LOGINตอนที่ 67
หม่าลู๋หล่าเป็นเหตุ
ณ ตำหนักฮองเฮา...
ในขณะที่หลิวซีจินเคี้ยวเป็นลูกที่สิบสองก็มีอาการมึนเมาขึ้นมา ราวกับว่าเพิ่งดื่มสุรามาก็ไม่ปาน...
"จวิ้นจู่ ข้ารู้สึกมึนเมาอย่างบอกไม่ถูก...หม่าลู๋หล่านี้ต้องมีฤทธิ์ทำให้มึนเมาเป็นแน่.... ข้าไม่น่ากินเยอะเลย" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะสะบัดศีรษะเล็กน้อย อาการมึนเมาเช่นนี้...ผลไม้นี้อันตรายเกินไปแล้ว...หญิงสาวคิด
"เอ้! ฮองเฮา ท่านล้อข้าเล่นแล้วข้า....กินปายต้างสิบกว่าผลยางมิเป็นอารายเลย..." ชุนหมี่เยว่เอ่ยขึ้น ก่อนจะมองใบหน้าพี่สะใภ้ตนที่เวลานี้ใบหน้าแดงระเรื่อคล้ายคนเมาสุรา
"เมื่อไรซูลี่จะนำรางจืดมาให้ข้าเสียที..." หลิวซีจินเริ่ม
ลิ้นพันกันก่อนจะยกแขนเท้าคางไว้เพื่อไม่ให้ตนล้มลง"รางจืดอารายกัน...นี่มานหม่าลู๋หล่า.... เพราะอ้ายเสินนั่นผู้เดียว...บังอาจ...เอาผลไม้เช่นนี้มาให้เรา! ข้าต้องจัดการเขา!" จวิ้นจู่สาวเอ่ยขึ้นเสียงยานคางเพราะความมึนเมา
ในขณะนั้นเอง...
"เฮ้! กำลังพูดถึงข้าอยู่หรือ.....เหตุใดพวกท่านมีสภาพเช่นนี้เล่า?" อ้ายเสินเอ่ยขึ้นก่อนจะมองทั้งคู่ที่มีสภาพมึนเมาราวกับดื่มสุรา
"อ้ายเสินเจ้ามาต้างแต่เมื่อใด...หม่าลู๋หล่านี่ม่ายมีประโยชน์อีกทั้งยังมึนเมาเอาไปทิ้งให้ที... " หลิวซีจินที่เวลานี้กำลังเมามายราวกับดื่มสุราไปหลายไหเอ่ยขึ้นก่อนจะฟุบหน้า
ลงโต๊ะ พร้อมกับจวิ้นจู่สาวที่ฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะเช่นกันในขณะที่ทั้งคู่กำลังฟุบหลับตาอยู่บนโต๊ะนั่นเอง
"ฮองเฮา...ที่เจ้าบอกไม่สบายไม่สะดวกมาปรนนิบัติข้า เพราะมัวแต่มาเมามายอยู่กับน้องสาวข้านี่เอง...ดียิ่งนัก!" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนก้าวเท้าเข้ามาประชิดฮองเฮาสาวที่มีอาการเมามาย
"ฝ่าบาท.... เหตุใดท่านมาอยู่ที่นี่เล่า..." หลิวซีจินที่
พยายามลืมตาขึ้นเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ประหลาดใจเล็กน้อย"ฝ่าบาท... ท่านโปรดวางจาย ข้าไม่ได้พูดอารายเลยจริง ๆ" ชุนหมี่เยว่เอ่ยขึ้นก่อนจะยกใบหน้าขึ้นจากโต๊ะอย่างยากลำบาก
"สร่างเมาเมื่อไร ข้าจะลงโทษให้คัดตำราเสียให้เข็ด"
ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นกับน้องสาวตน ด้านชุนหมี่เยว่ที่ได้ฟังเช่นนั้นเอ่ยสวนทันที"ไม่นะ! ข้าเกลียดการคัดตำราเป็นที่สูดดด..." ชุนหมี่เยว่เอ่ยขึ้นก่อนฟุบหลับไปบนโต๊ะอีกครั้ง
"พวกเจ้า มาพยุงจวิ้นจู่กลับตำหนัก" ชุนหลุนซีหันไปสั่งนางกำนัล
"เพคะฝ่าบาท" นางกำนัลรับคำก่อนจะไปทำตามคำสั่งทันที
"จวิ้นอ๋อง ข้าอยากพบเขา ม่ายสิ ข้าต้องเขียนจดหมายบอกเขา ว่าผลไม้นี่มีพิษ...ข้าเมาแล้ว..." หลิวซีจินเอ่ยอย่าง
ไม่เป็นภาษา"ฮองเฮา อยู่ต่อหน้าสามียังกล้าเรียกชื่อบุรุษอื่นอีก...
ไปกับข้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะคว้าร่างบางให้ยืนด้วยตนเอง แต่ทว่า เมื่ออีกฝ่ายแทบจะยืนไม่อยู่เขาจึงตัดรำคาญด้วยการช้อนอุ้มหลิวซีจินก่อนจะเดินเข้าตำหนักไปในขณะที่ชุนหลุนซีกำลังอุ้มร่างบางที่อ่อนปวกเปียกเข้าตำหนักฮองเฮาไป ซูลี่ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับกุ้ยเย่วซานเชียนหนิว(รางจืด)
"บอกนางกำนัลของข้าที บอกพวกนางให้ต้มรางจืดแล้วเอามาให้ข้าดื่มตอนนี้เลย" หลิวซีจินเอ่ยในขณะที่เปลือกตาแทบจะลืมไม่ขึ้น...
"พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่ ไปต้มสมุนไพรนั่นมาให้นาง" ชุนหลุนซีเอ่ยอย่างรำคาญในขณะที่อุ้มฮองเฮาผู้เมามายเดินเข้าห้องบรรทมไป
ณ ห้องบรรทมฮองเฮา...
ผลัก!
ชุนหลุนซีวางร่างบางลงเตียงนอนอย่างไม่เบานัก
"ข้าไม่น่าเห็นแก่ความอร่อยของมันเลย พรุ่งนี้ข้าจะต้องจดบันทึกว่าหม่าลู๋หล่า กินแล้วมึนเมา ไม่มีประโยชน์เลยสักนิดเดียว...ชุนชวนหยู ท่านวางใจเถิดข้าจะรีบบันทึกตำรายาทั้งหมดที่ข้าเคยรักษาคนมาลงสมุดให้เร็วที่สุด" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นในขณะที่ยังมึนเมา
"ฮองเฮาเมามายเช่นนี้ต่อหน้าข้า...อีกทั้งเรียกชื่อบุรุษอื่นต่อหน้าข้าเป็นครั้งที่สองแล้ว ต่อให้คนผู้นั้นเป็นน้องชายข้าก็ตาม.... รู้หรือไม่ว่าจะต้องถูกลงโทษ" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
"ลงโทษหรือ? ฮึ! เหตุใดข้าต้องถูกลงโทษอยู่ฝ่ายเดียวเล่า! ฝ่าบาท...ท่านน่ะเป็นคนไร้ความยุติธรรม...ท่านปล่อยให้กุ้ยเหมยสนมที่รักของท่านทำลายแปลงสมุนไพรของข้า!...อีกทั้งยังมาหลอกถามเรื่องของในห่อผ้านั่น แต่กลับไม่เชื่อข้า! ท่านมันคนเจ้าเล่ห์" หลิวซีจินที่ยังคงมึนเมาใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าไปที่แผงอกกว้างของร่างสูง ที่ต้องหัวเราะในลำคอในการกระทำนั้น
"ข้าลงโทษนางแล้ว... เคยบอกเจ้าแล้ววันนั้น" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้น เขาไม่เข้าใจตนเองเลยแม้แต่น้อยว่าเหตุใดจึงต้องพยายามสนทนากับคนเมาเช่นนี้
"ลงโทษเพียงเท่านั้นนับเป็นอะไรได้! ฮึ! ตอนข้าอยู่ในตำหนักเย็น นางก็ส่งคนไปเฆี่ยนข้า ท่านกลับตัดสินให้นางไม่ผิด...สมน้ำหน้าท่านนัก...ท่านไม่มีบุตรเพราะมีปัญหาเรื่องนั้น!...เวรกรรมมีจริงเห็นแล้วใช่หรือไม่?" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้นิ้วเรียวจิ้มเข้าไปที่แผงอกกว้างของเขาอีกครั้ง
"ข้านี่หรือ...มีปัญหาเรื่องนั้น... ผู้ใดบอกเจ้ากัน" ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยขึ้นคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เมื่อถูกกล่าวหาเช่นนั้น
"ฮึ! ท่านตกจายช่ายหรือม่าย...ว่าข้ารู้ด้ายอย่างไร...ท่านวางจายเถิด... ข้าจะเก็บเป็นความลับสุดยอด..." หลิวซีจินเอ่ยขึ้นก่อนจะยกมือปิดปาก ด้านชุนหลุนซีที่เห็นท่าทางนั้นก็ได้แต่หัวเราะในลำคออีกครั้ง
"เรื่องความลับของท่านที่สิ่งนั้นมีปัญหา...เห็นแก่ที่ท่านอุ้มข้ามาส่งถึงห้อง... ข้าจะช่วยทำให้ท่านมีบุตรกับพวกนาง...มา! ข้าจะช่วยท่านเอง" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นในขณะจับข้อมือหนามา ก่อนจะใช้นิ้วเรียวจับชีพจร ชุนหลุนซีมองภาพนั้น ก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงเอ่ยถามขึ้น
"เป็นอย่างไร ข้ามีปัญหาหรือไม่?" เขาถามขึ้นในขณะที่มองใบหน้างามที่ตั้งใจจับชีพจรก่อนจะใช้มือหนาลูบปอยผมที่หล่นระใบหน้างามนั้นอย่างเบามือ...จู่ ๆ เขาก็อยากจับสตรีตรงหน้ากดลงเตียงนอนมันเสียตอนนี้...
"แน่นอน...ข้าเคยช่วยผู้ที่มีบุตรยากเช่นท่านมาหลายรายแล้ว...เชื่อหมอหญิงผู้นี้เถิด...." หลิวซีจินเอ่ยขึ้น…ก่อนจะชี้นิ้วมาที่ตนเองอย่างภาคภูมิใจ
"ชีพจรของท่านปกติดี ออกจะแข็งแรงมากด้วย เอ่อ ร่างกายท่านปกติดีทุกอย่าง.... แล้วส่วนนั้นของท่านยังปกติดีอยู่หรือไม่?" หลิวซีจินเอ่ยซักอาการขึ้นอย่างไร้เดียงสา โดยหารู้ไม่ว่าคำถามนั้นได้ปลุกอารมณ์ชายหนุ่มยิ่งนัก
"ข้าก็ไม่แน่ใจ...เจ้าลองช่วยทดสอบหน่อยเถิดว่ามันปกติดีหรือไม่?" ไวเท่าคำพูดเขาดึงมือเรียวมาจับแก่นกายที่ตั้งกระโจมใหญ่ภายใต้อาภรณ์ทันที ก่อนจะดึงท้ายทอยของนางมาประกบริมฝีปากโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว
หมับ!
ตอนพิเศษ 10ข้าคร้านแล้ว ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วที่หยวนลู่จิ่นถูกล่ามโซ่ไว้เช่นนั้น นี่คนบ้านั่นกลัวว่านางจะหนีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ในขณะที่หญิงสาวกำลังคิด ราวกับเสียงสวรรค์ ประตูห้องถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของหวังเฟยหลงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง"เป็นอย่างไร...พระชายา"หวังเฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ"หวังเฟยหลง ท่านทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ ใยต้องล่ามโซ่ข้า ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของท่านนะ!" หยวนลู่จิ่นโวยวายขึ้น เพราะวันนี้นางถูกเขาล่ามโซ่มาหลายชั่วยามแล้ว"น้องหญิง ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเรื่องที่เจ้าพานักฆ่าเข้ามาที่นี่เลย นี่ถือเป็นการลงโทษเจ้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้น"นักฆ่าหรือ? ท่านหมายถึง..เซียวอิงเช่นนั้นหรือ?...."หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น หวังเฟยหลงจึงพยักหน้าแทนคำตอบ หยวนลู่จิ่นที่ได้ฟังเช่นนั้นราวกับถูกสาป"หากข้าไม่ได้สืบเรื่องนางมาก่อน ข้าคงเข้าใจว่าเจ้าต้องการส่งนางมาสังหารข้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาตามดูสตรีผู้นี้มานานคาดว่าเป็นคนจากต่างแคว้นปลอมตัวเข้ามาคาดว่าอาจเป็นศัตรูที่ต้องการสังหารเขาจึงแฝงไปในสถานที่ที่มีเขาอยู่...เมื่อคืนนี้หลังจากที่หยวนลู่จิ่นหลับใหลเ
ตอนพิเศษ 9 หลงกลหลังจากที่หยวนลู่จิ่นช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เขาเรียบร้อยแล้ว...นางจึงยกน้ำจีเสวียเฉ่าที่คั้นเรียบร้อยแล้วให้เขาดื่มทันที ส่วนนางกำนัลทั้งหลายเมื่อเก็บกวาดของที่เขาและนางต่อสู้กันเมื่อครู่เรียบร้อยแล้วก็หายไปจากห้องกว้างนี้อย่างรวดเร็วอย่างรู้งาน"ท่านดื่มนี่ก่อนเถิด หมอหลวงบอกว่าสิ่งนี้ช่วยต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อได้ จะได้หายโดยเร็ว "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นถ้วยยาที่มีน้ำสีเขียวอยู่ในนั้น หวังเฟยหลงมองดูน้ำสีเขียวนั้นก็ทำหน้าขยะแขยงราวกับว่านั่นคือสิ่งที่น่ารังเกียจ"ข้าเกลียดการดื่มน้ำสีเขียวเช่นนี้"เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนีคล้ายเด็กที่ไม่อยากกินยา หากมิใช่เพราะต้องแสร้งบาดเจ็บเพื่อให้นางอยู่ดูแลเขาแล้ว...เขาคงไม่ต้องมาฝืนดื่มน้ำเขียวนี้"ท่านพี่ อย่าทำราวกับเด็กที่ไม่อยากดื่มยาสิ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอแต่ข้าเคยได้ยินมาว่า จีเสวียเฉ่า(บัวบก)นี้ประโยชน์มากมายนัก ไม่เพียงช่วยฆ่าเชื้อโรคต้านอักเสบ ช่วยเรื่องความจำ ช่วยเรื่องลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย"หยวนลู่จิ่นบรรยายสรรพคุณให้อีกฝ่ายราวกับหลอกล่อเด็กน้อยให้กินยาก็ไม่ปาน"ข้าไม่ดื่ม อย่างไรท่านหมอก็ใส่ยาให้ข้าแล้ว
ตอนพิเศษ 8 การต่อสู้"ข้าไม่มีบุรุษอื่น...ปล่อย! ข้าเจ็บ""เช่นนั้นเหตุใดจึงอยากหย่าและหนีไปจากข้านัก""เพราะข้าเกลียดท่าน! แม้คืนแรกของการเข้าหอ ท่านยังกล่าวว่าหากข้าไม่ตั้งครรภ์ภายในหนึ่งเดือนท่านจะรับอนุชายาเข้าตำหนัก...ท่านเห็นข้าเป็นอะไร! หากมีข้าเพียงเพื่อเรื่องนั้น...ท่านก็หย่าให้ข้าเถอะ"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นดวงตาคู่งามมีน้ำคลอหน่วยเล็กน้อย ก่อนจะผลักร่างหนาออกจนเป็นอิสระ มือเรียวดึงหนังสือหย่าออกมาหนึ่งฉบับก่อนจะกางออกให้เขาดู"ข้าประทับลายนิ้วมือแล้ว ขาดแต่การประทับลายนิ้วมือของท่าน"ด้านหวังเฟยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย"หยวนลู่จิ่น นี่คือสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เจ้าคิดว่าจะไปจากข้าได้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่มีวันหย่ากับเจ้า""เพราะเหตุใด?! "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทน"เพราะเจ้าเป็นภรรยาข้า ต่อให้ครบหนึ่งปี ข้าก็ไม่หย่ากับเจ้า""ท่านมันเห็นแก่ตัว! ท่านไม่หย่าก็ช่างแต่ข้าจะหนีจากท่าน!"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นจะหมุนตัวเตรียมจากไปแต่ทว่า หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขาใช้วรยุทธขว้างตะเกียบไปยังจุดล็อคตรงบานประตูด้วยความชำนาญฟ้าว!ปึก!"หวังเฟยหลง! อะไร
ตอนพิเศษ 7 แผนกลบเกลื่อน หลังจากที่หยวนลู่จิ่นพาตนเองมาอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทก็พบว่าเซียวอิงกำลังรินสุราสามีของตน หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยวันนี้หยวนลู่จิ่นสวมอาภรณ์สีเงินโปร่งใบหน้างามที่แทบไม่ต้องแต่งอะไรก็ดูงดงามนักในสายตาของหวังเฟยหลง อาหารถูกนำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะ ในขณะที่เซียวอิงกำลังนั่งบรรเลงเพลงพิณอย่างไพเราะจนสตรีเช่นนางยังรู้สึกชอบฟังเสียงดนตรี....."ท่านพี่ เซียวอิงมีความสามารถหลากหลายด้านเช่นนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก ที่นางไม่ได้ตกแต่งเป็นภรรยาผู้ใดเสียที"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะลอบสังเกตอากัปปกิริยาของคนตรงหน้าที่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปาก"เจ้ากล่าวมาไม่ผิด เซียวอิงมีความสามารถหลายด้านนัก"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าทั้งคู่คงจะร่วมเตียงกันได้โดยไม่ต้องวางยาปลุกกำหนัดเป็นแน่...อย่างไรก็ตามนางจะต้องหาอนุภรรยาให้เขาอีกหลายคน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีความต้องการเรื่องเช่นนั้นกับนาง...บิดานางเคยบอกนางว่า สมรสพระราชราชทานนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดนางก็ต้องอยู่ให้ครบหนึ่งปีจากนั้น...นางก็จะเขียนใบหย่าให้เขา
ตอนพิเศษ 6แผนการณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง"พี่สะใภ้ หากพี่ใหญ่ทราบว่าข้ามาพบท่านเขาต้องแหกอกข้าแน่ เหตุใดท่านไม่กลับไปตำหนักเสียทีเล่า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยถามขึ้นก่อนจะมองซ้ายขวา“ข้ากังวลเรื่องพี่ชายของท่าน กล่าวตามตรง ในฐานะที่เราเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และท่านยังเป็นน้องชายของสามีข้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้ท่านช่วย” หยวนลู่จิ่นเอ่ยทันที"เรื่องอะไรกัน?""ข้าอยากให้ท่านช่วยแนะนำข้าว่าสตรีเช่นใดที่หวังเฟยหลงถูกใจ เวลาที่เขาเข้าหอโคมเขียวเขามักจะชอบเรียกผู้ใดหรืออุ่นเตียงหรือ?""ท่านถามเช่นนี้... "เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงมองดูพี่สะใภ้อย่างไม่ไว้วางใจ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าต้องให้อีกฝ่ายช่วยจึงตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง รวมถึงการไปทาบทามฝางผิงเกอแต่ได้รับการปฏิเสธอีกด้วย"ท่านจะหาอนุให้เสด็จพี่!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นในขณะที่เบิกตากว้าง"ข้ารู้ว่ามันอาจดูประหลาด กล่าวตามตรง ข้าเคยได้ยินมาว่า บุรุษที่มีมากภรรยาทั้งยังชอบเที่ยวสถานที่เช่นนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อยิ่งนัก ไหนจะต้องตั้งครรภ์ตอนเบ่งท้องคลอดบุตร..ข้ากังวลเรื่องคลอดบุตรที่สุด"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม
ตอนพิเศษ 5 ทาบทามสตรีให้สามี หยวนลู่จิ่นเดินทางไปที่สำนักศึกษาที่นางร่ำเรียนมา นางเข้าไปคารวะผู้เป็นอาจารย์เรียบร้อยแล้วจึงขอพบฝางผิงเกอทันที"ผิงเกอ เจ้ายังมีใจให้กับหวังเฟยหลงอยู่หรือไม่?"หยวนลู่จินถามอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม"ข้า...."ฝางผิงเกอเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นอาการเช่นนั้นก็ยิ้มร้ายกาจออกมาเล็กน้อย..."เจ้าไม่ต้องพูดข้าก็รู้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้า..เต็มใจจะแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทหรือไม่ "หยวนลู่จิ่นถามขึ้น ด้านฝางผิงเกอที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างทันทีนี่อีกฝ่ายจะให้นางแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทจริงหรือ?"พระชายา! ท่านเพิ่งแต่งกับองค์รัชทายาทเมื่อไม่กี่วันเองมิใช่หรือเจ้าคะ" ฝางผิงเกอ บุตรสาวของอาจารย์นางเอ่ยขึ้นคิ้วขมวดด้วยความประหลาดใจ"ข้ากล่าวตามตรงกับเจ้า ข้าไม่อยากมีบุตร ข้าจึงอยากหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด อีกทั้งอยากสนับสนุนเจ้าให้ลงเอยกับเขา"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น"พระชายา ท่านมีเรื่องกับองค์รัชทายาทมาก่อนหรือ? เหตุใดจึงไม่อยากมีบุตร... แม้ว่าข้าจะอยากแต่งให้องค์รัชทายาทแต่เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องขออนุญาตจากท่านพ่อก่อน"ฝางผ







