Home / รักโบราณ / ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ / ตอนที่ 5 ข้าวสารหุงเป็นข้าวสุก

Share

ตอนที่ 5 ข้าวสารหุงเป็นข้าวสุก

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-03 08:33:49

หยี่หานเดินร่ำสุรามาตามทางกลับบ้าน หว่าอิ๋งที่กำลังทำกับข้าวอยู่มองเห็นเขาจากไกลๆ นางรีบวางมีดในมือลงแล้วรีบวิ่งไปประคองเขาให้เข้ามานั่งในบ้าน

“ปล่อยข้า” เขาโวยวายแล้วสะบัดตัวออกจากการช่วยเหลือของนาง

แต่หว่าอิ๋งไม่ละความพยายาม นางพาเขาไปนั่งพักในบ้าน พยายามแย่งไหสุราในมือแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงเอาห่อผ้าแพรที่เขาซื้อมาไปเก็บ แล้วกลับมานั่งข้างๆ เขา

นางมองเขาที่ดื่มสุราอย่างกับน้ำเปล่า ก่อนจะนึกเป็นห่วงจึงเข้าครัวไปทำอาหารต่อแล้วนำมาเป็นกับแกล้มให้เขา อย่างน้อยก็ให้มีกับแกล้มรองท้องยังดีกว่าให้ท้องว่างดื่มสุรา เพราะดูท่าแล้วเขาคงไม่ทานอาหารแน่

หว่าอิ๋งเดินไปนั่งมองเขาที่เอาแต่ดื่มสุรา พยายามถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หยี่หานก็ไม่ตอบอันใดแก่นาง

“คุณชายกัว ท่านดื่มมากแล้ว พอก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

“ทำไมเจ้ายังอยู่นี่ เจ้าควรไปจากบ้านของข้า เพราะเจ้าแท้ๆ มาอยู่รบกวนจิตใจข้า มันถึงเป็นชะตากรรมที่ทำให้เหว่ยฟางนอกใจข้า นางมีคุณชายตระกูลร่ำรวยมาติดพัน ถ้าเทียบกับบัณฑิตสอบตกอย่างข้าแล้ว คนละชั้นกันอย่างเห็นได้ชัด” หยี่หานพูดทุกเรื่องเหมารวมกันจนหว่าอิ๋งงุนงงกับสิ่งที่เขาพร่ำเพ้อ

เขาทานกับแกล้มพลางร่ำสุราต่อ ไม่สนใจคำทัดทานจากหว่าอิ๋งเลยสักนิด

นางได้แต่นั่งฟังเขาพูด พอจับใจความได้ว่าเขาต้องการให้นางไปจากที่นี่ เพราะไม่อยากให้เหว่ยฟางรู้แล้วไม่สบายใจ

อีกทั้งตอนนี้นางมีลูกชายเศรษฐีมาชอบพอ และดูเหมือนว่ากำลังจับปลาสองมือ ระหว่างเขาและชายผู้นั้น รวมไปถึงการที่นางโกหกเรื่องผ้าเช็ดหน้า ที่หว่าอิ๋งจำได้ว่ามันคือฝีมืองานปักของนาง

นางเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดเหว่ยฟางจึงต้องโกหกเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ด้วย

**********************

เมื่อสุราหมดและหยี่หานเริ่มหมดฤทธิ์แล้ว หว่าอิ๋งช่วยพยุงร่างเขากลับไปนอนที่ห้องนอนด้วยความยากลำบาก ก่อนจะที่มาเก็บโต๊ะอาหาร แล้วจึงนำอ่างน้ำเข้าไปเช็ดเนื้อตัวให้เขาเพื่อให้นอนหลับสบาย

หยี่หานยังคงพูดพร่ำถึงแต่เหว่ยฟางด้วยความน้อยใจ พลางพูดเรื่องที่เขาอยากขับไล่หว่าอิ๋งให้ไปจากเขา เพราะไม่อยากมีนางมารบกวนจิตใจของเขา

หว่าอิ๋งรู้สึกดีที่เขาพูดเหมือนว่ากลัวใจตนเองจะปันใจให้นาง จึงอยากให้นางไปจากเขา ไม่ใช่เพราะรังเกียจนาง แต่เพราะกำลังหักห้ามใจตัวเองต่างหาก

“หากมีวาสนาข้าก็อยากเป็นหญิงที่ท่านรัก แต่ชาตินี้ข้าคงไม่มีวาสนานั้น” นางพูดพึมพำขณะที่เช็ดใบหน้าให้กับเขา

หยี่หานมองหน้านาง แล้วจับมือนางเอาไว้

“เจ้าจะไปจากข้าหรือไม่”

“ถึงท่านจะไล่ข้าไปสักกี่หน ข้าก็ไม่มีวันไปไหน”

“ใจหนึ่งข้าก็อยากให้เจ้าอยู่ อีกใจข้าก็อยากให้เจ้าไป ทำไมเจ้าถึงได้ทำดีกับข้าเช่นนี้” บัณฑิตที่กำลังเมามายเอ่ยถามนาง สายตาจับจ้องดวงหน้างามที่เฝ้าเอาใจเขามานานแรมเดือน

“ข้าไร้ที่พึ่ง ได้ท่านช่วยให้ที่พักอาศัย แล้วยังเคยช่วยข้าไว้จากโจรป่าพวกนั้น บุญคุณเหล่านี้ ยากที่จะทดแทนได้หมดในชาตินี้” นางกล่าวอย่างถ่อมตน

มือเรียวเล็กนั้นปลดเชือกมัดเสื้อของเขาออกแล้วคลายสาบเสื้อ ล้วงเข้าไปเช็ดที่แผงอกกว้างของเขาอย่างตั้งใจ

หยี่หานดึงมือนางจนล้มเข้าหาตัวของเขาแล้วสบตาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

บัณฑิตหนุ่มรั้งท้ายทอยของนางให้เข้ามารับจูบจากตน กลิ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสุรานั้นทำให้หว่าอิ๋งสั่นสะท้านไปทั้งตัว

นางยินยอมให้เขาจุมพิตนางต่อไปโดยไม่ขัดขืน แล้ววางผ้าเช็ดตัวของเขาลงไปก่อนจะถูกอีกฝ่ายรั้งร่างมานอนกอดเอาไว้แล้วพลิกกายขึ้นมาทาบทับ

หยี่หานพรมจูบนางไปทั่วใบหน้าและลำคอ ซุกไซ้ดมกลิ่นกายสาวที่หอมละมุนนั้น

อาภรณ์ของนางถูกเขาถอดออกไปทีละชิ้นทั้งชั้นนอกและชั้นใน รวมถึงของตัวเขาเอง ที่หยี่หานสลัดมันลงพื้นอย่างไม่ไยดี

ทั้งสองร่างกอดกระหวัดรัดกัน ไม่มีช่องว่างให้ลมพัดผ่าน เนื้อหนังที่ชุ่มด้วยเหงื่อนั้นบดเบียดเข้าหากันเป็นจังหวะ

บัณฑิตหนุ่มเลื่อนตัวลงไปบีบเคล้นหน้าอกที่งามดั่งสะพรั่งดั่งดอกบัวตูมขนาดเต็มไม้เต็มมือ ก่อนจะใช้ปากงับเม็ดบัวที่อยู่ปลายยอด ดูดเม้มอย่างหื่นกระหาย พร้อมๆ กับดมกลิ่นกายที่หอมละมุนนั้นเต็มสูด

“คุณชาย ข้า...อื้ม” หว่าอิ๋งยังไม่ทันได้ทักท้วงอันใดออกมา ก็ถูกหยี่หานเลื่อนตัวขึ้นไปจูบปิดปาก ใช้ชิวหาของตนหยอกล้อชิวหาของนาง แล้วจับแท่งร้อนในมือกดลงไปท่ามกลางกลีบบุปผาสีหวานตรงกลางกายของหว่าอิ๋งอย่างเต็มรัก

หญิงสาวจิกข่วนแผ่นหลังของหยี่หานด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ความรู้สึกที่แท่งร้อนนั้นแทรกตัวเข้ามาทำลายเยื่อพรหมจรรย์ทำให้นางน้ำตาซึมออกมาเมื่อรู้ได้สิ่งที่หวงแหนถูกพรากไปด้วยน้ำมือของชายที่นางด้วยความเต็มใจของนางเอง

“เหว่ยฟาง ข้า...อื้ม” หยี่หานรู้ตัวว่ากำลังนอกใจคนรัก เขาตั้งใจจะเอ่ยขอโทษนาง แต่กลับทำให้หว่าอิ๋งเข้าใจว่าตอนนี้เขากำลังนึกว่ากำลังร่วมรักกับคนรักของเขาอยู่

นางร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ หากแต่เป็นความสุขของหยี่หาน นางจึงยอมให้เขาเคลื่อนไหวเข้าไปในร่างกายของนางอย่างช่ำชอง

หยี่หานเคลื่อนสะโพกอย่างหนักหน่วง บดจูบริมฝีปากนางขณะที่ดันแท่งลำอันแข็งแกร่งเข้าออกในร่องกลีบบุปผานั้นอย่างต่อเนื่อง

เสียงครางกระเส่าของทั้งคู่ดังประสานกันราวท่องทำนองเสียงเพลงที่บรรเลงขับกล่อมในยามค่ำคืน ก่อนที่ความหฤหรรษ์ที่เกิดขึ้นเพราะความมึนเมาของหยี่หานจะจบลงไป

บัณฑิตหนุ่มรั้งดึงร่างกายของนางไปกกกอดเอาไว้ด้วยความเปรมปรีดิ์ ขณะที่หว่าอิ๋งนั้นยิ้มทั้งน้ำตา ทั้งมีความสุขจากการกระทำของเขา และรู้สึกใจหายที่ทุกอย่างนั้นเขาทำลงไปเพราะคิดว่านางคือเหว่ยฟาง

**********************

ในยามเช้าหว่าอิ๋งลุกมาให้อาหารเป็ดแล้วเก็บไข่เป็ดสีขาวมาเข้าครัวทำอาหารรอเขา ก่อนจะออกไปรดน้ำผักในสวน แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งในตอนสาย

หยี่หานที่ทานอาหารเสร็จแล้วมองหน้านางด้วยความรู้สึกผิด คลับคล้ายคลับคลาว่าเมื่อคืนนี้เขาได้ล่วงเกินนางไปเพราะความขาดสติ

“เมื่อคืนนี้ข้า...”

“เมื่อคืนคุณชายเมามากเจ้าค่ะ อาเจียนเต็มพื้นข้าเช็ดถูทั้งคืนเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณชายถึงเมามายได้ขนาดนั้น” นางพูดด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนว่าเมื่อคืนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

หยี่หานขมวดคิ้ว พลางนึกว่าเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้ฝันไปแน่ ทุกอย่างมันเหมือนจริงจนเขายังรู้สึกตราตรึงในความทรงจำ อีกทั้งคราบโลหิตด่างดวงที่อยู่บนเตียงของเขา เพียงแต่หว่าอิ๋งแกล้งทำไม่ยอมรับ นางอาจรู้สึกไม่ดีกับเหตุการณ์นี้ก็เป็นได้

“ข้าขอตัวไปซักผ้าปูที่นอนของคุณชายนะเจ้าคะ เมื่อคืนนี้แย่งไหเหล้าจนมันบาดนิ้วของข้า เลือดหยดเปื้อนเตียงของท่าน แต่ท่านนอนทับอยู่จึงยังเอาออกมาซักไม่ได้” นางบอกเขาอย่างที่วางแผนเตรียมคำพูดเอาไว้แล้ว

มันก็เหมือนข้าวสารหุงเป็นข้าวสุก สิ่งที่นางเสียไปให้เขาไปแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนมาได้ หว่าอิ๋งจึงอยากให้เขาลืมมันไป ให้คิดว่ามันเป็นเพียงความฝันเท่านั้น เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อเหว่ยฟาง ไม่ต้องมาคิดกับเรื่องของนางจนทำให้ขาดสมาธิตอนอ่านตำรา

หยี่หานรู้สึกสับสน หากโลหิตด่างดวงบนที่นอนนั้นเกิดจากบาดแผลของนาง เขาอาจจะฝันไปจริงๆ ก็เป็นได้

‘ใช่สิ หญิงอันใดกัน เสียพรหมจรรย์แล้วยังทำหน้าระรื่นอยู่เช่นนาง ข้าคงฝันไปจริงๆ’ เขานึกในใจ

ในเมื่อนางพูดให้เขานึกอย่างนั้น เขาก็ไม่ควรคิดเป็นอื่นให้ต้องเปลืองความคิด แม้ลึกๆ จะลังเลอยู่มากก็ตาม

**********************

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนพิเศษ ผูกใจไว้ชั่วนิรันดร์ (2)

    เมื่อกล่อมลูกๆ สำเร็จแล้ว หว่าอิ๋งจึงรีบกลับไปที่ห้องพร้อมกับนำยาบำรุงที่ต้มไว้มาให้แก่กัวหยี่หานเมื่อหว่าอิ๋งเดินถือยาบำรุงเข้ามาให้ หยี่หานก็วางตำราในมือลงแล้วรับถ้วยยานั้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด“เจ้านี่ช่างรู้ใจข้าจริงเชียว” เขาชื่นชมนางที่รู้ว่าเขานั้นชอบดื่มแบบอุ่น ไม่ใช่แบบร้อนที่ค่อยๆ จิบอย่างผู้อื่น“ท่านอ่านตำราถึงไหนแล้วเจ้าคะ” นางถามสามีแล้วอมยิ้มเล็กน้อย“อีกสองบทก็อ่านเสร็จแล้ว เจ้าเข้านอนก่อนเถิด” เขาบอกนางแล้วหันไปอ่านตำราต่อหว่าอิ๋งเดินไปที่เตียง นางถอดอาภรณ์ชั้นนอกออกเหลือแค่อาภรณ์สีขาวบางแล้วนอนรอเขาบนเตียง รู้สึกน้อยใจที่เขาลืมที่นัดหมายกับนางเอาไว้สักพักนางจึงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อกระตุ้นความจำของสามีกัวหยี่หานรู้สึกได้ว่าภรรยานั้นโยนอะไรบางอย่างมาทางเขา มันโดนที่แผ่นหลังแล้วตกลงที่พื้น จึงก้มลงไปดู พบว่ามันคือเอี๊ยมสีแดงที่ใช้ปิดหน้าอกของสตรีเขาส่ายหัวเบาๆ แล้วอมยิ้ม วางตำรานั้นลงแล้วหันกลับไปพบว่าตอนนี้กัวฮูหยินกำลังนอนเปลือยกายอยู่ใต้ผ้าห่มแล้วกัวหยี่หานเดินไปยืนข้างเตียงแล้วถอดอาภรณ์ของตนเองออกจนหมด ก่อนจะขยับเข้าไปนอนใต้ผ้าห่มกับนาง“

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนพิเศษ ผูกใจไว้ชั่วนิรันดร์ (1)

    “ท่านแม่ ท่านพี่แกล้งข้าอีกแล้ว” เสียงเล็กๆ ของกัวเย่วเอ๋อร์วัยสามขวบร้องขึ้นมาขณะวิ่งกลับมาฟ้องกัวหว่าอิ๋ง“ข้ามิได้แกล้งเสียหน่อย เย่วเอ๋อร์ล้มเอง” กัวซื่อหมิงวัยหกขวบวิ่งเข้ามาบอกมารดาเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง“แม่จะให้ท่านพ่อตัดสิน หากผู้ใดพูดเท็จหรือโป้ปด แม่จะไม่ให้กินสายไหมเป็นเวลาหนึ่งเดือน ดีหรือไม่” กัวหว่าอิ๋งที่บัดนี้เป็นฮูหยินกัว ภรรยาของจ่าศาลอย่างกัวหยี่หานพูดขู่ลูกๆ ของตน“ท่านพ่อเป็นถึงที่ปรึกษาของท่านเจ้าเมือง หากมาตัดสินลูก ก็ต้องอดกินสายไหมเป็นแน่ ถ้าเช่นนั้นลูกยอมรับดีกว่าขอรับ” กัวซื่อหมิงบอกมารดากัวเย่วเอ๋อร์ปีนป่ายไปนั่งบนตักแล้วแลบลิ้นใส่เขาจนกัวหว่าอิ๋งต้องส่ายหน้าด้วยความระอาความดื้อรั้นของสองพี่น้องนั้นไม่แตกต่างกันมากนัก น่าหนักใจไปคนละอย่างหากแต่ก็มีความสุขที่ได้มองดูพวกเขาเติบใหญ่“ข้าได้ยินว่าผู้ใดจะกินสายไหม” กัวหยี่หานกลับมาถึงบ้านในชุดขุนนางเต็มยศ แล้วส่งยิ้มให้กับฮูหยินของตน“ท่านพ่อ” เย่วเอ๋อร์ลงจากตักของมารดาแล้ววิ่งไปกอดบิดาของตนเขาอ้าแขนรับนางเอาไว้แล้วสูดดมกลิ่นหอมที่น่าเอ็นดูนั้น ก่อนจะเข้าไปลูบศีรษะของบุตรชายขณะที่อุ้มบุตรสาวคนเล็กไว้ในวงแขน“

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนพิเศษ อุบายแยบยลในถุงไหม (3)

    ในระหว่างนี้จางลี่เจินยังไม่ชัดเจนว่าจะเลือกผู้ใดระหว่างเหว่ยฟางและเสี่ยวหลิน ด้านเหว่ยฟางเองก็ลักลอบพบกันยามที่เขากลับจากค้าขายแล้วไปพักอ้างแรมที่บ้านสกุลโจว ใช้สถานที่ในบ้านนางพลอดรักกันเสมอเมื่อมีโอกาสส่วนเสี่ยวหลินเอง เมื่อกลับมาที่บ้านจางลี่เจินก็จัดการมอบความสุขให้แก่นางอย่างที่มอบให้กับเหว่ยฟาง แล้วบอกนางว่าภายในสามเดือนนี้เขาจะให้คำตอบแก่เสี่ยวหลินว่าเขาจะทำการใดแก่เหว่ยฟาง เช่นเดียวกับที่บอกให้เหว่ยฟางรอจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงสามเดือนอย่างที่เขาได้สัญญาเอาไว้ เหว่ยฟางแพ้ครรภ์อย่างรุนแรงจนโจวเจาหรูสังเกตเห็น แล้วเรียกจางลี่เจินให้มาพบเพื่อตกลงถึงวันแต่งงานที่ชัดเจนจางลี่เจินจัดงานแต่งงานให้แก่เหว่ยฟางอย่างใหญ่โต หากแต่ภายในงานนั้นกลับมีเจ้าสาวถึงสองคน ทำให้โจวเจาหรูโกรธเคืองเป็นอย่างมาก“เจ้าทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะท่านจาง” เจาหรูพูดด้วยความโมโห“ท่านโจวต้องเข้าใจข้าด้วย ข้าล่วงเกินผู้หญิงจนตั้งครรภ์พร้อมกันถึงสองนาง ข้าก็ต้องรับผิดชอบทั้งสองนาง หากท่านไม่พอใจจะพาเหว่ยฟางกลับไปก็ย่อมได้” จางลี่เจินบอกอย่างไม่แยแสเหว่ยฟางกำมืออย่างเจ็บใจ ไม่ต่างกับเสี่ยวหลินในตอนนี้ที่กำ

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนพิเศษ อุบายอยบยลในถุงไหม (2)

    จางลี่เจินกลับไปที่บ้านของตน พอไปถึงเสี่ยวหลินที่ตอนนี้เป็นเมียก็ไม่ใช่เป็นนางบำเรอก็ไม่เชิง นางอยู่ในฐานะ ‘หญิงคนโปรด’ ของจางลี่เจิน ซึ่งพักในชายคาเดียวกันและมีบ่าวคอยรับใช้ รอวันที่เขาจะยกนางเป็นภรรยาในสักวัน“ท่านจาง ท่านกลับมาแล้ว” เสี่ยวหลินวิ่งไปสวมกอดจางลี่เจินด้วยความคิดถึง และอยากเอาอกเอาใจเขาเขามองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เพราะการกระทำที่เปิดเผยของนาง เทียบกับเหว่ยฟางที่สุขุมและอ่อนหวานกว่าแล้ว เขารู้สึกว่ามันแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะชาติตระกูล“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ นางสงสัยท่านหรือไม่” เสี่ยวหลินถามเขาอย่างใคร่รู้ เพราะคนของลี่เจินที่กลับมาก่อน บอกว่าเขาถูกเชิญให้ค้างแรมที่บ้านสกุลโจว เชื่อว่าสองพ่อลูกนั้นคงอยากเกี่ยวดองกับเขาเป็นแน่จางลี่เจินในวัยห้าสิบหลงใหลในเสน่ห์ของหญิงสาวอย่างเสี่ยวหลินที่ช่างเอกอกเอาใจ จนยอมรับปากที่จะแก้แค้นให้นาง และหมั่นเทียวไปเยี่ยมเยียนเหว่ยฟางมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วพอได้พบหน้านางครั้งแรก กับกิริยาอันอ่อนหวานนั่น ก็ทำให้เขานั้นตกในเสน่ห์ของนางเสียแล้ว“ข้ากลับมาเหนื่อยๆ เจ้าอย่าพึ่งถามอันใดข้าเลย” ลี่เจินมีท่าทีที่เปลี่ยนไปจนเสี่ยวหลินสัง

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนพิเศษ อุบายแยบยลในถุงไหม (1)

    ในบ้านสกุลโจวมีบุรุษหนุ่มแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนโจวเจาหรูอยู่มิได้ขาดความงามของเหว่ยฟางนั้นก็เป็นที่เลื่องลืออยู่มิใช่น้อย ถึงนางจะด่างพร้อยเพราะผ่านการแต่งงานมาแล้ว แต่ก็มิวายจะมีคนมารักชอบนางแต่บุรุษที่ว่านั้นก็มิใช่บุรุษหนุ่มแต่อย่างใด เพราะพวกเขาเหล่านั้นต่างก็เป็นม่ายเช่นกัน“วันนี้ท่านจางมาหาพ่ออีกแล้ว เขาถามหาเจ้าด้วย จะมิใจอ่อนหน่อยหรือเหว่ยฟาง”“ลูกไม่ต้องการออกเรือนกับผู้ใดอีกแล้ว ลูกอยากอยู่อย่างสงบบ้าง ท่านพ่ออย่าบังคับลูกอีกเลย”“แต่ท่านจางนั้นรักมั่นแต่เจ้า ผู้คนหรือแวะมาสามสี่หนก็ถอดใจแล้ว แต่เจ้าดูเอาเถิด ท่านจางแวะเวียนมาหาเจ้าทุกครั้งที่เขาผ่านหมู่บ้านของเรา แล้วยังของฝากที่เขานำมามอบแก่ข้าและเจ้า ทำเช่นนี้มาเป็นปีแล้ว เจ้ามิใจอ่อนบ้างหรือ” โจวเจาหรูเกลี้ยกล่อมบุตรสาว“ข้า...”“เจ้าต้องคิดถึงอนาคตของเจ้าด้วยนะเหว่ยฟาง พ่อไม่ได้อยู่ค้ำฟ้าคอยดูแลปกป้องเจ้าไปชั่วชีวิต เจ้าต้องหาสามีไว้พึ่งพา”เหว่ยฟางได้ยินดังนั้นจึงเริ่มคิดหนัก ตั้งแต่นางรู้สึกผิดหวังกับกัวหยี่หานเมื่อปีกลาย ตอนนี้นางก็ยังไม่เปิดใจให้แก่ผู้ใดอีกแล้วตอนนี้กัวหยี่หานเป็นก่งเซิ่งที่ได้คะแนนสูงสุดถูกเรียก

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 30 ปลาและน้ำเข้ากันได้ดี

    กัวหยี่หานทำงานบ้านทุกอย่างแทนภรรยา เขามิได้มีท่าทีเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย และมีสีหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา แม้การที่เขาได้เป็นเจี้ยหยวนจะทำให้ถูกเชิญไปร่วมรับฟังและหารืองานราชการอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เป็นที่นับหน้าถือตาอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อว่างเว้นจากงานเหล่านั้นก็ทำงานช่วยภรรยาอยู่มิได้ขาดหว่าอิ๋งที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ได้ไม่กี่เดือน ตอนนี้นางกำลังทำอาหารอยู่ในครัวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขรอบบ้านปิดประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนา เพราะหิมะด้านนอกทำให้ภายในบ้านนั้นหนาวเย็นกว่าปกติ“ข้ากลับมาแล้ว” หยี่หานบอกภรรยาขณะที่วิ่งเข้ามาในบ้านแล้วรีบปิดประตูเอาไว้ แล้วเดินไปผิงไฟในห้องครัวกับภรรยานางขยับให้สามียายืนผิงไฟอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มให้แก่เขาที่ร้องตะโกนบอกนางเสียงดังตั้งแต่มาถึง หลังจากที่ถูกเชิญให้ไปประชันหมากรุกกับขุนนางระดับล่างผู้หนึ่งที่มาว่าราชการในหมู่บ้านแห่งนี้ และดูจากสีหน้าคงได้รับคำชื่นชมมาเป็นแน่“วันนี้เจ้าทำน้ำแกงอันใด หอมไปถึงด้านนอก” เขาถามภรรยาเสียงนุ่ม“ข้าทำกระดูกซี่โครงตุ๋นเจ้าค่ะ” นางบอกแก่สามีแล้วอมยิ้มออกมาเมื่อพูดถึงซี่โครงหมูเหล่านี้กัวหยี่หานออกไปซื้อหมูที่แล่ม

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 29 น้ำเต้าผนึกปาก

    หลังจากที่เหว่ยฟางกลับไปแล้ว บัณฑิตหนุ่มจึงนึกได้ถึงแววตาตัดพ้อของภรรยาแล้วเดินตามหานาง พบว่าตอนนี้นางเข้าไปนอนพักในห้องนอนกำลังหลับตาพักผ่อนแต่ที่ปลายหางตายังมีคราบน้ำตาติดอยู่“ช่วงนี้เจ้านอนกลางวันบ่อยไปแล้วนะ” เขาพูดพึมพำออกมาแต่ก็ไม่มีวี่แววว่านางจะตื่นหยี่หานกลับไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องตำรา

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 28 นั่งรอรับผลพวงสำเร็จ

    “ท่านเองก็มิได้ปฏิเสธจูบจากข้า ท่านยังรักข้าอยู่ ข้าสัมผัสถึงความรู้สึกของท่านได้” เหว่ยฟางกล่าวออกมาอย่างที่นางคิดหยี่หานนิ่งไป เขาไม่อยากพูดปฏิเสธอันใดให้นางอับอายไปมากกว่านี้อีกแล้ว“เจ้ากลับไปเถิด เห็นแก่มิตรภาพของเรา ข้าจะลืมเรื่องนี้ไป” เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่ดูสุขุมขึ้น ทำตัวห่างเหินราวกับว่า

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 27 กระดาษห่อไฟไม่มิด

    กัวหยี่หานกับภรรยาของตนเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อนำผ้าปักไปขายและซื้อเครื่องเทศไปกักตุนไว้ เนื่องด้วยเกรงว่าหิมะจะตกในอีกไม่ช้านี้แล้วจะเดินทางเข้ามาซื้อของในหมู่บ้านได้ลำบาก“นั่นเขามุงดูประกาศอันใดกัน” หยี่หานมองไปยังกลุ่มผู้คนที่ยืนออกันอยู่ตรงป้ายประกาศ“เมื่อครู่ข้าได้ยินแม่ค้าคุยกันว่าเป็นผลการสืบ

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 26 เดือนสี่ในใต้หล้า

    ขณะที่หยี่หานกำลังสานหญ้าแห้งเพื่อทำที่กันลมให้แก่เล้าเป็ดอยู่กับหว่าอิ๋ง ก็มีหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นเพื่อนบ้านในละแวกนั้นร้องตะโกนถามหาพวกเขาทั้งสองจึงเดินไปดูที่รั้วหน้าบ้านด้วยกัน พบว่าเป็นฉีฮูหยินที่จะมาพูดเรื่องพิธีแต่งงานที่กำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้านี้“พวกเจ้าไม่มีญาติฝ่ายใด งั้นพว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status