Home / รักโบราณ / ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ / ตอนที่ 6 ไข่มุกงดงามบนฝ่ามือ

Share

ตอนที่ 6 ไข่มุกงดงามบนฝ่ามือ

last update Last Updated: 2026-01-08 13:06:45

เหว่ยฟางเป็นลูกสาวคนเดียวของโจวเจาหรู เขารักและถนอมนางราวกับไข่ในหิน เหว่ยฟางเปรียบเสมือนไข่มุกเม็ดงามบนฝ่ามือ(ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน) ที่เขาหวงแหนเธอและเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่ยังเล็ก และหวังให้นางมีชีวิตที่สุขสบาย

กัวหยี่หาน ลูกชายเจ้าของสวนผักที่ท้ายหมู่บ้าน เขามีฐานะยากจน ถึงจะพยายามสอบเพื่อเป็นขุนนาง แต่กว่าจะสอบผ่านคงใช้เวลาอยู่นาน เพราะเขาสอบตกเมื่อสามปีที่แล้วในการสอบจวี่เหริน ซึ่งจะมีสอบทุกๆ สามปี จึงทำให้ยิ่งเสียเวลาไปอีก

เจาหรูจึงต้องการให้บุตรสาวคนเดียวออกเรือนไปกับบุตรชายของตระกูลลู่ ที่เป็นเศรษฐีค้าข้าวและมีฐานะร่ำรวย ถึงแม้ชื่อเสียงด้านผู้หญิงจะมีมาให้เข้าหูบ้าง แต่มันก็เป็นธรรมดาของผู้ชายที่เกิดในตระกูลร่ำรวย สุรานารีย่อมไม่ขาดมือ

เหว่ยฟางเองแม้จะรักหยี่หาน แต่นางก็รักตัวเองมากกว่า นางชั่งใจว่าชายทั้งสองนั้น ใครกันที่เหมาะจะได้ครองคู่กับนาง

จริงอยู่ที่ว่าหยี่หานกำลังจะสอบจวี่เหรินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ หากเขาสอบผ่านก็ต้องรอสอบก่งเซิ่งอีก เป็นเวลานานกว่าเขาจะสอบไต่ระดับไปจนถึงขุนนาง หากนางเลือกเขาแล้วเขาสอบไม่ผ่านนางคงได้ออกเรือนตอนอายุมากแล้วเป็นแน่

ส่วนทางด้านลู่ชิงฟง ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ แต่ว่ามันก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเขา ฐานะที่ร่ำรวยนั้นก็ชวนให้เตะตาอยู่ไม่น้อย แต่ว่าไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้

เพราะหากหยี่หานสอบผ่านไปจนถึงจิ้นซื่อได้ และคว้าตำแหน่งจอหงวนมาครอง นางก็จะกลายเป็นภริยาของจอหงวน ได้ทั้งเชิดหน้าชูตาและเงินทองมากมายในตอนนั้น

“ลูกจะว่าอย่างไรเหว่ยฟาง คุณชายลู่จะมาจิบชากับพ่อพรุ่งนี้ เจ้าพอจะโชว์ฝีมือการดีดพิณให้เราฟังได้หรือไม่”

“ลูกยินดีเจ้าค่ะท่านพ่อ แต่เรื่องหมั้นหมาย ลูกอยากชะลอเอาไว้ก่อน” นางบอกบิดาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

“เจ้ายังคาดหวังกับบัณฑิตซิ่วไฉ่คนนั้นอีกรึ”

“ท่านพ่อคิดดูนะเจ้าคะ หากลูกแต่งงานกับคุณชายลู่ จริงอยู่ว่าเราจะร่ำรวย แต่หากลูกรอหยี่หานสอบผ่านเป็นขุนนาง เราก็จะทั้งร่ำรวยและมีเกียรติ ท่านพ่อว่าไม่ดีรึเจ้าคะ” นางบอกบิดาให้คล้อยตามเหตุผลของตนเอง

“อีกกี่ปีเล่า ถึงจะก้าวหน้าถึงขั้นนั้น” เจาหรูพูดด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน

“ลูกขอเวลาแค่ถึงตอนเขาสอบจวี่เหรินในครั้งนี้ หากสอบไม่ผ่านลูกจะยอมแต่งงานกับคุณชายลู่” เหว่ยฟางบอกบิดาแล้วขยับเข้าไปบีบนวดที่ต้นแขนอย่างเอาใจ

“เอาเถอะ ข้าเชื่อว่าอย่างไร เจ้าบัณฑิตแซ่กัวนั่นก็ไม่มีวันสอบผ่าน ถึงตอนนั้นจะหมั้นหมายเจ้าให้แต่งงานก็ยังไม่สาย” เจาหรูบอกบุตรสาวคนเดียวอย่างระมัดระวัง เกรงว่าจะทำให้นางเตลิดหากบังคับมากเกินไป

“แต่ในระหว่างนี้ ห้ามเจ้าไปแอบพบเจอกับบัณฑิตสอบตกนั้นเด็ดขาด หากพ่อรู้ พ่อจะจับเจ้าแต่งงานโดยไม่รั้งรออีกต่อไป”

“ขอบคุณท่านพ่อ ท่านช่างมีเมตตากับลูกยิ่งนัก” นางลอบยิ้มอย่างพอใจ ที่เจาหรูรับฟังเหตุผลของนาง ถึงจะห้ามเรื่องนัดพบกัน แต่ว่าก็ไม่ได้ห้ามหากนางจะรอชายคนรัก

เจาหรูลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาจะรอจนผ่านพ้นการสอบในครั้งนี้ หากหยี่หานสอบตกก็แล้วไป แต่หากเขาสอบผ่านต้องหาทางทำลายความรักระหว่างทั้งสองคน เพื่อที่จะให้เหว่ยฟางหมั้นหมายและแต่งงานกับชิงฟงให้ได้

‘มีหรือข้าจะยอมมอบไข่มุกเม็ดงามบนฝ่ามือของข้าให้บัณฑิตสอบตกอย่างเจ้าได้ไปเชยชม เหว่ยฟางต้องแต่งงานกับคนที่ข้าหามาให้เท่านั้น’ เจาหรูคิดในใจอย่างแยบยล

**********************

หว่าอิ๋งทำอาหารมื้อค่ำเสร็จแล้ว นางเดินไปเรียกให้หยี่หานออกมาทานอาหาร แต่เขากลับดูไม่ค่อยสนใจอยากจะทานอันใดเลยทั้งนั้น

“คุณชายกัว ท่านมีเหตุอันใดทุกข์ใจ สามารถเล่าให้ข้าฟังได้ ถึงแม้หว่าอิ๋งผู้นี้ความรู้จะต่ำต้อย แต่ข้าก็จะรับฟังความในใจของท่านได้ ระบายมันออกมาบ้างเถิดเจ้าค่ะ” นางบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย

หยี่หานมองใบหน้าที่หวานละมุนนั้น ตกอยู่ในภวังค์อย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่จะได้สติแล้วพ่นลมหายใจออกมา พลางนึกสบถในใจว่าทำไมช่วงนี้ถึงได้จ้องมองนางเยี่ยงนั้นอยู่บ่อยๆ

“ข้ารักเหว่ยฟางมาก เจ้ารู้ใช่หรือไม่”

“ข้าทราบดีเจ้าค่ะ” หว่าอิ๋งบอกเขาด้วยรอยยิ้ม หากแต่ในหัวใจแสนเจ็บปวดยิ่งนัก

“นางมีคนอื่นมาชอบพอ เขาทั้งรูปงามและร่ำรวย แตกต่างกับข้ายิ่งนัก และชาวบ้านต่างพูดกันว่านางตั้งใจจะจับปลาสองมือ” หยี่หานพูดความในใจออกมาแล้วรู้สึกโล่งอก

“คุณชาย การที่นางมีบุรุษอื่นมาชอบพอนั้น ไม่ได้หมายความว่านางจะมีใจให้กับอีกฝ่ายเสียเมื่อไหร่กัน อาจเป็นความต้องการของบิดานางฝ่ายเดียวก็ได้ ชาวบ้านมีปากก็พูดไป ไยท่านเก็บมาคิดมากเช่นนี้เล่า” หว่าอิ๋งปลอบใจเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน

“แล้วการที่นางเอาผ้าเช็ดหน้าที่ผู้อื่นปักมาให้ข้าแล้วโกหกว่านางปักเองเล่า หากนางรักข้าไยต้องหลอกลวงข้าเช่นนี้” หยี่หานพูดด้วยแววตาที่เจ็บปวด

“แล้วคุณชายรู้ได้อย่างไรเล่าว่าผู้อื่นปักผ้าผืนนั้น ไม่ใช่ฝีมือของคุณหนูโจว”

หยี่หานสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อชั้นนอกที่มีกระเป๋าเล็กๆ เย็บติดไว้ด้านในแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าของเหว่ยฟางออกมา ซึ่งหว่าอิ๋งเห็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และจำได้ทันทีว่ามันเป็นฝีมือของนางแต่แกล้งทำเป็นว่าไม่เคยเห็น

“ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ ไม่ใช่เจ้าหรือไรที่ปักตามรูปที่ข้าวาดให้”

“คล้ายกันนะเจ้าคะ แต่ไม่เหมือน ตรงนี้ข้าใช้ด้ายสีฟ้าอ่อน นางใช้สีน้ำเงิน นางคงไปเห็นลายผ้าเช็ดหน้าของข้า แล้วปักลอกลายตามกระมัง” หว่าอิ๋งโกหกเพื่อให้เขาสบายใจ

“จริงหรือหว่าอิ๋ง เจ้าไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่”

“ไม่ได้โป้ปดแม้แต่คำเดียวเจ้าค่ะ” หว่าอิ๋งพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยน ก่อนจะถามคำถามเขาต่อ

“ยังมีเรื่องทุกข์ใจอันใดอีกหรือไม่เจ้าคะ”

“มีอีก เรื่องเมื่อคืนนี้” หยี่หานบอกนาง แล้วยิ้มออกมา

“อันใดรึเจ้าคะ” นางถามอย่างหวั่นใจ

“ข้าทำตัวเมามายให้เจ้าต้องลำบาก ทั้งคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ข้า แล้วยังทำให้เจ้ามีบาดแผลที่นิ้วอีก ข้าละอายใจยิ่งนัก” เขากล่าวขอโทษนางกลายๆ

“ข้าไม่ถือโทษโกรธเคืองท่านหรอกเจ้าค่ะ มันเป็นหน้าที่ของข้าที่ต้องดูแลท่าน” หว่าอิ๋งพูดออกมาจากใจ

“ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยพูดให้ข้าสบายใจ ข้าเองเป็นถึงบัณฑิต แต่เรื่องแค่นี้ต้องให้เจ้ามาปลอบโยน”

“บางครั้งคนเราฉลาดและรอบรู้มากแค่ไหน อาจมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปได้ ท่านอย่ากล่าวโทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ ในเมื่อเข้าใจคุณหนูโจวแล้ว ท่านก็เลิกเป็นกังวลเสียทีเถิด ข้าเห็นคุณชายเศร้าแล้ว ก็พานเศร้าตามไปด้วย”

“ข้าดีใจยิ่งนัก ที่มีเจ้าคอยอยู่เคียงข้างข้าเช่นนี้”

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องฉลองนะเจ้าคะ อาหารค่ำพร้อมแล้ว เชิญคุณชายทางนี้เจ้าค่ะ” นางบอกเขา พยายามทำตัวให้สดใสร่าเริงอย่างที่เคยเป็นมาตลอด

หยี่หานมองท่าทางของนาง พลางนึกถึงความฝันเมื่อคืน มันทำให้เขาใจเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้นาง อาการแบบเดียวกันกับตอนที่อยู่กับเหว่ยฟางไม่มีผิด

‘เราไม่ควรคิดอะไรเกินเลยเช่นนั้น แม้ความฝันนั้นจะชัดเจนเพียงใดก็ตาม หญิงเดียวที่เราควรรักคือเหว่ยฟาง ใช่แล้ว เหว่ยฟาง ในใจข้ามีแต่เจ้าเพียงผู้เดียว กับหว่าอิ๋งมันเป็นแค่ความใกล้ชิด ข้าต้องซื่อสัตย์ต่อเจ้าผู้เดียว’

เมื่อคิดได้เช่นนั้น หยี่หานจึงยิ้มออกมา พยายามตั้งสติคิดถึงแต่ดวงหน้าของโจวเหว่ยฟางเท่านั้น

**********************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 19 ก้าวเดียวแตะถึงฟ้า

    เหว่ยฟางกลับไปถึงบ้านแล้วรีบเข้าไปยังห้องนอนของตนโดยมีเสี่ยวหลินติดตามไปด้วย“คุณหนูมันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ท่านมีสัมพันธ์กับคุณชายลู่จริงๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางถามด้วยความห่วงใย“เจ้าต้องปิดเป็นความลับ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าคงไม่มีหน้าอยู่บนโลกใบนี้” เหว่ยฟางบอกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจ เพราะโจวเจาหรูคงไม่ปลาบปลื้มแน่หากรู้ว่านางได้ทำการข้ามกำแพงเจาะรู (ลักลอบเกินเลยกันโดยผู้ใหญ่ไม่รับรู้)“ข้าไม่คิดเลยว่าคุณชายลู่จะทำเช่นนั้น”“ข้าเองก็ไม่คาดคิด จู่ๆ คุณชายลู่ก็จู่โจมเข้าจุมพิตข้า ข้ารู้สึกวาบหวิวไปหมด สุดท้ายจึงต้องนอนนิ่งให้เขากระทำอย่างนั้น” นางเล่าให้แก่เสี่ยวหลินฟัง“คุณหนูไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ คุณชายลู่ดูจะรักคุณหนูมาก อย่างไรข้าคิดว่าเขาคงไม่ทอดทิ้งคุณหนูอย่างแน่นอน” นางบอกแก่คุณหนูของตนที่เติบโตมาด้วยกัน“เขาก็บอกข้าเช่นนั้นตอนที่..” เหว่ยฟางหยุดพูดแล้วทำเอียงอาย เพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็แสนสุขสม“คุณหนูรู้สึกเจ็บหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่เลยเสี่ยวหลิน มันช่างมีความสุขเหลือเกิน หากวันใดเจ้าออกเรือนแล้วจะรู้” นางพูดแล้วอมยิ้มให้แก่กันลู่ชิงฟงคือบุตร

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 18 ข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพานทิ้ง

    เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่หยี่หานเอาแต่ท่องตำราเป็นอย่างหนัก อีกแค่สองสัปดาห์ก็จะต้องเดินทางไปสอบที่ต่างเมืองแล้ว เขาจึงต้องทบทวนในสิ่งที่เขาคาดว่าจะออกข้อสอบในปีนี้หว่าอิ๋งเห็นเขาเคร่งเครียดอย่างนั้น นางจึงไม่ได้รบกวนเขา แม้กระทั่งอาหารก็ไม่ได้เชิญให้เขาออกมาทาน แต่เตรียมเอาไว้แล้วรออุ่นให้เขายามที่เขาออกมาจากห้องอ่านตำราเท่านั้นหยี่หานไม่ได้สนใจเลยว่าเหตุใดเหว่ยฟางจึงหายเงียบไป เขาเองก็ไม่ได้ไปดักรอนางที่ตลาดเลยในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ มีแต่หว่าอิ๋งเท่านั้นที่เข้าไปขายผ้าปักในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ส่วนเขาก็เข้าไปแค่ตอนซื้อหมึกกับกระดาษเท่านั้นในตอนค่ำขณะที่หว่าอิ๋งรออุ่นอาหารค่ำให้แก่เขา พอหยี่หานเดินออกมานั่งที่โต๊ะ นางใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ยกอาหารมาวางแล้วคะยั้นคะยอให้เขาทานให้หมด“ทานเยอะๆ นะเจ้าคะ อีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางแล้ว ท่านคงไม่ได้ทานฝีมือข้าไปอีกหลายวัน ท่านต้องคิดถึงอาหารเหล่านี้แน่”“ข้าคงคิดถึงจนไม่มีสมาธิเชียวล่ะ” หยี่หานมองหน้านางเป็นนัยให้รู้ว่าหมายความถึงนางมิใช่อาหาร“แต่ถึงอย่างนั้น ข้ามั่นใจว่าปีนี้ข้าต้องสอบผ่าน”“ข้าก็เชื่อเช่นนั้น คุณชายเป็นคนฉลาด ไห

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 17 เสียหน้าจนลามไปถึงครอบครัว

    บัณฑิตหนุ่มเดินไปส่งเหว่ยฟางถึงแค่รั้วบ้านของตน นางจูบลาเขาด้วยจุมพิตที่บางเบาแล้วค่อยๆ เดินห่างออกไปหยี่หานกวาดตามองไปทั่วบ้านแต่ก็ยังไม่เห็นหว่าอิ๋ง จึงเดินค้นหานางรอบบริเวณนั้นแล้วพบว่านางกำลังเอาหญ้าแห้งมาบังลมหนาวให้กับเป็ดของนางอยู่“ทำไมไม่สวมชุดคลุมอีกชั้น อากาศเย็นมากแล้ว เจ้าไม่หนาวหรืออย่างไร” เขาเอ่ยถามนางอย่างห่วงใย“ข้าใช้กำลังยกหญ้าและฟางพวกนี้จนร่างกายรู้สึกอบอุ่นแล้วเจ้าคะ อากาศก็ยังไม่หนาวมาก แค่นี้ข้าทนไหว” นางตอบเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่สดใสอย่างเช่นเคย“เรื่องเหว่ยฟาง ข้า..”“คุณชายหิวหรือยังเจ้าคะ ข้าจะได้ไปอุ่นอาหารให้” นางแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินว่าเขาจะพูดอันใด แล้วขัดขึ้นมาก่อน“อืม เริ่มหิวแล้ว”“ถ้าเช่นนั้นไปรอข้าที่ด้านในเถิดเจ้าค่ะ ข้าอุ่นอาหารไม่นาน” นางยิ้มให้แก่เขา หยี่หานจึงรั้งตัวนางมาโอบกอด ทำให้หว่าอิ๋งตัวแข็งทื่อด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะดันตัวออกจากเขา“คุณชาย เนื้อข้าเต็มไปด้วยเศษฝุ่นและหญ้า ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย มิเช่นนั้นท่านอาจจะเปรอะเปื้อนไปกับข้า”“เราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” เขาไม่ฟังที่นางบอกแล้วประคองนางเข้าไปในบ้านมอบความอบอุ่นจากอ้อมแขนของตนเองใ

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 16 เหมือนนั่งอยู่บนพรมเข็ม

    หญิงสาวจากตระกูลที่ร่ำรวยเดินกลับไปกลับมาด้วยท่าทีที่ดูกระวนกระวายเมื่อชายคนรักไม่ได้มาพบกับนางตามที่นัดหมาย“หยี่หานไม่เคยผิดนัดข้า” นางพึมพำด้วยความร้อนใจหากแม่ค้าร้านขายเครื่องประทินความงามมิได้โป้ปด หยี่หานอาจจะเห็นนางเดินกับลู่ชิงฟงที่ตลาดเป็นแน่ เขาถึงได้ไม่ยอมมาตามนัดหมายในครานี้“ไม่สิ บางทีเขาอาจจะเคร่งเครียดกับการอ่านตำรา จนลืมนัดของข้า” นางพยายามปลอบใจตนเองตอนนี้กระวนกระวายใจยิ่งนัก ราวกับนั่งอยู่บนพรมเข็มที่ทิ่มแทงให้ไม่เป็นสุขเหว่ยฟางไม่อยากรอเขาอีกต่อไป นางเกรงว่าเสี่ยวหลินจะตามมาหานางที่นี่ จึงตัดสินใจไปหาบัณฑิตหนุ่มที่บ้านของเขาซึ่งใช้เวลาเดินเท้าไปราวหนึ่งก้านธูปชายหนึ่งนางก็มีใจและหวังลาภยศ อีกชายหนึ่งนางก็พึงใจและเห็นถึงความเหมาะสมของฐานะที่ใกล้เคียงกันอีกทั้งบิดาก็สนับสนุนเขา และการที่มีบุรุษทั้งสองให้นางต้องตัดสินใจเลือกในเวลาเดียวกัน ทำให้รู้สึกผยองในเสน่ห์ของตนมิใช่น้อยแต่พอรู้ว่าหยี่หานอาจรู้ว่านางมีอีกหนึ่งทางเลือกจึงทำให้เกิดความกังวลว่าเขาจะถอดใจจากนางไปเสียก่อน จึงต้องรีบไปพบชายคนรักเพื่อพิสูจน์ว่าเขารู้เห็นเรื่องนี้มากน้อยเพียงใดเมื่อไปถึงบ้านของหยี่

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 15 ฟ้าย่อมมีเมตตากับผู้มีใจ

    เมื่อครบกำหนดเจ็ดวันตามที่เหว่ยฟางนัดแล้ว หยี่หานไม่ได้กระตือรือร้นที่จะออกไปพบกับนางตามนัดหมาย เขาคิดว่าอย่างไรเสียนางก็คงไม่ไป จึงฝึกคัดลายมือในห้องอ่านตำราอย่างตั้งใจ และเอาแต่อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความสุขในช่วงที่ผ่านที่ได้อยู่ชิดใกล้กับหว่าอิ๋งตอนนี้หว่าอิ๋งออกไปที่หมู่บ้านเพื่อนำผ้าที่ปักไปส่งยังร้านขายผ้า อีกไม่นานนางคงกลับมาพร้อมกับของที่นางจะนำมาทำอาหารบำรุงเขาอีกเช่นเคย‘เจ้าช่างทำทุกอย่างเพื่อข้ามากมาย ไม่เคยนึกถึงตัวเองเลยสักนิด ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก’ หยี่หานมองไปรอบๆ บ้านของตน มันเคยเก่าและทรุดโทรม พอมีนางมาอยู่ด้วยก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เป็นบ้านที่สามารถเรียกว่าบ้านอย่างแท้จริงไม่นานนักหว่าอิ๋งก็กลับเข้ามาพร้อมกับเป็ดอีกสองตัวที่จะนำมาเลี้ยงเพิ่ม พร้อมกับเนื้อหมูและเครื่องเทศห่อใหญ่ที่นางซื้อกลับมาด้วยนางเอาเป็ดไปเข้าเล้าแล้วเดินเข้าไปในครัว ไม่ได้ไปแสดงตัวกับเขาเพราะเกรงว่าจะรบกวนสมาธิ แต่หยี่หานก็รู้เพราะได้กลิ่นควันจากฟืนที่นางกำลังก่อไฟเพื่อทำอาหารกลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยมาเตะจมูกให้เขารู้สึกอยากทานอาหารที่นางทำแล้ว จึงวางพู่กันในมือลงแล้วเดินเอามือขัดหลั

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 14 แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน

    บรรยากาศในยามเช้าสดชื่นเหมือนอย่างทุกวัน หยี่หานนั่งทานอาหารบนโต๊ะแล้วมองหว่าอิ๋งที่กำลังไล่ต้อนเป็ดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มความใกล้ชิดระหว่างเขากับนางนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะรู้สึกผิดต่อเหว่ยฟาง แต่เมื่อเห็นว่านางเองก็มีใครอีกคน เขาจึงรู้สึกผิดน้อยลง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกผิดเลย“ข้าจะตั้งใจสอบ เพื่อให้เจ้าหันกลับมาสนใจข้าแต่เพียงผู้เดียว ให้คุณชายตระกูลลู่ผู้นั้นรู้ว่าบัณฑิตอย่างข้า ไม่จำเป็นต้องเกิดในตระกูลร่ำรวยก็สามารถเด็ดดอกฟ้าอย่างเจ้าได้” เขาพึมพำออกมา รู้สึกอยากเอาชนะลู่ชิงฟงมากกว่าที่ต้องการเหว่ยฟางกลับมาเป็นของตนเองหว่าอิ๋งกลับเข้ามาในบ้านแล้วส่งยิ้มหวานให้กับหยี่หาน“มานี่สิหว่าอิ๋ง” เขาเรียกนางให้เข้าไปหาหว่าอิ๋งคิดว่าเขาทานอาหารเสร็จแล้วนางจึงเดินเข้าไปเพื่อเก็บโต๊ะ แต่พอเดินเข้าไปใกล้หยี่หานก็รั้งตัวนางเข้าไปให้นั่งตักของเขา“คุณชายกัว” นางเรียกชื่อเขาอย่างตกใจและไม่คาดคิดว่าเขาจะทำอย่างนี้กับตน“ทำไม ข้าทำอย่างนี้กับเจ้าไม่ได้รึ” เขาถามนางแล้วยิ้มให้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้หว่าอิ๋งใจเต้นแรงเป็นอย่างมาก“ข้า..” นางใจเต้นจนพูดอะไรไม่ออก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status