Mag-log inตอนที่ 80 ประตูตะวันออกแตก
หลังจากภาพของธันวาถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก นครไร้ธงไม่ได้มีเพียงศัตรูที่อยู่ด้านนอกอีกต่อไป
ความหวาดกลัวกำลังกลายเป็นอาวุธ
ประชาชนภายนอกเชื่อว่าราชันอสูรกำลังตื่นขึ้น
กองทัพเชื่อว่าพวกเขากำลังหยุดหายนะ
แต่ภายในเมือง
คนที่อยู่กับธันวารู้ความจริงอีกแบบหนึ่ง
พวกเขารู้ว่าเขายังเป็นเพียงคนคนหนึ่ง
คนที่กำลังพยายามปกป้องทุกคน
แต่สงครามไม่เคยให้เวลาคนเลือกง่าย ๆ
โดยเฉพาะเมื่อศัตรูไม่ได้มีเพียงด้านหน้า
ในห้องควบคุมกลาง ดารินทร์กำลังตรวจสอบสถานการณ์แนวป้องกัน
จุดสีแดงบนแผนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
อุโมงค์เหนือยังคงมีการปะทะ
แนวตะวันตกถูกกดดันจากหน่วยพิเศษ
และตอนนี้
มีสัญญาณผิดปกติจากประตูตะวันออก
กฤตภาสเดินเข้ามาพร้อมข้อมูล
"มีบางอย่างผิดปกติ"
ดารินทร์หันไป
"อะไร"
เขาเปิดภาพจากกล้องรักษาความปลอดภัย
ประตูตะวันออก
หนึ่งในทางเข้าเก่าของเมือง
กำลังถูกเปิดจากภายใน
ทุกคนเงียบ
เพราะประตูนั้นไม่สามารถเปิดจากภายนอกได้
มีเพียงคนที่มีสิทธิ์ระดับสูงเท่านั้น
กฤตภาสมองข้อมูล
ใบหน้าของเขาเปลี่ยนทันที
"ไม่"
ดารินทร์ถาม
"ใคร"
กฤตภาสกำหมัด
"วายุ"
ความเงียบเกิดขึ้น
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที
เสียงเตือนภัยดังไปทั่วเมือง
ประตูตะวันออกถูกเปิด
และกองกำลังศัตรูกำลังเข้ามา
วายุเดินผ่านทางเชื่อมเก่า
ชุดของเขาไม่ได้เป็นเครื่องแบบทหาร
ยังคงเป็นชุดของสมาชิกสภาเมือง
ชายที่เคยยืนอยู่ในห้องประชุม
ชายที่เคยพูดถึงความยุติธรรม
ชายที่เชื่อว่าการเสียสละธันวาคือสิ่งจำเป็น
ตอนนี้เขากำลังพาศัตรูเข้าบ้านของตัวเอง
เจ้าหน้าที่รักษาการณ์พยายามเข้าหยุด
แต่ไม่ทัน
กองกำลังจากด้านนอกทะลักเข้ามา
หน่วยพิเศษหลายร้อยนายเคลื่อนผ่านประตู
เป้าหมายของพวกเขาคือใจกลางเมือง
และพื้นที่พลเรือน
เพราะพวกเขารู้ว่า
หากต้องการควบคุมเมือง
พวกเขาต้องทำลายความสามารถในการต่อต้านก่อน
ในเขตพักอาศัย
ผู้คนเริ่มตื่นตระหนก
เสียงไซเรนดัง
เด็กและครอบครัวถูกสั่งให้อพยพ
แต่บางส่วนไม่ทัน
โดยเฉพาะโรงเรียนใต้ดินของเมือง
สถานที่ที่ใช้ดูแลเด็กกำพร้าและเด็กของผู้ลี้ภัย
รวมถึงต้นกล้า
เมื่อการโจมตีเริ่มขึ้น
ต้นกล้ากำลังช่วยครูเก็บอุปกรณ์อยู่
เขาได้ยินเสียงระเบิด
พื้นสั่น
เด็กหลายคนเริ่มร้องไห้
ครูรีบปิดประตูรักษาความปลอดภัย
"ทุกคนอยู่ด้านใน"
เธอตะโกน
"อย่าออกไป"
เด็กคนหนึ่งถาม
"ทหารมาหรือครับ"
ไม่มีใครตอบ
เพราะทุกคนรู้
คำตอบนั้นจะทำให้เด็กกลัวกว่าเดิม
ต้นกล้ายืนอยู่หน้าประตู
เขาไม่ได้กลัวเหมือนเมื่อก่อน
แต่เขารู้ว่าเมืองกำลังถูกโจมตี
และเขารู้ว่าใครกำลังจะมา
ธันวา
ในเวลาเดียวกัน
ธันวากำลังอยู่แนวกลาง
เขาเพิ่งช่วยหยุดหน่วยพิเศษอีกกลุ่มหนึ่ง
เมื่อเสียงจากระบบดังขึ้น
"แจ้งเตือน"
"ประตูตะวันออกถูกเปิด"
เขาหยุดทันที
จากนั้นเสียงที่สองดังขึ้น
"ตรวจพบการบุกเขตพลเรือน"
กฤตภาสส่งข้อมูลเข้ามา
ภาพโรงเรียนใต้ดินปรากฏ
ธันวาเห็นเด็กหลายสิบคนอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
และหนึ่งในนั้น
คือต้นกล้า
หัวใจของเขาหยุดไปชั่วขณะ
กฤตภาสพูดผ่านเครื่องสื่อสาร
"ธันวา"
"อย่าไป"
ธันวาเงียบ
"ฟังข้า"
กฤตภาสพูดเร็วขึ้น
"กองกำลังหลักกำลังจะเข้าถึงศูนย์กลาง ถ้าเจ้าไปตอนนี้ เราจะเสียแนวป้องกัน"
ธันวามองภาพสองจุดบนแผนที่
ด้านหนึ่ง
กองทัพศัตรูนับพัน
กำลังมุ่งเข้าสู่ใจกลางเมือง
อีกด้าน
เด็กหลายสิบคน
กำลังติดอยู่
นี่คือสิ่งที่ศัตรูต้องการ
บังคับให้เขาเลือก
ถ้าเขาไปช่วยเด็ก
แนวป้องกันจะอ่อนแอ
ถ้าเขาอยู่
เด็กเหล่านั้นอาจตาย
เสียงในแก่นอนันต์ดังขึ้น
"เห็นไหม"
เสียงนั้นเย็นชา
"มนุษย์บังคับให้เจ้าต้องเลือก"
ธันวากัดฟัน
"เงียบ"
"เจ้าช่วยทุกคนไม่ได้"
เสียงนั้นหัวเราะ
"ยอมรับความจริง"
ธันวาหลับตา
เขาเคยคิดแบบนั้น
เขาเคยเชื่อว่าตัวเองต้องเลือก
ต้องเสียบางคนเพื่อรักษาคนส่วนใหญ่
แต่เขาจำคำพูดของดารินทร์ได้
เมืองไร้ธงไม่ตัดสินใครจากตัวเลข
เขาจำต้นกล้าที่เคยยืนขวางประตูเพื่อเขา
เขาจำวันที่เด็กคนนั้นบอกว่า
พี่ไม่ใช่ปีศาจ
ธันวาเปิดตา
"กฤตภาส"
"ว่า"
"ข้าจะไปช่วยเด็ก"
ปลายสายเงียบ
กฤตภาสรู้คำตอบอยู่แล้ว
แต่เขายังคงถาม
"แน่ใจหรือ"
ธันวาตอบ
"ถ้าข้าปล่อยให้เด็กตายเพื่อรักษาเมือง"
เขาหยุด
"ต่อให้เราชนะ"
"เมืองนี้ก็ไม่เหลือสิ่งที่เราปกป้อง"
กฤตภาสหลับตา
ก่อนตอบ
"เข้าใจแล้ว"
ธันวาเริ่มเคลื่อนที่
ทันทีที่เขาออกจากแนวกลาง
ศัตรูตรวจพบ
ข้อมูลถูกส่งไปยังทุกหน่วย
เป้าหมายเคลื่อนที่ไปเขตพลเรือน
หน่วยพิเศษหลายกลุ่มเปลี่ยนทิศตาม
เพราะพวกเขารู้
ธันวาเลือกแล้ว
เขาเลือกช่วยคน
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาคาดเดาได้ง่าย
แต่ไม่มีใครหยุดเขา
ระหว่างทาง
เขาเห็นความเสียหายของเมือง
กำแพงแตก
ผู้คนอพยพ
เด็กบางคนร้องไห้
ทุกอย่างเหมือนภาพที่เขาเคยเห็นในนิมิต
แต่ความแตกต่างคือ
ตอนนี้เขายังอยู่
และเขายังเลือกได้
เมื่อธันวามาถึงโรงเรียนใต้ดิน
ประตูด้านหน้าถูกโจมตี
ทหารศัตรูกำลังพยายามเจาะเข้าไป
ธันวาปรากฏตัว
ทุกคนหยุด
หนึ่งในทหารยกอาวุธ
"ราชันอสูร"
ธันวาไม่ตอบ
เขาเพียงเดินไปข้างหน้า
กระสุนถูกยิง
แต่ถูกหยุดกลางอากาศ
พลังสีดำไม่ได้ระเบิดออก
มันเพียงหยุดทุกอย่าง
จากนั้นธันวาปล่อยกระสุนทั้งหมดลงพื้น
ไม่มีใครตาย
ไม่มีใครบาดเจ็บ
ทหารบางคนเริ่มลังเล
เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็น
ไม่ใช่ปีศาจ
แต่เป็นคนที่กำลังปกป้องเด็ก
ภายในโรงเรียน
ต้นกล้าได้ยินเสียงด้านนอก
เมื่อประตูเปิด
เขาเห็นธันวา
เด็กชายวิ่งออกมา
"พี่"
ธันวายิ้ม
"ทุกคนปลอดภัยไหม"
ต้นกล้าพยักหน้า
แต่ก่อนที่พวกเขาจะพูดต่อ
เสียงระเบิดดังจากอีกด้านของเมือง
ระบบรายงานสถานการณ์ใหม่
แนวกลางถูกโจมตีหนัก
กองกำลังหลักทะลุเข้ามาแล้ว
กฤตภาสส่งข้อความ
"ธันวา"
เสียงของเขาหนัก
"เราเสียพื้นที่กลาง"
ธันวานิ่ง
เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
การเลือกของเขามีราคา
เขาช่วยเด็ก
แต่เมืองเสียเปรียบ
เสียงในแก่นอนันต์หัวเราะเบา ๆ
"เห็นไหม"
"ทุกการเลือกมีราคา"
ธันวามองเด็กที่อยู่ด้านหลัง
จากนั้นมองเมือง
เขาไม่ได้เสียใจ
เพราะเขารู้
บางสิ่งมีค่ามากกว่าชัยชนะ
เขาพูดกับตัวเอง
"ถ้าการชนะหมายถึงการทิ้งคนที่ต้องปกป้อง"
"ชัยชนะนั้นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ"
แต่ในเวลานั้น
บนแนวกลาง
กองกำลังศัตรูทะลวงเข้ามาได้สำเร็จ
ประตูชั้นในกำลังจะถูกเปิด
วายุยืนมองความวุ่นวายจากระยะไกล
สีหน้าของเขาไม่ได้มีความสุข
มีเพียงความเชื่อมั่น
เขาเชื่อว่าเขากำลังช่วยโลก
และเขายังเชื่อว่า
เมื่อธันวาถูกบีบจนมุม
ราชันอสูรที่ทุกคนกลัว
จะถือกำเนิดขึ้นจริง
แต่เขาไม่รู้
ว่าการตัดสินใจของธันวาในวันนี้
ไม่ได้ทำให้ปีศาจเกิดขึ้น
มันกำลังพิสูจน์ว่า
ชายที่โลกเรียกว่าราชันอสูร
ยังเลือกเป็นมนุษย์ได้
แม้ในวันที่โลกทั้งใบพยายามบังคับให้เขาเป็นอย่างอื่น.
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







