LOGINเช้าวันรุ่งขึ้น...
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางเบาเข้ามาแยงตา ฉันขยับตัวบิดขี้เกียจอยู่ภายใต้ผ้าห่มนวมผืนหนา กลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชาย... กลิ่นของพี่ทีออนยังติดจางๆ อยู่ที่หมอนและเสื้อยืดตัวโคร่งที่ฉันใส่นอนเมื่อคืน พอสมองเริ่มประมวลผลได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แก้มฉันก็ร้อนวูบขึ้นมาทันที "ตื่นสายนะเรา" เสียงทุ้มดังขึ้นจากหน้าประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ ฉันรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงคอโดยอัตโนมัติ พี่ทีออนยืนกอดอกพิงขอบประตู เขายังอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขายาวตัวเมื่อคืน ผมเผ้ายุ่งนิดๆ เหมือนเพิ่งตื่น แต่ดู... เซ็กซี่ชะมัด เขาถือแก้วกาแฟอยู่ในมือ สายตาคมกริบไล่มองฉันตั้งแต่หัวจรดเอว (เท่าที่ผ้าห่มจะเปิดให้เห็น) "พี่ที... ตื่นนานแล้วหรอคะ" ฉันถามเสียงแหบพร่า "อือ สักพักแล้ว ออกมากินข้าวจะได้กลับกรุงเทพฯ เดี๋ยวรถติด" เขาบอกเสียงเรียบ แต่สายตายังไม่ละไปจากฉัน "แล้วก็... รีบไปเปลี่ยนชุดซะ" "ทำไมคะ เสื้อพี่ตัวใหญ่ใส่สบายดีออก" ฉันก้มลงมองสภาพตัวเอง เสื้อยืดของเขายาวคลุมเข่าฉันเหมือนเดรส แขนเสื้อก็ยาวจนกินมือฉันเข้าไป พี่ทีออนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินเข้ามาวางแก้วกาแฟที่หัวเตียง แล้วโน้มตัวลงมาใกล้ๆ จนหน้าเราห่างกันแค่คืบ "ก็เพราะมันใส่สบาย... แล้วมันก็ดู 'อันตราย' กับความอดทนของพี่มากเกินไปไง" เขากระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาวูบไหวอย่างสื่อความหมาย "ถ้าไม่อยากโดนพี่รังแกแต่เช้า... ไปเปลี่ยนชุด เดี๋ยวนี้" ฉันหน้าร้อนฉ่าจนแทบระเบิด รีบพยักหน้ารัวๆ แล้วคว้าชุดนักศึกษาของตัวเองวิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของคนเจ้าเล่ห์ดังก้องไล่หลังมา . . บรรยากาศตอนขับรถกลับกรุงเทพฯ ผิดกับขามาลิบลับ ขามาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและน้ำตา แต่ขากลับ... มันอบอวลไปด้วยความหวานละมุนที่ทำให้ฉันนั่งบิดมือตัวเองเล่นตลอดทาง พี่ทีออนขับรถมือเดียว อีกมือหนึ่ง... กุมมือฉันไว้หลวมๆ วางบนตักเขา "พี่รัมจะว่ามั้ยนะ..." ฉันเปรยขึ้นมาทำลายความเงียบ เมื่อรถเริ่มเข้าเขตกรุงเทพฯ "ไม่ต้องห่วง พี่เคลียร์แล้ว" เขาตอบอย่างมั่นใจ "เคลียร์ว่าไงคะ บอกว่ารินหนีมาเที่ยวกับพี่หรอ" "บอกว่ารถเราเสีย พี่เลยขับไปรับ แล้วมันดึกเลยให้ค้างที่บ้านญาติแถวนั้น" เขาโกหกหน้าตายได้เนียนสนิท "ไอ้รัมมันซื่อจะตาย บอกอะไรมันก็เชื่อ อีกอย่าง... มันไว้ใจพี่" คำว่า 'มันไว้ใจพี่' ทำเอาฉันรู้สึกผิดนิดๆ แต่มืออุ่นๆ ของพี่ทีออนที่บีบมือฉันเบาๆ ก็ทำให้ความกังวลจางหายไป "ถึงแล้ว" รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าคอนโด พี่ทีออนดับเครื่องยนต์แต่ยังไม่ยอมปลดล็อกประตู "ขอบคุณนะคะที่ไปรับ แล้วก็... เรื่องเมื่อคืน" ฉันหันไปบอกเขา พี่ทีออนปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเอง แล้วเอี้ยวตัวมาหาฉัน มือหนายกขึ้นลูบหัวฉันเบาๆ อย่างอ่อนโยน "จำที่พี่บอกได้มั้ย" "เรื่องไหนคะ" "เรื่องที่ให้รอ... เรื่องที่ห้ามไปกับคนอื่น" เขาจ้องตาฉันนิ่ง "โดยเฉพาะไอ้ฮาวาย" "รู้แล้วน่า พี่ย้ำรอบที่ร้อยแล้วมั้ง" ฉันยู่ปากใส่เขา "ก็เรามันน่าไว้ใจที่ไหน เผลอแป๊บเดียวก็มีหนุ่มมาจีบ" เขาบ่นอุบ ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ "มัดจำไว้ก่อน" "ห๊ะ? มัดจะ..." ยังไม่ทันจบประโยค ริมฝีปากอุ่นจัดของเขาก็ประทับลงบนหน้าผากฉันหนักๆ หนึ่งที เนิ่นนาน... และนุ่มนวล จนฉันหลับตาพริ้ม ซึมซับสัมผัสนั้นไว้ "ไปได้แล้ว เดี๋ยวไอ้รัมลงมาเห็น" เขาผละออกมายิ้มมุมปาก ฉันพยักหน้าเขินๆ รีบเปิดประตูรถลงไป แต่ก่อนจะปิดประตู พี่ทีออนก็ลดกระจกลงมาสั่งทิ้งท้าย "เย็นนี้เดี๋ยวพี่มารับไปกินข้าว ห้ามปฏิเสธ ห้ามอ้างว่าทำการบ้าน และห้ามปิดเครื่องหนี เข้าใจมั้ย" "ค่า... คุณพ่อคนที่สอง" ฉันแลบลิ้นใส่เขาก่อนจะรีบวิ่งเข้าคอนโดไป หัวใจพองโตจนแทบจะลอยได้ . . ห้องนั่งเล่น คอนโด ทันทีที่ฉันเปิดประตูห้องเข้าไป บรรยากาศมาคุที่คุ้นเคยก็ปะทะเข้าหน้าอย่างจัง พี่รัมนั่งกอดอกอยู่บนโซฟา หน้าบึ้งตึงเหมือนยักษ์วัดแจ้ง ข้างๆ มีจานขนมที่กินเหลือไว้และกองกระป๋องเบียร์ "กลับมาแล้วหรอแม่ตัวดี" เสียงพี่รัมเข้มปั้ด "แหะๆ... พี่รัม" ฉันยิ้มสู้เสือ เดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ พี่ชาย "คิดถึงจังเลยยย" "ไม่ต้องมาอ้อน! ไหนบอกรถเสีย เสียท่าไหนถึงไปโผล่หัวหิน" พี่รัมจ้องจับผิด "ก็... ก็มันเสียแถวนั้นพอดี" ฉันแถสีข้างถลอก "แล้วทำไมไอ้ทีต้องถ่อสังขารไปรับไกลขนาดนั้น มันโทรมาบอกพี่ว่าบังเอิญเจอเรา... บังเอิญบ้าอะไรวะ" พี่รัมบ่นพึมพำอย่างงงๆ "แล้วนี่... เสื้อใคร" ฉันสะดุ้งเฮือก ก้มมองเสื้อคลุมตัวนอกที่พี่ทีออนให้ใส่คลุมมาเพราะแอร์ในรถเย็น "เสื้อ... เสื้อพี่ทีค่ะ ก็แอร์มันหนาว" "ไอ้ทีอีกละ... อะไรๆ ก็ไอ้ที" พี่รัมส่ายหัวอย่างระอา ก่อนจะหรี่ตามองฉัน "ถามจริงนะริน... แกกับไอ้ที... มีอะไรปิดบังพี่รึเปล่า" คำถามของพี่รัมทำเอาฉันเหงื่อตก แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้แก้ตัว เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ติ๊งต่อง! "ใครมาวะแต่เช้า" พี่รัมบ่นอุบแล้วเดินไปส่องตาแมว ก่อนจะเปิดประตูผัวะ "สวัสดีครับคุณรัม น้องรินอยู่มั้ยครับ" เสียงสุภาพที่คุ้นหูดังขึ้น ฉันชะโงกหน้าไปดูแล้วก็ต้องตาค้าง พี่ฮาวาย! เขายืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าห้อง ในมือถือถุงขนมเจ้าดังมาด้วย "อ้าว... ฮาวาย มาทำไรวะ" พี่รัมถามงงๆ เพราะรู้จักกันผ่านๆ ในวงเหล้า "พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยซื้อขนมมาฝากน้องรินครับ เห็นเมื่อวานน้องบ่นอยากกิน" พี่ฮาวายตอบหน้าตาย ทั้งที่เมื่อวานเราแทบไม่ได้คุยเรื่องขนมเลย "อ๋อ... เออๆ เข้ามาก่อนดิ" พี่รัมผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เปิดประตูต้อนรับศัตรูหัวใจของเพื่อนรักเข้าห้องหน้าตาเฉย ฉันอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ... พี่ทีออนเพิ่งจะขับรถออกไปไม่ถึงสิบนาที แล้วพี่ฮาวายก็โผล่มาเนี่ยนะ! ถ้าพี่ทีออนรู้... คราวนี้หัวหินไม่แตก แต่คอนโดฉันนี่แหละจะแตก! "น้องริน เป็นไงบ้างครับ หายตกใจรึยังเรื่องเมื่อวาน" พี่ฮาวายเดินตรงเข้ามาหาฉัน ยิ้มพราวระยับ "พี่เป็นห่วงแทบแย่ เลยต้องรีบมาดูหน้าให้แน่ใจ" สายตาของเขาบอกชัดเจนว่า... สงครามประสาทเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!ณ เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของทีออน (ชั้นบนสุด)สายฝนที่ตกลงมากระทบกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า กลายเป็นฉากหลังที่ตัดขาดเราสองคนออกจากโลกภายนอก แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ ส่องเข้ามาสลัวๆ พอให้เห็นเงาสะท้อนของร่างสองร่างที่กำลังกอดก่ายกันแนบแน่นบนเตียงคิงไซส์สีเข้ม“พี่ที...”ฉันเรียกชื่อเขาเสียงพร่า เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของคนตัวสูงไล่พรมจูบไปทั่วลำคอระหง ลากไล้ลงมาถึงเนินอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ มือหนาที่เคยแสนดีและอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นมือของปีศาจร้ายที่เชี่ยวชาญในการปลุกเร้า เขาบีบเคล้นเอวฉันหนักหน่วง แสดงความเป็นเจ้าของในทุกตารางนิ้ว“บอกแล้วไง...” ทีออนเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน นัยน์ตาคมกริบที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ตอนนี้มันลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่ไม่มีวันมอดดับ “ว่าคืนนี้... พี่จะสอนวิชา ‘แฟน’ ให้เราจนเช้า”“ริน... รินหายใจไม่ทัน” ฉันประท้วงเสียงเครือ เมื่อเขาเริ่มรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ“หายใจทางปากสิเด็กดี...”เขากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงมาอย่างดูดดื่มและหิวกระหาย ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดควานหาความหวานอย่างช่ำชอง เขาต้อนให้ฉันจนมุมด้วยรสสัมผัสที่วาบหวาม จนสมองฉั
ห้องนั่งเล่น คอนโด (เช้าวันต่อมา)หลังจากพี่รัมเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใต้ตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆ พี่ทีออนที่นั่งจิบกาแฟอ่านข่าวในไอแพดด้วยมาดคุณชายผู้สดใส (เพราะเมื่อคืนได้เติมพลังรักมาเต็มเปี่ยม)“สภาพดูไม่ได้เลยนะมึง” พี่ทีออนเหลือบมองเพื่อนแล้วส่ายหัว “เมื่อคืนแดกหรืออาบ”“โอย... อย่าบ่น กูวิ้งๆ อยู่” พี่รัมนวดขมับตัวเอง “ปวดหัวชิบหาย... เอาน้ำให้กูหน่อยดิ”พี่ทีออนถอนหายใจ แต่ก็ยอมลุกไปหยิบน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบจากตู้เย็นมาโยนให้เพื่อน“ขอบใจ...” พี่รัมเปิดขวดกระดกอึกๆ จนหมด “เออ ไอ้ที... เมื่อคืนมึงพาน้องกูไปไหนมาวะในงาน กูจำได้ลางๆ ว่ามึงลากมันออกไปตอนเต้นรำกับไอ้ฮาวาย”พี่ทีออนชะงักมือนิดหนึ่ง ก่อนจะตีหน้านิ่งตอบกลับ “พาไปสูดอากาศ ข้างในคนมันเยอะ เหม็นเหงื่อ รินมันหายใจไม่ออก”“อ๋อ... เออดีละ กูเห็นไอ้ฮาวายมันมือไวชิบหาย จับเอวน้องกูอยู่นั่นแหละ” พี่รัมบ่นอย่างหงุดหงิด “มึงรู้ป่ะ กูเกือบจะพุ่งไปต่อยมันละ แต่มึงตัดหน้ากูไปก่อน”“กูจัดการให้แล้ว” พี่ทีออนยิ้มมุมปาก “รับรองว่ามันไม่กล้ายุ่งกับรินอีกพักใหญ่”“ดีมากเพื่อนรัก
ห้องนอนริน (เวลาต่อมา)พี่ทีออนวางฉันลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกจนใจเต้นแรง เขาไม่ได้ผละออกไปไหน แต่กลับนั่งลงข้างๆ แล้วใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างฉันไว้ สายตาคมกริบไล่มองใบหน้าฉันอย่างหลงใหล“พี่ที...” ฉันเรียกเขาเสียงเบา รู้สึกประหม่าเมื่อต้องมาอยู่ในห้องนอนกับเขาสองต่อสองแบบนี้“ครับ” เขาขานรับเสียงนุ่ม นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉันออก“ริน... รินจะไปเปลี่ยนชุด” ฉันบอกพร้อมกับพยายามดันอกเขาเบาๆ เพราะชุดราตรีรัดรูปนี่มันทำให้นอนลำบาก“เดี๋ยวพี่ช่วย”“คะ? ไม่ต้องค่ะ รินทำเองได้” ฉันรีบปฏิเสธ“ซิปมันอยู่ข้างหลัง รูดเองลำบาก” เขาไม่ฟังคำทัดทาน จับไหล่ฉันให้พลิกตัวหันหลังให้เขา “อยู่นิ่งๆ”ฉันนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาที่แตะลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าบริเวณเอว เสียงรูดซิปดัง ครืด เบาๆ ในความเงียบ พร้อมกับความรู้สึกหลวมโพรกที่ช่วงอกเมื่อชุดค่อยๆ คลายออกพี่ทีออนค่อยๆ รูดซิปลงช้าๆ... ช้ามากจนน่าหมั่นไส้ นิ้วของเขาลากผ่านผิวเนื้อฉันทุกตารางนิ้วที่ซิปเลื่อนผ่าน ลมหายใจอุ่นจัดของเขารินรดอยู่ตรงท้ายทอย ทำให้ขนอ่อ
คอนโด XX (ตี 2)สภาพของพวกเราตอนกลับมาถึงคอนโดทุลักทุเลพอสมควร ไม่ใช่เพราะฉันเมา แต่เป็นเพราะพี่ชายตัวดีอย่างพี่รัมที่เมาหัวราน้ำจนเดินไม่ตรงทาง“ไอ้รัม! มึงเดินดีๆ ดิวะ หนักชิบหาย” พี่ทีออนบ่นอุบขณะหิ้วปีกเพื่อนรักข้างหนึ่ง ส่วนฉันช่วยพยุงอีกข้าง“เออ... กูไหว... กูยังไม่เมา...” พี่รัมพึมพำเสียงอ้อแอ้ ขาพันกันจนเกือบจะพากันล้มทั้งแก๊ง“ไม่เมาบ้านแกสิ เดินชนขอบประตูลิฟต์เนี่ย” ฉันบ่นพี่ชายตัวเองกว่าจะลากพี่รัมเข้ามาในห้องนอนและโยนลงบนเตียงได้ เล่นเอาฉันเหงื่อตก พี่ทีออนจัดการถอดรองเท้าให้เพื่อนแล้วโยนผ้าห่มคลุมโปงให้เสร็จสรรพ ก่อนจะยืนเท้าเอวมองผลงานตัวเอง“หมดภาระสักที...” เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันมามองฉันที่ยืนหอบแฮ่กๆ อยู่ปลายเตียง “เหนื่อยมั้ย”“นิดหน่อยค่ะ พี่รัมตัวหนักจะตาย”“ไป... ออกไปข้างนอก ปล่อยมันนอนเน่าอยู่นี่แหละ”พี่ทีออนเดินมาจูงมือฉันออกจากห้องพี่รัม แล้วจัดการ ล็อกลูกบิดประตู ห้องพี่รัมจากด้านนอกหน้าตาเฉย!“เฮ้ย! พี่ที ล็อกทำไมคะ” ฉันร้องทัก“กันมารขัดความสุข” เขาตอบเสียงเรียบ “มันเมาขนาดนี้คงไม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำหรอก แต่กันไว้ก่อน... พี่ไม่อยากให้อารมณ์ค้างเหมื
After Party : ผับหรูย่านทองหล่อเสียงเพลง EDM จังหวะหนักหน่วงดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟเลเซอร์สาดส่องไปทั่วบริเวณที่อัดแน่นไปด้วยวัยรุ่นหน้าตาดี สมกับเป็นคลับระดับท็อปที่พวกพี่รัมจองโต๊ะ VIP ไว้ฉลองเรียนจบให้ฉัน“หมดแก้วววว! น้องกูเรียนจบแล้วโว้ยยย!”เสียงตะโกนของพี่รัมดังแข่งกับเสียงเพลง เขาชูแก้วเหล้าขึ้นฟ้าด้วยสภาพที่หน้าเริ่มแดงก่ำตั้งแต่หัววันฉันนั่งตัวลีบอยู่ตรงกลางโซฟากำมะหยี่สีแดงสด โดยมี ‘ผู้คุม’ นั่งขนาบข้าง ด้านซ้ายคือพี่รัมที่กำลังเมามันส์ ส่วนด้านขวา... คือพี่ทีออนที่นั่งไขว่ห้าง จิบวิสกี้ on the rock ด้วยมาดนิ่งขรึม แต่แขนข้างหนึ่งพาดพนักโซฟาด้านหลังฉันไว้... ราวกับจะกางอาณาเขต“พี่ที... รินร้อน ขอถอดสูทออกได้มั้ย” ฉันกระซิบถามเขา เพราะตอนนี้ฉันยังใส่สูทตัวนอกของพี่รัม (ที่พี่ทีออนบังคับให้ใส่) คลุมทับชุดราตรีเปิดหลังอยู่“ไม่ได้” เขาตอบทันควัน โดยไม่หันมามอง “ข้างในมันมืด เดี๋ยวพวกแมลงหวี่แมลงวันมันบินมาตอมหลังขาวๆ ของเรา”“แมลงวันบ้าอะไรในผับ” ฉันบ่นอุบอิบ “มีแต่คนมองรินแปลกๆ แล้วเนี่ย ใส่สูทตัวโคร่งในผับ”“ช่างหัวมัน” พี่ทีออนยักไหล่ “ใครมองมา เดี๋ยวพี่ควักลูกตามั
งานเลี้ยงจบการศึกษา คณะนิเทศศาสตร์บรรยากาศภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะของเหล่าบัณฑิตป้ายแดง แสงไฟสีนวลสาดส่องกระทบชุดราตรีหลากสีสันที่แข่งกันประชันโฉมวันนี้เป็นวันสำคัญของฉัน... วันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเป็นวันที่ฉันตั้งใจจะ ‘ฉีกกฎ’ ความเป็นเด็กน้อยของพี่ชายทั้งสองคน“ไอ้ริน! มึงไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้!”นั่นไง... เสียงสวรรค์มาแล้วพี่รัมยืนตาถลนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า มือไม้สั่นเหมือนคนจะเป็นลม ส่วนพี่ทีออนที่ยืนอยู่ข้างๆ... เขานิ่งสนิท นิ่งจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองฉันช้าๆ ราวกับจะสแกนทะลุเนื้อผ้าฉันอยู่ในชุดเดรสยาวผ้าซาตินสีแชมเปญเข้ารูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ด้านหน้าดูเรียบหรูมิดชิด แต่ไฮไลท์มันอยู่ที่ ‘ด้านหลัง’ ที่เว้าลึกโชว์แผ่นหลังขาวเนียนไปจนเกือบถึงเอว“เปลี่ยนทำไมคะ สวยออก” ฉันหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ จงใจยั่วโมโหพี่ชาย“สวยกะผี! หลังมึงหายไปไหนวะ ผ้าไม่พอรึไง!” พี่รัมโวยวาย ถอดสูทตัวนอกของตัวเองทำท่าจะเอามาคลุมให้ฉัน “ใส่เสื้อกูเดี๋ยวนี้!”“ไม่เอา! รินร้อน” ฉันเบี่ยงตัวหลบไปหลบหลังพี่ทีออน “พี่ทีดูสิคะ พี่รัมง







