LOGINบทที่ 1
จวนของท่านแม่ทัพจางฮั่น
เมื่อท่านแม่ทัพจางฮั่นนำร่างบางที่กำลังบาดเจ็บสาหัสของเยี่ยนฟางมาถึงจวนของเขาแล้ว เขาก็รีบสั่งคนให้พาหมอที่มือดีที่สุดในเมืองนี้มารักษานางทันที
ท่านหมอใช้เวลารักษาเยี่ยนฟางกว่าครึ่งค่อนคืนจึงจะมั่นใจว่าร่างกายของนางได้พ้นขีดอันตรายแล้ว เขาจึงรีบออกมาแจ้งท่านแม่ทัพจางฮั่นผู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ที่หน้าหอนอนของนาง
“ตอนนี้นางพ้นขีดอันตรายแล้ว ข้าได้จัดเตรียมยาให้นางเรียบร้อยแล้ว อีกไม่วันนางก็จะฟื้นขึ้นมาได้ขอรับ” ท่านหมอพูดขึ้น
“ขอบใจท่านหมอมาก ข้าจะให้คนพาท่านกลับส่งที่จวนของท่านพร้อมกับรางวัลที่ท่านช่วยชีวิตนาง” ท่านแม่ทัพจางฮั่นตอบกลับไป
“ข้าน้อยขอบใจท่านแม่ทัพมาก” พูดจบ ท่านหมอก็เดินออกไปพร้อมกับคนของท่านแม่ทัพจางฮั่นทันที
และในค่ำคืนนั้น ท่านแม่ทัพจางฮั่นก็ให้ เหมยกุ้ย สาวใช้ในเรือนของเขาไปดูแลรับใช้ปรนนิบัติเยี่ยนฟาง
ตลอดช่วงระยะเวลาสามฝันที่เยี่ยนฟางหลับใหล นางก็ฝันเห็นแต่ภาพเดิม ๆ ที่ตัวเองกำลังถูกเพื่อนรักและคนรักโยนลงบ่อน้ำเพื่อจะสังหาร หัวใจของนางเต้นแรงตึกตักไปด้วยความกลัว และแม้ว่าร่างบางของนางกำลังหลับใหลอยู่ในจวนตระกูลฮั่นนั้น แต่น้ำตาของนางก็ยังคงไหลอาบแก้มออกมาด้วยความเจ็บปวด จนทำให้เหมยกุ้ยรู้สึกสงสารในสิ่งที่นางต้องเผชิญ
ในด้านของท่านแม่ทัพจางฮั่น หลังจากที่เข้ารายงานตัวและเฉลิมฉลองชัยชนะจากการทำศึกมาเรียบร้อยแล้วนั้น ตลอดระยะเวลาสามวันที่ผ่านมาเข้าก็เอาแต่อยู่ในจวนเพื่อเฝ้ารอให้นางแปลกหน้าผู้นี้ฟื้นคืนมา
ในใจของท่านแม่ทัพจางฮั่นรู้สึกตกหลุมรักนางทันทีครั้งแรกที่เห็น และเขาก็รู้สึกเห็นใจที่นางต้องมาถูกคนรักพยายามสังหารเช่นนี้ เขาจึงได้แต่หวังว่าให้นางฟื้นขึ้นมาเร็ววัน เพื่อที่เขาจะได้ปกป้องนาง
เข้าสู่วันที่สี่
ในที่สุดร่างบางของเยี่ยนฟางก็ค่อย ๆ ขยับรู้สึกตัว พร้อมกับดวงตาที่ค่อย ๆ เปิดขึ้นที่ละเล็กที่ละน้อย
และเมื่อเยี่ยนฟางลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว นางก็พบว่า
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” เยี่ยนฟางร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ ที่อยู่ ๆ ทุกอย่างรอบตัวนางก็ดูโบราณไปหมด “ที่นี่ไหน นี่ฉันตายแล้วไปโผล่สวรรค์ชั้นไหนถึงได้โบราณขนาดนี้เนี่ย!”
“ท่านหญิง! ท่านหญิงใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ ที่นี่คือจวนตระกูลจางเจ้าค่ะ” เหมยกุ้ยพูดปลอบประโลมใจเพื่อให้นางใจเย็น
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด” เยี่ยนฟางร้องกรี๊ดออกมาอีกครั้งเมื่อหันมาเห็นว่าเหมยกุ้ยเป็นหญิงสาวแปลกหน้าที่กำลังอยู่ในชุดโบราณอย่างที่นางไม่เคยพบเจอมาก่อน “เจ้าต้องผีเหมือนกับข้าแน่ ๆ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ข้ากลัวผี อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ” เยี่ยนฟางพูดขึ้นพร้อมกับเอามือขึ้นมาปิดตาของตัวเองไว้ด้วยความกลัว
“ท่านหญิง! ท่านหญิงใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ ข้าไม่ใช้ผี” เหมยกุ้ยพูดขึ้น พร้อมกับพยายามดึงมือออกจากใบหน้าของเยี่ยนฟางเพื่อให้นางได้เห็นเหมยกุ้ยอย่างชัด ๆ
และในจังหวะนั้นที่ท่านแม่ทัพจางฮั่นผู้ซึ่งกำลังยืนอยู่ข้างนอกหอนอนของนางก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของนางขึ้น เขาจึงรีบเปิดประตูหอนอนของนางเข้ามาทันที ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เยี่ยนฟางถูกเหมยกุ้ยดึงมือออกจากใบหน้าของนางได้สำเร็จ
สายตาของเยี่ยนฟางปะทะเข้ากับใบหน้าที่งดงามของท่านแม่ทัพจางฮั่น สายตาที่สง่างามของเขาที่มองมีที่นางนั้นทำให้นางเกิดอาการหลงใหล จู่ ๆ หัวใจที่แสนวุ่นวายของนางก็สงบลงเมื่อได้พบกับเขา ราวกับว่านี่คือรักแรกพบของนาง
และในขณะที่เยี่ยนฟางกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งภวังค์อยู่นั้น ท่านแม่ทัพจางฮั่นก็ถามนางขึ้น “เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า? เจ็บปวดตรงไหนหรือ?” เขาถามนางขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นหวง
แต่เมื่อเยี่ยนฟางได้ยินเสียงของเขา นางก็หลุดออกจากภวังค์และกรี๊ดร้องออกมาอีกครั้ง “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ท่านเป็นผี ท่านต้องผีโบราณแน่ ๆ ได้โปรดอย่ามาทำอะไรข้าเลย” นางร้องขึ้นเสียงหลง พร้อมกับชี้มือไปที่เขา
“ข้าไม่ใช่ผี และเจ้าก็ไม่ใช่ผีด้วย” ท่านแม่ทัพจางฮั่นพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ ๆ นาง เขาจับมือของนางที่กำลังชี้มาที่หน้าของเขา พร้อมกับพูดขึ้นต่อกับนางด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลเพื่อให้นางสงบความกลัวลง “ข้ามีนามว่าจางฮั่น เป็นแม่ทัพของแคว้นอี้ แล้วเจ้าล่ะมีนามว่าอะไร?”
“ข้า...ข้ามีนามว่าสือเยี่ยนฟาง” เยี่ยนฟางตอบกลับไปด้วยเสียงสั่น
“แล้วเจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะ?” เขายังคงถามขึ้นต่อ
“ข้า...ข้า ข้าเป็นลูกของสือเจียเยียน” นางตอบกลับไปตามความเป็นจริง
“สือเจียนเยียน? ชื่อนี้ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน ว่าแต่เจ้ามาจากที่ไหนกันล่ะ?” เขาถามนางขึ้นต่อด้วยเสียงนุ่มนวลอย่างช้า ๆ
“ข้ามาจากปี 2022”
“แปลกดีแหะ! ข้าเพิ่งจะเคยได้ยินคำตอบเช่นนี้ แต่ก็ช่างเถอะ เจ้าไม่ใช่ผี และข้าก็ไม่ใช่ผี ที่นี่คือแคว้นอี้เฉิง และนี่ก็คือจวนของข้า เจ้าพักผ่อนเสียเถอะ ไว้เจ้าหายดีแล้ว ข้าจะมาสนทนากับเจ้าใหม่” พูดจบ ท่านแม่ทัพจางฮั่นก็เตรียมที่เดินออกจากหอนอนไป แต่เยี่ยนฟางก็คว้าข้อมือของเขาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิ! ข้าอยากรู้ว่าข้ามาที่นี่ได้อย่างไร? เพราะครั้งสุดท้ายที่ข้าจำได้ก็คือว่าข้าถูกคนรักและเพื่อนรักสังหารตายไปในบ่อน้ำแล้ว” เยี่ยนฟางถามความสงสัยของตัวเองขึ้นมาทันที
“ระหว่างทางที่ข้ากำลังเดินทางนำทัพกลับเข้าเมืองหลวง กองทัพของเราได้แวะพักที่บ่อน้ำกลางป่า และจู่ ๆ ร่างของเจ้าก็ลอยขึ้นมาเหนือน้ำในบ่อน้ำนั้นพร้อมกับร่างกายที่อาบไปด้วยเลือด และเมื่อหมอประจำกองทัพมาพบก็แปลกใจที่เจ้ารอดชีวิตมาได้อย่างน่าประหลาด ข้าจึงนำเจ้ากลับมารักษาต่อที่นี่ ไว้หากเจ้าหายแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปส่งยังบ้านของเจ้า” ท่านแม่ทัพจางฮั่นตอบกลับไป
“ข้าไม่มีบ้านอยู่ที่นี่ ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้ว หากท่านแม่รังเกียจช่วยรับข้าเป็นบ่างอีกคนได้หรือไม่?” เยี่ยนฟางพูดขึ้น พร้อมกับมองไปที่เขาไปด้วยสายตาอ้อนวอน
“เจ้าไม่ต้องเป็นบ่าวของข้าหรอก ที่นี่ข้ามีบ่าวเยอะแล้ว ตอนนี้เจ้าอยู่ที่นี่ไปในฐานะแขกของข้าก่อนแล้วกัน ไว้เจ้าหายแล้ว เราค่อยหารือกันใหม่” พูดจบท่านแม่ทัพจางฮั่นก็เดินออกมาจากหอนอนของนางทันที
เมื่อเขาเดินพ้นออกมาจากหอนอนของนางแล้ว เขาก็ยืนคิดในใจอยู่ชั่วครู่หนึ่ง “ที่ข้าบอกเจ้าไปแบบนั้น เพราะข้าจะรับเจ้ามาเป็นอนุของข้าเอง แต่หากข้าพูดออกไปตอนที่เจ้าเพิ่งฟื้นมาจากอาการบาดเจ็บเช่นนี้ ข้าก็จะดูเป็นคนเอาเปรียบเจ้าเกินไป”
ในด้านของเยี่ยนฟาง
นางเองก็ตกใจไม่ได้ที่ได้รู้ว่าจริง ๆ ตัวนั้นยังไม่ตาย แถมสวรรค์ยังเห็นใจให้นางได้ย้อนอดีตมาอยู่ในจวนของท่านแม่ทัพจางฮั่นรูปหล่อด้วย นางจึงคิดว่า ในเมื่อชีวิตนี้เขาได้ช่วยชีวิตของนางไว้ ดังนั้นชาตินี้ทั้งชาติเขาจะรักและปรนนิบัติต่อเขาเพื่อเป็นการตอบแทนเขานั้นเอง
ในช่วงของบ่ายของวัน
หลังจากเยี่ยนฟางได้ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว นางก็แต่งเนื้อแต่งในชุดจีนโบราณอย่างสวยงาม ก่อนที่จะให้เหมยกุ้ยช่วยพานางเดินชมรอบจวนแห่งนี้ทันที
และระหว่างเยี่ยนฟางกำลังเดินชมรอบจวนขนาดใหญ่ของท่านแม่ทัพจางฮั่นอยู่นั้น นางก็ถามเหมยกุ้ยทันที “ท่านแม่ทัพจางฮั่นอยู่จวนนี้กับใครรึ?”
“ท่านแม่ทัพจางฮั่นอยู่จวนนี้กับบ่าวไพร่เท่านั้นค่ะ ส่วนท่านของท่านแม่ทัพที่มีตำแหน่งเป็นจอมทัพก็ออกไปประจำการที่แคว้นข้าง ๆ พร้อมกับฮูหยินเจ้าค่ะ” เหมยกุ้ยตอบกลับไป
เยี่ยนฟางได้ยินเช่นนั้นก็แอบยิ้มอยู่ในใจ เพราะนั้นหมายความว่าท่านแม่ทัพรูปหล่อผู้นี้ยังโสดอยู่นั้นเอง
“แล้วท่านแม่ทัพมีอนุบ้างไหม?” เยี่ยนฟางยังคงถามขึ้นต่อ
“ไม่มีเจ้าค่ะ เพราะท่านพ่อของท่านแม่ทัพแต่งงานกับฮูหยินเป็นภรรยาเพียงแค่คนเดียว และไม่มีอนุเล็ก ๆ น้อยอยู่ในจวนเลย ท่านแม่ทัพจางฮั่นจึงมีท่านพ่อเป็นแบบอย่าง และไม่สนใจเรื่องการมีมากหลากมีเจ้าค่ะ”
เยี่ยนฟางรู้สึกใจชื่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินแบบนั้น อย่างน้อย ๆ นางก็หวังว่าการที่สรรค์ได้ส่งนางมาให้นางได้เจอเขา นางคงไม่ต้องเจ็บปวดเหมือนดั่งความรักจากโลกปัจจุบันของนางอีกแล้วนะ1
__________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







