แชร์

ตอนที่ 44 หมายเลขหนึ่ง

ผู้เขียน: เจ้าสำนัก
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-31 07:17:04

ตอนที่ 44 หมายเลขหนึ่ง

เงาร่างภายในถังทดลองลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาสีดำสนิทไม่มีตาขาว ไม่มีม่านตา และไม่มีแสงสะท้อนจากหลอดไฟเหนือเพดาน มันดูเหมือนช่องว่างสองช่องที่ถูกเจาะลงบนใบหน้าของมนุษย์ ธันวายืนนิ่งอยู่หน้ากระจก ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความคุ้นเคยซึ่งลึกเกินกว่าจะอธิบาย ใบหน้าภายในถังเหมือนเขาแทบทุกส่วน ตั้งแต่รูปคิ้ว แนวกราม จมูก ไปจนถึงรอยแผลเล็กเหนือริมฝีปากซึ่งธันวาเองไม่เคยมี ความแตกต่างชัดเจนที่สุดคืออายุ เด็กหนุ่มในถังดูอายุใกล้เคียงกับเขา แต่ร่างกายสูงกว่าเล็กน้อย กล้ามเนื้อแน่นและเต็มไปด้วยรอยเย็บตามหน้าอก แขน และลำคอ สัญลักษณ์สีดำใต้ผิวตรงกลางอกเต้นเป็นจังหวะคล้ายหัวใจอีกดวง ทุกครั้งที่มันสว่าง ของเหลวในถังจะหมุนแรงขึ้น และแก่นอนันต์ในร่างธันวาจะสั่นตอบราวกับรับรู้ถึงสิ่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตน เด็กทดลองสิบเจ็ดคนรวมกลุ่มอยู่ด้านหลัง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้กระจก แม้แต่หมายเลขยี่สิบเอ็ดซึ่งเคยเห็นภาพล่วงหน้าก็ยังถอยจนหลังชนกำแพง ใบหน้าของนางซีดลงทันทีที่สบตากับร่างในถัง

หมายเลขยี่สิบเอ็ดพูด

"เขาตื่นแล้ว"

ธันวาไม่ละสายตาจากกระจก

"เขาคือใคร"

เด็กหญิงกำชายเสื้อของตนแน่น

"หมายเลขหนึ่ง"

คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศเย็นลงกว่าเดิม หมายเลขหนึ่งคือเด็กทดลองคนแรกที่ตื่นก่อนทุกคน เป็นคนที่มาลีบอกว่าไม่ใช่ศัตรู เป็นคนที่ส่งข้อความเตือนธันวาว่าอย่ามาที่หอสังเกตการณ์ และเป็นผู้ซึ่งอาจกำลังปกป้องมาลีอยู่ในสถานที่ใดสักแห่ง แต่ร่างตรงหน้าไม่เหมือนชายหนุ่มดวงตาสีทองในภาพที่พิมพ์ชนกเห็น ดวงตาของมันดำสนิท ใบหน้าไร้อารมณ์ และมีสายพลังจำนวนมากเสียบอยู่ตามกระดูกสันหลัง

ธันวาถาม

"หมายเลขหนึ่งอยู่กับแม่ผมไม่ใช่หรือ"

หมายเลขยี่สิบเอ็ดตอบ

"หนูไม่รู้"

เด็กชายหมายเลขสิบสามขยับมาหลบหลังธันวา

"พวกเขาบอกว่าเขามีสองร่าง"

ธันวาหันมอง

"สองร่างหรือ"

"ร่างหนึ่งออกไปข้างนอก ร่างหนึ่งถูกขังไว้ที่นี่"

เสียงหมอวายุดังขึ้นจากลำโพงเหนือประตู

"ไม่ถูกต้องทั้งหมด"

ธันวาเงยหน้ามองกล้อง

"แกยังตามมาได้อีกหรือ"

"นี่คือสถานที่ของข้า ทุกลมหายใจในฐานอยู่ภายใต้การควบคุม"

ธันวาชี้ถังทดลอง

"เขาคือหมายเลขหนึ่งจริงหรือ"

หมอวายุตอบ

"เขาคือร่างต้นกำเนิดของหมายเลขหนึ่ง"

"แล้วคนที่อยู่กับแม่ผมคืออะไร"

"สำเนาที่เชื่อว่าตนเองเป็นของจริง"

ธันวากำหมัด

"พวกแกสร้างคนขึ้นมาหลายร่าง"

"เราไม่ได้สร้างจากความว่างเปล่า เราแบ่งสิ่งที่มีอยู่แล้ว"

หมอวายุเปิดจอภาพบนผนัง ข้อมูลทางชีวภาพจำนวนมากปรากฏขึ้น โครงสร้างร่างกายของธันวากับหมายเลขหนึ่งถูกวางเปรียบเทียบกัน เส้นพันธุกรรมหลายส่วนเหมือนกันเกินกว่าจะเป็นเพียงความบังเอิญ

หมอวายุพูด

"หมายเลขศูนย์คือภาชนะสมบูรณ์ หมายเลขหนึ่งคือแบบจำลองซึ่งสร้างขึ้นจากเซลล์ของหมายเลขศูนย์ ผสมกับเศษแก่นอนันต์ส่วนการทำลาย"

ธันวารู้สึกเลือดเย็นลง

"เขาถูกสร้างจากผม"

"จากร่างของเจ้าตอนยังเด็ก"

"งั้นเขาไม่ใช่สำเนา"

หมอวายุหัวเราะเบา

"มนุษย์ชอบใช้คำเพื่อทำให้สิ่งที่ตนกลัวฟังดูอ่อนโยน เจ้าอยากเรียกเขาว่าน้องชายหรือ"

ธันวามองร่างในถังอีกครั้ง ภายใต้แสงสีขาว ใบหน้าที่เหมือนเขาดูไม่ใช่เงาสะท้อน แต่เป็นชีวิตอีกชีวิตซึ่งถูกสร้างมาเพื่อแบกรับสิ่งที่สถาบันไม่ต้องการใส่ไว้ในตัวหมายเลขศูนย์ เขาถูกตัดแบ่ง ถูกขัง ถูกทดลอง และอาจถูกบอกตลอดมาว่าไม่มีชื่อของตนเอง

ธันวาพูด

"เปิดถัง"

หมอวายุเงียบไปชั่วขณะ

"เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังขออะไร"

"ผมบอกให้เปิด"

"หมายเลขหนึ่งในร่างนี้ไม่มีความเมตตา ไม่มีข้อจำกัด และไม่มีความผูกพันแบบมนุษย์ สิ่งเดียวที่เขาจำได้คือความเจ็บปวดกับคำสั่งให้ทำลาย"

ธันวาตอบ

"ก็เพราะพวกแกเลี้ยงเขาแบบนั้น"

"ความโหดเหี้ยมไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูทั้งหมด บางส่วนมาจากสิ่งที่เขาเป็น"

เด็กหญิงหมายเลขห้าพูดเสียงเบา

"เขาเคยฆ่านักวิจัยทั้งชั้น"

เด็กชายหมายเลขสามเสริม

"เขาฉีกประตูเหล็กด้วยมือ"

หมายเลขยี่สิบเอ็ดจับแขนธันวา

"อย่าเปิด"

ธันวาถาม

"หนูเห็นอะไร"

เด็กหญิงหลับตาและตัวสั่น

"หนูเห็นทุกคนตาย"

เสียงเครื่องจักรดังขึ้นก่อนธันวาจะถามต่อ ไฟรอบถังเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดง ระบบล็อกส่งเสียงปลดทีละชั้น สายพลังตามหลังร่างในถังถูกดึงออกเอง ของเหลวสีดำเริ่มลดระดับอย่างรวดเร็ว

ธันวาเงยหน้ามองลำโพง

"แกกำลังทำอะไร"

หมอวายุตอบ

"ข้าไม่ได้เปิด"

หน้าจอทุกจอกระตุกพร้อมกัน สัญลักษณ์หมายเลขหนึ่งปรากฏขึ้นบนพื้นผิวกระจก

เสียงชายหนุ่มอีกคนดังแทรกเข้ามา

"ข้าเปิดเอง"

ธันวาจำเสียงนี้ได้ทันที เป็นเสียงจากข้อความลับซึ่งเตือนเรื่องมาลี

หมอวายุตะโกน

"ตัดการเชื่อมต่อภายนอก"

เสียงชายหนุ่มหัวเราะ

"ช้าเกินไป"

ระบบรักษาความปลอดภัยทั่วชั้นล่างดับลงพร้อมกัน ประตูทางเดินทั้งหมดปิดค้าง เจ้าหน้าที่ที่กำลังบุกลงมาถูกตัดอยู่คนละฝั่ง ไฟในห้องสั่นอย่างรุนแรง ขณะที่ระดับของเหลวในถังลดลงถึงเอวของหมายเลขหนึ่ง ร่างนั้นยังไม่ขยับ แต่ดวงตาสีดำมองตรงมาที่ธันวาอย่างไม่กะพริบ

ธันวาถาม

"หมายเลขหนึ่งที่กำลังพูดคือใคร"

เสียงจากลำโพงตอบ

"คนที่พาแม่เจ้าออกจากสถาบัน"

"แล้วคนในถังล่ะ"

"สิ่งที่พวกมันตัดออกจากข้า"

หมอวายุแทรกเสียงเข้ามา

"อย่าฟังเขา ร่างภายนอกไม่สมบูรณ์ เขาเป็นเพียงจิตสำนึกที่หลบหนีไปพร้อมเศษความทรงจำ"

เสียงหมายเลขหนึ่งตอบด้วยความเย็นชา

"แต่ข้ายังมีความเป็นมนุษย์มากกว่าเจ้า"

ระดับของเหลวลดจนหมด ถังทดลองเปิดออกพร้อมไอเย็นจำนวนมาก ร่างหมายเลขหนึ่งทรุดลงคุกเข่าบนพื้นเปียก เส้นผมสีดำแนบใบหน้า ผิวเต็มไปด้วยรอยเข็มและรอยแผล เขาไอของเหลวสีดำออกมา ก่อนใช้มือยันพื้นแล้วค่อย ๆ ยืนขึ้น เด็กทุกคนถอยพร้อมกัน ธันวายืนอยู่หน้าเด็กโดยไม่รู้ตัว มือข้างหนึ่งกำปืนยิงเข็มซึ่งเหลือกระสุนไม่มาก

หมายเลขหนึ่งเงยหน้า

ใบหน้าของเขาเหมือนธันวาจนน่าขนลุก แต่ไม่มีความอ่อนล้า ความลังเล หรือความเมตตาอยู่ในดวงตา แม้จะเพิ่งออกจากถัง ร่างนั้นกลับยืนมั่นคงเหมือนสัตว์นักล่าที่ตื่นจากการหลับเพียงชั่วครู่ เขามองรอบห้องหนึ่งครั้ง สำรวจเด็กทุกคน กล้องทุกตัว และทางออกทั้งหมด ก่อนหยุดที่ธันวา

หมายเลขหนึ่งพูด

"เจ้าคือหมายเลขศูนย์"

ธันวาตอบ

"ผมชื่อธันวา"

มุมปากของหมายเลขหนึ่งยกขึ้นเล็กน้อย

"พวกมันตั้งชื่อให้เจ้าหรือ"

"แม่ตั้งให้"

แววตาของหมายเลขหนึ่งเปลี่ยนเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าแม่ แต่หายไปเร็วเกินกว่าจะรู้ว่าเป็นความรู้สึกแบบใด

ธันวาถาม

"คุณจำมาลีได้ไหม"

หมายเลขหนึ่งเดินออกจากฐานถังทีละก้าว เท้าเปล่าเหยียบของเหลวสีดำโดยไม่สนใจ

"จำได้"

"แม่ผมอยู่กับคุณหรือ"

"อยู่กับส่วนที่อ่อนแอของข้า"

ธันวาขมวดคิ้ว

"หมายความว่าอย่างไร"

หมายเลขหนึ่งยกมือแตะหน้าอกตนเอง

"พวกมันแยกความทรงจำ ความเมตตา และความผูกพันออกจากร่างนี้ ส่งส่วนนั้นไปอยู่ในร่างภายนอก ส่วนความเกลียดชัง ความเจ็บปวด และพลังทำลายถูกทิ้งไว้ที่นี่"

หมอวายุพูดผ่านลำโพง

"อย่าหลงเชื่อ เขาไม่มีความทรงจำสมบูรณ์"

หมายเลขหนึ่งหันไปมองกล้อง

"แต่ข้าจำเสียงของเจ้าตอนสั่งผ่าอกเด็กอายุห้าขวบได้"

วินาทีต่อมาเขาหายไปจากจุดเดิม ธันวาเห็นเพียงเงาดำพุ่งผ่าน กระจกกันกระสุนตรงผนังแตกกระจายจากหมัดเดียว กล้องและลำโพงด้านหลังถูกทำลายพร้อมกัน เศษโลหะกระเด็นทั่วห้อง เด็กหลายคนกรีดร้อง ธันวารีบใช้ตัวบังเศษกระจก เมื่อหันกลับ หมายเลขหนึ่งยืนอยู่หน้าผนังที่ยุบเข้าไป หมัดเปื้อนเลือดแต่กระดูกไม่แตก

เด็กชายหมายเลขสิบสามพูดเสียงสั่น

"เขาเป็นสัตว์ประหลาด"

หมายเลขหนึ่งได้ยิน เขาหันมองเด็กชาย ดวงตาดำสนิทไม่มีอารมณ์

"ถูกต้อง"

ธันวาก้าวขวาง

"อย่าเข้าใกล้เด็ก"

หมายเลขหนึ่งมองเขา

"เจ้าคิดว่าข้าจะฆ่าพวกมันหรือ"

"ผมยังไม่รู้ว่าคุณจะทำอะไร"

"ดี อย่างน้อยเจ้าก็ไม่โง่"

เสียงระเบิดดังจากประตูทางลง เจ้าหน้าที่กำลังเจาะผ่านระบบปิด หมายเลขหนึ่งมองประตูเพียงครู่เดียว ก่อนหันไปทางเด็ก

"มีกี่คน"

ธันวาตอบ

"สิบเจ็ดคนที่ชั้นนี้ ข้างล่างอาจมีอีก"

"มีอีกสามสิบสอง"

หมายเลขยี่สิบเอ็ดถาม

"พี่รู้ได้อย่างไร"

หมายเลขหนึ่งชี้ศีรษะตนเอง

"ข้าได้ยินพวกเขาร้องทุกคืน"

ธันวาถาม

"ทางลงอยู่ไหน"

หมายเลขหนึ่งมองพื้นด้านหลังถัง จากนั้นกระทืบเท้าลงครั้งเดียว โลหะหนายุบเป็นวงกว้าง รอยแตกแผ่ไปทั่วพื้น ก่อนแผ่นขนาดใหญ่พังลง เผยอุโมงค์แนวดิ่งซึ่งลึกจนมองไม่เห็นก้น

เด็กหญิงหมายเลขห้าถอยหลัง

"เราลงไม่ได้"

หมายเลขหนึ่งตอบ

"งั้นก็ทิ้งพวกมัน"

ธันวาหันขวับ

"ไม่ได้"

"เจ้าไม่มีเวลา อาวุธปราบแก่นกำลังถูกนำลงมา อีกไม่กี่นาทีชั้นนี้จะถูกผนึก"

"งั้นช่วยเปิดทาง"

หมายเลขหนึ่งมองธันวาเหมือนกำลังพิจารณาสิ่งที่น่ารำคาญ

"เหตุใดข้าต้องช่วย"

"เพราะพวกเขาถูกทำแบบเดียวกับคุณ"

"นั่นไม่ใช่เหตุผลของข้า"

ธันวากำปืนแน่น

"แล้วคุณต้องการอะไร"

หมายเลขหนึ่งเดินเข้ามาใกล้จนใบหน้าเหมือนกันอยู่ห่างกันไม่ถึงก้าว

"ฆ่าหมอวายุ ฆ่าอคิน ทำลายทุกสถานที่ซึ่งมีตราอรุณ และหากโลกขวางทาง ก็ทำลายโลกด้วย"

เด็กทุกคนเงียบกริบ

ธันวาตอบ

"ผมจะหยุดสถาบัน แต่ไม่ฆ่าคนทั้งโลก"

หมายเลขหนึ่งยิ้มเย็น

"นั่นคือความต่างระหว่างเรา"

"ไม่ใช่ความต่าง"

"แล้วคืออะไร"

"คุณยังไม่เคยมีใครสอนว่าการมีพลังไม่ได้แปลว่าต้องใช้มันทำลายทุกอย่าง"

หมายเลขหนึ่งหัวเราะเบา

"เจ้าได้แม่ ข้าได้มีดผ่าตัด เจ้าได้ชื่อ ข้าได้หมายเลข เจ้าได้บ้าน ข้าได้ถังแก้ว แล้วเจ้าจะสอนข้าเรื่องความเมตตาหรือ"

คำพูดนั้นกระแทกธันวาจนเงียบไปชั่วครู่ เพราะเขาไม่มีสิทธิ์บอกว่าความเจ็บของหมายเลขหนึ่งเล็กน้อย ไม่มีสิทธิ์ขอให้คนที่ถูกทรมานมาทั้งชีวิตอภัยให้ผู้กระทำ แต่การปล่อยให้ความเจ็บนั้นกลายเป็นข้ออ้างฆ่าทุกคนก็ไม่ใช่คำตอบ

ธันวาพูด

"ผมไม่ขอให้คุณอภัย"

หมายเลขหนึ่งหรี่ตา

"ผมขอให้คุณเลือกเอง ไม่ใช่ทำตามสิ่งที่สถาบันสร้างให้คุณเป็น"

สีหน้าของหมายเลขหนึ่งเปลี่ยนเล็กน้อย

ธันวาพูดต่อ

"พวกมันใส่ความเกลียดไว้ในตัวคุณ แล้วบอกว่าคุณเกิดมาเพื่อทำลาย ถ้าคุณฆ่าทุกอย่างตามนั้น คุณก็ยังอยู่ในกรงของพวกมัน"

เสียงเจาะประตูหยุดลงชั่วขณะ ก่อนเกิดแรงระเบิดรุนแรง ประตูชั้นนอกบิดเบี้ยว เจ้าหน้าที่ใกล้เข้ามาแล้ว

หมายเลขหนึ่งมองประตู จากนั้นมองธันวา

"เจ้าพูดเก่ง"

"ผมไม่ต้องการให้คุณเชื่อทันที"

"แต่เจ้าต้องการให้ข้าช่วยเด็ก"

"ใช่"

หมายเลขหนึ่งยิ้มโดยไม่มีความอบอุ่น

"เจ้ากล้าสั่งข้า"

"ผมขอ"

"ต่างกันหรือ"

"ต่าง"

ประตูระเบิดเปิด เจ้าหน้าที่ชุดเกราะดำกรูกันเข้ามา อาวุธในมือไม่ใช่ปืนยาสลบ แต่เป็นเครื่องยิงคลื่นกดพลังขนาดใหญ่ หมุดสีเงินถูกยิงเข้าผนังสี่ทิศ สนามกดพลังแผ่ออกทันที เด็กหลายคนทรุดลง หมายเลขหนึ่งเซเพียงเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองเจ้าหน้าที่

หัวหน้าหน่วยตะโกน

"ตรึงหมายเลขหนึ่งและหมายเลขศูนย์ เด็กที่เหลือยุติได้หากขัดขืน"

คำว่า ยุติ ทำให้บรรยากาศเปลี่ยน

หมายเลขหนึ่งหายไปจากสายตาอีกครั้ง เขาปรากฏกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่ มือข้างหนึ่งคว้าลำคอหัวหน้าหน่วยแล้วกระแทกร่างลงพื้นจนเกราะแตก เสียงกระดูกดังชัด เขาหมุนตัวเตะคนที่สองกระเด็นชนผนัง มืออีกข้างแทงผ่านช่องเกราะของคนที่สาม เลือดพุ่งเปื้อนพื้น เด็กหลายคนร้อง ธันวารีบเข้าห้าม

"พอแล้ว"

หมายเลขหนึ่งบิดแขนเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจนผิดรูป

"พวกมันมาฆ่าเจ้า"

"ทำให้หมดสติก็พอ"

"ความเมตตาของเจ้าจะฆ่าเด็ก"

เจ้าหน้าที่อีกแถวยิงคลื่นกดพลังใส่ หมายเลขหนึ่งยกเจ้าหน้าที่ที่จับอยู่ขึ้นใช้เป็นโล่ ร่างนั้นรับพลังเต็มแรงและหมดสติ เขาขว้างร่างกลับไปชนอีกสามคน ธันวาวิ่งอ้อมด้านข้าง ใช้ปืนยิงเข็มใส่คนควบคุมหมุด จากนั้นดึงสายพลังออกจากฐาน หมุดหนึ่งดับ สนามกดพลังอ่อนลง เด็กชายหมายเลขสามเริ่มใช้พลังยกกำแพงหิน เด็กหญิงหมายเลขห้าปล่อยน้ำแข็งปิดพื้น ทำให้กำลังเสริมลื่นล้ม

หมายเลขหนึ่งมองธันวาต่อสู้ด้วยสายตาเยาะหยัน

"เจ้าช้า"

ธันวากระแทกด้ามปืนใส่ขมับเจ้าหน้าที่

"แต่คนนี้ยังมีชีวิต"

หมายเลขหนึ่งคว้าศีรษะศัตรูอีกคน

"แล้วเขาจะกลับมาฆ่าเจ้า"

ธันวาตะโกน

"เราต้องออกจากที่นี่ ไม่ใช่ฆ่าทุกคน"

หมายเลขหนึ่งหันมองเด็กที่กำลังหวาดกลัว เขาเห็นเด็กชายหมายเลขสิบสามกอดเด็กเล็กไว้ เห็นหมายเลขยี่สิบเอ็ดพยายามใช้พลังทั้งที่เลือดไหลจากดวงตา และเห็นเด็กหญิงหมายเลขห้าตัวสั่นเพราะใช้พลังเกินขีดจำกัด สีหน้าของเขายังเย็นชา แต่การเคลื่อนไหวช้าลงเล็กน้อย

ธันวาพูด

"เปิดทางลง"

หมายเลขหนึ่งเตะเจ้าหน้าที่คนสุดท้ายออกจากประตู ก่อนเดินไปยังหลุมที่สร้างไว้ เขาคว้าสายเหล็กจากเครื่องจักร กระชากออกด้วยมือเปล่า แล้วพันเข้ากับเสารับน้ำหนัก

หมายเลขหนึ่งพูด

"ให้เด็กลงก่อน"

ธันวาชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนสั่งให้เด็กเข้าแถว เด็กโตช่วยรัดสาย เด็กเล็กถูกผูกเข้ากับตัวทีละคน หมายเลขหนึ่งยืนจับสายด้วยมือเดียว รับน้ำหนักเด็กหลายคนโดยไม่ขยับแม้แต่น้อย

หมายเลขยี่สิบเอ็ดเดินผ่านเขาและหยุด

"พี่ไม่ได้ฆ่าพวกเรา"

หมายเลขหนึ่งตอบ

"อย่าทำให้ข้าเปลี่ยนใจ"

เด็กหญิงกลับยิ้มเล็กน้อย

"พี่พูดเหมือนคนไม่ใจดี"

หมายเลขหนึ่งไม่ตอบ แต่มือที่จับสายผ่อนแรงลงเล็กน้อยเพื่อให้เด็กลงได้ช้ากว่าเดิม

เมื่อเด็กกลุ่มแรกลงถึงชั้นล่าง ธันวาเตรียมตามไป แต่เสียงเตือนใหม่ดังขึ้น ระบบฐานประกาศว่าการชำระล้างจะเริ่มภายในห้านาที ประตูทุกชั้นถูกล็อก และท่อเหนือเพดานเริ่มปล่อยก๊าซสีเทา

ธันวาพูด

"ต้องรีบ"

หมายเลขหนึ่งปล่อยสายให้เด็กชุดสุดท้ายลง ก่อนหันไปมองทางเดินซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังรวมกำลังใหม่

"เจ้าลงไป"

ธันวาถาม

"แล้วคุณล่ะ"

"ข้าจะฆ่าคนที่ตามมา"

"เราลงไปด้วยกัน"

"ข้าไม่รับคำสั่ง"

"ผมก็ไม่ทิ้งคุณ"

หมายเลขหนึ่งหันกลับ ดวงตาสีดำสบกับธันวาโดยตรง

"เจ้าคิดว่าข้าเป็นพวกเดียวกับเจ้าหรือ"

ธันวาตอบ

"ผมคิดว่าคุณเป็นคนที่ควรได้ออกจากที่นี่"

หมายเลขหนึ่งนิ่งไป เสียงฝีเท้าจำนวนมากดังใกล้เข้ามา

ธันวายื่นมือให้

"ไปด้วยกัน"

หมายเลขหนึ่งมองมือนั้นราวกับเป็นสิ่งแปลกประหลาด ไม่มีใครเคยยื่นมือให้เขาโดยไม่ถือเข็ม ไม่ถือโซ่ หรือไม่ต้องการทดลอง เขาไม่จับมือธันวา แต่เดินผ่านไปยังหลุมแทน

"อย่าคิดว่าข้ายอมรับเจ้า"

ธันวาตอบ

"ผมไม่ได้ขอ"

หมายเลขหนึ่งกระโดดลงหลุมโดยไม่ใช้สาย ธันวาตามลงไปทันที พวกเขาลงถึงชั้นล่างซึ่งเต็มไปด้วยประตูกระจกอีกหลายสิบห้อง เด็กทดลองจำนวนมากกำลังมองออกมาจากภายใน ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวและความหวังพร้อมกัน

ทันทีที่หมายเลขหนึ่งแตะพื้น เด็กในห้องหนึ่งกรีดร้อง

"เขามาแล้ว"

อีกห้องหนึ่งมีเด็กหญิงคุกเข่า

"ราชันสีดำ"

ธันวาหันมองหมายเลขหนึ่ง

"พวกเขาเรียกคุณแบบนั้นหรือ"

หมายเลขหนึ่งตอบ

"พวกมันชอบตั้งชื่อให้สิ่งที่กลัว"

ธันวาพูด

"คุณมีชื่อจริงไหม"

หมายเลขหนึ่งเงียบ

"ร่างภายนอกเรียกตัวเองว่าอะไร"

"หนึ่ง"

"นั่นยังเป็นหมายเลข"

หมายเลขหนึ่งมองเขาอย่างรำคาญ

"ชื่อไม่มีประโยชน์"

ธันวาหันไปยังประตูเด็กกลุ่มถัดไป

"วันหนึ่งคุณอาจคิดต่าง"

หมายเลขหนึ่งยกมือแตะประตูเหล็กและฉีกมันออกจากผนังอย่างง่ายดาย

"ถ้าวันนั้นมาถึง เจ้าค่อยพูด"

เสียงระบบนับถอยหลังดังขึ้น การชำระล้างเหลือสี่นาที ห้องทดลองชั้นล่างเริ่มถูกเติมด้วยก๊าซ ธันวารีบเข้าไปปลดสายเด็กคนแรก ส่วนหมายเลขหนึ่งเดินไปยังประตูถัดไปและทำลายระบบล็อกทีละห้อง การเคลื่อนไหวของเขารุนแรง ไร้ความปรานี และเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ทุกครั้งที่เปิดประตู เขาไม่ได้ทำร้ายเด็กแม้แต่คนเดียว

ธันวาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความโหดเหี้ยมของหมายเลขหนึ่งเป็นเรื่องจริง เขาสามารถฆ่าโดยไม่ลังเล มองชีวิตศัตรูเหมือนเศษขยะ และพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง ทว่าใต้ความเกลียดชังนั้นยังมีบางส่วนซึ่งสถาบันไม่สามารถตัดออกได้หมด

ส่วนที่ยังจำเสียงร้องของเด็กคนอื่น

ส่วนที่ยังเปิดประตู

และส่วนที่ยังเลือกยืนข้างหมายเลขศูนย์ แม้ปากจะบอกว่าไม่ยอมรับก็ตาม

แต่บนจอควบคุมซึ่งซ่อนอยู่เหนือเพดาน หมอวายุกำลังมองภาพทุกอย่างด้วยรอยยิ้ม

เขาไม่ได้โกรธที่หมายเลขหนึ่งตื่น

ไม่ได้ตกใจที่เด็กทดลองถูกปล่อย

และไม่ได้สั่งหยุดระบบชำระล้างจริง

เพราะการปลุกหมายเลขหนึ่งให้พบหมายเลขศูนย์คือเป้าหมายอีกชั้นของกับดัก

บนจอด้านข้างมีค่าพลังสองเส้นกำลังเข้าใกล้กัน

หมายเลขศูนย์

หมายเลขหนึ่ง

เมื่อทั้งสองอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แก่นอนันต์ที่ถูกแบ่งออกเริ่มตอบสนอง รอยแยกขนาดเล็กปรากฏเหนือห้องทดลอง และภาพอนาคตราชันอสูรค่อย ๆ ชัดขึ้น

หมอวายุพูดกับตนเอง

"ในที่สุด ราชันก็มีทั้งหัวใจและเขี้ยวแล้ว"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status