Beranda / แฟนตาซี / คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม / ตอนที่ 49 ศึกเมืองไร้ธง

Share

ตอนที่ 49 ศึกเมืองไร้ธง

last update Tanggal publikasi: 2026-08-02 05:28:49

ตอนที่ 49 ศึกเมืองไร้ธง

เสียงระเบิดจากแนวกำแพงด้านเหนือดังสนั่นจนพื้นหินใต้ศาลากลางสั่นสะเทือน ฝุ่นเก่าเกาะหนาบนเพดานร่วงลงมาเป็นสาย กฤตภาส พิมพ์ชนก ธันวา มาลี และอาคมหยุดยืนอยู่กลางบันไดซึ่งทอดลึกลงไปใต้เมือง ทุกคนต่างได้ยินเสียงปืน เสียงกรีดร้อง และเสียงระฆังเตือนภัยจากด้านบนอย่างชัดเจน แม้กำแพงหินหนาจะกั้นอยู่หลายชั้น แต่เสียงการต่อสู้กลับดังก้องลงมาราวกับทั้งเมืองกำลังถูกทุบด้วยค้อนยักษ์ อาคมกำกุญแจโลหะไว้แน่น ดวงตาของชายชราเต็มไปด้วยความลังเล เขารู้ว่าความลับใต้เมืองอาจเป็นทางรอดเพียงหนึ่งเดียว แต่ในเวลาเดียวกัน ผู้คนที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตปกป้องกำลังต่อสู้และล้มตายอยู่เหนือศีรษะ

ธันวาหันกลับไปมองทางขึ้น เขากำปืนในมือแน่น ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก

"พวกเจ้าไปเปิดประตู ข้าจะกลับขึ้นไปช่วยแนวป้องกัน"

พิมพ์ชนกคว้าแขนเขาไว้

"แผลของนายยังไม่หาย"

"ถ้าไม่มีใครอยู่ข้างบน ต่อให้เปิดประตูได้ก็ไม่มีเมืองเหลือให้ช่วย"

กฤตภาสมองธันวาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

"ข้าจะไปด้วย"

มาลีเงยหน้าขึ้นทันที

"ไม่ได้ ข้อมูลอยู่กับเจ้า"

กฤตภาสหยิบอุปกรณ์สีดำออกมาส่งให้พิมพ์ชนก

"ตอนนี้มันอยู่กับนางแล้ว"

พิมพ์ชนกรับอุปกรณ์มาอย่างไม่เต็มใจ

"แล้วถ้าเจ้าสองคนไม่กลับมา"

กฤตภาสหันมามองเธอ แววตาของเขาสงบนิ่งท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังไม่หยุด

"ก็เปิดประตูให้ได้ แล้วพาคนในเมืองหนีออกไป"

พิมพ์ชนกเม้มริมฝีปากแน่น เธออยากห้าม แต่รู้ดีว่าไม่มีคำพูดใดหยุดกฤตภาสได้ในเวลานี้ ธันวากับกฤตภาสจึงหันหลังวิ่งกลับขึ้นบันได ทิ้งให้พิมพ์ชนก มาลี และอาคมเดินลึกลงไปยังสถานีปฐมกาลซึ่งถูกปิดผนึกมานานหลายสิบปี

ทันทีที่กฤตภาสเปิดประตูศาลากลาง กลิ่นควัน เลือด และโลหะไหม้ก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้า เมืองไร้ธงที่เคยเงียบสงบกำลังลุกเป็นไฟ บ้านหลายหลังพังถล่ม ถนนเต็มไปด้วยเศษหิน รถเข็น และร่างของผู้บาดเจ็บ ผู้คนวิ่งสวนกันอย่างสับสน หน่วยรักษาพยาบาลชั่วคราวถูกตั้งขึ้นกลางตลาด เด็กกับคนชราถูกส่งลงอุโมงค์หลบภัย ขณะที่ชายหญิงทุกคนซึ่งยังจับอาวุธไหวกำลังมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมือง

เหนือท้องฟ้า โดรนของรัฐบาลบินวนเป็นฝูง แสงค้นหากวาดไปตามถนนและหลังคาบ้าน ปืนกลใต้ท้องของมันยิงใส่ทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว ผู้พิทักษ์เมืองใช้ปืนเก่าและเครื่องยิงตาข่ายพลังงานตอบโต้ แม้อาวุธจะด้อยกว่า แต่พวกเขาอาศัยความชำนาญในพื้นที่ซ่อนตัวตามช่องทางแคบและซากอาคาร เสียงปืนดังต่อเนื่องไม่มีช่องว่างให้หายใจ

พงศกรยืนอยู่บนกำแพงด้านเหนือ ร่างกายเปื้อนเลือดจนแยกไม่ออกว่าเป็นเลือดของตนเองหรือศัตรู เขาตะโกนสั่งคนให้เสริมแนวกั้นตรงช่องกำแพงที่แตก ขณะที่ทหารรัฐบาลในชุดเกราะสีเทากำลังเคลื่อนเข้ามาเป็นแถว โล่พลังงานถูกยกขึ้นป้องกันกระสุน ปืนแรงดันสูงยิงตอบโต้จนก้อนหินบนกำแพงระเบิดกระจาย

"กฤตภาส"

พงศกรตะโกนเมื่อเห็นเขา

"มาทางนี้เร็ว"

กฤตภาสกับธันวาวิ่งฝ่ากระสุนขึ้นไปบนกำแพง เมื่อมองออกไปด้านนอก ทั้งคู่ก็เข้าใจทันทีว่าการล้อมครั้งนี้ร้ายแรงกว่าที่คิด กองทัพรัฐบาลไม่ได้อยู่เพียงด้านเหนือและตะวันตก รถหุ้มเกราะอีกหลายสิบคันกำลังฝ่าทางป่าด้านใต้เข้ามา กำลังพลนับพันกระจายตัวปิดทุกเส้นทาง ปืนใหญ่ถูกตั้งบนเนิน และเครื่องบินขนส่งกำลังปล่อยทหารลงจากท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่ทำให้ธันวาขมวดคิ้วไม่ใช่จำนวนทหารของรัฐบาล

ห่างออกไปทางตะวันตก มีกลุ่มคนในชุดหลากสีเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างไร้ระเบียบ บางคนขี่รถจักรยานยนต์ บางคนวิ่งด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ บางคนแบกอาวุธที่ประกอบขึ้นเองจากชิ้นส่วนหลายชนิด พวกนั้นไม่ใช่ทหาร แต่เป็นนักล่าค่าหัวที่ได้รับข่าวว่ากฤตภาส พิมพ์ชนก ธันวา และมาลีซ่อนตัวอยู่ในเมืองไร้ธง ค่าหัวของทั้งสี่ถูกเพิ่มขึ้นหลายเท่าภายในคืนเดียว จนดึงดูดนักล่าจากทั่วทุกพื้นที่ให้มารวมตัวกัน

"พวกมันมากันหมดแล้ว"

ธันวาพูดเสียงต่ำ

พงศกรมองไปอีกด้านหนึ่ง

"ยังไม่หมด"

บนสันเขาด้านตะวันออก เงาร่างสีดำหลายสิบร่างปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน คนเหล่านั้นสวมหน้ากากสีขาว ไม่มีเครื่องหมาย ไม่มีธง และไม่มีเสียงเครื่องยนต์ติดตาม พวกเขาเคลื่อนตัวรวดเร็วราวกับเงา บางคนกระโดดข้ามหน้าผาสูงได้โดยไม่ชะลอ บางคนใช้เส้นลวดเล็กพุ่งยึดตามยอดไม้แล้วเหวี่ยงตัวเข้ามาใกล้กำแพง เมื่อลงถึงพื้น พวกเขาก็แยกตัวออกเป็นกลุ่มอย่างเป็นระบบ

กฤตภาสจำชุดและหน้ากากนั้นได้ทันที

"องค์กรลับจากฐานใต้ดิน"

ธันวาจ้องคนสวมหน้ากากขาว

"พวกมันไม่ได้ร่วมมือกับรัฐบาล"

สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง หน่วยองค์กรลับไม่ได้มุ่งหน้าเข้าหาประตูเมืองโดยตรง พวกเขากลับโจมตีทหารรัฐบาลที่ขวางเส้นทางอย่างไม่ลังเล ใบมีดพลังงานแทงทะลุชุดเกราะ ทหารหลายคนล้มลงก่อนจะทันยกปืน เสียงระเบิดเกิดขึ้นท่ามกลางแนวทัพรัฐบาล รถหุ้มเกราะคันหนึ่งถูกทำลายจากภายใน เปลวไฟพุ่งขึ้นสูง ทหารรัฐบาลหันปืนเข้าใส่องค์กรลับทันที ทำให้สนามรบด้านตะวันออกกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างสองฝ่าย

ในเวลาเดียวกัน นักล่าค่าหัวก็เริ่มโจมตีแนวหลังของรัฐบาลเพื่อเปิดทางให้ตนเองเข้าเมือง พวกเขาไม่ได้สนใจว่าใครเป็นศัตรูหรือพันธมิตร ขอเพียงได้ตัวเป้าหมายไปแลกรางวัล นักล่าบางกลุ่มยิงใส่ทหาร นักล่าบางคนโจมตีผู้พิทักษ์เมือง และบางคนกลับฆ่าพวกเดียวกันเพื่อแย่งข้อมูลตำแหน่ง

สนามรบรอบเมืองไร้ธงจึงไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายอีกต่อไป รัฐบาล นักล่าค่าหัว องค์กรลับ และชาวเมืองต่างทำสงครามพร้อมกันโดยไม่มีใครเชื่อใจใคร

เสียงประกาศจากกองทัพรัฐบาลดังก้องเหนือสนามรบ

"พลเมืองเมืองไร้ธงจงยอมจำนน ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสี่คน และเปิดทางเข้าสู่สถานีใต้ดิน ผู้ที่วางอาวุธจะได้รับการคุ้มครอง"

พงศกรยกปืนขึ้นยิงโดรนลำหนึ่งจนระเบิด

"การคุ้มครองของพวกเจ้ามีไว้ให้คนตายเท่านั้น"

กระสุนปืนใหญ่ลูกหนึ่งพุ่งชนฐานกำแพง แรงระเบิดทำให้กฤตภาสกระเด็นล้ม รอยแตกขนาดใหญ่ลามไปตามพื้นหิน พงศกรตะโกนให้ทุกคนถอย แต่ไม่ทันแล้ว กำแพงส่วนหนึ่งทรุดตัวลง เสียงหินถล่มดังสนั่น ผู้พิทักษ์หลายคนตกลงไปพร้อมซากกำแพง ทหารรัฐบาลที่รออยู่เบื้องล่างรีบกรูกันผ่านช่องแตกเข้ามา

กฤตภาสลุกขึ้นทั้งที่หูยังอื้อ เขากระโดดลงไปยังถนนด้านใน ก่อนยิงทหารคนแรกที่ก้าวผ่านช่องกำแพง ธันวาตามลงมาแล้วใช้ปืนไรเฟิลยิงสกัดอีกด้าน พงศกรนำชาวเมืองเข้าปะทะระยะใกล้ เสียงดาบ เสียงปืน และเสียงร้องดังปะปนกันในตรอกแคบ ผู้พิทักษ์เมืองซึ่งมีจำนวนไม่ถึงร้อยคนต้องรับมือกับทหารรัฐบาลหลายเท่า

ชายคนหนึ่งจากเมืองไร้ธงถูกกระสุนยิงเข้าที่อก เขาล้มลงตรงหน้ากฤตภาส ก่อนจะยื่นลูกระเบิดให้ด้วยมือสั่นเทา

"อย่าให้พวกมันเข้าไปถึงเด็ก"

กฤตภาสรับลูกระเบิดมา ชายคนนั้นก็สิ้นใจทันที เขากัดฟันแน่น ก่อนดึงสลักแล้วโยนเข้าไปกลางกลุ่มทหารที่กำลังบุกผ่านช่องกำแพง แรงระเบิดทำให้ศัตรูถอยชะงัก แต่เพียงครู่เดียว หน่วยใหม่ก็เคลื่อนเข้ามาแทนที่

ทางฝั่งตะวันตก นักล่าค่าหัวกลุ่มใหญ่ใช้เครื่องยิงตะขอเกี่ยวขึ้นกำแพง ชายร่างใหญ่ที่สวมหน้ากากเหล็กเป็นคนแรกที่กระโดดเข้ามา เขาถือขวานหนักซึ่งมีประกายไฟวิ่งตามใบมีด นักล่าคนอื่นเรียกเขาว่ากระทิงแดง เขาเป็นหนึ่งในผู้มีค่าหัวสูงสุดในโลกมืด เคยทำลายหน่วยทหารทั้งกองเพื่อจับผู้มีพลังเพียงคนเดียว

กระทิงแดงเหวี่ยงขวานใส่ผู้พิทักษ์เมืองจนร่างกระเด็นชนกำแพง จากนั้นเขาก็ตะโกนถามท่ามกลางเสียงปืน

"กฤตภาสอยู่ที่ไหน ส่งตัวมันมา แล้วข้าจะไม่ฆ่าคนอื่น"

หญิงชราคนหนึ่งบนหลังคาบ้านยิงหน้าไม้ใส่เขา

"เมืองนี้ไม่มีใครขายแขกให้สุนัขล่าเงิน"

กระทิงแดงปัดลูกธนูออก ก่อนยกขวานเตรียมโจมตีหญิงชรา แต่กฤตภาสพุ่งเข้าชนเขาจากด้านข้าง ทั้งสองกลิ้งลงจากกำแพงเตี้ย กระทิงแดงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขามองใบหน้ากฤตภาสแล้วหัวเราะเสียงดัง

"ในที่สุดเงินรางวัลก็เดินมาหาข้าเอง"

กฤตภาสยกมีดขึ้น

"ลองเอาไปดู"

กระทิงแดงคำรามแล้วเหวี่ยงขวานลงมา กฤตภาสกระโดดหลบ ใบขวานฟาดพื้นหินแตกเป็นหลุม แรงสั่นสะเทือนทำให้เขาเสียหลัก กระทิงแดงหมุนตัวฟันซ้ำ กฤตภาสยกมีดรับ แต่แรงปะทะหนักเกินไป ร่างของเขาถูกเหวี่ยงกระแทกผนังบ้านจนหายใจไม่ออก

กระทิงแดงเดินเข้ามาช้า ๆ

"ข้าไม่สนว่าเจ้าทำอะไรมา ขอเพียงหัวของเจ้ามีราคา"

ก่อนขวานจะฟันลง ธันวายิงใส่ไหล่ของกระทิงแดง กระสุนเจาะเกราะแต่ไม่ลึกพอจะหยุดเขา ชายร่างใหญ่หันกลับด้วยความโกรธ ธันวายิงซ้ำอีกหลายนัด กระทิงแดงยกขวานป้องกัน กฤตภาสจึงใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าแทงมีดตรงรอยต่อเกราะบริเวณเอว

กระทิงแดงร้องคำรามแล้วตบกฤตภาสกระเด็น เขากำด้ามมีดที่ปักอยู่กับตัว ก่อนดึงออกมาพร้อมเลือด

"ดี ข้าชอบเหยื่อที่สู้กลับ"

ทันใดนั้นลวดสีเงินเส้นหนึ่งพุ่งมาพันคอของกระทิงแดง เงาร่างสวมหน้ากากขาวกระโดดลงจากหลังคาแล้วดึงลวดสุดแรง กระทิงแดงถูกกระชากล้ม ก่อนคนสวมหน้ากากจะใช้ใบมีดแทงลงตรงต้นคออย่างแม่นยำ แต่เกราะหนาทำให้คมมีดไม่สามารถทะลุได้ กระทิงแดงคว้าร่างอีกฝ่ายเหวี่ยงชนกำแพง จากนั้นยกขวานฟันซ้ำจนหน้ากากสีขาวแตกกระจาย

องค์กรลับเข้ามาถึงในเมืองแล้ว

คนสวมหน้ากากขาวอีกหลายคนกระจายตัวผ่านตรอก พวกเขาไม่สนใจนักล่าหรือทหารทั่วไป เป้าหมายของพวกเขาคือมาลีกับอุปกรณ์ข้อมูล ทุกคนที่ขวางทางถูกกำจัดทันที ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ชาวเมืองบางคนพยายามยิงสกัด แต่กลับถูกเข็มโลหะเล็กเจาะตรงลำคอจนล้มลงโดยไม่มีเสียง

ธันวาเห็นสัญลักษณ์บนข้อมือของหนึ่งในนั้น เขาจำได้ว่าเป็นตราของหน่วยชำระคืน กลุ่มนักสังหารที่มีหน้าที่เก็บกวาดความลับของโครงการปฐมกาล

"พวกมันกำลังไปศาลากลาง"

ธันวาตะโกน

กฤตภาสหันไปมอง เห็นคนสวมหน้ากากสามคนกำลังฝ่าถนนมุ่งหน้าไปยังทางเข้าสถานีใต้ดิน เขารีบวิ่งไล่ตาม แต่กระทิงแดงกระโดดมาขวางอีกครั้ง ชายร่างใหญ่ยกขวานขึ้นด้วยความเดือดดาล

"การต่อสู้ของเรายังไม่จบ"

กฤตภาสไม่มีเวลาเสีย เขาหยิบปืนจากพื้นยิงใส่ถังเชื้อเพลิงของรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างกระทิงแดง กระสุนเจาะถังจนของเหลวไหลออกมา เขายิงซ้ำตรงพื้น ประกายไฟทำให้เชื้อเพลิงลุกพรึบ เปลวไฟพุ่งเข้าหากระทิงแดง ชายร่างใหญ่ถอยหลบตามสัญชาตญาณ กฤตภาสจึงวิ่งผ่านตรอกไปยังศาลากลาง

ด้านในอาคาร ผู้พิทักษ์เมืองหลายคนล้มลงแล้ว คนสวมหน้ากากขาวกำลังพยายามเปิดประตูบันไดลงใต้ดิน กฤตภาสยิงจากด้านหลัง คนแรกถูกกระสุนเจาะต้นขา แต่ยังหมุนตัวขว้างใบมีดสวนกลับ กฤตภาสก้มหลบ ใบมีดปักเข้ากำแพง คนที่สองพุ่งเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว หมัดของเขากระแทกหน้าอกกฤตภาสจนถอยไปหลายก้าว

การต่อสู้ในห้องแคบทำให้ปืนไร้ประโยชน์ กฤตภาสใช้ศอกกระแทกข้อมือศัตรู แล้วแทงมีดเข้าสีข้าง แต่คนสวมหน้ากากกลับไม่แสดงความเจ็บปวด เขาจับแขนกฤตภาสบิดจนเกือบหัก ก่อนเสียงปืนจากธันวาจะดังขึ้น กระสุนพุ่งเข้ากลางหลังศัตรูสามนัดติดต่อกัน ร่างนั้นจึงล้มลง

คนสวมหน้ากากที่เหลือโยนระเบิดควันลงพื้น ควันสีดำกระจายเต็มห้อง กฤตภาสมองไม่เห็นสิ่งใด เขาได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าเคลื่อนผ่านประตูบันได

"มันลงไปแล้ว"

เขาตะโกน

ธันวากับกฤตภาสรีบตามลงไป เสียงการต่อสู้ด้านบนยังคงดังกึกก้อง เมืองไร้ธงกำลังถูกฉีกออกเป็นส่วน ๆ แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก หากองค์กรลับเข้าถึงมาลีก่อน ทุกสิ่งจะจบลง

ใต้เมือง พิมพ์ชนก มาลี และอาคมเดินมาถึงประตูขนาดใหญ่ซึ่งฝังอยู่ในผนังถ้ำ ผิวประตูทำจากโลหะสีดำ ไม่มีสนิมแม้ผ่านเวลามาหลายสิบปี ตรงกลางมีช่องเสียบกุญแจรูปดวงตา อาคมสอดกุญแจเข้าไป แต่ประตูกลับไม่ตอบสนอง

มาลีเดินเข้าไปใกล้ เธอยกมือแตะพื้นผิวเย็นจัด ความทรงจำจำนวนมากไหลย้อนกลับเข้ามา ภาพห้องทดลอง เสียงร้องของผู้ถูกทดลอง และใบหน้าของนักวิทยาศาสตร์ที่เคยทำงานร่วมกับเธอแล่นผ่านสมองจนร่างกายสั่น

พิมพ์ชนกจับไหล่เธอไว้

"เจ้าเห็นอะไร"

"ที่นี่ไม่ใช่สถานีหลบภัย"

มาลีพูดเสียงแผ่ว

"มันคือศูนย์กระจายสัญญาณแห่งแรก"

อาคมหน้าซีด

"สิ่งที่อยู่ข้างในอันตรายหรือ"

"อันตรายกว่ากองทัพด้านบน"

เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านหลัง พิมพ์ชนกยกปืนขึ้น คนสวมหน้ากากขาวก้าวออกมาจากเงามืด เลือดไหลจากบาดแผลที่ขา แต่เขายังถือดาบพลังงานไว้มั่น

"ดอกเตอร์มาลี กลับไปกับเรา"

มาลีถอยหลัง

"ข้าไม่ใช่คนของพวกเจ้าอีกแล้ว"

"ท่านคือผู้สร้าง ไม่มีระบบใดทำงานได้โดยไม่มีท่าน"

พิมพ์ชนกยิงทันที คนสวมหน้ากากเอียงตัวหลบแล้วพุ่งเข้ามา ดาบพลังงานฟันปืนของเธอขาดเป็นสองส่วน อาคมใช้ไม้เท้ากระแทกขาของศัตรู แต่ถูกถีบจนล้ม มาลีรีบเข้าไปช่วยชายชรา ทว่าคนสวมหน้ากากคว้าแขนเธอไว้

"ปล่อยข้า"

"ท่านต้องกลับไปทำสิ่งที่เริ่มไว้ให้เสร็จ"

ก่อนเขาจะลากมาลีออกไป กฤตภาสพุ่งมาจากด้านหลังและแทงมีดเข้าตรงหัวไหล่ คนสวมหน้ากากปล่อยมือแล้วหมุนตัวฟันกลับ กฤตภาสยกมีดรับ ประกายไฟสาดกระจาย ธันวายิงใส่ขาของศัตรูจนเขาทรุด พิมพ์ชนกหยิบก้อนหินฟาดหน้ากากจนแตก เผยให้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนที่มีเส้นโลหะฝังทั่วผิวหนัง

ชายคนนั้นหัวเราะทั้งที่เลือดไหลจากปาก

"พวกเจ้าคิดว่าชนะหรือ ด้านบนของเมืองกำลังจะพัง"

ทันใดนั้นเสียงระเบิดครั้งใหญ่ก็ดังขึ้นจากเหนือศีรษะ เพดานถ้ำสั่นสะเทือน เศษหินหล่นลงมาเป็นจำนวนมาก อาคมลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เขามองมาลีด้วยสายตาเร่งร้อน

"เปิดประตูเถอะ ไม่ว่าจะมีอะไรอยู่ข้างใน พวกเราก็ไม่มีเวลาแล้ว"

มาลีมองประตูโลหะ เธอรู้ว่าการเปิดมันอาจปลุกระบบที่ควรถูกฝังตลอดกาล แต่เสียงกรีดร้องจากเมืองด้านบนทำให้เธอตัดสินใจ เธอกรีดฝ่ามือตัวเองด้วยเศษโลหะ แล้วกดเลือดลงบนสัญลักษณ์ดวงตา

แสงสีฟ้าสว่างขึ้นตามรอยเส้นบนประตู เสียงผู้หญิงที่ไร้อารมณ์ดังออกมาจากผนัง

"ยืนยันตัวตนผู้สร้าง มาลี วัฒนกุล"

ประตูเริ่มแยกออกช้า ๆ ลมเย็นจัดพัดออกมาจากความมืดเบื้องหลัง ทุกคนมองเห็นห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยเสาโลหะนับร้อย ตรงกลางมีแท่นควบคุมขนาดใหญ่ และเหนือแท่นนั้นลอยอยู่ด้วยทรงกลมใสซึ่งมีแสงนับล้านจุดเคลื่อนไหวอยู่ภายในราวกับดวงดาว

ชายจากองค์กรลับที่นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้นยิ้มออกมา

"ในที่สุดประตูก็เปิด"

เขายกมือขึ้นกดอุปกรณ์เล็กตรงข้อมือ สัญญาณสีแดงถูกส่งออกไปทันที กฤตภาสรีบเตะอุปกรณ์ทิ้ง แต่สายเกินไปแล้ว

บนพื้นดิน กองทัพรัฐบาลได้รับข้อความยืนยันว่าศูนย์กระจายสัญญาณถูกเปิด ผู้บัญชาการจึงออกคำสั่งโจมตีเต็มกำลัง ปืนใหญ่ทุกกระบอกยิงพร้อมกัน เครื่องบินทิ้งระเบิดลดระดับ นักล่าค่าหัวเร่งบุกเข้าเมืองเพื่อแย่งชิงเป้าหมาย ส่วนองค์กรลับเริ่มเคลื่อนพลไปยังศาลากลางจากทุกทิศ

กำแพงเมืองไร้ธงพังลงทีละส่วน เปลวไฟลุกท่วมถนน พงศกรนำผู้พิทักษ์ที่เหลือยืนขวางทางเข้าศาลากลาง เขามีคนเหลือไม่ถึงห้าสิบคน แต่เบื้องหน้ามีทั้งทหารรัฐบาล นักล่าค่าหัว และมือสังหารจากองค์กรลับกำลังเข้ามาพร้อมกัน

ชายหนุ่มคนหนึ่งข้างกายเขาถามด้วยเสียงสั่น

"พวกเราจะต้านไหวหรือ"

พงศกรมองเมืองที่กำลังลุกไหม้ บ้านที่เขาเคยสร้าง ตลาดที่เขาเคยเดิน และผู้คนที่ยืนอยู่ข้างกันโดยไม่มีธงแบ่งแยก เขายกดาบขึ้นช้า ๆ

"เราไม่ต้องต้านจนชนะ"

เขากล่าว

"เราต้องต้านจนคนข้างล่างทำสำเร็จ"

ผู้พิทักษ์เมืองทุกคนยกอาวุธขึ้น เสียงตะโกนก้องไปทั่วลาน

"เมืองไร้ธงไม่ขายชีวิตใคร"

กองทัพรัฐบาลบุกเข้ามาเป็นระลอกแรก นักล่าค่าหัวกระโดดลงจากหลังคา องค์กรลับพุ่งออกมาจากเงามืด การปะทะครั้งใหญ่ระเบิดขึ้นกลางเมือง เลือดสาดลงบนถนนหิน เสียงปืนดังจนไม่ได้ยินเสียงตะโกน ผู้คนล้มลงทีละคน แต่ไม่มีใครถอย

ใต้ดิน มาลีเดินเข้าไปหาแท่นควบคุม มือของเธอสั่นเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ ระบบยังคงทำงาน และพลังงานสะสมอยู่มากพอจะส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ทั้งภูมิภาค เธอพบคำสั่งป้องกันเมืองซ่อนอยู่ในระบบ แต่การเปิดใช้ต้องเชื่อมสมองของผู้สร้างเข้ากับแกนกลาง

พิมพ์ชนกมองสายโลหะที่เลื่อนออกมาจากแท่น

"มันจะทำอะไรกับเจ้า"

มาลีเงียบไปครู่หนึ่ง

"อาจคืนความทรงจำทั้งหมด"

"แล้วผลเสียล่ะ"

"มันอาจทำลายตัวตนที่เหลืออยู่ของข้า"

กฤตภาสส่ายหน้า

"ต้องมีวิธีอื่น"

เสียงระเบิดดังขึ้นใกล้กว่าเดิม เพดานถ้ำแตกร้าว แสดงว่าศัตรูเข้ามาถึงศาลากลางแล้ว มาลีมองทุกคน ก่อนยิ้มบางอย่างเหนื่อยล้า

"ครั้งหนึ่งข้าเคยสร้างระบบนี้เพราะคิดว่าจะช่วยมนุษย์ได้ แต่สุดท้ายมันกลับถูกใช้ทำลายผู้คน วันนี้ข้าจะเลือกอีกครั้ง"

พิมพ์ชนกจับมือเธอแน่น

"เจ้าไม่จำเป็นต้องชดใช้ทุกอย่างเพียงคนเดียว"

"ข้าไม่ได้ทำเพื่อชดใช้"

มาลีตอบ

"ข้าทำเพื่อหยุดพวกเขา"

เธอนั่งลงบนแท่นและดึงสายเชื่อมต่อเข้าหาศีรษะ แสงสีฟ้าวิ่งผ่านเสาโลหะทุกต้น ระบบเริ่มทำงาน เสียงสั่นสะเทือนดังไปทั่วภูเขา ทรงกลมเหนือแท่นสว่างจ้าจนทุกคนต้องยกมือบังตา

บนพื้นดิน โดรนของรัฐบาลหยุดกลางอากาศพร้อมกัน ระบบเล็งของรถเกราะดับลง เครื่องมือสื่อสารทุกเครื่องส่งเสียงแทรก นักล่าค่าหัวที่ใช้สายตาเสริมพลังทรุดลงเพราะข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลเข้าสมอง คนจากองค์กรลับหลายคนหยุดนิ่งเมื่อคำสั่งควบคุมในร่างกายถูกขัดขวาง

ท่ามกลางความโกลาหล เสียงของมาลีดังออกจากลำโพงทุกตัวในเมือง

"นี่คือมาลี วัฒนกุล ผู้สร้างโครงการปฐมกาล"

ทุกฝ่ายหยุดชะงักเพียงชั่วขณะ

"รัฐบาลกำลังโกหกพวกเจ้า องค์กรลับกำลังใช้พวกเจ้า และอนาคตที่พวกเจ้าเชื่ออาจไม่ใช่อนาคตจริง"

หน้าจอทุกเครื่องรอบเมืองแสดงภาพแฟ้มลับ การทดลองมนุษย์ ห้องกักกัน และรายชื่อผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ข้อมูลถูกส่งออกไปพร้อมกันจนไม่มีฝ่ายใดหยุดได้ ทหารรัฐบาลหลายคนลดปืนลงเมื่อเห็นหลักฐาน นักล่าค่าหัวบางคนหันหนี ส่วนผู้บัญชาการตะโกนสั่งให้ทำลายศูนย์ใต้ดินทันที

แต่ก่อนคำสั่งจะถูกส่งครบ ระบบป้องกันเมืองก็ทำงาน

คลื่นพลังงานสีฟ้าพุ่งออกจากยอดภูเขา กวาดผ่านสนามรบเป็นวงกว้าง อาวุธอิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดดับลง โดรนตกจากท้องฟ้า รถเกราะหยุดเคลื่อน เครื่องบินต้องถอยออกจากพื้นที่ แม้แต่ดาบพลังงานขององค์กรลับก็ดับสนิท

ชาวเมืองไร้ธงส่งเสียงโห่ร้อง พงศกรยกดาบขึ้นนำการโต้กลับ ผู้พิทักษ์ที่เหลือพุ่งเข้าหาศัตรูซึ่งสูญเสียอาวุธเหนือกว่า นักล่าค่าหัวเริ่มแตกกระจาย ทหารรัฐบาลบางหน่วยถอย ขณะที่องค์กรลับยังคงมุ่งหน้าเข้าศาลากลางด้วยความดื้อรั้น

ใต้ดิน ร่างของมาลีสั่นรุนแรง เลือดไหลออกจากจมูกและหู พิมพ์ชนกพยายามถอดสายเชื่อมต่อ แต่กฤตภาสเห็นข้อความบนหน้าจอว่าหากหยุดระบบทันที คลื่นพลังงานจะย้อนกลับและทำลายสมองของมาลี

"ต้องทำอย่างไร"

เขาถามเสียงดัง

มาลีลืมตาขึ้นช้า ๆ ม่านตาของเธอเต็มไปด้วยแสงสีฟ้า

"รักษาระบบไว้จนกว่าคนในเมืองจะอพยพหมด"

ธันวาเหลือบมองประตูทางเข้า เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังใกล้เข้ามา

"พวกมันมาแล้ว"

กฤตภาสชักปืนขึ้น แม้กระสุนจะเหลือเพียงไม่กี่นัด พิมพ์ชนกหยิบดาบที่ตกอยู่บนพื้น ส่วนธันวายืนขวางหน้าประตู อาคมพยายามเปิดเส้นทางหนีในแผนผังระบบ

เงาร่างจำนวนมากปรากฏขึ้นในความมืดเบื้องหน้า ทั้งทหารรัฐบาล นักล่าค่าหัว และคนขององค์กรลับต่างตามลงมาถึงสถานี ไม่มีใครสนใจว่าอีกฝ่ายเคยเป็นศัตรู เพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือช่วงชิงมาลีและแกนกลางปฐมกาล

กฤตภาสมองศัตรูที่กำลังเข้ามา ก่อนยกปืนขึ้นเล็ง

"นี่คือศึกแรกของเรา"

ธันวายิ้มทั้งที่ใบหน้าซีดจากการเสียเลือด

"หวังว่าจะไม่ใช่ศึกสุดท้าย"

เสียงปืนดังขึ้นนัดแรกในสถานีใต้ดิน พร้อมกับเสียงระเบิดจากเมืองด้านบน ศึกเมืองไร้ธงยังไม่สิ้นสุด แต่ในคืนที่รัฐบาล นักล่าค่าหัว และองค์กรลับบุกเข้ามาพร้อมกัน ผู้คนซึ่งเคยหลบซ่อนจากโลกภายนอกได้เลือกยืนหยัดต่อสู้เป็นครั้งแรก และความจริงที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ภูเขาก็เริ่มแพร่กระจายออกไปไกลเกินกว่าที่ผู้มีอำนาจจะปิดกั้นได้อีกต่อไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status