LOGINตอนที่ 45 พี่น้อง
เสียงระบบนับถอยหลังดังสะท้อนไปทั่วห้องทดลองชั้นล่าง ขณะที่ก๊าซสีเทาเริ่มไหลออกจากช่องระบายตามผนัง ธันวาใช้แขนเสื้อปิดจมูกแล้วรีบปลดสายรัดให้เด็กหญิงคนหนึ่งบนเตียง เด็กคนนั้นอายุไม่เกินห้าขวบ ร่างผอมจนเห็นซี่โครง ดวงตาสีม่วงซีดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว นางไม่ยอมขยับแม้ประตูห้องจะถูกฉีกออกแล้ว ราวกับการถูกขังมานานทำให้ไม่เชื่อว่าทางออกมีอยู่จริง ธันวาจึงอุ้มนางขึ้นแนบอกแล้วพาออกมาส่งให้เด็กโตที่รออยู่ด้านนอก หมายเลขหนึ่งกำลังทำลายประตูกระจกอีกฝั่งด้วยมือเปล่า ทุกครั้งที่กำปั้นกระแทก โลหะหนาจะบิดงอเหมือนแผ่นกระดาษ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและรุนแรงจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แต่หลังเปิดประตู เขากลับเพียงยืนหลบทาง ปล่อยให้เด็กภายในเดินออกมาเองโดยไม่แตะต้องแม้แต่น้อย เด็กหลายคนมองใบหน้าที่เหมือนธันวาด้วยความสับสน บางคนเรียกหมายเลขศูนย์ บางคนเรียกราชันสีดำ และบางคนหมอบลงกับพื้นทันทีเพราะเคยถูกสอนให้หวาดกลัวเขา
ธันวาตะโกนบอกเด็กทั้งหมด
"จับมือกันไว้ คนที่เดินได้ช่วยคนที่เดินไม่ได้ อย่าแยกออกจากกลุ่ม"
หมายเลขยี่สิบเอ็ดพยายามรวบรวมเด็กเล็กเข้าหากัน แม้เลือดจากดวงตายังไหลเป็นทาง เด็กชายหมายเลขสามใช้พลังยกแผ่นหินจากพื้นขึ้นมาปิดช่องก๊าซ ส่วนเด็กหญิงหมายเลขห้าสร้างชั้นน้ำแข็งคลุมประตูห้องหนึ่งเพื่อชะลอการรั่วของสารพิษ เด็กทุกคนต่างใช้สิ่งที่ตนมีช่วยกันโดยไม่ต้องมีคำสั่งซ้ำ ธันวาหันมองภาพนั้นแล้วรู้สึกเจ็บแน่นในอก เด็กเหล่านี้ไม่เคยมีโอกาสใช้พลังเพื่อเลือกชีวิตของตัวเอง พวกเขาถูกฝึกให้เป็นอาวุธ ถูกเรียกด้วยหมายเลข และถูกสอนว่าคุณค่าของตนมีเพียงผลการทดลอง แต่ในช่วงเวลาที่ความตายกำลังเข้ามาใกล้ พวกเขากลับเลือกช่วยกันเองโดยไม่มีใครบังคับ
เสียงระบบประกาศ
"การชำระล้างจะเริ่มในอีกสามนาที"
ธันวาหันไปหาหมายเลขหนึ่ง
"มีทางออกจากชั้นนี้ไหม"
หมายเลขหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานใหญ่สุดปลายทางเดิน ดวงตาสีดำมองผ่านพื้นผิวโลหะราวกับเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลัง
"มีลิฟต์ขนส่งทางตะวันออก แต่ระบบถูกตัด"
"ซ่อมได้ไหม"
"ไม่มีเวลา"
"งั้นทางอื่น"
หมายเลขหนึ่งยกมือแตะผนัง
"ด้านหลังนี้มีอุโมงค์ระบายพลัง เชื่อมกับแกนกลางของฐาน"
ธันวาถาม
"ผ่านได้หรือ"
"สำหรับเด็ก ผ่านได้"
"แล้วพวกเราล่ะ"
หมายเลขหนึ่งมองธันวา
"ต้องเปิดประตูแกนกลาง"
ธันวารู้ทันทีว่ามันไม่ง่าย
"ต้องใช้อะไร"
"พลังของหมายเลขศูนย์"
แก่นอนันต์ในอกตอบสนองทันทีที่ได้ยินคำว่าแกนกลาง ความร้อนแผ่ผ่านหน้าอก รอยแผลจากเข็มเริ่มส่องแสงสีม่วงใต้ผิว ธันวากำเสื้อบริเวณนั้นแน่น ความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังดึงเขาไปยังประตูปลายทางเดิน
หมายเลขหนึ่งพูด
"มันเรียกเจ้า"
"ผมรู้"
"ถ้าเปิดประตู พลังในตัวเจ้าจะเชื่อมกับฐาน"
"แล้วจะเกิดอะไรขึ้น"
"เส้นเวลาจะซ้อนมากขึ้น"
ธันวาจ้องเขา
"คุณรู้ได้อย่างไร"
หมายเลขหนึ่งไม่ตอบทันที เขาหันไปมองเด็กหลายสิบคนที่กำลังไอเพราะก๊าซซึมผ่านกำแพงน้ำแข็งมาแล้ว
"เพราะข้าเคยเห็นเจ้าทำ"
ธันวาชะงัก
"เมื่อไหร่"
"ในความทรงจำที่ไม่ควรเป็นของข้า"
เสียงระเบิดดังจากบันไดด้านบน เจ้าหน้าที่ของสถาบันเริ่มทะลุประตูลงมา หมายเลขหนึ่งเงยหน้ามองเพดาน แววตาเย็นชาลงทันที ความมืดใต้ผิวของเขาไหลจากหน้าอกไปยังแขนทั้งสองข้าง
ธันวาพูด
"อย่าไปฆ่าพวกเขา"
หมายเลขหนึ่งหันกลับมา
"ถ้าไม่ฆ่า พวกมันจะตามลงมา"
"ถ่วงเวลาให้พอ เด็กออกไปได้แล้วเราค่อยตาม"
"ความลังเลของเจ้าทำให้ทุกอย่างช้า"
"ความโกรธของคุณก็ทำให้มองไม่เห็นทางอื่น"
หมายเลขหนึ่งเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ใบหน้าสองคนเหมือนกันราวกับเงาสะท้อน แต่สายตากลับต่างกันโดยสิ้นเชิง ธันวายังมีความกลัว ความเหนื่อยล้า และความหวัง ส่วนหมายเลขหนึ่งมีเพียงความว่างเปล่าซึ่งถูกอัดแน่นด้วยความเกลียดชัง
หมายเลขหนึ่งพูด
"เจ้าคิดว่าทุกคนช่วยได้หรือ"
"ผมต้องลอง"
"แล้วถ้ามีคนต้องตาย"
"ผมจะรับผิดชอบ"
"คำพูดสวยงาม"
ธันวาตอบ
"อย่างน้อยผมก็ไม่ใช้ความเจ็บของตัวเองเป็นข้ออ้างทำร้ายคนอื่น"
ดวงตาสีดำของหมายเลขหนึ่งหรี่ลง เด็กบางคนรีบถอย เพราะสัมผัสได้ว่าพลังรอบตัวเขาเปลี่ยนไป อากาศเริ่มหนักจนหายใจลำบาก เงาบนพื้นทอดยาวผิดธรรมชาติและค่อย ๆ ไหลเข้าหาเท้าธันวา
หมายเลขหนึ่งถาม
"เจ้ารู้หรือว่าข้าเจ็บแค่ไหน"
ธันวาไม่หลบสายตา
"ไม่รู้"
คำตอบตรงไปตรงมาทำให้หมายเลขหนึ่งชะงักเล็กน้อย
ธันวาพูดต่อ
"ผมไม่รู้ว่าคุณผ่านอะไรมา ไม่รู้ว่าถูกผ่ากี่ครั้ง ไม่รู้ว่าต้องตื่นอยู่ในถังนานเท่าไร ผมไม่มีสิทธิ์บอกให้คุณลืม แต่ถ้าคุณทำร้ายเด็กพวกนี้หรือคนที่ไม่เกี่ยวข้อง ผมจะหยุดคุณ"
หมายเลขหนึ่งหัวเราะเบา เสียงนั้นไม่มีความขบขัน
"เจ้าจะหยุดข้า"
"ใช่"
"ทั้งที่พลังของเจ้าถูกปิด"
"ใช่"
"ทั้งที่ร่างกายแทบยืนไม่ไหว"
"ใช่"
หมายเลขหนึ่งมองเขาอยู่นาน ก่อนหันไปยังประตูที่เจ้าหน้าที่กำลังเจาะ
"งั้นพิสูจน์"
เขายกมือขึ้นและปล่อยพลังสีดำพุ่งใส่เพดาน แรงกระแทกทำให้โครงสร้างด้านบนพังลง ปิดทางบันไดด้วยกองโลหะและหิน เจ้าหน้าที่หลายคนถูกขวางอยู่ด้านหลัง แต่ไม่มีเสียงร้องจากการถูกฆ่า หมายเลขหนึ่งตั้งใจทำลายทางแทนที่จะทำลายคน ธันวาสังเกตเห็น แต่ไม่ได้พูดออกมา
หมายเลขหนึ่งเดินไปยังประตูแกนกลาง
"พาเด็กมา"
ธันวารวบรวมเด็กทั้งหมดให้เคลื่อนตาม เด็กบางคนต้องถูกอุ้ม บางคนช่วยกันลากเตียงผู้ป่วย และบางคนเดินไปพร้อมสายพลังซึ่งยังถอดไม่หมด กลุ่มขนาดใหญ่เคลื่อนตัวช้า ก๊าซสีเทาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หมายเลขยี่สิบเอ็ดเริ่มเห็นภาพซ้อนจนเดินเซ ธันวาจึงให้เด็กชายหมายเลขสิบสามช่วยประคองนาง
เมื่อมาถึงประตูแกนกลาง ทุกคนพบวงแหวนโลหะขนาดใหญ่ฝังอยู่บนผนัง ตรงกลางไม่มีลูกบิด ไม่มีแผงรหัส มีเพียงรอยเว้าเป็นรูปฝ่ามือสองตำแหน่ง ตำแหน่งหนึ่งมีสัญลักษณ์ศูนย์ อีกตำแหน่งมีสัญลักษณ์หนึ่ง
ธันวามองหมายเลขหนึ่ง
"ต้องใช้เราสองคน"
หมายเลขหนึ่งตอบ
"พวกมันเตรียมไว้แบบนี้ตั้งแต่แรก"
"หมอวายุต้องการให้เราเปิด"
"ใช่"
"ถ้าเปิด เราอาจทำตามแผนเขา"
"ถ้าไม่เปิด เด็กจะตาย"
เสียงระบบประกาศ
"เหลือเวลาสองนาที"
ธันวามองเด็กที่กำลังไอ บางคนเริ่มทรุด บางคนมีเลือดไหลจากจมูก ไม่มีเวลาให้คิดหาทางอื่น เขาวางฝ่ามือลงบนสัญลักษณ์ศูนย์ หมายเลขหนึ่งยังยืนนิ่ง
ธันวาพูด
"วางมือ"
"เจ้ากำลังเดินเข้ากับดักอีกครั้ง"
"ผมรู้"
"แล้วก็ยังทำ"
"ถ้ากับดักมีเด็กอยู่ตรงกลาง ผมไม่มีทางเลือก"
หมายเลขหนึ่งมองมือธันวาบนประตู
"นั่นคือเหตุผลที่พวกมันควบคุมเจ้าได้"
ธันวาตอบ
"และเป็นเหตุผลที่ผมยังไม่กลายเป็นสิ่งที่พวกมันอยากให้เป็น"
หมายเลขหนึ่งยกมือขึ้นช้า ๆ ก่อนวางลงบนสัญลักษณ์หนึ่ง ทันทีที่ฝ่ามือทั้งสองแตะประตู แสงสีม่วงและสีดำพุ่งออกจากรอยเว้า วงแหวนโลหะหมุนพร้อมเสียงดังลึก แก่นอนันต์ในอกธันวาระเบิดพลังออกมาโดยไม่ผ่านการควบคุม ส่วนสัญลักษณ์บนหน้าอกหมายเลขหนึ่งส่องสว่างราวกับเปลวไฟสีดำ กระแสพลังของทั้งสองเชื่อมเข้าหากันกลางประตู ความทรงจำจำนวนมหาศาลไหลผ่านการเชื่อมต่อในพริบตา
ธันวาเห็นเด็กชายคนหนึ่งลอยอยู่ในถังแก้ว ร่างถูกสร้างจากเซลล์ของเขาเอง นักวิจัยเรียกเด็กคนนั้นว่าหมายเลขหนึ่ง ไม่มีใครอุ้ม ไม่มีใครปลอบ และไม่มีใครบอกว่าความเจ็บจะจบเมื่อใด ทุกวันเขาถูกฉีดเศษแก่นอนันต์ส่วนที่รุนแรงที่สุดเข้าไปในร่าง หากร้องจะถูกเพิ่มยา หากต่อต้านจะถูกช็อต และหากเงียบจะถูกบันทึกว่าปรับตัวดี วันหนึ่งเด็กคนนั้นเห็นมาลีผ่านกระจก นางไม่รู้ว่าเขาคือใคร แต่นางวางมือบนกระจกและยิ้มให้เขาเพียงครั้งเดียว มันเป็นรอยยิ้มแรกที่ไม่ได้เกิดจากความพอใจต่อผลทดลอง
ในเวลาเดียวกัน หมายเลขหนึ่งเห็นชีวิตของธันวา เขาเห็นห้องเช่าขนาดเล็ก เห็นมาลีไอจนมีเลือดแต่ยังทำอาหารให้ลูก เห็นธันวาทำงานพิเศษ กลับบ้านดึก และเก็บเงินซื้อยา เขาเห็นคืนที่คนทั้งโลกเห็นอนาคต เห็นธันวาถูกเพื่อนบ้านขว้างก้อนหิน ถูกตำรวจไล่ล่า และต้องหนีทั้งที่ไม่เคยทำร้ายใคร เขาเห็นความกลัว ความโดดเดี่ยว และความเจ็บซึ่งธันวาไม่เคยพูดออกมา
ทั้งสองดึงมือออกพร้อมกัน แต่ประตูยังไม่เปิด
หมายเลขหนึ่งจ้องธันวาอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"เจ้าไม่ได้มีชีวิตดีอย่างที่ข้าคิด"
ธันวาหายใจหนัก
"แต่ผมมีแม่"
ความดำในดวงตาหมายเลขหนึ่งสั่นไหว
"ข้าก็จำรอยยิ้มของนางได้"
ธันวาพูด
"งั้นช่วยผมพานางกลับมา"
หมายเลขหนึ่งไม่ตอบ ประตูกลับส่งเสียงเตือนและปล่อยคลื่นกดพลังออกมา ร่างของทั้งสองถูกกระแทกถอย เด็กด้านหลังร้องตกใจ วงแหวนบนประตูหมุนย้อนกลับ ข้อความสีแดงปรากฏ
"ความเข้ากันได้ไม่สมบูรณ์"
เสียงหมอวายุดังผ่านลำโพงที่ซ่อนอยู่
"เพราะทั้งสองยังแยกจากกัน"
ธันวาตะโกน
"แกต้องการอะไร"
หมอวายุหัวเราะ
"สิ่งที่พวกเจ้าควรเป็นตั้งแต่ต้น"
ผนังรอบห้องเปิดออก หมุดกดพลังนับสิบพุ่งลงพื้นสร้างวงล้อม สนามพลังขนาดใหญ่ครอบทั้งสองคน เด็กที่อยู่ด้านนอกถูกผลักออกไปอีกฝั่งของม่านโปร่งใส ธันวาพุ่งเข้ากระแทกแต่ไม่สามารถผ่านได้ หมายเลขหนึ่งยกหมัดชกม่านจนเกิดรอยคลื่น ทว่ามันดูดพลังของเขาไปทุกครั้ง
หมอวายุพูด
"หมายเลขศูนย์คือหัวใจ หมายเลขหนึ่งคือเขี้ยว เมื่อรวมกัน แก่นอนันต์จะสมบูรณ์"
ธันวาหันมองหมายเลขหนึ่ง
"เขาต้องการให้เรารวมร่าง"
หมายเลขหนึ่งแค่นเสียง
"ไม่"
เครื่องจักรใต้พื้นเริ่มทำงาน สายพลังสีดำพุ่งขึ้นมาพันข้อเท้าของทั้งสอง มันดึงพวกเขาเข้าหากันอย่างช้า ๆ กระแสไฟไหลผ่านเส้นเลือด ความทรงจำเริ่มซ้อนจนธันวาแยกไม่ออกว่าความเจ็บใดเป็นของตน และเสียงร้องใดเป็นของหมายเลขหนึ่ง
เด็กด้านนอกพยายามช่วย เด็กชายหมายเลขสามกระแทกพื้น เด็กหญิงหมายเลขห้าปล่อยน้ำแข็งใส่หมุด แต่พลังทั้งหมดถูกม่านดูดกลืน
หมายเลขยี่สิบเอ็ดตะโกน
"ถ้ารวมกัน พวกพี่จะหายไป"
ธันวาถาม
"หมายความว่าอย่างไร"
"จะเหลือคนเดียว"
หมอวายุพูด
"ไม่ใช่หายไป แต่กลับสู่ความสมบูรณ์"
หมายเลขหนึ่งดึงโซ่พลังจนกล้ามเนื้อแขนปูด แต่ยิ่งต่อต้าน สัญลักษณ์บนอกยิ่งสว่าง ความดำไหลออกจากร่างเขาเข้าสู่ธันวา ธันวารู้สึกความโกรธซึ่งไม่ใช่ของตนไหลเข้ามา ภาพนักวิจัยถูกฉีกเป็นชิ้น ภาพเมืองถูกเผา และความปรารถนาจะทำลายทุกสิ่งเริ่มกัดกินสติ
แก่นอนันต์หัวเราะในหัว
"นี่แหละสิ่งที่ขาดหาย"
ธันวากัดฟัน
"ออกไป"
"ยอมรับเขา แล้วเจ้าจะสมบูรณ์"
ธันวาเงยหน้ามองหมายเลขหนึ่ง อีกฝ่ายกำลังเจ็บไม่ต่างกัน แต่กลับยิ้มเหมือนตัดสินใจบางอย่างได้
หมายเลขหนึ่งพูด
"ถ้าต้องเหลือคนเดียว ก็ให้เป็นข้า"
ธันวาตอบ
"อย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ"
"ข้าถูกสร้างมาเพื่อรับส่วนสกปรกของเจ้าอยู่แล้ว"
"คุณไม่ใช่ภาชนะ"
"เจ้าพูดเองว่าข้าเป็นคน"
"ใช่"
"งั้นข้าก็เลือกได้"
หมายเลขหนึ่งหยุดต่อต้านโซ่พลัง เขาก้าวเข้าหาธันวาโดยปล่อยให้ความมืดไหลออกจากตัวเร็วขึ้น ธันวารู้ทันทีว่าเขากำลังพยายามผลักจิตสำนึกทั้งหมดเข้าสู่ร่างตน เพื่อทำลายธันวาจากด้านในและยึดร่างที่สมบูรณ์
ธันวายกแขนขึ้นป้องกัน
"หยุด"
หมายเลขหนึ่งเดินเข้ามาใกล้จนเหลือระยะเพียงก้าวเดียว พลังรอบตัวเขารุนแรงขึ้น ใบหน้าที่เหมือนธันวาบิดด้วยความเกลียดชังและความเจ็บปวดทั้งหมดที่สะสมมาหลายปี
แล้วเขาพูดคำหนึ่งซึ่งไม่มีใครคาดคิด
"พี่"
ธันวาชะงัก
ดวงตาสีดำของหมายเลขหนึ่งมีประกายบางอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ มันไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นความโศกเศร้าจากเด็กคนหนึ่งซึ่งเพิ่งรู้ว่าตนไม่เคยเกิดมาอย่างโดดเดี่ยวจริง ๆ
หมายเลขหนึ่งพูด
"ข้าอยากรู้มาตลอดว่าถ้ามีพี่ ชีวิตจะต่างจากนี้ไหม"
ธันวาพยายามเอื้อมมือไปหาเขา
"ยังไม่สาย"
หมายเลขหนึ่งยิ้มเย็น
"สำหรับข้า สายไปนานแล้ว"
จากนั้นเขาก็โจมตี
หมัดของหมายเลขหนึ่งกระแทกเข้ากลางอกธันวาอย่างเต็มแรง เสียงกระดูกดังลั่น ร่างธันวากระเด็นไปชนม่านพลัง เลือดพุ่งออกจากปาก เด็กด้านนอกกรีดร้องพร้อมกัน หมายเลขหนึ่งพุ่งตามมา มือข้างหนึ่งคว้าลำคอธันวาแล้วยกร่างขึ้น
ธันวาจับข้อมือเขา
"คุณทำอะไร"
หมายเลขหนึ่งตอบ
"ฆ่าเจ้า ก่อนพวกมันจะรวมเรา"
"นั่นคือแผนของหมอวายุ"
"ถ้าเจ้าตาย แผนก็จบ"
ธันวาใช้เข่ากระแทกท้อง หมายเลขหนึ่งแทบไม่ขยับ เขากลับเหวี่ยงธันวาลงพื้นแล้วกระทืบซ้ำ ธันวากลิ้งหลบได้หวุดหวิด พื้นโลหะยุบเป็นหลุมจากแรงเท้า การต่อสู้เกิดขึ้นภายในวงล้อมแคบ ทั้งสองมีใบหน้าเหมือนกัน แต่ความสามารถต่างกันอย่างชัดเจน หมายเลขหนึ่งแข็งแกร่งกว่า เร็วกว่า และไม่มีความลังเล ส่วนธันวาบาดเจ็บ มีสารกดพลังอยู่ในร่าง และแทบไม่เหลือแรง
หมายเลขหนึ่งพุ่งหมัดตรง ธันวาเอียงหลบแล้วใช้ศอกกระแทกข้อพับตามวิชาที่ฝึกมา แต่กล้ามเนื้อของอีกฝ่ายแข็งเหมือนเหล็ก หมายเลขหนึ่งหมุนตัวเตะสีข้าง ธันวายกแขนรับ แรงกระแทกทำให้กระดูกแขนร้าวและร่างไถลไปกับพื้น
เด็กชายหมายเลขสิบสามตะโกน
"อย่าทำร้ายพี่ธันวา"
หมายเลขหนึ่งหันมองเด็กเพียงเสี้ยววินาที ธันวาใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้ารวบเอว กดเขาลง แต่หมายเลขหนึ่งใช้ศีรษะกระแทกหน้าธันวาจนเลือดกำเดาไหล ก่อนพลิกร่างขึ้นคร่อมและชกลงมาซ้ำ
หมัดแรกกระแทกแก้ม
หมัดที่สองกระแทกไหล่
หมัดที่สามหยุดก่อนถึงหน้าเพียงเล็กน้อย
ธันวาหอบหายใจ มองดวงตาสีดำซึ่งกำลังสั่นไหว
"คุณหยุดได้"
หมายเลขหนึ่งกัดฟัน
"อย่าเรียกข้าว่าคุณ"
"งั้นจะให้เรียกอะไร"
หมายเลขหนึ่งไม่ตอบ
ธันวาพูดทั้งที่เลือดเต็มปาก
"น้องชายหรือ"
สีหน้าของหมายเลขหนึ่งบิดเบี้ยว เขาชกลงมาอีกครั้ง แต่ธันวาหันหน้าหลบ หมัดกระแทกพื้นข้างศีรษะจนโลหะแตก
หมายเลขหนึ่งตะโกน
"อย่าเรียกข้าแบบนั้น"
ธันวาถาม
"ทำไม"
"ข้าไม่ใช่ครอบครัวเจ้า"
"คุณเรียกผมว่าพี่"
"เพื่อให้เจ้าลังเล"
"คุณต่างหากที่ลังเล"
คำพูดนั้นแทงตรงกลางสิ่งที่หมายเลขหนึ่งพยายามปฏิเสธ เขายกหมัดขึ้นอีกครั้ง ความมืดทั้งหมดไหลมารวมที่กำปั้น แรงพลังมากพอทำลายศีรษะธันวาในครั้งเดียว เด็กด้านนอกตะโกนห้าม หมอวายุเงียบรอดูผล ส่วนแก่นอนันต์หัวเราะอย่างพึงพอใจ
ธันวาไม่ยกมือป้องกัน
"ถ้าฆ่าผมแล้วช่วยทุกคนได้ ทำเลย"
หมายเลขหนึ่งชะงัก
ธันวาพูดต่อ
"แต่ถ้าคุณฆ่าผมเพียงเพราะกลัวว่าจะถูกหลอมรวม คุณก็ยังทำตามความกลัวที่สถาบันสร้างไว้"
"หุบปาก"
"คุณไม่ได้อยากฆ่าผม"
"หุบปาก"
"คุณอยากให้ผมยอมรับว่าคุณมีตัวตน"
หมายเลขหนึ่งคำรามและชกลงมา พลังสีดำระเบิดสะเทือนทั้งห้อง แต่หมัดหยุดห่างจากหน้าธันวาเพียงปลายนิ้ว พื้นด้านข้างแตกกระจายจากแรงที่ถูกเบี่ยงออกไป
หมายเลขหนึ่งก้มหน้า ร่างสั่นด้วยความโกรธ
ธันวายกมือแตะกำปั้นของเขา
"ผมเห็นคุณ"
ดวงตาดำสนิทของหมายเลขหนึ่งมีหยดน้ำใสไหลออกมา เขาจ้องมันอย่างไม่เข้าใจ ราวกับร่างกายไม่เคยรู้จักการร้องไห้
ธันวาพูด
"คุณไม่ใช่ส่วนเกิน ไม่ใช่เศษพลัง และไม่ใช่ร่างที่ถูกทิ้ง"
หมายเลขหนึ่งถามเสียงแหบ
"แล้วข้าคืออะไร"
ธันวาตอบ
"น้องชายของผม"
ในวินาทีนั้น กระแสพลังที่พยายามหลอมรวมกลับหยุดชะงัก ประตูแกนกลางสั่นรุนแรง แสงบนสัญลักษณ์ศูนย์กับหนึ่งแยกออกจากกันแทนที่จะรวมเป็นสีเดียว ระบบส่งเสียงผิดพลาด หมุดกดพลังรอบห้องเริ่มแตกทีละต้น
หมอวายุตะโกน
"เป็นไปไม่ได้ การเชื่อมต้องสมบูรณ์"
หมายเลขหนึ่งลุกขึ้นช้า ๆ แล้วหันไปมองกล้อง ดวงตายังคงดำ แต่ความว่างเปล่าในนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เขายื่นมือให้ธันวา
ธันวาจับมือนั้นและลุกขึ้น
หมายเลขหนึ่งพูด
"อย่าคิดว่าข้ายอมรับคำเรียกนั้น"
ธันวาเช็ดเลือดมุมปาก
"แต่คุณก็ไม่ปฏิเสธ"
หมายเลขหนึ่งแค่นเสียง ก่อนหันไปยังประตูแกนกลาง เขายกมือวางบนสัญลักษณ์หนึ่งอีกครั้ง ธันวาวางมือลงบนสัญลักษณ์ศูนย์ พลังทั้งสองไหลเข้าหากัน แต่ครั้งนี้ไม่มีฝ่ายใดกลืนอีกฝ่าย มันหมุนขนานเหมือนแม่น้ำสองสายซึ่งเลือกไหลไปในทิศเดียวกัน
ประตูแกนกลางเปิดออก
ลมรุนแรงพุ่งจากอุโมงค์ด้านหลัง กลิ่นอากาศภายนอกไหลเข้ามา เด็กทุกคนส่งเสียงด้วยความดีใจ ม่านพลังรอบธันวากับหมายเลขหนึ่งแตกสลาย หมายเลขยี่สิบเอ็ดรีบวิ่งเข้ามา แม้ขายังอ่อนแรง
"พวกพี่เปิดได้แล้ว"
ธันวาพยักหน้า
"พาเด็กทุกคนเข้าอุโมงค์"
เสียงหมอวายุดังขึ้นอีกครั้ง
"เจ้าคิดว่าหนีได้หรือ ฐานนี้อยู่ใต้ภูเขา ต่อให้ออกไปจากห้องก็ไม่มีทางรอด"
หมายเลขหนึ่งมองกล้อง
"ข้าจะกลับมาหาเจ้า"
หมอวายุตอบ
"เจ้าจะกลับมา เพราะเจ้าหนีจากสิ่งที่อยู่ในตัวไม่ได้"
หมายเลขหนึ่งยกมือยิงพลังสีดำทำลายกล้อง แต่ก่อนภาพดับ หมอวายุพูดประโยคสุดท้าย
"หมายเลขศูนย์จะเป็นคนฆ่าเจ้าในที่สุด"
กล้องแตกกระจาย ห้องกลับสู่ความเงียบ ธันวาหันมองหมายเลขหนึ่ง แต่อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยา เขาเดินไปยืนข้างประตูและช่วยเด็กแต่ละคนผ่านเข้าอุโมงค์
เมื่อเด็กกลุ่มสุดท้ายเข้าไป ธันวายืนข้างเขา
"คำพูดหมอวายุ"
หมายเลขหนึ่งตอบ
"ข้าไม่สน"
"คุณโกหกไม่เก่ง"
"ถ้าเจ้าคิดฆ่าข้า ข้าจะฆ่าเจ้าก่อน"
ธันวายิ้มเล็กน้อย
"นั่นไม่ใช่คำพูดของน้องชายที่ดี"
หมายเลขหนึ่งหันมองด้วยสายตาเย็นชา
"พูดอีกครั้ง ข้าจะหักแขนเจ้า"
"แขนผมร้าวอยู่แล้ว"
หมายเลขหนึ่งมองแขนของธันวา ก่อนจับมันอย่างระมัดระวังเกินกว่าคำขู่เมื่อครู่ เขาดันกระดูกกลับเข้าตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ธันวากัดฟันแต่ไม่ร้อง
หมายเลขหนึ่งพูด
"เดินได้ไหม"
"ได้"
"งั้นไป"
ทั้งสองก้าวเข้าสู่อุโมงค์ตามเด็ก ๆ ประตูแกนกลางปิดลงด้านหลัง เสียงระบบชำระล้างดังขึ้นในห้องทดลอง แต่ไม่สามารถตามพวกเขาเข้ามาได้ ภายในอุโมงค์มืดและยาว ไม่มีใครรู้ว่าปลายทางจะพาไปที่ใด ไม่มีใครรู้ว่าสถาบันเตรียมกับดักไว้อีกกี่ชั้น และไม่มีใครรู้ว่าความสัมพันธ์ของคนสองคนซึ่งเกิดจากต้นกำเนิดเดียวกันจะลงเอยแบบใด
ธันวารู้เพียงว่าหมายเลขหนึ่งเรียกเขาว่าพี่
ก่อนจะโจมตีเพื่อฆ่าเขา
แต่หมัดสุดท้ายหยุดลง
และนั่นหมายความว่า ใต้ความโหดเหี้ยมซึ่งสถาบันสร้างขึ้น ยังมีเด็กคนหนึ่งกำลังรอให้ใครสักคนเรียกเขาว่าครอบครัว
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







