Masukตอนที่ 81 คนที่เคยอยากให้เขาตาย
เสียงปืนยังคงดังอยู่ในนครไร้ธง
แต่ครั้งนี้
มันไม่ใช่เสียงของการต่อสู้ระหว่างสองกองกำลัง
มันคือเสียงของความจริงที่กำลังแตกสลาย
วายุยืนอยู่กลางทางเดินของประตูตะวันออก
สถานที่ที่เขาเคยเปิดด้วยมือของตัวเอง
ตอนแรกเขาคิดว่าเขากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง
เขาคิดว่าเขากำลังช่วยโลก
เขาคิดว่าการส่งตำแหน่งเมืองให้รัฐบาลคือการป้องกันหายนะ
เพราะในหัวของเขายังมีภาพเดิม
ภาพจากนิมิต
ภาพครอบครัวของเขาที่หายไป
ภาพเมืองที่ถูกทำลาย
ภาพธันวายืนอยู่ท่ามกลางไฟ
เขาเคยเชื่อมาตลอดว่า
ถ้าฆ่าธันวาได้
ทุกอย่างจะจบ
แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา
ไม่ใช่การช่วยโลก
มันคือสงคราม
และคนที่กำลังตาย
ไม่ใช่ราชันอสูร
แต่เป็นประชาชนธรรมดา
วายุเดินผ่านแนวทหารฝ่ายรัฐบาล
เขามองเห็นเด็ก
คนแก่
ครอบครัว
ผู้คนที่ไม่เคยถืออาวุธ
แต่ถูกผลักให้เป็นศัตรู
เขาเห็นทหารคนหนึ่งเล็งปืนไปยังกลุ่มพลเรือน
"หยุด"
วายุตะโกน
ทหารหันมา
"ถอยไป"
"พวกเขาไม่ใช่เป้าหมาย"
ทหารคนนั้นมองเขา
"ทุกคนในเมืองนี้คือผู้สนับสนุนราชันอสูร"
คำพูดนั้นทำให้วายุนิ่ง
เพราะมันเหมือนคำพูดที่เขาเคยใช้
ทุกคนที่อยู่ข้างธันวาคือศัตรู
ทุกคนที่ปกป้องเขาคือผู้สมรู้ร่วมคิด
แต่ตอนนี้เขาเห็นความจริง
เด็กเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด
พวกเขาเป็นเพียงเด็ก
วายุเดินเข้าไป
"คำสั่งของใคร"
ทหารตอบ
"ศูนย์บัญชาการ"
วายุขมวดคิ้ว
"จับธันวาไม่ใช่หรือ"
ทหารเงียบ
จากนั้นตอบ
"คำสั่งเปลี่ยนแล้ว"
วายุรู้สึกเย็นวาบ
"เปลี่ยนเป็นอะไร"
ทหารมองเขา
"กำจัดพยานทั้งหมด"
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่า
วายุถอยหลัง
"พยาน"
เขาพูดเบา ๆ
"พยานของอะไร"
ไม่มีคำตอบ
แต่เขาเข้าใจ
พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อหยุดราชันอสูร
พวกเขามาเพื่อควบคุมเรื่องราว
กำจัดทุกคนที่รู้ความจริง
ทำลายเมือง
ทำลายหลักฐาน
และสร้างศัตรูที่พวกเขาต้องการ
วายุหันกลับไปมองเมือง
ภาพของธันวาในหัวเปลี่ยนไป
ไม่ใช่ชายในนิมิต
แต่เป็นเด็กหนุ่มที่ช่วยผู้คน
เด็กหนุ่มที่เลือกช่วยเด็กแทนการชนะสงคราม
เด็กหนุ่มที่เขาเคยอยากให้ตาย
เพราะความกลัวของตัวเอง
"ข้าทำอะไรลงไป"
เขาพูดเบา ๆ
เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง
ทำให้เขาตื่นจากความคิด
ด้านหน้า
กลุ่มเด็กจากโรงเรียนใต้ดินกำลังถูกทหารปิดล้อม
วายุเห็นต้นกล้าอยู่ในกลุ่มนั้น
และเห็นธันวากำลังเดินเข้ามาช่วย
แต่ระยะทางไกลเกินไป
ทหารยกอาวุธ
วายุไม่คิด
ร่างกายขยับก่อนความคิด
เขาพุ่งเข้าไป
ใช้สิทธิ์ของสมาชิกสภาที่เหลืออยู่เปิดระบบประตูฉุกเฉิน
ประตูเหล็กด้านข้างเปิดออก
"ทางนี้"
เขาตะโกน
เด็กและครูหันมา
ไม่มีใครไว้ใจเขา
เพราะทุกคนรู้
เขาคือคนที่เปิดประตูให้ศัตรูเข้ามา
วายุรู้
เขาไม่สมควรได้รับความไว้ใจ
แต่ตอนนี้
เขาไม่มีเวลาขอการให้อภัย
"ถ้าอยากรอด"
เขาพูด
"ไปทางนี้"
ต้นกล้ามองเขา
เด็กชายจำได้
ชายคนนี้คือหนึ่งในคนที่ต้องการส่งธันวาออกไป
แต่ตอนนี้
เขากำลังช่วยพวกเขา
เสียงปืนดังขึ้น
ทหารฝ่ายเดียวกันยิงมา
วายุหันไป
เขาสร้างเกราะป้องกันด้วยอุปกรณ์ที่ติดตัว
กระสุนกระแทกจนตัวเขาถอย
"ไป"
เขาตะโกน
เด็กทั้งหมดวิ่งผ่านประตู
แต่เสียงหนึ่งดังขึ้น
"วายุ"
เขาหยุด
หัวหน้าหน่วยทหารยืนอยู่ด้านหลัง
"เจ้าทรยศ"
วายุหัวเราะเบา ๆ
"ทรยศหรือ"
เขามองเด็กที่กำลังหนี
"หรือข้าเพิ่งกลับมาเป็นมนุษย์"
ทหารยกอาวุธ
"เจ้าลืมสิ่งที่ธันวาจะทำหรือ"
วายุเงียบ
คำถามนั้นเคยเป็นสิ่งที่เขาเชื่อ
แต่วันนี้
เขาเห็นอีกด้าน
"ข้าไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร"
เขาพูด
"แต่ข้ารู้ว่าเด็กพวกนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด"
ทหารไม่ลังเล
เสียงปืนดังขึ้น
กระสุนพุ่งเข้าใส่
วายุล้มลง
ร่างของเขากระแทกพื้น
เลือดไหลออกมา
ในเวลาเดียวกัน
ธันวามาถึง
เขาเห็นภาพตรงหน้า
วายุนอนอยู่
เด็กกำลังหนี
ทหารกำลังเล็งมาอีกครั้ง
ธันวาปลดปล่อยพลังทันที
แรงกดดันสีดำพุ่งออก
อาวุธทั้งหมดหยุดกลางอากาศ
ทหารหลายคนถูกผลักออกไป
ธันวาวิ่งเข้าไปหาวายุ
"ทำไม"
เขาถาม
วายุมองเขา
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
แต่ไม่ใช่เพราะบาดแผล
เพราะความรู้สึกผิด
"ธันวา"
เสียงของเขาเบามาก
"ข้า..."
เขาหยุดหายใจ
พยายามพูดต่อ
"ข้าเคยอยากให้เจ้าตาย"
ธันวานิ่ง
วายุหลับตา
"ข้าเชื่อว่าถ้าไม่มีเจ้า"
"ครอบครัวข้าจะกลับมา"
เขาหัวเราะเบา ๆ
"ข้าถูกความเกลียดทำให้มองไม่เห็น"
ธันวากดมือบนบาดแผล
พยายามหยุดเลือด
"อย่าพูด"
วายุส่ายหน้า
"ฟังข้า"
เขามองธันวา
"เจ้าพยายามช่วยทุกคน"
"แต่ข้ากลับเป็นคนที่เปิดประตูให้พวกมันเข้ามา"
น้ำเสียงของเขาสั่น
"ขอโทษ"
ธันวานิ่ง
คำพูดนั้นง่าย
แต่หนักมาก
เพราะชายคนนี้เคยเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ชีวิตเขาพัง
แต่ตอนนี้
เขากำลังตายเพื่อช่วยคนอื่น
"เจ้าไม่ต้องขอโทษ"
ธันวาพูด
แต่เขารู้
มันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด
เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว
วายุยิ้มเล็กน้อย
"เจ้ามันแปลกจริง ๆ"
เขาพูด
"ข้าทำร้ายเจ้า"
"แต่เจ้าก็ยังพยายามช่วยข้า"
ธันวาไม่ตอบ
วายุหลับตาลง
"อย่ากลายเป็นสิ่งที่พวกมันอยากให้เจ้าเป็น"
ประโยคสุดท้ายของเขาดังแผ่วเบา
จากนั้นมือของเขาก็ตกลง
ธันวาหยุดนิ่ง
เขาพยายามส่งพลังรักษา
แต่ไม่มีประโยชน์
วายุจากไปแล้ว
ความเงียบเกิดขึ้น
แม้แต่เสียงปืนรอบตัวก็เหมือนหายไป
ธันวาก้มมองชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศัตรู
ชายที่ทำให้เขาเกือบสูญเสียเมือง
แต่ชายคนเดียวกัน
ก็เป็นคนช่วยชีวิตเด็กหลายสิบคน
ความรู้สึกหลายอย่างปะทะกัน
โกรธ
เสียใจ
เจ็บปวด
และไม่ยุติธรรม
จากนั้น
บางอย่างในแก่นอนันต์เริ่มเปลี่ยน
ความมืดขยายออก
เสียงหัวเราะดังขึ้น
"เห็นไหม"
เสียงนั้นกล่าว
"พวกมนุษย์ทำร้ายกันเอง"
ธันวากำหมัด
"หยุด"
"เขาตายเพราะพวกมัน"
เสียงนั้นดังขึ้น
"เพราะโลกนี้"
"เพราะความอ่อนแอของมนุษย์"
พลังสีดำเริ่มปกคลุมแขนของธันวา
ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยน
กฤตภาสที่มาถึงพอดีเห็นภาพนั้น
เขาตะโกน
"ธันวา"
ไม่มีคำตอบ
ธันวากำลังจมลงในความโกรธ
ไม่ใช่ความโกรธที่ต้องการปกป้อง
แต่เป็นความโกรธที่ต้องการลงโทษ
เสียงในแก่นอนันต์ดังขึ้น
"ปล่อยข้า"
"ให้ข้าแสดงให้โลกเห็นว่าเหตุใดมันถึงกลัวเจ้า"
พื้นเริ่มแตกร้าว
แรงกดดันมหาศาลกระจายออก
ทหารฝ่ายศัตรูถอยหลังด้วยความกลัว
เพราะครั้งนี้
สิ่งที่พวกเขาเห็น
เริ่มเหมือนภาพในนิมิตจริง ๆ
เงาดำขนาดใหญ่กำลังปรากฏด้านหลังธันวา
ราวกับราชันอสูรกำลังตื่นขึ้น
แต่ภายในใจของธันวา
ยังมีเสียงหนึ่งที่พยายามตะโกน
เสียงของตัวเขาเอง
อย่ายอมแพ้
อย่าให้พวกเขากำหนดเจ้า
อย่าให้ความสูญเสียครั้งนี้
สร้างสิ่งที่พวกเขาต้องการ
แต่ความโกรธนั้นรุนแรงเกินไป
เพราะครั้งนี้
เขาไม่ได้โกรธเพื่อตัวเอง
เขาโกรธแทนคนที่ไม่มีโอกาสพูดอีกแล้ว
และในช่วงเวลานั้น
ราชันอสูรที่โลกหวาดกลัว
กำลังยืนอยู่ตรงหน้าทุกคน
ไม่ใช่เพราะเขาเลือกเป็นมัน
แต่เพราะความเจ็บปวดกำลังพยายามเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นมัน.
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







