Se connecterตอนที่ 76
สนมคนใหม่
หลิวซีจินที่อยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือนแล้ว ราวกับว่าชุนหลุนซีรู้สึกได้ว่านางคิดหนี เขาจึงสั่งคนเฝ้านางไว้อย่างเข้มงวดราวกับนกในกรงขังก็ไม่ปาน ในวันหนึ่งนั่นเอง...หลิวซีจินตื่นขึ้นมาในตำหนักชุนหลุนซี ก็ไม่พบเจ้าของตำหนักแล้ว มีเพียงนางกำนัลที่ถืออ่างน้ำเข้ามา
"ทูลฮองเฮา ฝ่าบาทได้บอกไว้ว่าหากฮองเฮาตื่นแล้วให้เปลี่ยนอาภรณ์แล้วตามไปที่ท้องพระโรงเพคะ" นางกำนัลอาวุโสผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
"วันนี้มีพิธีอะไรหรือ?" หลิวซีจินถามขึ้นอย่างประหลาดใจ
"พิธีรับองค์หญิงหวางลี่อิงเป็นสนมลำดับที่หนึ่งเพคะ" นางกำนัลคนเดิมตอบ ด้านหลิวซีจินที่ได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกว่าคน
ผู้นั้น...คงจะมีสนมอีกไม่จบสิ้น...หากเป็นเช่นนี้คืนที่เขาร่วมหอกับหวางลี่อิงคือคืนที่เหมาะสมที่สุดในการหนีไปจากที่นี่...เพราะเวลานั้นทุกคนคงให้ความสนใจกับเรื่องนั้น...หลิวซีจินอดตระหนักไม่ได้ว่านางจะตั้งครรภ์ทีหลังเพราะทุกครั้งที่มีสัมพันธ์กับ ชุนหลุนซีนางไม่เคยดื่มยาห้ามครรภ์เลย....อีกทั้งสมุนไพรห้ามครรภ์นางก็ไม่อาจหาได้ในยามนี้ คงไม่หรอกกระมัง..หากเขามีบุตรง่ายเช่นนั้นสนมของเขาคงจะตั้งครรภ์ไปแล้ว....หญิงสาวคิดช่างเถิด....เวลานี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางต้องหนีออกจากที่แห่งนี้ให้ได้...นางมิใช่ที่ระบายความใคร่ของผู้ใด...แม้เวลานี้
ชุนหลุนซีจะดูหลงนางเป็นอย่างมากแต่นางจะไม่ยอมอยู่เช่นนี้เป็นแน่....หลิวซีจินคิดก่อนจะลุกขึ้นล้างหน้าและให้นางกำนัลแต่งตัวให้อย่างว่าง่ายณ ท้องพระโรง....
วันนี้คือกำหนดนัดหมายที่องค์หญิงต่างแคว้นจะมาถึง หลิวซีจินพร้อมด้วยนางกำนัล เข้ามาในท้องพระโรง โดยมีเหล่าบรรดาขุนนางทั้งหลายและทูตต่างแคว้นมารออยู่ก่อนแล้ว
"หลิวซีจินคารวะฝ่าบาท" หลิวซีจินเอ่ยขึ้นตามธรรมเนียมก่อนจะย่อคารวะผู้เป็นสามีก่อนจะเดินไปนั่งประจำที่ของตน
"องค์หญิงหวางลี่อิง เดินทางมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงหนึ่งประกาศขึ้น จากนั้นสตรีผู้หนึ่งพร้อมกับเหล่าคนติดตามก็เข้ามา
"หวางหลี่อิง คารวะ ฝ่าบาท คารวะฮองเฮา" หวางลี่อิง หรือ องค์หญิงแห่งแคว้นไฉเจาเอ่ยขึ้น ก่อนจะช้อนสายตาส่งให้ชุนหลุนซีอย่างยั่วยวน
หวางลี่อิงเคยพบเจอชุนหลุนซีตามงาน พบปะแคว้นอยู่บ่อยครั้ง..... บุรุษผู้นี้รูปงามกำยำสมชายชาตรี ใบหน้าก็หล่อเหลาวิชาวรยุทธ์ก็ไม่ธรรมดา...เหมาะสมกับสตรีเช่นนางยิ่งนัก...
ส่วนฮองเฮาตรงหน้านี้...นางเคยได้ยินเรื่องความร้ายกาจของ อีกฝ่ายไม่น้อย....แต่นางร้ายกาจแล้วอย่างไรเล่า? ในเมื่อนางก็มีวิธีจัดการสตรีผู้นี้ในแบบของนางเช่นกัน....นางจะกำจัดฮองเฮาผู้นี้ให้พ้นทางเสีย...จากนั้นนางก็จะได้เป็นใหญ่แทน หวางลี่อิงคิดก่อนจะแสร้งก้มหน้าก้มตาราวกับสตรีผู้เรียบร้อยที่ไร้ซึ่งพิษภัย
"องค์หญิงเดินทางมาถึงแคว้นหนิงหลงคงเหนื่อยไม่น้อย" ชุนหลุนซีผู้เป็นฮ่องเต้เอ่ยขึ้น ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้สตรีที่มีใบหน้างามหยดย้อย ที่บัดนี้สวมอาภรณ์สีแดงสด
"เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น ไม่ลำบากเลยเพคะ
อีกทั้งฝ่าบาทยังอุตส่าห์ส่งชินอ๋องมาดูแลหม่อมฉันเป็นอย่างดีอีก" หวางลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ พลางลอบสังเกตอากัปกิริยาผู้เป็นฮองเฮาที่บัดนี้ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย"ข้ายินดี" ชุนเป่ยหยางที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้น
"กำหนดส่งตัวเข้าหอเป็นวันพรุ่งนี้ ขอองค์หญิงโปรดพักผ่อนให้เพียงพอ" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปให้จู่กงกงพาอีกฝ่ายไปยังตำหนักรับรอง
หลิวซีจินที่มองภาพชุนหลุนซียิ้มแย้มแจ่มใสที่ได้รับสนมใหม่ ...หลังจากที่นางมีความสัมพันธ์ทางกายกับเขา ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนลึกในใจนั้นเจ็บปวดไม่น้อยที่เห็นภาพเช่นนี้....
นางคิดถูกต้องแล้ว ที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับนาง..เป็นฮองเฮาแล้วอย่างไร?
เป็นที่โปรดปรานแล้วอย่างไร?
สุดท้าย...นางก็ไม่ต่างจากสนมทั่วไปของเขา
พอกันที.....คือโอกาสที่เหมาะแก่การหนียิ่งนัก...ส่วนจะหนีไปที่ใดนั้น นางได้คิดไว้แล้วเช่นกัน หลิวซีจินคิดในขณะที่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้ได้
ณ ตำหนักรับรององค์หญิง
"เจ้าเตรียมสิ่งนั้นมาแล้วใช่หรือไม่" หวางหลี่อิงกับคนสนิท
"เตรียมไว้พร้อมแล้วเพคะ องค์หญิงจะใช้สิ่งนี้กับฝ่าบาทหรือเพคะ" นางกำนัลที่ติดตามนางมาเอ่ยถามขึ้น
"กับฝ่าบาท ข้าคงไม่จำเป็นต้องใช้...เจ้าไม่เห็นสายตา
ฝ่าบาทที่มองข้าหรือ...แทบจะกลืนกินข้าออกปานนั้น ได้ยินมาว่าฝ่าบาทโปรดปรานฮองเฮาเป็นอย่างมากถึงขั้นให้ฮองเฮาย้ายอยู่ที่ตำหนักฝ่าบาท...อีกไม่นานข้าจะจัดการนางให้พ้นทาง" หวางลี่อิงคิดกับตนเองก่อนจะมองขวดยาในมือ"เช่นนั้น ท่านจะใช้มันกับผู้ใดหรือเพคะ" นางกำนัลคนสนิทเอ่ยขึ้น
"ข้าจะใช้มันกับ...."
ณ ห้องทรงอักษร
ชุนหลุนซี ชุนชวนหยู ที่มาพบกันเพื่อปรึกษากัน
"หลิวโซว่อ๋อง ส่งจดหมายมาบอกข้าว่าจับผู้ต้องสงสัยได้จำนวนไม่น้อย ที่แท้...ตัวการก็คือผู้ปกครองแคว้นย่อยทางเหนือ หลังจบทางนี้ข้าเดินทางไปช่วยหลิวโซว่อ๋อง" ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้นหลังจากวางจดหมาย
"เสด็จพี่ ท่านคิดว่าหวางลี่อิงเป็นอย่างไร" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้น
"นางมีความร้ายกาจซ่อนอยู่ นางไม่ได้ใสซื่ออย่างหน้าตานางหวังจะกำจัดหลิวซีจินฮองเฮา..." ชุนเป่ยหยางสรุป หลายวันมานี้ตอนเขาคุ้มกันอีกฝ่ายมาถึงวังเขาลอบสังเกตหลายสิ่งหลายอย่างจากสตรีผู้นี้
"รู้เช่นนี้เสด็จพี่ยังจะรับสตรีผู้นี้เป็นสนมอีกหรือ?...แคว้น
หนิงหลงแห่งนี้ควรมีฮองเฮาผู้เดียวคือหลิวซีจิน" ชุนชวนหยูเอ่ยขึ้นก่อนจะยกชาขึ้นจิบ"ดูแล้วเจ้าจะเข้าข้างหลิวซีจินเสียเหลือเกิน ข้าหรือนางกันแน่ที่เป็นพี่น้องเจ้า" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยที่น้องชายผู้นี้เอาแต่เข้าข้างหลิวซีจิน
"ข้าเห็นด้วยกับชุนชวนหยู เมื่อก่อนนางจะร้ายกาจก็ช่าง แต่เวลานี้นางไม่เหมือนเดิมแล้ว...เราก็ไม่ควรมองแต่อดีต ท่านก็เห็นว่านางทำอะไรบ้าง เลิกมองนางในแง่ร้ายเถิด"ชุนเป่ยหยางเอ่ยขึ้น
"หยุดรุมข้าได้แล้ว เวลานี้ข้าก็ย้ายนางมาอยู่ด้วยกันแล้วยังต้องการอะไรอีก" ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้นก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย
"ดี ท่านจะทำเช่นไรกับหวางลี่อิง รายงานให้บิดานางทราบดีหรือไม่" ชุนเป่ยหยางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
"รอให้นางลงมือก่อน จากนั้นค่อยหาพยานแล้วส่งตัวกลับไปแคว้นไฉเจาให้บิดานางลงโทษเอง...ข้าจะบอกผู้ปกครองแคว้นไฉเจาว่าให้เราเชื่อมสัมพันธ์ด้วยวิธีอื่น..." ชุนหลุนซีเอ่ยขึ้น
ตอนพิเศษ 10ข้าคร้านแล้ว ผ่านไปหลายชั่วยามแล้วที่หยวนลู่จิ่นถูกล่ามโซ่ไว้เช่นนั้น นี่คนบ้านั่นกลัวว่านางจะหนีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ในขณะที่หญิงสาวกำลังคิด ราวกับเสียงสวรรค์ ประตูห้องถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของหวังเฟยหลงที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้อง"เป็นอย่างไร...พระชายา"หวังเฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ"หวังเฟยหลง ท่านทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ ใยต้องล่ามโซ่ข้า ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของท่านนะ!" หยวนลู่จิ่นโวยวายขึ้น เพราะวันนี้นางถูกเขาล่ามโซ่มาหลายชั่วยามแล้ว"น้องหญิง ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าเรื่องที่เจ้าพานักฆ่าเข้ามาที่นี่เลย นี่ถือเป็นการลงโทษเจ้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้น"นักฆ่าหรือ? ท่านหมายถึง..เซียวอิงเช่นนั้นหรือ?...."หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น หวังเฟยหลงจึงพยักหน้าแทนคำตอบ หยวนลู่จิ่นที่ได้ฟังเช่นนั้นราวกับถูกสาป"หากข้าไม่ได้สืบเรื่องนางมาก่อน ข้าคงเข้าใจว่าเจ้าต้องการส่งนางมาสังหารข้า"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาตามดูสตรีผู้นี้มานานคาดว่าเป็นคนจากต่างแคว้นปลอมตัวเข้ามาคาดว่าอาจเป็นศัตรูที่ต้องการสังหารเขาจึงแฝงไปในสถานที่ที่มีเขาอยู่...เมื่อคืนนี้หลังจากที่หยวนลู่จิ่นหลับใหลเ
ตอนพิเศษ 9 หลงกลหลังจากที่หยวนลู่จิ่นช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ให้เขาเรียบร้อยแล้ว...นางจึงยกน้ำจีเสวียเฉ่าที่คั้นเรียบร้อยแล้วให้เขาดื่มทันที ส่วนนางกำนัลทั้งหลายเมื่อเก็บกวาดของที่เขาและนางต่อสู้กันเมื่อครู่เรียบร้อยแล้วก็หายไปจากห้องกว้างนี้อย่างรวดเร็วอย่างรู้งาน"ท่านดื่มนี่ก่อนเถิด หมอหลวงบอกว่าสิ่งนี้ช่วยต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อได้ จะได้หายโดยเร็ว "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นถ้วยยาที่มีน้ำสีเขียวอยู่ในนั้น หวังเฟยหลงมองดูน้ำสีเขียวนั้นก็ทำหน้าขยะแขยงราวกับว่านั่นคือสิ่งที่น่ารังเกียจ"ข้าเกลียดการดื่มน้ำสีเขียวเช่นนี้"เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนีคล้ายเด็กที่ไม่อยากกินยา หากมิใช่เพราะต้องแสร้งบาดเจ็บเพื่อให้นางอยู่ดูแลเขาแล้ว...เขาคงไม่ต้องมาฝืนดื่มน้ำเขียวนี้"ท่านพี่ อย่าทำราวกับเด็กที่ไม่อยากดื่มยาสิ แม้ว่าข้าจะไม่ใช่หมอแต่ข้าเคยได้ยินมาว่า จีเสวียเฉ่า(บัวบก)นี้ประโยชน์มากมายนัก ไม่เพียงช่วยฆ่าเชื้อโรคต้านอักเสบ ช่วยเรื่องความจำ ช่วยเรื่องลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย"หยวนลู่จิ่นบรรยายสรรพคุณให้อีกฝ่ายราวกับหลอกล่อเด็กน้อยให้กินยาก็ไม่ปาน"ข้าไม่ดื่ม อย่างไรท่านหมอก็ใส่ยาให้ข้าแล้ว
ตอนพิเศษ 8 การต่อสู้"ข้าไม่มีบุรุษอื่น...ปล่อย! ข้าเจ็บ""เช่นนั้นเหตุใดจึงอยากหย่าและหนีไปจากข้านัก""เพราะข้าเกลียดท่าน! แม้คืนแรกของการเข้าหอ ท่านยังกล่าวว่าหากข้าไม่ตั้งครรภ์ภายในหนึ่งเดือนท่านจะรับอนุชายาเข้าตำหนัก...ท่านเห็นข้าเป็นอะไร! หากมีข้าเพียงเพื่อเรื่องนั้น...ท่านก็หย่าให้ข้าเถอะ"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นดวงตาคู่งามมีน้ำคลอหน่วยเล็กน้อย ก่อนจะผลักร่างหนาออกจนเป็นอิสระ มือเรียวดึงหนังสือหย่าออกมาหนึ่งฉบับก่อนจะกางออกให้เขาดู"ข้าประทับลายนิ้วมือแล้ว ขาดแต่การประทับลายนิ้วมือของท่าน"ด้านหวังเฟยหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย"หยวนลู่จิ่น นี่คือสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท เจ้าคิดว่าจะไปจากข้าได้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ? ข้าไม่มีวันหย่ากับเจ้า""เพราะเหตุใด?! "หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทน"เพราะเจ้าเป็นภรรยาข้า ต่อให้ครบหนึ่งปี ข้าก็ไม่หย่ากับเจ้า""ท่านมันเห็นแก่ตัว! ท่านไม่หย่าก็ช่างแต่ข้าจะหนีจากท่าน!"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นจะหมุนตัวเตรียมจากไปแต่ทว่า หวังเฟยหลงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขาใช้วรยุทธขว้างตะเกียบไปยังจุดล็อคตรงบานประตูด้วยความชำนาญฟ้าว!ปึก!"หวังเฟยหลง! อะไร
ตอนพิเศษ 7 แผนกลบเกลื่อน หลังจากที่หยวนลู่จิ่นพาตนเองมาอยู่ที่ตำหนักองค์รัชทายาทก็พบว่าเซียวอิงกำลังรินสุราสามีของตน หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มเล็กน้อยวันนี้หยวนลู่จิ่นสวมอาภรณ์สีเงินโปร่งใบหน้างามที่แทบไม่ต้องแต่งอะไรก็ดูงดงามนักในสายตาของหวังเฟยหลง อาหารถูกนำมาวางตั้งไว้บนโต๊ะ ในขณะที่เซียวอิงกำลังนั่งบรรเลงเพลงพิณอย่างไพเราะจนสตรีเช่นนางยังรู้สึกชอบฟังเสียงดนตรี....."ท่านพี่ เซียวอิงมีความสามารถหลากหลายด้านเช่นนี้ น่าเสียดายยิ่งนัก ที่นางไม่ได้ตกแต่งเป็นภรรยาผู้ใดเสียที"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นก่อนจะลอบสังเกตอากัปปกิริยาของคนตรงหน้าที่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจรดริมฝีปาก"เจ้ากล่าวมาไม่ผิด เซียวอิงมีความสามารถหลายด้านนัก"หวังเฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าทั้งคู่คงจะร่วมเตียงกันได้โดยไม่ต้องวางยาปลุกกำหนัดเป็นแน่...อย่างไรก็ตามนางจะต้องหาอนุภรรยาให้เขาอีกหลายคน เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีความต้องการเรื่องเช่นนั้นกับนาง...บิดานางเคยบอกนางว่า สมรสพระราชราชทานนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดนางก็ต้องอยู่ให้ครบหนึ่งปีจากนั้น...นางก็จะเขียนใบหย่าให้เขา
ตอนพิเศษ 6แผนการณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง"พี่สะใภ้ หากพี่ใหญ่ทราบว่าข้ามาพบท่านเขาต้องแหกอกข้าแน่ เหตุใดท่านไม่กลับไปตำหนักเสียทีเล่า" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยถามขึ้นก่อนจะมองซ้ายขวา“ข้ากังวลเรื่องพี่ชายของท่าน กล่าวตามตรง ในฐานะที่เราเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน และท่านยังเป็นน้องชายของสามีข้า ดังนั้นข้าจึงอยากให้ท่านช่วย” หยวนลู่จิ่นเอ่ยทันที"เรื่องอะไรกัน?""ข้าอยากให้ท่านช่วยแนะนำข้าว่าสตรีเช่นใดที่หวังเฟยหลงถูกใจ เวลาที่เขาเข้าหอโคมเขียวเขามักจะชอบเรียกผู้ใดหรืออุ่นเตียงหรือ?""ท่านถามเช่นนี้... "เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นก่อนจะหรี่ตาลงมองดูพี่สะใภ้อย่างไม่ไว้วางใจ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นว่าต้องให้อีกฝ่ายช่วยจึงตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง รวมถึงการไปทาบทามฝางผิงเกอแต่ได้รับการปฏิเสธอีกด้วย"ท่านจะหาอนุให้เสด็จพี่!" เฉิงเจิงอวี้เอ่ยขึ้นในขณะที่เบิกตากว้าง"ข้ารู้ว่ามันอาจดูประหลาด กล่าวตามตรง ข้าเคยได้ยินมาว่า บุรุษที่มีมากภรรยาทั้งยังชอบเที่ยวสถานที่เช่นนั้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อยิ่งนัก ไหนจะต้องตั้งครรภ์ตอนเบ่งท้องคลอดบุตร..ข้ากังวลเรื่องคลอดบุตรที่สุด"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม
ตอนพิเศษ 5 ทาบทามสตรีให้สามี หยวนลู่จิ่นเดินทางไปที่สำนักศึกษาที่นางร่ำเรียนมา นางเข้าไปคารวะผู้เป็นอาจารย์เรียบร้อยแล้วจึงขอพบฝางผิงเกอทันที"ผิงเกอ เจ้ายังมีใจให้กับหวังเฟยหลงอยู่หรือไม่?"หยวนลู่จินถามอีกฝ่ายทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม"ข้า...."ฝางผิงเกอเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ ด้านหยวนลู่จิ่นที่เห็นอาการเช่นนั้นก็ยิ้มร้ายกาจออกมาเล็กน้อย..."เจ้าไม่ต้องพูดข้าก็รู้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้า..เต็มใจจะแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทหรือไม่ "หยวนลู่จิ่นถามขึ้น ด้านฝางผิงเกอที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างทันทีนี่อีกฝ่ายจะให้นางแต่งเข้าตำหนักองค์รัชทายาทจริงหรือ?"พระชายา! ท่านเพิ่งแต่งกับองค์รัชทายาทเมื่อไม่กี่วันเองมิใช่หรือเจ้าคะ" ฝางผิงเกอ บุตรสาวของอาจารย์นางเอ่ยขึ้นคิ้วขมวดด้วยความประหลาดใจ"ข้ากล่าวตามตรงกับเจ้า ข้าไม่อยากมีบุตร ข้าจึงอยากหย่ากับเขาให้เร็วที่สุด อีกทั้งอยากสนับสนุนเจ้าให้ลงเอยกับเขา"หยวนลู่จิ่นเอ่ยขึ้น"พระชายา ท่านมีเรื่องกับองค์รัชทายาทมาก่อนหรือ? เหตุใดจึงไม่อยากมีบุตร... แม้ว่าข้าจะอยากแต่งให้องค์รัชทายาทแต่เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องขออนุญาตจากท่านพ่อก่อน"ฝางผ







