอยากจะฆ่าข้า เหวินอี้มองข้าอย่างเย็นชาจนแทบกลายเป็นเศษดินมากกว่าเดิมข้าหันไปมองเจียวจิงแล้วยิ้มให้“เจียวจิงเจ้าเชื่อข้าใช่ไหม ข้าเป็นเพื่อนเจ้านะ”นางหลบสายตา“เจ้ากลับแคว้นเจ้าไปซะ ที่นี่ไม่ยินดีต้อนรับคนอย่างเจ้า!”“จะยินดีหรือไม่ ไม่สำคัญในเมื่อตอนนี้ข้าเป็นทูตจากแคว้นซื่อ ถ้าท่านจะไล่ข้ากลับไปฮ่องเต้คงจะไม่พอพระทัย” ข้ายกยิ้มเหมือนผู้ชนะส่วนเขาฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ“เอาดาบออกไปจากคอข้าซะ!”เฟิงอวิ๋นยังคงนิ่ง เรามองตากันไม่ลดละไม่มีใครยอมใครจนกระทั่งเจียวจิงเอ่ยขอร้องเขาถึงยอมเก็บดาบอย่างไม่เต็มใจ ยายแก่ถูกเจียวจิงพยุงพาไปหาหมอ แน่นอนว่าเฟิงอวิ๋นย่อมตามนางไปข้ามองเหวินอี้เพื่อขอให้เขาเข้าใจ“เจ้าเดินไปวังหลวงเองเถอะ”เขาพูดเพียงเท่านั้นแล้วเดินกล

  • ข้าคือตัวร้ายในนิยาย   ตอนที่6

    เจียวจิงนางนั้นสวยก็จริงแต่ซูเม่ยงามกว่านางมากนัก จนข้าต้องตั้งคำถามกลับว่าคนเขียนต้องการสื่ออะไรกันแน่“เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า”“ไม่เพคะ หม่อมฉันเพียงมาช่วยท่านยายที่ล้มลงกลางทางเท่านั้น”“ดีแล้ว”เหวินอี้ยิ้มให้ทันที ทั้งที่เมื่อครู่ยามอยู่กับข้ายังทำหน้าเรียบเฉยอยู่เลย ข้าแอบไม่พอใจเพียงข้าเป็นตัวร้ายถึงกับยิ้มให้ไม่ได้เชียวหรือเจียวจิงเมื่อเห็นข้านางตกใจพอสมควรแล้วรีบก้มหัวให้“องค์ชายซูเม่ย”ข้าก็ก้มหัวตอบข้าจะไม่เป็นตัวร้าย ข้าจะเป็นคนดี ดังนั้นข้าจะทำดีกับนาง ข้าจะได้มีความสุขไม่ต้องลำบากลำบนถูกคนอื่นรังเกียจ“ถอยห่างจากเจียวจิงซะ”เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมปรากฏบุรุษผู้หนึ่งที่เดินมา ร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพสวรรค์มาจุติคือสิ่งที่เจ้านักเขียนนั่นบรรยายพระเอกของเรื่องนี้เขาโอบตัวนางเข้าอ้อมกอด ทั้งยังมองข้าด้วยสายตารังเกียจ แต่นางนั้นกลับขัดขืนเล็กน้อยและละจากอ้อมกอดอย่างเขินอายเหมือนหญิงสาวที่ต้องการรักษาพรมจรรย์ ทำตามจารีตประเพณีที่ดีงาม“ให้ข้าถอยไปรึ ทำไมต้องให้ข้าถอยไป”“ต้องรอให้เจ้าทำร้ายเจียวจิงก่อนรึ”แววตาและท่าทางที่ไม่เป็นมิตร บ่งบอกความเป็นศัตรูขององค์ช

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status