LOGINตอนที่ 46 หลบหนี
เสียงไซเรนยังคงกรีดร้องก้องไปทั่วอาคารใต้ดินราวกับสัตว์ประหลาดที่กำลังคำรามไม่หยุด แสงสีแดงกระพริบสลับกับความมืดเป็นจังหวะ ทำให้ทุกก้าวที่วิ่งผ่านทางเดินคอนกรีตยาวเหยียดเต็มไปด้วยความกดดัน กฤตภาสเป็นคนวิ่งนำ มือข้างหนึ่งถืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลสีดำที่เพิ่งแย่งออกมาจากห้องควบคุม ส่วนอีกข้างกำปืนสั้นเอาไว้แน่น พิมพ์ชนกประคองธันวาซึ่งยังมีบาดแผลที่ไหล่ เลือดซึมออกมาจนเสื้อเปียกชื้น แต่ชายหนุ่มยังฝืนกัดฟันเดินต่อโดยไม่ยอมบ่นแม้แต่คำเดียว
"อีกไกลไหม"
ธันวาถามด้วยเสียงแหบ
"อีกประมาณสองร้อยเมตรก็ถึงอุโมงค์ขนส่ง"
กฤตภาสตอบโดยไม่หันกลับมา
"ถ้าแผนที่ที่ฉันขโมยมาถูกต้อง เราจะออกไปถึงด้านหลังภูเขา"
พิมพ์ชนกหันไปมองด้านหลัง เสียงฝีเท้าของทหารกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมเสียงตะโกนสั่งการที่สะท้อนตามผนังคอนกรีต
"พวกมันตามทันแน่"
กฤตภาสพยักหน้า
"รู้"
ทันใดนั้นเสียงปืนกลดังสนั่นจากด้านหลัง กระสุนหลายสิบนัดพุ่งกระแทกกำแพงจนสะเก็ดปูนกระจาย กฤตภาสรีบดึงทั้งสองคนหลบหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ เขาสูดหายใจลึกก่อนชะโงกหน้าออกไปยิงตอบโต้เพียงไม่กี่นัดเพื่อถ่วงเวลา
เสียงร้องของศัตรูดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนทุกอย่างจะเงียบลงเพียงชั่วครู่
"ไป"
ทั้งสามรีบวิ่งต่อโดยไม่เสียเวลา
ธันวาเหลือบมองอุปกรณ์สีดำในมือกฤตภาส
"ข้างในมีอะไร"
กฤตภาสส่ายหน้า
"ยังไม่ได้เปิดดู"
"แต่ฉันเห็นพวกมันยอมตายเพื่อปกป้องมัน"
พิมพ์ชนกพูดพลางหอบ
"ข้อมูลนี้ต้องสำคัญมาก"
กฤตภาสกำอุปกรณ์แน่นกว่าเดิม
"หวังว่ามันจะคุ้มกับสิ่งที่เราเสี่ยง"
ทางเดินเริ่มแคบลง ก่อนจะเปิดออกเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่มีรางเหล็กทอดยาวไปจนสุดสายตา รถขนส่งสีเทาหลายคันจอดนิ่งอยู่บนรางเหมือนถูกทิ้งร้างมานานหลายปี แต่ไฟบนเพดานยังสว่าง แสดงว่าระบบทั้งหมดกำลังทำงาน
กฤตภาสรีบปีนขึ้นไปบนรถคันแรกแล้วเปิดแผงควบคุม
"ยังใช้ได้"
พิมพ์ชนกช่วยพยุงธันวาขึ้นมา
"รีบเถอะ"
เสียงประตูเหล็กด้านหลังเปิดออกอย่างรุนแรง ทหารติดอาวุธจำนวนมากกรูกันเข้ามา บางคนถือโล่พลังงาน บางคนแบกอาวุธหนักที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"หยุดอยู่ตรงนั้น"
เสียงประกาศดังลั่น
"ส่งข้อมูลกลับมา แล้วพวกเราจะไว้ชีวิต"
กฤตภาสหัวเราะสั้น ๆ
"คำโกหกแบบนี้ใช้ไม่ได้ผลแล้ว"
เขากดสวิตช์หลักทันที
รถขนส่งทั้งคันสั่นสะเทือนก่อนจะเคลื่อนตัวช้า ๆ
เสียงกระสุนจำนวนมหาศาลกระแทกตัวรถดังสนั่น เศษโลหะปลิวว่อน แต่โครงสร้างของรถแข็งแรงเกินกว่าจะทะลุได้ง่าย
เมื่อรถเริ่มเร่งความเร็ว ทุกคนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
แต่ความโล่งใจอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที
เสียงเครื่องยนต์อีกชุดหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
พิมพ์ชนกหันกลับไปมอง
ใบหน้าของเธอซีดเผือด
"พวกมันใช้รถตามมา"
กฤตภาสหันไปมองผ่านช่องหน้าต่าง
รถไล่ล่าสามคันกำลังเร่งความเร็วตามมาติด ๆ ระยะห่างลดลงอย่างรวดเร็ว
"พวกมันไม่ยอมปล่อยจริง ๆ"
ธันวาฝืนลุกขึ้น
"ฉันจัดการเอง"
"นายบาดเจ็บ"
พิมพ์ชนกรีบห้าม
"ยังไหว"
ธันวาหยิบปืนไรเฟิลที่วางอยู่ข้างเบาะ ก่อนเปิดประตูด้านหลังของรถ ลมแรงพัดเข้ามาจนเสื้อสะบัด เขาคุกเข่าลงเล็งเป้าหมายอย่างมั่นคง
เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด
กระจกหน้ารถของฝ่ายตรงข้ามแตกละเอียด คนขับเสียการควบคุม รถทั้งคันชนผนังอุโมงค์จนระเบิดเป็นลูกไฟ
แต่รถอีกสองคันยังคงไล่ตามมา
หนึ่งในนั้นยกเครื่องยิงจรวดขึ้น
"หมอบ"
ธันวาตะโกนสุดเสียง
แรงระเบิดมหาศาลเกิดขึ้นด้านหลังรถขนส่ง คลื่นกระแทกทำให้รถทั้งคันสั่นรุนแรงจนแทบตกราง พิมพ์ชนกล้มลงกับพื้น ส่วนกฤตภาสต้องรีบจับคันบังคับเอาไว้ไม่ให้รถเสียการทรงตัว
เสียงโลหะเสียดสีกับรางดังแสบหู
รถเริ่มเอียง
ทุกคนกลั้นหายใจ
ก่อนล้อจะกลับลงรางได้อย่างหวุดหวิด
กฤตภาสเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตา
"อีกนิดเดียว"
ธันวาหอบหนักกว่าเดิม เลือดไหลออกจากแผลมากขึ้น แต่เขายังยกปืนขึ้นยิงต่อ
คราวนี้กระสุนเจาะเข้าถังพลังงานของรถศัตรู
เปลวไฟลุกท่วม
รถคันที่สองระเบิดทันที
เหลือเพียงคันสุดท้าย
แต่แทนที่จะถอย มันกลับเร่งความเร็วเต็มกำลัง
พิมพ์ชนกมองเห็นชายสวมชุดเกราะสีดำยืนอยู่บนหลังคารถ
ชายคนนั้นถือดาบพลังงานสีเงิน
"นั่นไม่ใช่ทหารธรรมดา"
กฤตภาสขมวดคิ้ว
"หน่วยล่าพิเศษ"
ชายชุดดำกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างรถได้อย่างง่ายดาย ก่อนลงมายืนบนหลังคารถของพวกกฤตภาส
เสียงโลหะกระแทกดังสนั่น
ใบมีดพลังงานแทงทะลุหลังคาลงมาเกือบโดนศีรษะธันวา
ทุกคนรีบถอย
กฤตภาสปีนขึ้นไปบนหลังคาโดยไม่ลังเล
สายลมเย็นจัดปะทะใบหน้า ขณะที่รถทั้งสองยังวิ่งด้วยความเร็วสูง
ชายชุดดำไม่พูดแม้แต่คำเดียว
เขาพุ่งเข้าฟันทันที
กฤตภาสยกมีดสั้นขึ้นรับ
ประกายไฟกระจายไปทั่ว
แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ถอยออกจากกัน
กฤตภาสรับรู้ได้ทันทีว่าศัตรูคนนี้แข็งแกร่งกว่าทหารทั้งหมดที่เคยเจอ
การโจมตีแต่ละครั้งหนักและแม่นยำอย่างน่ากลัว
พิมพ์ชนกมองผ่านช่องหลังคาที่เปิดออกด้วยความกังวล
"เขาไหวไหม"
ธันวาไม่ตอบ
เขาเพียงกำปืนแน่น
แต่ไม่สามารถยิงได้ เพราะทั้งสองกำลังต่อสู้ระยะประชิด
บนหลังคารถ กฤตภาสเริ่มเสียเปรียบ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลเล็กน้อยจากคมดาบพลังงาน
ชายชุดดำก้าวเข้ามาช้า ๆ
"ส่งข้อมูลมา"
เขาพูดเป็นครั้งแรก
น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์
กฤตภาสยิ้มบาง
"ถ้าสำคัญขนาดนี้ ยิ่งไม่มีทางให้"
ชายชุดดำพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
แต่คราวนี้กฤตภาสไม่ได้รับการโจมตีตรง ๆ
เขาหลบออกด้านข้าง แล้วใช้แรงเหวี่ยงของศัตรูผลักอีกฝ่ายเสียหลัก
ชายชุดดำเซไปข้างหน้า
จังหวะนั้นเองธันวาเหนี่ยวไกจากด้านใน
กระสุนทะลุผ่านช่องหลังคาเฉียดไหล่ของกฤตภาสก่อนพุ่งเข้าใส่ขาของศัตรู
ชายชุดดำทรุดลงหนึ่งข้าง
กฤตภาสไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือ
เขาเตะเต็มแรง
ศัตรูกระเด็นตกจากหลังคารถ
ร่างนั้นหายลับไปในความมืดของอุโมงค์ภายในพริบตา
รถไล่ล่าที่ไร้คนควบคุมพุ่งชนกำแพงจนเกิดระเบิดครั้งใหญ่ เปลวเพลิงส่องสว่างไปทั้งอุโมงค์
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
กฤตภาสปีนลงมาข้างในพร้อมหายใจแรง
พิมพ์ชนกรีบเข้าไปดูบาดแผล
"เจ็บมากไหม"
"แค่รอยถาก"
เขาตอบพร้อมยิ้มอ่อน
แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยเหงื่อ
ไม่กี่นาทีต่อมา แสงสว่างจากปลายอุโมงค์เริ่มปรากฏ
ลมธรรมชาติพัดเข้ามาแทนกลิ่นอับของใต้ดิน
รถขนส่งพุ่งออกจากภูเขาด้วยความเร็วสูง ก่อนค่อย ๆ ชะลอลงบนรางที่ถูกธรรมชาติปกคลุมจนแทบมองไม่เห็น
เบื้องหน้าคือป่ากว้างสุดสายตา
ไม่มีฐานลับ
ไม่มีเสียงไซเรน
มีเพียงเสียงลมพัดและนกร้อง
ทั้งสามก้าวลงจากรถอย่างเหนื่อยอ่อน
ธันวาทรุดลงนั่งกับพื้นทันที
พิมพ์ชนกรีบทำแผลเบื้องต้นให้เขา
กฤตภาสยืนเฝ้าระวังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแน่ใจว่าไม่มีใครตามออกมา
เขาจึงหยิบอุปกรณ์สีดำขึ้นมา
"ถึงเวลารู้แล้ว"
พิมพ์ชนกกับธันวาขยับเข้ามาใกล้
กฤตภาสกดปุ่มเปิดเครื่อง
หน้าจอเรืองแสงขึ้นช้า ๆ
มีเพียงข้อความเดียวปรากฏอยู่ตรงกลาง
"ระดับสิทธิ์ไม่เพียงพอ"
กฤตภาสขมวดคิ้ว
"มีระบบป้องกัน"
จากนั้นหน้าจอเปลี่ยนอีกครั้ง
ปรากฏสัญลักษณ์ประหลาดคล้ายดวงตาที่ถูกล้อมด้วยวงแหวนหลายชั้น
ธันวาเบิกตากว้าง
"ฉันเคยเห็นสัญลักษณ์นี้"
กฤตภาสหันมองทันที
"ที่ไหน"
ธันวาเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังพยายามรื้อฟื้นความทรงจำ
"เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ฉันยังอยู่หน่วยข่าวกรอง มีแฟ้มลับระดับสูงสุดอยู่ชุดหนึ่ง ทุกคนถูกสั่งห้ามเปิด แม้แต่ผู้บัญชาการยังไม่มีสิทธิ์แตะต้อง"
พิมพ์ชนกกลืนน้ำลาย
"แฟ้มนั้นเกี่ยวกับอะไร"
ธันวาส่ายหน้า
"ไม่มีใครรู้"
เขาหยุดพูด ก่อนจ้องสัญลักษณ์บนหน้าจออย่างไม่กะพริบ
"แต่ทุกคนเรียกมันด้วยชื่อเดียว"
กฤตภาสถามทันที
"ชื่ออะไร"
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก
"โครงการปฐมกาล"
เพียงสิ้นคำ บรรยากาศรอบตัวก็เหมือนเย็นยะเยือกลงในทันที กฤตภาสกับพิมพ์ชนกสบตากันโดยไม่ต้องพูดอะไร เพราะทั้งคู่ต่างรู้สึกตรงกันว่า ข้อมูลที่อยู่ในมือของพวกเขาอาจเป็นกุญแจสำคัญที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ และนั่นก็หมายความว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป การหลบหนีของทั้งสามจะไม่ใช่เพียงการหนีเอาชีวิตรอดอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันกับองค์กรลึกลับที่พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปิดบังความจริงของโลกใบนี้ไม่ให้ถูกเปิดเผยเด็ดขาด.
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







