تسجيل الدخولบทที่ 2
ความรักที่ทรยศ
ในค่ำคืนนั้น เยี่ยนฟางได้นอนคิดถึงเหตุการณ์ที่นำพาให้นางต้องย้อนอดีตมาไกลถึงแคว้นอี้เฉิง
ย้อนไปในยุคปัจจุบันปี 2022
สือเยี่ยนฟาง เป็นสาววัยทำงานรูปงามที่ชีวิตของเธอกำลังไปได้สวย เธอมีหน้าที่การงานที่ดี คนรักที่ดี และเพื่อนสนิทที่แสนดี เธอเป็นหญิงสาวที่แสนดี ที่มักจะเชื่อใจผู้คนอย่างงายดายเสมอ
เยี่ยนฟางและแฟนหนุ่มของเธอที่มีนามว่าหาวกวางนั้นได้ใช้เวลาคบดูใจกันมากถึง 8 ปี พวกเขาวางแผนที่จะแต่งงานในช่วงต้นปีหน้า ซึ่ง หมู่ตาน เพื่อนสนิทของเยี่ยนฟางก็ดีใจกับพวกเขาเป็นอย่างมาก
ในด้านของหมู่ตานนั้น เธอเป็นคุณหนูจากตระกูลร่ำรวย แต่มีนิสัยเสียที่ชอบเอาแต่ใจ จึงทำให้ไม่ใครชอบคบหาสมาคมกับเธอ มีเพียงเยี่ยนฟางเท่านั้นที่รักเธอจนเธอได้กลายมาเป็นสนิท แต่แม้ว่าฐานะที่แตกต่างกัน แต่ความสัมพันธ์และมิตรภาพของทั้งสองคนนั้นกลับไม่ได้ห่างเหินเหมือนดั่งฐานะของพวกเขาเลย
ในด้านของหาวกวาง แฟนหนุ่มของเยี่ยนฟางนั้น เขาเป็นผู้ชายที่มีหน้าตางดงามระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่มากสักเท่าไหร่ ส่วนฐานะของเขานั้นเป็นเพียงชายหนุ่มนชนชั้นกลางธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำ แต่เพราะเขาเป็นคนทะเยอทะยาน ทำให้เขาวางแผนสร้างธุรกิจของตัวเอง ซึ่งเขาก็โชคดีได้หมู่ตานมาร่วมลงทุนกับเขาด้วย
เรื่องราวของคนทั้งสามดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนเท่านั้น แต่เบื้องหลังนั้น เยี่ยนฟางไม่เคยรู้เลยว่าหาวกวาง แฟนหนุ่มของเธอตั้งใจที่จะเข้าหาหมู่ตานตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะเขาหวังที่จะมีแฟนสาวที่ร่ำรวยมาค้ำจุ้นอนาคตของเขามากกว่าหญิงสาวพนักงานออฟฟิศธรรมดาอย่างเยี่ยนฟางเสียอีก ในขณะที่หมู่ตานผู้ซึ่งแอบอิจฉาเยี่ยนฟางมาตลอดเวลา เพราะเยี่ยนฟางนั้นได้แฟนอย่างหาวกวาง ดังนั้นเมื่อหาวกวางและหมู่ตานได้มีโอกาสใกล้ชิดกันในเรื่องของการทำงาน พวกเขาก็พัฒนาความสัมพันธ์จากนักร่วมลงทุนกลายมาเป็นชู้รักโดยไม่ให้เยี่ยนฟางได้รู้ตัวเลย
จนวันหนึ่งมาถึง วันที่หมู่ตานทนที่จะแอบ ๆ ซ่อน ๆ ที่จะคบกับหาวกวางต่อไปไม่ไหวเลย เธอเลยร่วมมือกับหาวกวางเพื่อวางแผนสังหารเยี่ยนฟาง เพราะพวกเขาต้องการจะบอกให้สังคมรู้ว่าเยี่ยนฟางนางเป็นหญิงสาวแพศยาที่หนีตามชายอื่นไป ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็มีแฟนเป็นหาวกวางอยู่แล้ว และพวกเขาก็ตั้งใจใช้เหตุผลนี้ว่าพวกเขาทั้งสองนั้นทุกข์ใจเป็นอย่างมาก จึงช่วยกันปลอบประโลมกันจนกลายมาเป็นความรัก และได้แต่งงานกันออกนอกหน้าในที่สุด
และแผนของพวกเขาก็สำเร็จ พวกเขาได้ทำการมัดมือมัดเท้าและมัดปาก พร้อมกับแทงเข้าไปที่ร่างของเยี่ยนฟางก่อนที่จะโยนเธอลงไปในบ่อน้ำนั้น แถมพวกเขายังปล่อยให้เยี่ยนฟางได้มองหน้าที่แสนทรยศของพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย
เยี่ยนฟางรู้สึกเจ็บปวดใจที่ถูกคนรักทรยศหักหลังเพียงเพราะเขาอยากจะกลายเป็นคนร่ำรวย ในขณะเดียวกันที่ก็รู้สึกเจ็บปวดที่เคยรักหมู่ตานเป็นเพื่อนรักของเธอ เพราะเธอทั้งรักและเชื่อใจหมู่ตานเป็นอย่างมาก แต่หมู่ตานกลับทำร้ายความเชื่อใจด้วยการสังหารเธออย่างโหดเหี้ยม
ร่างบางของเยี่ยนฟางที่กำลังนั่งนึกคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้บนเตียงนอนของนาง จนทำให้จู่ ๆ น้ำตาของนางก็ไหลออกมาอย่างไม่สามารถห้ามมันไว้ได้ ทำให้เหมยกุ้ยที่อยู่ในหอนอนนั้นด้วยหันมาเห็น จึงเดินเข้าไปปลอบประโลมนาง “ท่านหญิง! ท่านหญิงคิดถึงเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดอยู่หรือ? หากท่านหญิงมีอะไรในใจก็บอกให้ข้ารู้ได้นะเจ้าค่ะ”
“อดีตของข้านั้นช่างเจ็บปวดยิ่งนัก มันเจ็บปวดเกินกว่าน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มของข้าจะลบมันออกไปได้” เยี่ยนฟางพูดขึ้นพร้อมกับดวงตาที่แดงกล่ำ “หนึ่งคนคือเพื่อนรัก อีกหนึ่งคนคือคนรัก แต่พวกเขากับรวมหัวกันสังหารข้าอย่างโหดเหี้ยม”
“อดีตที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปนะเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านหญิงอยู่ในจวนของท่านแม่ทัพจางฮั่นแล้ว ข้าเชื่อว่าท่านแม่ทัพจะไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำร้ายท่านได้อย่างแน่นอน” เหมยกุ้ยปลอบนางขึ้น
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” แล้วจู่ ๆ ใบหน้าที่เศร้าหมองของเยี่ยนฟางก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มทันทีเมื่อนึกถึงท่านแม่ทัพจางฮั่น
“แหม่! ท่านหญิง พอพูดถึงท่านแม่ทัพจางฮั่นแล้วก็เปลี่ยนมายิ้มได้เลยนะเจ้าค่ะ” เหมยกุ้ยแซวเยี่ยนฟางขึ้น
“เจ้านี่! ข้าไปนอนดีกว่า” เยี่ยนฟางพูดปัดไปด้วยความเขินอาย ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนทันที
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
เยี่ยนฟางออกมาเดินที่ป่าไม่ไกลจากจวนตระกูลจางพร้อมกับเหมยกุ้ยแต่เช้า
เหมยกุ้ยที่นึกสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ เยี่ยนฟางก็อยากออกมาเดินป่าเช่นนี้ นางจึงถามขึ้นทันที “ท่านหญิง! เหตุใดท่านหญิงจึงอยากจะออกมาเดินเที่ยวป่า แทนที่จะไปเดินเที่ยวเล่นที่ตลาดล่ะเจ้าคะ?”
“ก็เพราะว่าข้าไม่เคยเห็นป่าที่สมบูรณ์มาก่อนนะสิ!” เยี่ยนฟางตอบกลับไปทันที ก็เพราะว่านางเกิดและเติบโตที่กลางกรุงเมืองหลวงของประเทศ ทั้งเมืองหลวงต่างเต็มไปด้วยตึกราบ้านช่อง ทั้งชีวิตของเยี่ยนฟางจึงไม่เคยธรรมชาติหรือป่าที่สวย ๆ ที่เต็มตาของนางเสียที และในเมื่อตอนนี้นางได้ย้อนอดีตกลับมาพบกับความสมบูรณ์แห่งธรรมชาติ แล้วนางจะพลาดที่จะมาชมให้เป็นบุญตาของนางได้อย่างไรกัน?
____________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







