Home / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 37 ฮีโร่ที่ไม่มีใครเห็น

Share

ตอนที่ 37 ฮีโร่ที่ไม่มีใครเห็น

last update publish date: 2026-07-29 05:09:23

ตอนที่ 37 ฮีโร่ที่ไม่มีใครเห็น

รอยแยกกลางเมืองไร้ธงยังคงเปล่งแสงสีม่วงดำราวกับบาดแผลที่ถูกกรีดไว้บนผืนโลก แต่หลังจากสัตว์ประหลาดตัวแรกถูกกำจัด สิ่งที่อยู่เบื้องล่างกลับไม่รีบคลานขึ้นมาอีก เงาขนาดมหึมายังคงเคลื่อนไหวอยู่หลังม่านมืด ดวงตาหลายคู่ลืมขึ้นแล้วดับลงสลับกัน ทว่าไม่มีตัวใดก้าวผ่านขอบรอยแยก สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งเรียกธันวาว่าหมายเลขศูนย์ยังคงเฝ้ามองจากส่วนลึก ราวกับมันไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายเมืองเพียงอย่างเดียว แต่กำลังรอคำตอบจากบางสิ่งในตัวเขา อิงดาวสั่งให้สร้างแนวกั้นสามชั้นรอบลานตะวันออก คนธรรมดาถูกจัดให้อยู่แนวหน้าเพราะรอยแยกดูดกลืนพลัง ส่วนผู้มีพลังย้ายไปช่วยอพยพและป้องกันเขตรอบนอก ครามนำคนงานโรงเหล็กวางแผ่นโลหะหนาปิดช่องถนน แก้วตากับหน่วยรักษาพยาบาลตั้งจุดรักษาผู้บาดเจ็บใกล้แนวกลาง เมธาพยายามเชื่อมระบบตรวจจับเข้ากับเครื่องวัดการสั่นสะเทือนใต้ดิน ขณะที่พิมพ์ชนกนั่งอยู่บนพื้นห่างจากรอยแยกไม่ถึงร้อยเมตร นางหลับตาและพยายามมองเส้นทางอนาคตซึ่งแตกกระจายจนแทบไม่เหลือรูปแบบ ธันวายืนอยู่หน้าขอบลาน ปืนในมือไม่มีกระสุนแล้ว เสื้อเต็มไปด้วยฝุ่นและเลือด ไหล่ซ้ายปวดจนแทบยกไม่ขึ้น แต่คนในเมืองกลับไม่มีใครสั่งให้เขาถอย แม้ทุกคนได้ยินเสียงจากใต้รอยแยกเรียกเขาด้วยหมายเลขลับของสถาบันอรุณ แม้สัตว์ประหลาดดูเหมือนรู้จักเขามากกว่าที่เขารู้จักตัวเอง คนเหล่านั้นก็ยังยืนข้างเขา อำนาจยื่นซองกระสุนใหม่มาให้โดยไม่ถามว่าธันวาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่ใต้ดินอย่างไร

"เหลือไม่มาก ใช้ให้คุ้ม"

ธันวารับมา

"คุณไม่คิดว่าผมเป็นคนเปิดรอยแยกหรือ"

อำนาจก้มตรวจปืนของตน

"ข้าคิดว่าเจ้าคงมีอะไรเกี่ยวข้อง"

"แล้วทำไมยังให้กระสุนผม"

"เพราะสัตว์ประหลาดไม่ได้ถามว่าใครเกี่ยวข้องก่อนกินคน"

ครามเดินเข้ามาพร้อมค้อนพาดบ่า รอยแตกร้าวบนแขนเขาดับลงชั่วคราวเพราะพลังถูกดูดออกไปมากเกินไป

"ข้ายังอยากรู้ว่าทำไมมันเรียกเจ้าว่าหมายเลขศูนย์"

ธันวาตอบ

"ผมก็ไม่รู้ทั้งหมด"

"แต่รู้บางส่วน"

"ผมเป็นตัวทดลองคนแรกของสถาบันอรุณ"

ครามมองเขานิ่ง

"พวกมันสร้างเจ้าหรือ"

"แม่ผมช่วยพาผมหนีออกมา แต่ต้นกำเนิดจริงของผมยังไม่ชัด"

อำนาจถาม

"แล้วสิ่งใต้รอยแยก"

"อาจเกี่ยวกับแก่นอนันต์ในตัวผม"

ครามกำค้อนแน่นขึ้น

"แก่นอนันต์คือพลังที่ทำให้เจ้าเป็นราชาปีศาจในนิมิตหรือ"

ธันวาส่ายหน้า

"ผมไม่รู้ว่ามันทำให้ผมกลายเป็นแบบนั้น หรือโลกบังคับให้ผมใช้มันจนกลายเป็นแบบนั้น"

อำนาจพยักหน้าเล็กน้อย

"อย่างน้อยเจ้าก็พูดตรง"

ชายคนหนึ่งจากหน่วยสื่อสารวิ่งเข้ามา สีหน้าซีดและถือเครื่องรับคลื่นซึ่งยังมีเสียงแตกพร่า

"อิงดาว เรารับสัญญาณภายนอกได้แล้ว"

อิงดาวเดินมารับเครื่อง

"ช่องทางไหน"

"ทุกช่อง"

เมธาหันมองจากโต๊ะอุปกรณ์

"ทุกช่องพร้อมกันหรือ"

ชายคนนั้นพยักหน้า

"พวกเขากำลังรายงานเรื่องเมือง"

อิงดาวเปิดเสียง ลำโพงเล็กส่งเสียงผู้ประกาศหญิงซึ่งพยายามรักษาน้ำเสียงสงบ แต่คำพูดเต็มไปด้วยความเร่งรีบ

"รายงานด่วนจากเขตต้องห้ามทางตะวันตก มีการยืนยันว่าพบความผิดปกติระดับมหันตภัยใกล้ตำแหน่งสุดท้ายของธันวา ผู้ต้องหาซึ่งถูกระบุในนิมิตโลกว่าเป็นราชันอสูร"

ภาพจากสัญญาณภายนอกถูกส่งขึ้นจอใหญ่กลางลาน ม่านพรางของเมืองไร้ธงยังเหลืออยู่บางส่วน ทำให้โลกภายนอกเห็นเพียงภาพบิดเบี้ยว แต่กล้องจากเครื่องบินตรวจการณ์สามารถบันทึกเงาของสัตว์ประหลาดขณะโผล่ขึ้นมาได้ ภาพถูกตัดต่อให้เห็นธันวายืนอยู่ใกล้รอยแยก ตามด้วยช่วงที่สัตว์ประหลาดคำราม และภาพสุดท้ายคือแรงระเบิดสีม่วงซึ่งกระจายไปทั่วเมือง ไม่มีภาพตอนธันวาช่วยเด็ก ไม่มีภาพตอนเขาปีนหอส่งน้ำ ไม่มีภาพคนทั้งเมืองร่วมกันวางแผนกำจัดมัน และไม่มีภาพสัตว์ประหลาดถูกฆ่า

ผู้ประกาศพูดต่อ

"แหล่งข่าวทางการเชื่อว่า ราชันอสูรอาจเริ่มปล่อยสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติออกมาเร็วกว่าที่นิมิตระบุ รัฐบาลหลายประเทศยกระดับภัยคุกคามของธันวาเป็นระดับสูงสุด และเตรียมใช้มาตรการทำลายล้างพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย"

คนในลานเงียบลง หลายคนหันมองธันวา เขายืนแข็งอยู่หน้าจอ ภาพของตนถูกขยายบนช่องข่าว ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดทำให้ดูคล้ายคนคลุ้มคลั่ง มือถือปืน และด้านหลังมีสัตว์ประหลาดสูงหลายชั้น หากคนภายนอกเห็นเพียงภาพนี้ ย่อมเชื่อได้ง่ายว่าเขาเป็นผู้เรียกมันออกมา

ผู้ประกาศชายอีกช่องพูดแทรก

"ผู้เชี่ยวชาญด้านนิมิตโลกวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคราชันอสูร หลักฐานล่าสุดชี้ว่าทุกพื้นที่ซึ่งธันวาเดินทางผ่านล้วนเกิดหายนะ"

ภาพเมืองต่าง ๆ ถูกนำมาเรียงกัน ทั้งฐานภูเขาระเบิด โรงเลื่อยถูกโจมตี และเขตอุตสาหกรรมซึ่งเมืองไร้ธงซ่อนอยู่ ทุกเหตุการณ์ถูกเล่าใหม่ราวกับธันวาเป็นต้นเหตุทั้งหมด

อีกช่องหนึ่งมีชายในชุดสูทพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

"เราไม่ควรลังเลอีกแล้ว ความสงสารต่อบุคคลหนึ่งอาจทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์ ราชันอสูรได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถเปิดประตูเรียกสัตว์ประหลาด สิ่งที่ทุกประเทศต้องทำคือกำจัดเขาก่อนที่ประตูจะเปิดทั่วโลก"

ธันวาก้มมองมือของตน แม้รู้ว่าสื่อภายนอกถูกควบคุม แม้รู้ว่าศาสตราจารย์อคินอาจอยู่เบื้องหลังการบิดเบือนข้อมูล แต่การเห็นโลกทั้งใบเชื่อเรื่องเดิมอีกครั้งยังทำให้เจ็บยิ่งกว่าบาดแผล เขาเพิ่งเสี่ยงชีวิตช่วยเมืองหนึ่ง ทว่าภายนอกกำลังบอกว่าเขาเป็นคนทำลายมัน เขาช่วยเด็กที่ติดใต้ซาก ช่วยหยุดสัตว์ประหลาด และปฏิเสธพลังต้องห้าม แต่ไม่มีใครเห็น สิ่งที่คนทั้งโลกเห็นมีเพียงภาพซึ่งถูกเลือกมาแล้วว่าควรเชื่ออะไร

พิมพ์ชนกเดินมาหยุดข้างเขา

"อย่าดูต่อ"

ธันวาถาม

"ถ้าไม่ดู ความจริงจะเปลี่ยนหรือ"

"ไม่"

"งั้นผมควรรู้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไร"

อิงดาวปิดเสียง แต่ภาพยังคงเล่นอยู่

"นี่ไม่ใช่รายงานข่าว"

เมธาพูด

"มันเป็นการเตรียมเหตุผลสำหรับโจมตีเมือง"

อิงดาวพยักหน้า

"พวกเขาต้องการให้โลกยอมรับการทำลายพื้นที่นี้ ถ้าประกาศว่าเมืองเต็มไปด้วยผู้ลี้ภัย คนภายนอกอาจคัดค้าน แต่ถ้าบอกว่าเป็นรังของราชันอสูร ทุกคนจะยอมให้เผาทั้งเมือง"

ครามหัวเราะเย็น

"วิธีเดิมของพวกมัน"

ธันวาหันมอง

"เคยเกิดขึ้นหรือ"

"หลายครั้ง"

ครามชี้รอยแตกบนแขน

"หมู่บ้านข้าเคยถูกประกาศว่าเป็นแหล่งกบฏ หลังเด็กคนหนึ่งควบคุมสายฟ้าไม่ได้ รัฐบาลส่งกองกำลังเข้ามาแล้วรายงานว่าพวกเราต่อสู้ก่อน ความจริงคือพวกมันยิงบ้านหลังแรกโดยไม่มีคำเตือน"

อำนาจพูด

"โรงเรียนของข้าถูกกล่าวหาว่าฝึกกองทัพผู้มีพลัง ทั้งที่ข้าแค่สอนเด็กอ่านหนังสือ"

แก้วตาเดินมาจากจุดรักษา มือเปื้อนเลือดของผู้บาดเจ็บ

"โรงพยาบาลเก่าของข้าถูกเรียกว่าศูนย์เพาะอสูร เพราะรับรักษาคนที่รัฐไม่ขึ้นทะเบียน"

คนรอบลานเริ่มพูดถึงเรื่องของตนเองทีละคน ทุกคนเคยถูกเรียกด้วยชื่อที่ไม่ใช่ตัวเอง เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นภัย เคยถูกสร้างภาพให้สมควรถูกทอดทิ้ง และเคยเห็นข่าวภายนอกเล่าความทุกข์ของพวกเขาให้กลายเป็นเหตุผลของการปราบปราม ธันวาฟังแล้วจึงเข้าใจว่าทำไมคนในเมืองไร้ธงไม่รีบเชื่อรายงาน พวกเขาไม่ได้เชื่อเขาเพราะมองว่าเขาบริสุทธิ์ พวกเขาเชื่อสิ่งที่ตนเห็น เพราะรู้ดีว่าความจริงในจออาจถูกสร้างขึ้นง่ายเพียงใด

หญิงชราผมขาวจากประตูเมืองเดินเข้ามา คนรอบข้างเปิดทางให้นาง ดวงตาสีดำสนิทมองภาพข่าวบนจอ ก่อนหันมาหาธันวา

"โลกข้างนอกเรียกเจ้าว่าราชันอสูร"

ธันวาตอบ

"ผมรู้"

"เมืองนี้ควรเรียกเจ้าอย่างไร"

ธันวาเงียบ เขาไม่เคยคิดถึงคำตอบ นับตั้งแต่นิมิตปรากฏ คนอื่นเรียกเขาด้วยชื่อมากมาย ผู้ต้องหา ตัวทดลอง หมายเลขศูนย์ ภัยพิบัติ และราชาปีศาจ แต่ไม่มีชื่อใดที่เขาเลือกเอง

ภูผาวิ่งออกมาจากกลุ่มเด็ก แม้แม่พยายามดึงไว้ เขาก็ยกมือชี้ธันวา

"เขาคือพี่ธันวา"

สายรุ้งวิ่งตามมา

"คนที่ช่วยพวกเรา"

เสียงเด็กทั้งสองเรียบง่าย แต่ทำให้คนรอบลานยิ้ม อำนาจยกปืนพาดไหล่

"ข้าเรียกเขาว่าเด็กที่ผูกเชือกพอใช้ได้"

แก้วตาพูด

"ข้าเรียกว่าคนไข้ที่ไม่ฟังหมอ"

ครามตอบ

"ข้าเรียกว่าคนบ้าที่ปีนหอส่งน้ำ"

เสียงหัวเราะดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ธันวายืนนิ่ง ความหนักในอกยังอยู่ แต่ไม่ได้กดเขาไว้เหมือนเดิม หญิงชรามองผู้คนรอบตัว ก่อนกล่าวเสียงดังให้ทั้งลานได้ยิน

"เมืองไร้ธงไม่มีราชา"

นางหันไปทางธันวา

"และไม่มีปีศาจเพียงเพราะโลกสั่งให้เชื่อ"

ผู้คนเริ่มตบมือ บางคนยกอาวุธ บางคนเรียกชื่อธันวา ไม่มีพิธี ไม่มีประกาศเป็นทางการ และไม่มีธงใดถูกชูขึ้น แต่ในช่วงเวลานั้นคนทั้งเมืองยอมรับเขาอย่างชัดเจน ไม่ใช่ในฐานะผู้กอบกู้ ไม่ใช่ผู้นำ และไม่ใช่คนสำคัญเหนือผู้อื่น เขาเป็นเพียงคนหนึ่งซึ่งยืนปกป้องเมืองในวันที่มันถูกโจมตี

ธันวาถามหญิงชรา

"คุณไม่กลัวว่าการรับผมไว้จะทำให้ทุกคนตายหรือ"

นางตอบ

"กลัว"

"แล้วทำไมยังทำ"

"เพราะเมืองนี้สร้างขึ้นจากคนที่ไม่มีใครยอมเสี่ยงเพื่อพวกเขา หากวันหนึ่งเราเริ่มโยนคนออกไปเพียงเพราะโลกข่มขู่ เมืองนี้ก็ไม่มีเหตุผลให้คงอยู่"

เสียงระเบิดดังจากนอกกำแพง แรงสั่นทำให้จอภาพกระตุก เมธารีบกลับไปตรวจเครื่อง

"กองกำลังภายนอกเริ่มทดสอบม่านพราง พวกเขายิงกระสุนตรวจจับเข้ามา"

อิงดาวถาม

"ยังมีเวลาเท่าไร"

"ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนพวกเขาหาตำแหน่งกำแพงหลักเจอ"

ครามยกค้อน

"งั้นก็เตรียมต้อนรับ"

ธันวาหันมองรอยแยก

"เรายังมีปัญหาข้างล่าง"

พิมพ์ชนกพูด

"ฉันเห็นสองภัยมาพร้อมกัน กองกำลังภายนอกจะโจมตีตอนสิ่งใต้รอยแยกขึ้นมา"

อิงดาวถาม

"มีทางไหนที่เมืองรอด"

พิมพ์ชนกหลับตาอีกครั้ง เลือดไหลจากจมูกทันที ภาพอนาคตจำนวนมากพุ่งผ่านจิต นางเห็นกำแพงแตก เห็นผู้คนถูกยิง เห็นสัตว์ประหลาดคลานขึ้นจากหลุม และเห็นธันวายืนกลางเปลวไฟ ในบางอนาคตเขาปล่อยแก่นอนันต์และฆ่าทั้งสองฝ่าย ในบางอนาคตเขาตายก่อนทันได้ช่วยใคร ในบางอนาคตเมืองไร้ธงถูกลบออกจากแผนที่โดยไม่มีใครภายนอกรู้ว่ามีคนอยู่กี่พันคน

พิมพ์ชนกลืมตา

"มีทางหนึ่ง"

ธันวาถาม

"ต้องทำอะไร"

"ทำให้โลกเห็นเมือง"

อิงดาวขมวดคิ้ว

"ม่านพรางคือสิ่งเดียวที่รักษาเรา"

พิมพ์ชนกตอบ

"ถ้าเราซ่อนต่อ พวกเขาจะเล่าอะไรก็ได้ แต่ถ้าเปิดสัญญาณออกไปก่อนถูกโจมตี คนภายนอกจะเห็นว่าที่นี่มีผู้ลี้ภัย มีเด็ก มีโรงพยาบาล และเห็นว่าธันวากำลังช่วยเมือง"

เมธาพูด

"ระบบสื่อสารของเราส่งออกได้ แต่กำลังไม่พอเจาะเครือข่ายโลก"

อิงดาวมองแขนกลของตน

"มีทาง"

ครามถาม

"อะไร"

"ใช้พลังจากม่านพรางทั้งหมด"

ความเงียบเกิดขึ้นทันที หากปิดม่าน เมืองไร้ธงจะปรากฏแก่กองกำลังรอบนอกอย่างสมบูรณ์ กำแพงทุกด้าน ตำแหน่งอาคาร และทางเข้าออกจะถูกเปิดเผย แต่หากไม่ทำ โลกภายนอกจะเห็นเพียงข่าวที่กล่าวหาธันวาและอาจยอมรับการทำลายเมืองโดยไม่มีคำถาม

ธันวาพูด

"เปิดสัญญาณ"

อิงดาวมองเขา

"ถ้าทำ เมืองจะถูกโจมตีทันที"

"ถ้าไม่ทำ พวกเขาก็โจมตีอยู่ดี"

เมธาพยักหน้า

"อย่างน้อยเราควรให้คนเห็นก่อนว่าพวกเขากำลังยิงใคร"

หญิงชราถามคนรอบลาน

"ผู้ใดไม่ยอมรับความเสี่ยง ให้พูดตอนนี้"

ไม่มีใครพูด ผู้คนมองหน้ากัน บางคนกลัว บางคนกอดลูกแน่น แต่ไม่มีใครขอให้ส่งธันวาออกไป ไม่มีใครเสนอให้ยอมมอบเมืองเพื่อแลกชีวิตตนเอง

อำนาจพูด

"ข้าเคยถูกเผาโดยไม่มีใครเห็น ครั้งนี้อย่างน้อยขอให้โลกมอง"

แก้วตาพูด

"เปิดสัญญาณ"

ครามยกค้อน

"ให้พวกมันเห็นว่าเมืองนี้ไม่ใช่รังอสูร"

อิงดาวเดินกลับไปยังห้องควบคุม เมธาตามเข้าไปช่วยเชื่อมระบบ ภายในไม่กี่นาที จอทั่วเมืองแสดงสัญลักษณ์การถ่ายทอดสด กล้องทุกตัวถูกเปิด ภาพโรงพยาบาล ที่พักพิง โรงเรียน ตลาด และแนวรอยแยกถูกส่งเข้าสู่เครือข่ายโลก เมธาใช้รหัสของสถาบันอรุณเจาะผ่านการปิดกั้นหลายชั้น ขณะที่อิงดาวดึงพลังจากม่านพรางทีละส่วน

กำแพงเมืองไร้ธงค่อย ๆ ปรากฏต่อสายตาของกองกำลังภายนอก

อาคารที่ซ่อนมานานเผยตัวขึ้นกลางพื้นที่รกร้าง

สัญญาณถ่ายทอดสดเริ่มแพร่ไปยังหน้าจอทั่วโลก

คนภายนอกเห็นเด็กผู้มีเขานั่งกอดแม่ในที่หลบภัย เห็นผู้ป่วยบนเตียง เห็นคนธรรมดาถืออาวุธเก่า เห็นผู้มีพลังช่วยขนผู้บาดเจ็บ และเห็นธันวายืนอยู่หน้ารอยแยกโดยไม่มีเงาหรือพลังปีศาจใดล้อมร่าง

เมธาส่งเครื่องบันทึกเสียงให้เขา

"พูดอะไรสักอย่าง"

ธันวารับมา

"ผมไม่รู้จะพูดอะไร"

พิมพ์ชนกตอบ

"พูดความจริง"

ธันวาหันมองกล้อง เขารู้ว่าคนทั้งโลกอาจกำลังดู บางคนเกลียดเขา บางคนอยากฆ่า และบางคนสูญเสียครอบครัวในภาพอนาคต ไม่มีคำพูดใดทำให้ทุกคนเชื่อ แต่ครั้งนี้อย่างน้อยเขาจะได้พูดโดยไม่มีใครตัดต่อก่อน

"ผมชื่อธันวา"

เสียงของเขาถูกส่งออกไปทั่วโลก

"ข่าวบอกว่าผมปล่อยสัตว์ประหลาดออกมา แต่ผมไม่ได้เปิดรอยแยก"

เขาหันกล้องให้เห็นซากสัตว์ประหลาดตัวแรกและผู้บาดเจ็บรอบลาน

"คนในเมืองนี้เป็นผู้ลี้ภัย เป็นผู้มีพลัง และเป็นคนที่รัฐบาลทอดทิ้ง พวกเขาไม่ได้สร้างสัตว์ประหลาด พวกเขากำลังปกป้องลูกหลานของตัวเอง"

ธันวาหยุดเล็กน้อย

"ผมไม่ขอให้ทุกคนเชื่อว่าผมเป็นคนดี และไม่ขอให้ลืมนิมิต ผมขอเพียงให้มองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นด้วยตาของตัวเอง"

เสียงคำรามดังขึ้นจากรอยแยก เงาขนาดใหญ่เริ่มเคลื่อนขึ้นมาอีกครั้ง คนในเมืองยกอาวุธพร้อมกัน ธันวาหันกลับไปยืนหน้าแนวป้องกัน

"สัตว์ประหลาดกำลังจะออกมาอีก"

เขาพูดกับกล้องเป็นครั้งสุดท้าย

"ผมจะช่วยเมืองนี้ ไม่ว่าข่าวจะเรียกผมว่าอะไร"

ธันวาวางเครื่องบันทึกลงและชักปืนขึ้น ผู้คนเมืองไร้ธงยืนเรียงข้างเขา ภาพนั้นถูกถ่ายทอดออกไปโดยไม่มีการตัด ไม่มีผู้ประกาศอธิบาย และไม่มีรัฐบาลเลือกมุมให้

แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา สัญญาณหลักของโลกก็ถูกแทรก ข่าวหลายช่องตัดภาพทิ้ง ผู้ประกาศกลับมาพูดว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อของราชันอสูร บางประเทศสั่งปิดการเผยแพร่ทันที และภาพธันวาช่วยเมืองถูกลบจากเครือข่ายสาธารณะอย่างรวดเร็ว

ถึงอย่างนั้น เมธายิ้มเมื่อมองตัวเลขบนหน้าจอ

"ช้าไปแล้ว"

อิงดาวถาม

"มีคนเห็นเท่าไร"

"มากกว่าสามร้อยล้านคนก่อนถูกตัด"

ภาพถูกบันทึกและส่งต่อผ่านเครือข่ายส่วนตัวนับไม่ถ้วน แม้สื่อทางการยังรายงานว่าราชันอสูรปล่อยสัตว์ประหลาด แต่ผู้คนบางส่วนเริ่มถามคำถาม บางคนเห็นธันวาช่วยเด็ก บางคนเห็นคนในเมืองยืนข้างเขา และบางคนเริ่มสงสัยว่าทำไมรัฐบาลจึงรีบปิดภาพเหล่านั้น

ธันวาไม่รู้ว่ามีคนเห็นมากเพียงใด เขาไม่รู้ว่าความจริงจะเปลี่ยนใจใครได้หรือไม่ เพราะเงาจากรอยแยกกำลังปีนขึ้นมาแล้ว และกองกำลังภายนอกเริ่มยิงกระสุนลูกแรกใส่กำแพง

สำหรับโลก เขายังคงเป็นราชันอสูร

สำหรับข่าว เขาคือผู้ปล่อยสัตว์ประหลาด

สำหรับรัฐบาล เขาคือข้ออ้างในการทำลายเมือง

แต่สำหรับผู้คนที่ยืนอยู่รอบตัว เขาคือธันวา คนหนุ่มที่ช่วยยกซาก ช่วยเด็ก ยิงสัตว์ประหลาด และเลือกไม่หนี

เขาเป็นฮีโร่ที่โลกส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น

ทว่าในเมืองไร้ธง ไม่มีใครจำเป็นต้องให้โลกยืนยันเรื่องนั้นอีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status