เข้าสู่ระบบตอนที่ 68 คนที่อยากให้เขาอยู่
หลังการประชุมสภาจบลง นครไร้ธงไม่ได้กลับสู่ความสงบเหมือนเดิม ผู้คนไม่ได้แยกย้ายไปทำงานเหมือนทุกวัน และไม่มีใครพูดถึงเรื่องอื่นนอกจากคำถามเดียว
พวกเขาจะส่งธันวาออกไปหรือไม่
ข่าวจากโลกภายนอกยังคงถูกฉายซ้ำบนจอประกาศ ภาพสัตว์ประหลาดปลอม ภาพธันวาที่ถูกตัดต่อ และคำเตือนว่าหากเมืองไม่ส่งตัวราชันอสูรออกมา ทุกคนจะต้องรับผิดชอบต่อหายนะที่จะเกิดขึ้น
แต่ในขณะเดียวกัน ข่าวอีกชุดหนึ่งก็เริ่มแพร่กระจายภายในเมือง
รายชื่อผู้คัดค้านการส่งตัวธันวา
มันเริ่มจากคนเพียงไม่กี่คน
ช่างในห้องเครื่อง
พยาบาลในเขตพักฟื้น
คนงานเหมือง
ผู้ลี้ภัยที่เคยได้รับอาหารจากศูนย์กลางช่วยเหลือ
จากนั้นจำนวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่มีใครบังคับ
ไม่มีใครสั่ง
พวกเขาเพียงเดินไปลงชื่อด้วยเหตุผลของตัวเอง
บางคนเขียนว่า
เขาช่วยลูกของข้า
บางคนเขียนว่า
ข้าไม่รู้ว่าเขาจะกลายเป็นอะไร แต่ข้ารู้ว่าเขาเลือกช่วยเรา
บางคนเขียนเพียงประโยคสั้น ๆ
อย่าทำกับเขาเหมือนที่โลกเคยทำกับพวกเรา
ธันวาเห็นรายชื่อเหล่านั้นครั้งแรกในห้องประชุมเล็กของฝ่ายข้อมูล เขายืนมองแผ่นข้อมูลดิจิทัลบนโต๊ะโดยไม่พูดอะไร รายชื่อเพิ่มขึ้นทุกชั่วโมง จากหลักร้อยเป็นหลักพัน และยังคงเพิ่มต่อเนื่อง
พิมพ์ชนกยืนอยู่ข้างเขา เธอสังเกตสีหน้าของเขาอย่างเงียบ ๆ
"เจ้าคิดอะไรอยู่"
ธันวาไม่ได้ตอบทันที
นิ้วของเขาเลื่อนผ่านรายชื่อเหล่านั้นช้า ๆ
ชื่อของคนที่เขาไม่เคยรู้จัก
ชื่อของคนที่เคยกลัวเขา
ชื่อของคนที่เมื่อคืนอาจยังไม่แน่ใจว่าควรให้อภัยเขาหรือไม่
แต่วันนี้พวกเขาเลือกยืนอยู่ข้างเขา
"ข้าไม่เข้าใจ"
ธันวาพูดเบา ๆ
พิมพ์ชนกถาม
"อะไร"
"ทำไมพวกเขาถึงทำแบบนี้"
เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
"เพราะพวกเขาเห็นสิ่งที่โลกภายนอกไม่เห็น"
ธันวาหัวเราะเบา ๆ
"โลกภายนอกก็เห็นข้า"
"พวกเขาเห็นภาพ"
พิมพ์ชนกตอบ
"แต่คนที่นี่เห็นการกระทำ"
คำพูดนั้นทำให้ธันวาเงียบลง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา โลกทั้งโลกตัดสินเขาจากภาพเดียว
ภาพของชายหนุ่มที่ยืนเหนือซากโลก
ภาพของราชันอสูร
ไม่มีใครถามว่าเด็กคนนั้นเคยเป็นใคร
ไม่มีใครถามว่าเขาเสียอะไรไปบ้าง
แต่ที่นี่ ผู้คนไม่ได้เห็นอนาคต
พวกเขาเห็นวันที่เขาหอบผลึกกลับมา
เห็นวันที่เขารับการโจมตีแทนเด็กคนหนึ่ง
เห็นวันที่เขายอมเสี่ยงกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนกลัว เพื่อช่วยคนอื่น
เสียงเปิดประตูดังขึ้น
กฤตภาสเดินเข้ามาพร้อมเอกสารอีกชุด
"รายชื่อเพิ่มอีกสามร้อย"
ธันวาหันไป
"เจ้าก็เห็นด้วยหรือ"
กฤตภาสวางเอกสารลง
"ข้าไม่เคยบอกว่าเจ้าไม่อันตราย"
ธันวายิ้มบาง
"ข้ารู้"
"ข้ายังคิดว่าแก่นอนันต์ในตัวเจ้าเป็นภัย"
"ข้ารู้"
กฤตภาสมองเขา
"แต่ภัยไม่ได้หมายความว่าเจ้าต้องถูกฆ่าก่อนทำอะไรผิด"
คำพูดนั้นทำให้ธันวานิ่ง
มันเป็นประโยคเดียวกับกฎของเมือง
ในเมืองนี้ ไม่มีใครถูกลงโทษจากสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ
ดารินทร์เคยพูดคำนี้เมื่อเขาเข้ามา
ตอนนั้นเขาคิดว่ามันเป็นเพียงกฎ
แต่วันนี้เขาเริ่มเข้าใจ
มันไม่ใช่กฎ
มันคือเหตุผลที่เมืองนี้ยังแตกต่างจากโลกภายนอก
ในขณะที่ทุกคนตัดสินเขาจากอนาคต
เมืองนี้เลือกตัดสินเขาจากปัจจุบัน
เสียงประกาศจากทางเดินดังขึ้น
มีการรวมตัวที่ประตูชั้นใน
ธันวาขมวดคิ้ว
"เกิดอะไรขึ้น"
กฤตภาสมองข้อมูล
"คนจำนวนมากกำลังไปที่ประตูทางออก"
หัวใจธันวาหนักขึ้นทันที
เขาคิดว่าบางทีฝ่ายที่ต้องการส่งตัวอาจเริ่มเคลื่อนไหว
ทั้งสามรีบเดินไปยังประตูชั้นใน
แต่ภาพที่เห็นกลับแตกต่างจากที่คิด
ผู้คนหลายพันคนยืนอยู่หน้าประตู
ไม่มีอาวุธ
ไม่มีความโกรธ
ไม่มีการเรียกร้อง
พวกเขาถือแผ่นกระดาษ
รายชื่อคัดค้านการส่งตัว
เจ้าหน้าที่รักษาการณ์พยายามควบคุมพื้นที่ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
ชายชราคนหนึ่งเดินออกมาข้างหน้า
"เรามาแสดงจุดยืน"
เขากล่าว
"เราไม่ต้องการให้เมืองตัดสินใจจากความกลัว"
เสียงเห็นด้วยดังขึ้น
ธันวายืนนิ่งอยู่ด้านหลังฝูงชน
เขาไม่เคยคิดว่าจะมีคนจำนวนมากมายืนเพื่อเขา
เขาเคยชินกับการถูกล่า
ถูกมองเป็นภัย
ถูกกำหนดว่าเป็นตัวปัญหาก่อนจะได้พูด
แต่ตอนนี้ คนเหล่านี้กำลังทำสิ่งตรงข้าม
พวกเขากำลังบอกว่าเขามีสิทธิ์อยู่
ขุนเขาเดินออกมาจากกลุ่มรักษาการณ์
ร่างใหญ่ของเขายังมีผ้าพันแผล แต่เสียงยังหนักแน่นเหมือนเดิม
"ฟังให้ชัด"
เขาประกาศ
"ข้าไม่รู้ว่าธันวาจะกลายเป็นอะไรในอนาคต"
เขามองไปยังทุกคน
"แต่ข้ารู้ว่าในวันที่ข้าล้ม เขาเป็นคนยืนรับแทน"
ขุนเขากำหมัด
"หากใครจะมารับตัวเขา ต้องผ่านข้าก่อน"
เสียงฮือฮาดังขึ้น
เมษาเดินมายืนข้างเขา
"ข้าก็เช่นกัน"
เธอพูด
"ข้าเห็นอนาคตมากกว่าคนส่วนใหญ่"
ผู้คนเงียบลง
"แต่ข้าไม่เห็นเหตุผลที่จะฆ่าคนเพียงเพราะกลัวว่าอนาคตหนึ่งอาจเกิดขึ้น"
เธอหันไปมองธันวา
"คนเราเปลี่ยนอนาคตด้วยสิ่งที่เลือกทำในวันนี้"
จากนั้นเสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากด้านหน้า
"ผมด้วย"
ทุกคนหันไป
ต้นกล้ายืนอยู่หน้าประตู
เด็กชายตัวเล็กกว่าคนรอบข้างหลายเท่า เขาไม่มีพลัง ไม่มีอาวุธ และไม่มีตำแหน่งใดในเมือง
แต่เขาก้าวออกมาข้างหน้า
ยืนขวางระหว่างประตูเมืองกับธันวา
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตกใจ
"ต้นกล้า ถอยออกมา"
เด็กชายไม่ขยับ
เขามองธันวา
หลายวินาทีผ่านไป
จากนั้นพูดเสียงดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน
"ผมยังไม่ชอบพี่"
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากบางคน
ต้นกล้ากำหมัด
"ผมยังคิดว่าพี่น่ากลัว"
เขาหยุด
"ผมยังกลัวว่าพี่อาจกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนพูด"
ธันวานิ่งฟัง
"แต่พี่ไม่ใช่ปีศาจ"
คำพูดนั้นเรียบง่าย
ไม่มีเหตุผลซับซ้อน
ไม่มีคำอธิบายยาว
แต่กลับทำให้ธันวารู้สึกหนักกว่าเสียงสนับสนุนทั้งหมด
เพราะมันมาจากคนที่เคยเกลียดเขามากที่สุด
เด็กชายที่เคยขว้างหินใส่เขา
เด็กชายที่เคยเรียกเขาว่าตัวต้นเหตุของทุกอย่าง
แต่วันนี้กลับเป็นคนแรกที่ยืนขวางประตูเพื่อบอกว่าเขาไม่ใช่ปีศาจ
ธันวาหันหน้าหนีเล็กน้อย
เขาไม่อยากให้ใครเห็นดวงตาของเขาในตอนนี้
เพราะมันไม่ใช่ความโกรธ
ไม่ใช่ความเจ็บปวด
แต่มันคือความรู้สึกที่เขาไม่เคยกล้ายอมรับ
ความรู้สึกว่า
บางทีเขาอาจมีสถานที่ให้กลับมา
ดารินทร์มองภาพนั้นจากด้านหลัง เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงยืนเงียบ ๆ
เพราะเธอรู้ว่าคนอย่างธันวาไม่ได้ต้องการคำปลอบใจ
เขาต้องการหลักฐานว่าตัวเองยังเป็นมนุษย์
และวันนี้ เขาได้รับมัน
แต่ในขณะที่เมืองกำลังรวมตัวเพื่อปกป้องเขา
อีกด้านหนึ่งของโลก
กองกำลังรัฐบาลกำลังเตรียมอาวุธ
ภาพจากดาวเทียมยังคงฉายซ้ำ
คำว่า
ราชันอสูร
ยังคงถูกเผยแพร่
และในเวลาเดียวกัน
บางสิ่งที่ธันวาไม่รู้กำลังเริ่มเคลื่อนไหว
ภายในฐานลับของสถาบันอรุณ
ชายคนหนึ่งกำลังมองภาพถ่ายทอดจากเมืองไร้ธง
ศาสตราจารย์อธิปยืนอยู่หน้าจอหลายสิบจอ เขามองภาพธันวาซึ่งกำลังยืนท่ามกลางผู้คนด้วยสายตาสงบนิ่ง
ชายคนหนึ่งด้านหลังถาม
"ดูเหมือนเมืองจะเลือกปกป้องเขา"
อธิปยิ้มเล็กน้อย
"ดี"
"ดีหรือ"
"ยิ่งพวกเขาผูกพันกับเขามากเท่าไร"
เขาตอบ
"วันที่เขาสูญเสียทุกอย่างจะยิ่งสมบูรณ์แบบ"
ชายคนนั้นเงียบ
อธิปเลื่อนภาพไปยังข้อมูลพลังของธันวา
"ราชันอสูรไม่ได้เกิดจากพลัง"
เขาพูด
"มันเกิดจากวันที่มนุษย์คนหนึ่งไม่มีอะไรเหลือให้ปกป้อง"
ภาพธันวากับผู้คนในเมืองปรากฏบนจอ
"ปล่อยให้เขาเชื่อก่อน"
อธิปกล่าว
"ปล่อยให้เขาคิดว่านี่คือบ้าน"
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังในห้อง
"เพราะเมื่อบ้านหลังนั้นถูกเผา"
เขามองตัวเลขบนหน้าจอ
"เขาจะกลายเป็นสิ่งที่โลกหวาดกลัวเอง"
กลับมาที่นครไร้ธง
คืนนั้น ธันวานั่งอยู่บนทางเดินสูงสุดของเมือง มองแสงไฟนับพันดวงด้านล่าง
ครั้งหนึ่งเขาเคยนั่งคนเดียวในห้องเล็ก ๆ กับแม่ที่ป่วย
ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าหลังจากเสียแม่ไป เขาจะไม่มีอะไรเหลืออีก
แต่วันนี้
มีคนรอเขากลับห้อง
มีเด็กคนหนึ่งนำอาหารมาให้
มีเพื่อนร่วมทางที่พร้อมยืนข้างเขา
มีเมืองหนึ่งที่แม้จะกลัวเขา
แต่ยังเลือกให้โอกาสเขา
ธันวาวางมือบนหน้าอก
แก่นอนันต์ยังคงเต้น
เสียงจากมันยังคงกระซิบ
เปิดประตู
กลับมา
แต่ครั้งแรกในรอบนาน
เสียงนั้นไม่ได้ดังที่สุด
เพราะมีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น
เสียงของผู้คนในเมือง
เสียงของคนที่บอกว่าเขาควรอยู่
ธันวาหลับตา
และเป็นครั้งแรกที่เขากล้ายอมรับกับตัวเอง
บางที
เมืองไร้ธงอาจไม่ใช่แค่สถานที่หลบหนี
บางที
ที่นี่อาจเป็นบ้านหลังแรกของเขา
แต่ในคืนเดียวกันนั้น
พิมพ์ชนกซึ่งกำลังตรวจสอบเส้นทางอนาคตในห้องข้อมูลกลับหยุดนิ่ง
เธอเห็นภาพบางอย่าง
ภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
นครไร้ธง
ถูกไฟลุกท่วม
อาคารใต้ภูเขาพังทลาย
ผู้คนล้มลงนับพัน
ไม่มีเสียงร้อง
ไม่มีแสง
ไม่มีใครเหลืออยู่
ตรงกลางซากเมือง
มีเพียงชายคนหนึ่งยืนอยู่
ธันวา
แต่ดวงตาของเขาไม่ใช่ของมนุษย์อีกต่อไป
พิมพ์ชนกสะดุ้งออกจากนิมิต หายใจแรง มือสั่นจนแทบกดปุ่มแจ้งเตือนไม่ได้
เธอมองหน้าจอที่ยังแสดงภาพอนาคตนั้น
แล้วกระซิบด้วยเสียงหวาดกลัว
"ไม่..."
เพราะครั้งนี้
เธอไม่ได้เห็นราชันอสูรทำลายโลก
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







