LOGINบทที่ 1
มาเกิดใหม่ดั่งใจฝัน
ในด้านของซินจาง เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งนางก็พบว่าร่างบางของนางไม่ได้อยู่ที่คอนโดเล็ก ๆ ของนางอีกต่อไปแล้ว แถมตอนนี้ร่างกายของนางก็ไม่ใช่ของนางอีกต่อไปแล้ว แต่กลับกลายเป็นร่างใหม่ที่โบราณแต่งดงามเหลือเกิน
ซินจางตื่นขึ้นมาในหอนอนที่เงียบสงบและแสนโบราณ วินาทีแรกที่นางตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองนั้นย้อนมาอยู่ในอดีต นางก็รู้สึกตกใจไม่น้อย แต่เมื่อพบว่าตัวเองนั้นไม่ได้แค่ย้อนอดีตมาธรรมดา แต่นางนั้นได้พาวิญญาณของตัวเองเข้ามาในร่างของคุณหนูผู้งดงามผู้มีนามว่า หลี่ซินจาง ที่ซินจางรู้จักชื่อเจ้าของร่างก็เพราะว่า นางเหลือบไปเห็นชื่อของหลี่ซินจางผู้นี้วางไว้บนโต๊ะหนังสือนั้นเอง
ในตอนแรกซินจางรู้สึกอยากกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะจู่ ๆ นางก็ได้ย้อนมาเกิดใหม่ในอดีตอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว แต่เมื่อเห็นว่าร่างใหม่ของตัวเองทั้งสวย แถมดูรวยเป็นถึงคุณหนูของจวนหลังใหญ่ นางจึงเปลี่ยนจากเสียงกรีดร้อง เป็นรอยยิ้มที่ดีใจแทน
“นี่ฉันได้เกิดใหม่เป็นถึงคนสวยและรวยมากเลยหรือนี่! อิอิ” ซินจางพูดขึ้น พร้อมกับมองไปที่ใบหน้าที่สวยงามของตัวเองในกระจกอย่างชื่นชม “ได้เกิดใหม่มาสวยและรวยขนาดนี้ ฉันจะโปรยเสน่ห์ใส่หนุ่ม ๆ ให้สาแก่ใจที่อกหักมามากกว่า 10 รอบเลยทีเดียว อยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาหักอกฉันอีก”
เมื่อซินจางพูดกับตัวเองจบ นางก็ได้ยินเสียงเอะอะมาจากทางด้านนอกของหอนอน นางจึงตัดสินใจเดินไปที่หน้าประตูหอนอนของตนเอง และเปิดมันออก
ฟึบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
ในจังหวะที่ซินจางเปิดประตูหอนอนออกมานั้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ท่านแม่ทัพหลี่ฟู่จูกำลังจะเปิดประตูเข้ามาเพื่อร่ำลาบุตรสาวของตัวเองที่ใกล้จะหมดหายใจไป
แต่ ...
“พ่อ!” ซินจางอุทานออกมาด้วยความตกใจ เพราะท่านแม่ทัพหลี่ฟู่จูผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนพ่อของนางราวกับคนเดียวกัน “หรือว่านี่จะเป็นพ่อในอดีตชาติ”
ในขณะที่ซินจางกำลังยืนตกใจที่ได้พบกับพ่อของตนเองในอดีตชาติอยู่นั้น แต่ในด้านของท่านแม่ทัพหลี่ฟู่จูก็ดีใจไม่น้อยที่เห็นบุตรสาวผู้ซึ่งกำลังจะหมดลมหายใจกลับตื่นฟื้นขึ้นมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง
“จางเอ๋อร์! ฮืออออออออออออออออออออออออ” ท่านแม่ทัพหลี่ฟู่จูเรียกชื่อบุตรสาวของตนเองออกมาทั้งน้ำตา ก่อนที่จะเดินเข้าไปกอดนางไว้แน่น “พ่อนึกว่าพ่อจะต้องเสียเจ้าไปเสียแล้ว ฮือออออออออออออออออออ”
ซินจางไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านแม่ทัพหลี่ฟู่จูพูดเลยสักนิดเดียว แต่นางก็พอจะเดาสถานการณ์ออกได้ว่า ที่วิญญาณของนางมาเข้าร่างของคุณหนูหลี่ผู้นี้ได้นั้น แสดงว่าคุณหนูหลี่ผู้นี้คงได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว นางจึงต้องพูดตามน้ำไป
“ข้าจะไม่ทิ้งท่านไปไหนอย่างแน่นอนท่านพ่อ!”
“ฮืออออออออออออออออออออออ จางเอ๋อร์ของพ่อ ฮืออออออออออออออออออ” ท่านแม่ทัพหลี่ฟู่จูยังคงร้องไห้ออกมา พร้อมกับกอดบุตรสาวของตนเองไว้ต่อสักพักใหญ่ ๆ ด้วยความดีใจ
ในการฟื้นขึ้นมาของคุณหนูหลี่ซินจางครั้งนี้ ทำให้เหล่าท่านหมอทั้งหลายตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาเห็นเองกลับตาว่านางใกล้จะหมดลมหายใจจากไปแล้ว แต่จู่ ๆ นางกลับฟื้นขึ้นมาเดินเหินปกติราวกับคนไม่เคยป่วยแบบนี้ นับว่าเป็นเรื่องแปลกเหลือเกิน
หลังจากที่ท่านแม่ทัพหลี่ฟู่จูยืนกอดบุตรสาวไว้สักพักใหญ่ ๆ ในที่สุดเขาก็ยอมปล่อยร่างบางของนางออกจากอ้อมกอดของเขาเสียที พร้อมกับพูดขึ้น “จางเอ๋อร์ เจ้าเข้าไปพักผ่อนต่อเถิด หากเกิดไม่สบายขึ้นมาอีก เจ้ารีบให้คนมาเรียกพ่อทันทีเลยนะ เดี๋ยวพ่อจะให้รุ่ยเซียงไปนอนเฝ้าเจ้า”
“ค่ะท่านพ่อ” ซินจางพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในหอนอนของนางพร้อมกับรุ่ยเซียง
เมื่อเข้ามาที่ด้านในของหอนอนแล้ว ซินจางก็ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนอนด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เพราะการเกิดใหม่ของนางครั้งนี้ นางได้เกิดเป็นสตรีที่แสนสวยและร่ำรวย เรียกว่า ให้มีชีวิตไปอีกสิบชาตินางก็ยังใช้เงินไม่หมด
ในด้านของรุ่ยเซียงก็มองไปที่ซินจางด้วยความสงสัย เพราะก่อนหน้านี้คุณหนูหลี่ซินจางของนางนอนอยู่บนเตียงนอนนี้พร้อมกับลมหายใจที่โรยรินที่ใกล้จะหมดไป แต่ชั่วพริบตาเดียวคุณหนูหลี่ซินจางกลับฟื้นตื่นขึ้นมาลุกเดินเหินราวกับคนที่ไม่เคยป่วยมาก่อน แต่ไม่ว่านางจะประหลาดใจและสงสัยมากขนาดไหน นางก็ไม่กล้าที่จะเอยถามออกไป
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น
ซินจางตื่นขึ้นมาแต่เช้า พร้อมกับเลือกแต่งตัวในชุดสีชมพูสดใส วันนี้นางพร้อมที่จะออกไปโปรยเสน่ห์ให้หนุ่ม ๆ แล้ว
“รุ่ยเซียง ปกติบุรุษในแคว้นนี้เขาชอบไปอยู่ที่ไหนกันหรอ?” ซินจางถามสาวใช้ประจำตัวขึ้น
“ส่วนใหญ่ถ้าเป็นบุรุษธรรมดาทั่วไปก็มักจะไปอยู่ที่โรงเตี้ยม หรือหอนางโลมเจ้าค่ะ” รุ่ยเซียงตอบกลับไป
“ไม่เอาบุรุษธรรมดาสิ เอาบุรุษที่มีศักดิ์สูง ๆ นะ ปกติเขาจะไปอยู่ที่ไหนกัน?” ซินจางยังคงถามขึ้นต่อ
____________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“อ๊าาาาาาา” ชิวยวี่เผลอร้องออกมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะพยายามปฏิเสธมากขนาดไหน แต่ร่างกายของนางมันกลับปรารถนาน้องชายอุ่น ๆ ของเขานั้นเสียเหลือเกิน และไม่นานนิคโคลัสก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับจับน้องชายของเขาที่ขยายใหญ่ของเขานั้นถูไปมาที่กลีบของนาง โดยที่เขาไม่ยอมสอดใส่สักที และมันก็ทำให้ชิวยวี่รู้สึกเสียวจนใจจะขาดแล้วนะ ทำไมเขาไม่ยอมสอดมันเข้ามาสักที“อ๊าาาาา ซีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”“ข้าเดินทางมาไกลแสนไกลเพื่อมาพบกับท่าน แล้วข้าจะยอมให้ท่านเป็นของชายอื่นได้เช่นไรกัน!” เขาพูดขึ้น แต่ ณ จุด ๆ นี้ ต่อให้เขาต่อว่าอะไรนาง นางก็ยอมหมดแหละชิวยวี่รู้สึกว่าร่างกายของนางยิ่งต้องการเขามากขึ้นไปอีก นางชอบที่ได้เห็นเขาหึงหวงนางด้วยรสสวาทเช่นนี้เหลือเกินจากนั้นเขาค่อย ๆ สอดใส่น้องชายของเขาเข้ามาในร่างกายของชิวยวี่อย่างช้า และเขาก็เริ่มทำการบรรเลงเพลงรักให้กับนางทันที“ร่างกายของท่านหญิงตอบสนองข้าดีเหลือเกิน หากเป็นเช่นนี้แล้วข้าคงจะแตกเอาได้นะ” เขาพูดขึ้น พร้อมกับยังคงค่อย ๆ ขยับน้องชายของเขาเข้าออกในร่องของนางอย่างช้า ๆ“เสียวจังเลยค่ะ”“แต่ข้าจะทำให้คุณเสียวมากกว่านี้อีก”เข้าเริ่มกระแทกเข้าออกแรงขึ้นเ
บทที่ 6หึงหวงก็เพราะว่ารักผ่านไปหลายวัน ท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ผู้ช่วยชีวิตของชิวยวี่และนิคโคลัสก็มาที่จวนสกุลหลัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย โดยเขามาครั้งนี้เขาได้นำดอกโบตั๋นมาให้ชิวยวี่ด้วยชิวยวี่รู้สึกประทับใจท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋เป็นอย่างมากจากการที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ครั้งที่แล้ว แถมเขายังนำโบตั๋นที่เป็นดอกไม้โปรดมาให้นางอีกด้วย ทำให้นางรู้สึกชื่นชอบเขาขึ้นมาทางด้านของนิคโคลัสที่เฝ้ามองทุกอย่างมาอย่างเงียบ ๆ ตลอดก็รู้สึกโกรธและหึงหวงพวกเขาขึ้นมาทันที เขาจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน พร้อมกับพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพหลัวอีม่าน! วันนี้ข้าจะมาทวงคำขอที่ท่านให้ข้าไว้ โดยที่ท่านสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่เห็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวทั้งสามคนอยู่ในสายตาตลอด เขาก็พอจะเดาได้ว่านิคโคลัสจะมาขออะไร แต่เขาก็ต้องแสร้งเป็นไม่รู้ “งั้นเจ้าก็พูดมาเถิด”“ข้าอยากจะสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ให้มาเป็นภรรยาของข้า”ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน ก่อนที่จะตอบกลับไป “ตัวข้านั้นไม่ปฏิเสธคำของเจ้าอย่างแน่นอน แต่ข้าเป็นเพียงผู้ให้กำเนิดนาง มิใช่เจ้าของชีวิตของน
ทางด้านของนิคโคลัสที่มองออกว่าท่านแม่ทัพหวางผู้นี้ปรารถนาในตัวของท่านหญิงชิวยวี่เป็นอย่างมาก เขาก็เกิดรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แต่เพราะนิคโคลัสเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงได้แต่ยิ้มออกมา และทำหน้านิ่งเงียบไว้เช่นเดิมในค่ำคืนนั้นนิคโคลัสที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกังวลใจเรื่องที่ท่านแม่ทัพหวาง เขาก็พรางคิดว่าหากท่านแม่ทัพหวางสู่ขอท่านหญิงชิวยวี่ของเขาขึ้นมา และท่านหญิงตอบตกลง เขาคงทำอะไรนอกจากนั่งเสียใจร้องไห้ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นไม่ได้เด็ดขาดและเมื่อนิคโคลัสคิดเรื่องนี้วนซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขานอนไม่หลับ เขาก็นึกถึงฉากหนึ่งที่ซีรีส์จีนชอบทำเวลานอนไม่หลับก็คือการปีนขึ้นไปนั่งดูดาวบนหลังคานั้นเอง นิคโคลัสจึงไม่รอช้า เขารีบทำแบบในซีรีส์จีนทันทีแต่การปีนขึ้นมาบนหลังคานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแบบในซีรีส์เลย ทำเอานิคโคลัสทุลักทุเลไม่น้อยกว่าที่เขาจะปีนมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อปีนขึ้นมาแล้วเขาจึงได้รู้ว่าข้างบนนี้มันช่างสวยงามเหลือเกินนิคโคลัสนั่งมองดาวที่ไม่มีอะไรขว้างกันอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความสบายใจ เขาปรารถนาให้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ใน
บทที่ 5คุณหนูโฉมสะคราญกับบุรุษรูปงามสองคนเมื่อกองทัพได้เดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้รับการต้อนรับจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่จวนของตนเองทันทีทางด้านท่านแม่ทัพหลัวอีม่านที่กับมาถึงจวนของเขาพร้อมกับชิวยวี่และนิคโคลัสแล้ว ท่านแม่ทัพหลัวอีม่านจึงถามนิคโคลัสขึ้น “เรื่องที่เจ้าได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้น หากเจ้าอยากได้สิ่งใดเป็นการตอบแทนก็จงบอกข้ามาเถิด ข้าจะไม่ปฏิเสธเจ้าเลย”“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากได้สิ่งใดเลยขอรับ ไว้ข้าปรารถนาแล้วข้าจะมาบอกให้ท่านแม่ทัพทราบ” นิคโคลัสตอบกลับไป“งั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ วันนี้ก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว” พูดจบ ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไปทางหอนอนของตนเองเมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นประตูจวนสกุลหลัวก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างใหญ่ที่แสนสง่างามของท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋ก็ปรากฏขึ้น ชิวยวี่ที่นั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำก็ชะโงกหน้าออกมาดู และพบกับรูปร่างใหญ่อันดุดันและองอาจในชุดเกาะสีดำ พร้อมกับใบหน้าที่คมเข้มแต่ขาวนวล นัยตาสีน้ำตาลเข้มชวนนางหลงใหล รูปหน้าคมสันราวกับหลุดออกมาเทพนิยาย เขาผู้นี้คือท่านแม่ทัพหวางหยุนตี๋คนที่รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของนางมาน
เมื่อนิคโคลัสเดินทางมาถึงกองทัพของแคว้นเป่ยเอี่ยนแล้ว เขาก็ใช้ความรู้ประวัติศาสตร์อันน้อยนิดที่มีเกี่ยวกับแคว้นนี้ทำนายทายทักให้ทหารที่อยู่หน้ากองทัพฟังว่า “ข้ามีนามว่าเชียนเอ๋อร์ ข้าเป็นนักทำนาย ในอนาคตแคว้นเป่ยเอี่ยนจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก”“จริงรึ?”“จริงสิ!”เมื่อทหารได้ยินคำทำนายของนิโคลัสเช่นนั้น พวกเขาก็ดีใจกันยกใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วนิคโคลัสรู้ดีว่าผู้คนชอบคำทำนายทีเป็นผลดีต่อตัวเอง หากคำทำนายไหนที่เป็นผลลบ พวกเขาจะเครียดไปนานปีเลยทีในขณะที่ทหารผู้นั้นกำลังดีใจยกใหญ่อยู่นั้น นิคโคลัสก็แอบแฝงตัวเข้าไปในกองทัพของพวกเขาได้ โดยที่นิคโคลัสได้เลือกชุดของทหารผู้หนึ่งมาสวมใส่ และเขาก็ออกตามหาที่คุมขังของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผ่านไปจนเกือบค่ำ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดมนลง นิคโคลัสก็สามารถตามหาท่านแม่ทัพหลัวอีม่านได้ สภาพร่างกายของท่านแม่ทัพทัพหลัวอีม่านนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงดูแข็งแรงและมีสติอยู่มาก นิคโคลัสพรางแอบคิดในใจว่าหากคนที่โดนทำลายเช่นนี้เป็นเขา เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตได้อย่างแน่นิคโคลัสใช้ไหวพริบความฉลาดที่เขาชอบดูมาจากหนังฝรั่งโดยการตีหัวของทหารให้สลบ แล้วเขาก็น
บทที่ 4ออกสู่สนามรบหลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ จู่ ๆ ที่เมืองไต๋ก็ถูกแคว้นเป่ยเอี่ยนเข้ามาโจมตีอย่างหนักเพื่อหวังจะยึดครอง เนื่องจากว่าเมืองไป๋เป็นเมืองติดแม่น้ำและเป็นเส้นทางค้าขายสำคัญของแคว้นต้าถัง จึงทำให้แคว้นเป่ยเอี่ยนผู้ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจทำการเข้าโจมตีท่านแม่ทัพหลัวอีม่านผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าถังก็ได้รับนำมอบหมายจากฮ่องเต้ให้นำทัพลงไปปกป้องเมืองไป๋ในครั้งนี้ โดยมีแม่ทัพหนุ่มหวางหยุนตี๋เป็นผู้เดินทางไปเคียงคู่กับเขาด้วย...ชิวยวี่ไปสั่งท่านพ่อของนางที่หน้าประตูเมืองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของเขา นางไม่มีความกังวลอยู่ในใจของตนเองเลยสักนิด เพราะนางเชื่อเสมอว่าบิดาของนางจะต้องสามารถเอาชัยชนะกลับมาได้อย่างแน่นอน แต่ทางด้านของท่านแม่ทัพหลัวอีม่านกลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขารู้ดีว่าแคว้นเป่ยเอี่ยนนั้นมีความป่าเถื่อนมากขนาดไหน แถมการรบของพวกเขายังไม่เป็นรองใคร แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาให้บุตรสาวของตนเองได้เห็น เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องคอยเป็นห่วงเขา“ท่านพ่อ! รีบกลับมานะคะ ลูกจะทำอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่านเลย” ท่าน







