Se connecterหว่าอิ๋งนำเงินที่ได้จากการขายผักและขายผ้าที่นางปัก ซื้อเป็ดมาเลี้ยงเพื่อกินไข่จำนวนสองตัว และซื้อเนื้อหมูมาจำนวนหนึ่ง เงินที่เหลือนางยกให้บัณฑิตหนุ่มเก็บไว้ส่วนหนึ่ง นางก็เก็บเอาไว้ส่วนหนึ่งเพราะรู้ว่าให้เขาไปทั้งหมดเขาก็คงไม่ยอมรับแน่ สู้นางเก็บส่วนของตนเองเอาไว้ให้เขาไปสอบในเมืองหลวงจะดีกว่า
นางนำเนื้อหมูมาทำอาหารบางส่วน ส่วนที่เหลือได้ทำการถนอมอาหารโดยการนำมาแผ่นออกแล้วทาเกลือให้ทั่วนำไปผึ่งแดดจนแห้ง แล้วนำมาแขวนเก็บไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเท ทำอย่างนี้เนื้อหมูจะเก็บได้นานหลายวัน
หยี่หานประทับใจในการดูแลของนาง นางทำทุกอย่างไม่ให้เขาต้องเหนื่อยทำอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งเอาผักไปขายในหมู่บ้านนางก็ยังรับอาสาทำเองทั้งหมด ตอนนี้ทำให้เขามีเวลาอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่
บ้านช่องที่ดูสะอาดตา อาหารดีๆ ที่นางจัดหามาให้ แล้วยังมีเงินเก็บที่ได้จากการทำงานของนาง มันทำให้เขารู้สึกแย่กับตัวเองไม่น้อย แต่มันก็เป็นสิ่งที่นางเต็มใจทำ อีกทั้งเขามีหน้าที่จะต้องอ่านหนังสือสอบ จึงพยายามไม่คิดถึงเรื่องนี้ และคิดว่าจะต้องตอบแทนนางในสักวัน
“คุณชายกัว ข้าปักผ้าเช็ดหน้าให้ท่าน” หว่าอิ๋งนำผ้าเช็ดหน้ามอบให้แก่เขา
หยี่หานรับมาชื่นชมลายปักที่สวยงามของนาง แล้วเก็บมันเอาไว้ในเสื้อของตน
“ขอบใจเจ้ามาก หว่าอิ๋ง” เขาบอกนางแล้วนึกอะไรดีๆ ออก
“เจ้าช่วยอะไรข้าบางอย่างสิ”
“ให้ข้าทำอันใดเจ้าคะ” หว่าอิ๋งถามอย่างตื่นเต้น หากได้ช่วยเหลือเขา นางยินดีทำทั้งนั้น
“ช่วยปักผ้าเช็ดหน้าให้ข้าอีกหนึ่งผืน ข้าอยากให้เจ้านำไปมอบให้คุณหนูโจว เจ้าพอจะทำให้ข้าได้หรือไม่” คำขอของหยี่หานทำให้นางหัวใจหล่นวูบ พึ่งนึกได้ว่าบัณฑิตตรงหน้านั้นมีคนรักอยู่แล้ว
“ข้ายินดีเจ้าค่ะ” นางรับคำจากเขา แล้วยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะขอตัวไปทำงานบ้านอย่างอื่นต่อ
หยี่หานหยิบผ้าเช็ดหน้าของหว่าอิ๋งออกมา แล้วยิ้มให้กับมัน ผ้าเช็ดหน้าสีเขียวปีกแมลงทับปักด้ายสีเหลืองทองเป็นรูปเถาวัลย์ตรงขอบชายผ้า และตรงมุมปักเป็นชื่อของเขาเอาไว้ มีลายดอกไม้เล็กๆ สีต่างๆ ปักตามเถาวัลย์ดูสวยงาม
‘ฝีมือการปักเย็บของเจ้าช่างงดงามยิ่งนัก หากเหว่ยฟางได้รับผ้าเช็ดหน้าจากข้า นางคงชื่นชมมันไม่น้อย’
**********************
หว่าอิ๋งใช้เวลาอยู่สามวันสามคืนในการปักผ้าเช็ดหน้าสีขาวเป็นรูปดอกโบตั๋นอย่างที่หยี่หานบอก แล้วนำไปให้เขาได้ชื่นชมมัน
“งดงามมาก เจ้านี่มีฝีมือดีขนาดนี้ มิน่าเล่า ถึงได้ปักผ้าขายได้กำไรงามนัก” หยี่หานชื่นชมฝีมือนาง
“แล้วคุณชายจะให้ข้านำผ้าเช็ดหน้าไปให้คุณหนูโจวที่ใดกันเล่าเจ้าคะ” นางถามเขาอย่างสุภาพ
“อีกสองวันเจ้าจงไปดักเจอนางที่ตลาดในหมู่บ้าน นางมักจะรอข้าที่แผงขายเครื่องประดับหรือไม่ก็แผงขายเครื่องสำอาง นางเป็นหญิงงาม มีชาติตระกูล มีสาวใช้ติดตาม สังเกตได้ไม่ยากหรอก” หยี่หานบอกแก่หว่าอิ๋ง
ยิ่งฟังหว่าอิ๋งก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองต่ำต้อย ต่างจากคุณหนูโจวที่เขากล่าวถึงด้วยแววตาที่ดูเพ้อฝันนั้น
“แล้วทำไมคุณชายไม่ไปมอบให้นางด้วยตัวเองเล่า ในเมื่อรู้ว่านางจะไปตลาดเวลาไหน” หว่าอิ๋งเอ่ยถามเขาด้วยความใคร่รู้
“หากข้าไปแอบเจอนางบ่อยเข้า หากมีคนจับได้ เกรงว่านางอาจจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาเที่ยวเล่นอีก นางเข้าใจข้าดี และเราต่างรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราควรพบเจอกัน” หยี่หานพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าลงไป จนหว่าอิ๋งนั้นเศร้าตาม
“ข้าจะเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไปมอบให้คุณหนูโจว คุณชายเชื่อมือข้าเถิด” นางบอกแก่เขาให้สบายใจ
หยี่หานกุมมือของหว่าอิ๋งเอาไว้ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของนาง จนหว่าอิ๋งใจเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะจับได้ว่านางรู้สึกเช่นไรด้วย
“เจ้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก ข้าต้องตอบแทนบุญคุณเจ้าให้ได้ในสักวัน” เขาบอกเธอในขณะที่มือหนานุ่มนั้นยังคงเกาะกุมมือของนางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ข้าต่างหากเล่าที่เป็นหนี้บุญคุณคุณชาย”
“ตอบแทนกันไปมาอย่างนี้คงไม่จบสิ้นแน่ ใช่ไหมเล่าหว่าอิ๋ง” เขาถามพลางสบตานางด้วยความเอ็นดู
“ดังนั้นข้าจึงอยากอยู่ที่นี่ รับใช้คุณชาย หากวันใดคุณชายสอบได้เป็นขุนนาง ข้าก็จะได้สุขสบาย อย่างนี้ดีไหมเจ้าคะ” นางบอกเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูเขินอาย
หยี่หานลดยิ้มลง แล้วลดมือที่เกาะกุมนางออกไป เกรงว่านางอาจจะคิดกับเขาเกินเลยไปไกล ถึงขั้นอยากติดตามไปชั่วชีวิต และเขาไม่อยากให้เหว่ยฟางเข้าใจผิด
พอนึกได้ถึงเรื่องนี้ เขาก็นำผ้าเช็ดหน้าลายดอกโบตั๋นนั้นมาแล้วพับเก็บในเสื้อของตนเอง ทำให้หว่าอิ๋งนั้นงุนงง ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“เดี๋ยวข้าเอาไปให้นางเองดีกว่า ข้าลืมไปว่ามีเรื่องอยากคุยกับนางพอดี”
“ได้เจ้าค่ะคุณชาย” หว่าอิ๋งตอบรับเจตนาใหม่ของเขา ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วขอตัวออกไปปักผ้าชิ้นอื่นที่นางกำลังทำค้างไว้
**********************
หยี่หานนำผ้าที่หว่าอิ๋งปักไปขายให้กับร้านค้า และซื้อผ้าแพรเปล่ากลับมาเพิ่ม งานปักครั้งนี้ได้กำไรมามากพอสมควร
เขายิ้มอย่างปลาบปลื้ม แล้วจึงเดินไปรอให้เหว่ยฟางผ่านมา
ไม่นานนักเขาก็เห็นนาง เหว่ยฟางมองเห็นเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจแล้วใช้อุบายหลอกให้เสี่ยวหลินเดินไปทางอื่น ก่อนที่จะแอบไปหาหยี่หานเหมือนอย่างเช่นเคย
ครานี้หยี่หานไม่ได้ทำแค่กอดและจุมพิตที่หน้าผากของนาง นางแต่เชยคางนางขึ้นมาจูบอย่างแผ่วเบาราวแมลงปอแตะผิวน้ำ
เหว่ยฟางตกใจและเขินอายเล็กน้อย หากแต่ก็รับจูบนั้นจากอีกฝ่ายแล้วกอดคล้องคอเอาไว้ แข้งขาอ่อนแรงเมื่อตกในภวังค์นั้น
สักพักหยี่หานถอนจุมพิตออกจากนาง สบดวงตาที่ไหวระริกของนาง มองเห็นหน้าของหว่าอิ๋งซ้อนขึ้นมาแล้วรีบสลัดภาพนั้นให้หลุดออกไป
“ข้ามีผ้าเช็ดหน้ามามอบให้แก่เจ้า” หยี่หานบอกหญิงคนรัก ไม่ได้มีเวลาที่จะอธิบายจุมพิตที่เกิดเมื่อสักครู่ ว่าเหตุใดตนจึงทำเช่นนั้น
เหว่ยฟางรับผ้าเช็ดหน้าผืนงามนั้นขึ้นมาแล้วเขย่งขึ้นไปจุมพิตเบาๆ ที่แก้มของบัณฑิตหนุ่มอย่างรักใคร่
“งดงามมาก ข้าขอบใจท่านยิ่งนัก” นางเอ่ยขอบคุณแล้วใช้นิ้วกรีดผ้าเช็ดหน้าปิดบังใบหน้าที่แดงเรื่อของตนอย่างเขินอาย
เหว่ยฟางล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนที่นางใช้เป็นประจำขึ้นมาแล้วให้กับเขาไป
“ผ้าเช็ดหน้านี้ ข้าปักไว้ใช้เอง ถ้าไม่รังเกียจ ข้าขอมอบมันให้ท่าน” นางพูดอย่างเอียงอายที่พึ่งได้แลกจูบกับเขาเป็นครั้งแรก
หยี่หานรับมาแล้วสวมกอดนางเอาไว้ พยายามนึกในใจว่าเขาต้องรักและซื่อสัตย์กับนางเพียงผู้เดียว หัวใจนั่นเริ่มหวาดหวั่นที่อยู่ๆ ภาพของหว่าอิ๋งก็ซ้อนขึ้นมา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขามั่นใจว่าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับนาง
‘ข้าคงใช้เวลาอยู่กับนางมากไป จึงเกิดภาพหลอนเช่นนี้ ข้ามั่นใจว่ารักเหว่ยฟางแต่เพียงผู้เดียว’
“ข้าต้องรีบไปก่อน” เหว่ยฟางบอกแล้วรีบเดินไปอย่างรวดเร็ว
หยี่หานยิ้มตามหลังนางไปแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา แล้วขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจและหัวใจกระตุกวูบ เมื่อลวดลายที่นางบอกว่าปักเอง มันคือลวดลายที่เขาเป็นคนออกแบบให้หว่าอิ๋งลองปักขายเป็นชิ้นแรกเมื่อเดือนที่แล้ว และตอนนี้หญิงคนรักที่เขารักมากกลับโกหกเขาว่ามันเป็นฝีมือปักของนาง
“นางคงจำผิด หรือไม่ก็หยิบผืนนี้ติดมือมา ใช่แน่ๆ นางคงจำผิด” เขาพึมพำออกมา หากแต่ว่าก็ยังรู้สึกคาใจอยู่ดี
หยี่หานรอสักครู่จึงเดินออกมาจากตรอกคับแคบนั้น เดินผ่านร้านขายสุรา เขาได้ยินชายทั้งสองคุยกันถึงลูกชายเศรษฐีต่างเมืองที่กำลังตามเกี้ยวพาราสีเหว่ยฟางอยู่
“ท่านโจวหมายจะได้คุณชายลู่เป็นเขย ได้ข่าวว่าคุณหนูโจวก็พอใจคุณชายลู่ไม่น้อย แต่ยังรอบัณฑิตกัวสอบเป็นขุนนางให้ได้”
“แสดงว่าคุณหนูโจวต้องการจับปลาสองมือนะสิ”
“ข้าก็ได้ยินมาอย่างนั้น คุณชายลู่ทั้งร่ำรวย และหล่อเหลา เสียแค่เจ้าชู้ไปหน่อย ส่วนบัณฑิตกัวก็มีแววว่าอาจจะสอบได้แต่เสียที่ยากจนและยังสอบไม่ผ่าน นางคงยังเลือกไม่ได้ในตอนนี้”
ขาเขาพลันชะงัก เย็นเฉียบไปทั้งขั้วหัวใจ เมื่อได้ยินในสิ่งที่เขากลัวมาตลอด ว่านางจะมีคนอื่น หรือว่ามีตัวเลือกที่ดีกว่าเขา และในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจริงๆ
**********************
เหว่ยฟางกลับไปถึงบ้านแล้วรีบเข้าไปยังห้องนอนของตนโดยมีเสี่ยวหลินติดตามไปด้วย“คุณหนูมันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ท่านมีสัมพันธ์กับคุณชายลู่จริงๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางถามด้วยความห่วงใย“เจ้าต้องปิดเป็นความลับ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าคงไม่มีหน้าอยู่บนโลกใบนี้” เหว่ยฟางบอกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจ เพราะโจวเจาหรูคงไม่ปลาบปลื้มแน่หากรู้ว่านางได้ทำการข้ามกำแพงเจาะรู (ลักลอบเกินเลยกันโดยผู้ใหญ่ไม่รับรู้)“ข้าไม่คิดเลยว่าคุณชายลู่จะทำเช่นนั้น”“ข้าเองก็ไม่คาดคิด จู่ๆ คุณชายลู่ก็จู่โจมเข้าจุมพิตข้า ข้ารู้สึกวาบหวิวไปหมด สุดท้ายจึงต้องนอนนิ่งให้เขากระทำอย่างนั้น” นางเล่าให้แก่เสี่ยวหลินฟัง“คุณหนูไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ คุณชายลู่ดูจะรักคุณหนูมาก อย่างไรข้าคิดว่าเขาคงไม่ทอดทิ้งคุณหนูอย่างแน่นอน” นางบอกแก่คุณหนูของตนที่เติบโตมาด้วยกัน“เขาก็บอกข้าเช่นนั้นตอนที่..” เหว่ยฟางหยุดพูดแล้วทำเอียงอาย เพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็แสนสุขสม“คุณหนูรู้สึกเจ็บหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่เลยเสี่ยวหลิน มันช่างมีความสุขเหลือเกิน หากวันใดเจ้าออกเรือนแล้วจะรู้” นางพูดแล้วอมยิ้มให้แก่กันลู่ชิงฟงคือบุตร
เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่หยี่หานเอาแต่ท่องตำราเป็นอย่างหนัก อีกแค่สองสัปดาห์ก็จะต้องเดินทางไปสอบที่ต่างเมืองแล้ว เขาจึงต้องทบทวนในสิ่งที่เขาคาดว่าจะออกข้อสอบในปีนี้หว่าอิ๋งเห็นเขาเคร่งเครียดอย่างนั้น นางจึงไม่ได้รบกวนเขา แม้กระทั่งอาหารก็ไม่ได้เชิญให้เขาออกมาทาน แต่เตรียมเอาไว้แล้วรออุ่นให้เขายามที่เขาออกมาจากห้องอ่านตำราเท่านั้นหยี่หานไม่ได้สนใจเลยว่าเหตุใดเหว่ยฟางจึงหายเงียบไป เขาเองก็ไม่ได้ไปดักรอนางที่ตลาดเลยในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ มีแต่หว่าอิ๋งเท่านั้นที่เข้าไปขายผ้าปักในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ส่วนเขาก็เข้าไปแค่ตอนซื้อหมึกกับกระดาษเท่านั้นในตอนค่ำขณะที่หว่าอิ๋งรออุ่นอาหารค่ำให้แก่เขา พอหยี่หานเดินออกมานั่งที่โต๊ะ นางใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ยกอาหารมาวางแล้วคะยั้นคะยอให้เขาทานให้หมด“ทานเยอะๆ นะเจ้าคะ อีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางแล้ว ท่านคงไม่ได้ทานฝีมือข้าไปอีกหลายวัน ท่านต้องคิดถึงอาหารเหล่านี้แน่”“ข้าคงคิดถึงจนไม่มีสมาธิเชียวล่ะ” หยี่หานมองหน้านางเป็นนัยให้รู้ว่าหมายความถึงนางมิใช่อาหาร“แต่ถึงอย่างนั้น ข้ามั่นใจว่าปีนี้ข้าต้องสอบผ่าน”“ข้าก็เชื่อเช่นนั้น คุณชายเป็นคนฉลาด ไห
บัณฑิตหนุ่มเดินไปส่งเหว่ยฟางถึงแค่รั้วบ้านของตน นางจูบลาเขาด้วยจุมพิตที่บางเบาแล้วค่อยๆ เดินห่างออกไปหยี่หานกวาดตามองไปทั่วบ้านแต่ก็ยังไม่เห็นหว่าอิ๋ง จึงเดินค้นหานางรอบบริเวณนั้นแล้วพบว่านางกำลังเอาหญ้าแห้งมาบังลมหนาวให้กับเป็ดของนางอยู่“ทำไมไม่สวมชุดคลุมอีกชั้น อากาศเย็นมากแล้ว เจ้าไม่หนาวหรืออย่างไร” เขาเอ่ยถามนางอย่างห่วงใย“ข้าใช้กำลังยกหญ้าและฟางพวกนี้จนร่างกายรู้สึกอบอุ่นแล้วเจ้าคะ อากาศก็ยังไม่หนาวมาก แค่นี้ข้าทนไหว” นางตอบเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่สดใสอย่างเช่นเคย“เรื่องเหว่ยฟาง ข้า..”“คุณชายหิวหรือยังเจ้าคะ ข้าจะได้ไปอุ่นอาหารให้” นางแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินว่าเขาจะพูดอันใด แล้วขัดขึ้นมาก่อน“อืม เริ่มหิวแล้ว”“ถ้าเช่นนั้นไปรอข้าที่ด้านในเถิดเจ้าค่ะ ข้าอุ่นอาหารไม่นาน” นางยิ้มให้แก่เขา หยี่หานจึงรั้งตัวนางมาโอบกอด ทำให้หว่าอิ๋งตัวแข็งทื่อด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะดันตัวออกจากเขา“คุณชาย เนื้อข้าเต็มไปด้วยเศษฝุ่นและหญ้า ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย มิเช่นนั้นท่านอาจจะเปรอะเปื้อนไปกับข้า”“เราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” เขาไม่ฟังที่นางบอกแล้วประคองนางเข้าไปในบ้านมอบความอบอุ่นจากอ้อมแขนของตนเองใ
หญิงสาวจากตระกูลที่ร่ำรวยเดินกลับไปกลับมาด้วยท่าทีที่ดูกระวนกระวายเมื่อชายคนรักไม่ได้มาพบกับนางตามที่นัดหมาย“หยี่หานไม่เคยผิดนัดข้า” นางพึมพำด้วยความร้อนใจหากแม่ค้าร้านขายเครื่องประทินความงามมิได้โป้ปด หยี่หานอาจจะเห็นนางเดินกับลู่ชิงฟงที่ตลาดเป็นแน่ เขาถึงได้ไม่ยอมมาตามนัดหมายในครานี้“ไม่สิ บางทีเขาอาจจะเคร่งเครียดกับการอ่านตำรา จนลืมนัดของข้า” นางพยายามปลอบใจตนเองตอนนี้กระวนกระวายใจยิ่งนัก ราวกับนั่งอยู่บนพรมเข็มที่ทิ่มแทงให้ไม่เป็นสุขเหว่ยฟางไม่อยากรอเขาอีกต่อไป นางเกรงว่าเสี่ยวหลินจะตามมาหานางที่นี่ จึงตัดสินใจไปหาบัณฑิตหนุ่มที่บ้านของเขาซึ่งใช้เวลาเดินเท้าไปราวหนึ่งก้านธูปชายหนึ่งนางก็มีใจและหวังลาภยศ อีกชายหนึ่งนางก็พึงใจและเห็นถึงความเหมาะสมของฐานะที่ใกล้เคียงกันอีกทั้งบิดาก็สนับสนุนเขา และการที่มีบุรุษทั้งสองให้นางต้องตัดสินใจเลือกในเวลาเดียวกัน ทำให้รู้สึกผยองในเสน่ห์ของตนมิใช่น้อยแต่พอรู้ว่าหยี่หานอาจรู้ว่านางมีอีกหนึ่งทางเลือกจึงทำให้เกิดความกังวลว่าเขาจะถอดใจจากนางไปเสียก่อน จึงต้องรีบไปพบชายคนรักเพื่อพิสูจน์ว่าเขารู้เห็นเรื่องนี้มากน้อยเพียงใดเมื่อไปถึงบ้านของหยี่
เมื่อครบกำหนดเจ็ดวันตามที่เหว่ยฟางนัดแล้ว หยี่หานไม่ได้กระตือรือร้นที่จะออกไปพบกับนางตามนัดหมาย เขาคิดว่าอย่างไรเสียนางก็คงไม่ไป จึงฝึกคัดลายมือในห้องอ่านตำราอย่างตั้งใจ และเอาแต่อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความสุขในช่วงที่ผ่านที่ได้อยู่ชิดใกล้กับหว่าอิ๋งตอนนี้หว่าอิ๋งออกไปที่หมู่บ้านเพื่อนำผ้าที่ปักไปส่งยังร้านขายผ้า อีกไม่นานนางคงกลับมาพร้อมกับของที่นางจะนำมาทำอาหารบำรุงเขาอีกเช่นเคย‘เจ้าช่างทำทุกอย่างเพื่อข้ามากมาย ไม่เคยนึกถึงตัวเองเลยสักนิด ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก’ หยี่หานมองไปรอบๆ บ้านของตน มันเคยเก่าและทรุดโทรม พอมีนางมาอยู่ด้วยก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เป็นบ้านที่สามารถเรียกว่าบ้านอย่างแท้จริงไม่นานนักหว่าอิ๋งก็กลับเข้ามาพร้อมกับเป็ดอีกสองตัวที่จะนำมาเลี้ยงเพิ่ม พร้อมกับเนื้อหมูและเครื่องเทศห่อใหญ่ที่นางซื้อกลับมาด้วยนางเอาเป็ดไปเข้าเล้าแล้วเดินเข้าไปในครัว ไม่ได้ไปแสดงตัวกับเขาเพราะเกรงว่าจะรบกวนสมาธิ แต่หยี่หานก็รู้เพราะได้กลิ่นควันจากฟืนที่นางกำลังก่อไฟเพื่อทำอาหารกลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยมาเตะจมูกให้เขารู้สึกอยากทานอาหารที่นางทำแล้ว จึงวางพู่กันในมือลงแล้วเดินเอามือขัดหลั
บรรยากาศในยามเช้าสดชื่นเหมือนอย่างทุกวัน หยี่หานนั่งทานอาหารบนโต๊ะแล้วมองหว่าอิ๋งที่กำลังไล่ต้อนเป็ดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มความใกล้ชิดระหว่างเขากับนางนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะรู้สึกผิดต่อเหว่ยฟาง แต่เมื่อเห็นว่านางเองก็มีใครอีกคน เขาจึงรู้สึกผิดน้อยลง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกผิดเลย“ข้าจะตั้งใจสอบ เพื่อให้เจ้าหันกลับมาสนใจข้าแต่เพียงผู้เดียว ให้คุณชายตระกูลลู่ผู้นั้นรู้ว่าบัณฑิตอย่างข้า ไม่จำเป็นต้องเกิดในตระกูลร่ำรวยก็สามารถเด็ดดอกฟ้าอย่างเจ้าได้” เขาพึมพำออกมา รู้สึกอยากเอาชนะลู่ชิงฟงมากกว่าที่ต้องการเหว่ยฟางกลับมาเป็นของตนเองหว่าอิ๋งกลับเข้ามาในบ้านแล้วส่งยิ้มหวานให้กับหยี่หาน“มานี่สิหว่าอิ๋ง” เขาเรียกนางให้เข้าไปหาหว่าอิ๋งคิดว่าเขาทานอาหารเสร็จแล้วนางจึงเดินเข้าไปเพื่อเก็บโต๊ะ แต่พอเดินเข้าไปใกล้หยี่หานก็รั้งตัวนางเข้าไปให้นั่งตักของเขา“คุณชายกัว” นางเรียกชื่อเขาอย่างตกใจและไม่คาดคิดว่าเขาจะทำอย่างนี้กับตน“ทำไม ข้าทำอย่างนี้กับเจ้าไม่ได้รึ” เขาถามนางแล้วยิ้มให้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้หว่าอิ๋งใจเต้นแรงเป็นอย่างมาก“ข้า..” นางใจเต้นจนพูดอะไรไม่ออก






![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
