เข้าสู่ระบบบุรุษในชุดสีขาวแววตาเหม่อลอย เขาคิดถึงความหลังอันหวานหอม เหตุใดช่วงเวลาแห่งความสุขจึงผ่านไปเร็วนั
ฉีมู่เหยานั่งมองต้นไม้หน้าตำหนักด้วยสายตาอิดโรยอ่อนแรง ดูเหมือนว่าตั้งแต่กลับมาจากลานล่าสัตว์ร่างกายของนางก็ไม่แข็งแรงดั่งเก่า คงเป็นเพราะนางตรอมใจเรื่องฉีหลานเซี่ยละมั้ง ผู้เป็นอามีความรู้สึกคล้ายกับว่าได้ยินเสียงของนางอยู่รอบ ๆ ตัวผ่านไปครู่ใหญ่ว่านฉีจิ้งก็เดินเข้ามาใช้ผ้าขนแกะหนานุ่มคลุมกายให้กับผู้เป็นภรรยาอย่างอ่อนโยน“ดูเหมือนว่าจะใกล้เข้าสู่เหมันต์ฤดูแล้วสินะ”“นั่นสิเพคะ เสียดายที่ปีนี้ไม่มีหลานเอ๋อ” ฉีมู่เหยาตั้งใจพูดถึงหลานสาวที่ถูกเขาสั่งฆ่า“....”“ท่านยังจำได้ไหม เมื่อตอนที่นางยังเด็ก ชอบมาอ้อนวอนให้ท่านเผามันเทศให้นางกิน ไม่เพียงเท่านั้นท่านยังต้องปอกเปลือกให้นางอีก คนอื่นปอกไม่ได้ต้องเป็นท่านเพียงคนเดียว” ความทรงจำมากมายเกี่ยวกับฉีหลานเซี่ยผุดขึ้นมามากมายราวกับดอกเห็ด“อืม...” ว่านฉีจิ้งไม่อยากขัด สิ่งที่นางพูดทำเอาเขาเองก็รู้สึกผิดอยู่นิดหน่อย เด็กคนนั้นชอบให้เขาเอาอกเอาใจ แต่แล้วอย่างไรเขาเลี้ยงนางมาก็เพื่อการนั้น “ถ้าเช่นนั้น วันนั้นวันที่ว่านฉีเส้าหนิงถูกจั
เพราะหลางซีเยว่มาเตือนทำให้ต้วนเต๋อชิงรู้ตัวว่าถูกสงสัย เขาลงทุนลงแรงอยู่นานจะมาถูกเปิดเผยได้ง่าย ๆ เช่นนั้นงั้นหรือ ร่างสูงของผู้เป็นองครักษ์ฝึกซ้อมวิชายุทธ์อยู่ในลานด้วยสายตาเย็นเฉียบ ทั้งเขาและหลางซีเยว่ต่างก็เป็นคนของรัชทายาท ได้รับการฝึกฝนให้ไร้ความรู้สึก ไร้หัวใจ ทุกอย่างที่แสดงออกมาทั้งหมดคือการแสดง ไม่เว้นแม้กระทั่งสิ่งที่ทำกับต้วนเหวินซิน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนนั้นรักนางหรือไม่“ท่านพี่ นอนเถอะเจ้าค่ะ ดึกแล้ว” นางเดินออกมาตามสามีให้กลับเข้าไปในบ้านได้ยินเสียงของต้วนเหวินซิน เขาก็รีบปรับสีหน้าของตนเองในทันที“เจ้าออกมาทำไม ตอนกลางคืนอากาศเย็น เดี๋ยวจะเป็นหวัดไปอีกคน”“แล้วท่านล่ะ”“ก็ได้ ๆ ข้าไม่เถียงเจ้าแล้ว เข้าห้องไปนอนกันเถอะ”เมื่อส่งเด็ก ๆ เข้านอนกันหมดแล้วและอยู่กันตามลำพังแบบสามีภรรยา ต้วนเหวินซินก็เริ่มพูดคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กับสามี เหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด เรื่องราวเล็กน้อยที่เกิดขึ้นยามที่นางดูแลท่านหญิงเส้าหนิง ถูกถ่ายทอดให้กับต้วนเต๋อชิงฟังเกือบทุกอย่าง นั่
ไม่ว่าอย่างไรเส้าหนิงก็ไม่เข้าใจ ในนิยายมันต้องมีอะไรบางอย่างผิดเพี้ยนไปแน่ ๆ นางหันไปหาตู้ลี่ เขาน่าจะมอบคำตอบให้กับนางได้“เป็นสหายกันมานานพูดคุยกันเช่นนี้มาตลอดตั้งแต่สาวจนแก่ขอรับ”“สหาย?” นางร้าย นางเอก พระเอก สามคนนั้นเป็นสหายกัน“ขอรับท่านหญิงถึงจะมีเรื่องบาดหมางใจอยู่บ้าง แต่ทั้งสามคนก็รักกันดี”“ไม่ใช่ว่านางเคยทำร้ายท่านแม่จนตาบอดเหรอ”“ไม่ใช่เลยขอรับ” ตู้ลี่มองซ้ายมองขวาก่อนจะกระซิบกับเส้าหนิงเบา ๆ “ผู้ที่ลงมือทำร้ายพระชายาภายหลังสืบรู้มาว่าเป็นคนของรัชทายาท เขาตั้งใจจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนสั่นคลอน”ปวดหัว!! นั่นคือสิ่งเดียวที่นางคิดในตอนนี้เมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้งนางจึงเข้ามาดูว่าเล่อฮวาหยวนอาการดีขึ้นหรือยัง เดินมาถึงเตียงจึงเห็นว่าเขาลืมตาอยู่นานแล้ว“ตื่นแล้วก็ลุกกลับจวนแม่ทัพได้แล้ว” เส้าหนิงคร้านจะดูแลเขาแล้ว“อืม...เข้าใจแล้ว” เขาลุกขึ้นมาหย่อนขาลงข้างเตียงใบหน้ายังคง
“แม่ทัพเล่อ หยุดสักที” เส้าหนิงพูดเสียงเรียบ “ท่านกลับไปได้แล้ว” นางไม่ได้ยิ้มหรือแสดงความรู้สึกใดให้กับเขา“ท่านหญิง”“ท่านอาเข้าข้างในกันเถอะเจ้าค่ะ” การปฏิบัติตนของนางต่อว่านฉีปาแตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง นางสัญญากับตนเองแล้วจะไม่ยิ้มและจะไม่แสดงความรู้สึกใดต่อเขาอีกต่อไปแล้วไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงโกรธที่นางยิ้มให้กับว่านฉีปา‘อยากสงวนรอยยิ้มนั้นของนางไว้ชื่นชมแต่เพียงผู้เดียว’‘นางเป็นของเขาเท่านั้น’‘ถ้าได้กลับไปเมื่อไหร่ข้าจะตอบแทนเจ้า’ความทรงจำบางอย่างซัดสาดเข้ามาในสมองของเขาราวกับระลอกคลื่น คำพูดพวกนั้น ใบหน้าของเด็กผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก เขามั่นใจว่าไม่เคยทำเรื่องพวกนั้นมาก่อน แต่เหตุใดจึงรู้สึกคุ้นเคย ร่างกายสูงใหญ่ของผู้เป็นแม่ทัพทรุดลงกับพื้นหินหน้าจวน เจ้าขาวเมื่อเห็นเจ้านายมีอาการไม่ดีก็แสนรู้นักส่งเสียง ฟืด ฟาด ให้คนอื่นรู้ตัวว่านฉีเส้าหนิงและว่
หลังจากนั้นนางและเล่อฮวาหยวนก็ไม่ได้พูดคุยเรื่องใดกันอีก ทั้งสองคนนั่งม้ากลับมาด้วยกัน แต่ท่าทางห่างเหินกันกว่าเมื่อตอนเช้า เป็นต้วนเหวินซินที่สังเกตเห็นก่อนผู้ใด นางรักของนางดูแลกันมาใครกล้ามาทำให้ท่านหญิงร้องไห้กัน“ท่านหญิง ท่านร้องไห้หรือเจ้าคะ” ต้วนเหวินซิน เชยคางท่านหญิงของตนขึ้นมาดูให้ชัด ๆ แล้วจึงหันไปเอาเรื่องกับเล่อฮวาหยวน “ท่านแม่ทัพ ท่านทำอะไรกับท่านหญิง”“เปล่าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น” เขารู้ว่านางร้องไห้ แต่ก็ปัดความรับผิดชอบ นางร้องไห้ก็เป็นเรื่องของนางไม่เกี่ยวกับเขา ตอนที่เล่อฮวาหยวนกำลังจะขึ้นม้าจากไป สายตาก็เห็นคนน่ารำคาญเสียก่อน“หนิงเอ๋อ เจ้ากลับมาแล้ว”เส้าหนิงเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มเล็กน้อยให้กับท่านอาแปด“ท่านมาได้อย่างไร”“ข้าจะมาเยี่ยมเจ้าขนฟู แล้วก็ตั้งใจนำของขวัญแต่งงานมามอบให้กับเจ้า” ว่านฉีปาก็คือว่านฉีปาเขาคือผู้ที่มีรอยยิ้มเจืออยู่บนใบหน้าตลอดเวลา รอยยิ้มของเขาชวนให้เส้าหนิงอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย“เหตุใดจึงเป็นวันนี้ล่ะเจ้าคะ” ตาม
“ท่านพ่อบังคับให้ท่านแม่ขี่ม้ามาด้วยกัน ตอนแรกนางก็ไม่อยากมาเพราะไม่ชอบที่ท่านพ่อเป็นคนดีเกินไปและชอบบังคับนางให้ทำแต่เรื่องดี ๆ”“คิกคิก” เส้าหนิงได้ฟังก็อดหัวเราะไม่ได้ เล่ออี้จินเป็นนางร้าย ที่ทำแต่เรื่องไม่ดีมาโดยตลอด ความเลวร้ายของนางถูกหลอมละลายได้ด้วยความดีงามของแม่ทัพเล่อในภายหลังสินะ “ท่านพ่อของท่านน่าจะเป็นคนดีมาก ๆ คนหนึ่ง”“ใช่เขาเป็นคนดีมาก และดีเกินไปจึงได้เสียรู้ว่านฉีจิ้ง” เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ความสูญเสียเมื่อหลายปีก่อนทำให้เล่อฮวาหยวนมีโทสะอีกครั้ง “ข้าสัญญาและสาบานว่าจะต้องกำจัดคนผู้นั้นให้ได้ นั่นหมายถึงว่าเราสองคนจะต้องแต่งงานและร่วมมือกัน”“อืม...” เส้าหนิงยังไม่ทันจะได้พูดสิ่งใดเขาก็พูดต่อโดยไม่เว้นวรรคให้นางได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ ออกไป“หลังจากกำจัดว่านฉีจิ้งและคนของพวกมันจนหมดสิ้นแล้ว ถึงตอนนั้นข้าจะหย่าให้ท่าน ท่านและข้าจะเป็นอิสระจากกันและกันไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก แล้วข้าก็จะพูดกับท่านตามตรงอย่างไม่ปิดบัง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในงานล่าสัตว์มีบางส่วนที่เป็







