FAZER LOGINลลิน ผู้หญิงที่ไม่เชื่อในความรักอีกแล้ว หลังชีวิตคู่จบลงพร้อมคำดูถูกที่ฝังลึกในใจ จนกระทั่งนที ผู้บริหารหนุ่มผู้เย็นชา กลายเป็นคนแรกที่มองเห็นความเหงาที่เธอพยายามซ่อนไว้
Ver mais# คนที่ควรรัก…แต่รักไม่ได้
## ตอนที่ 1 : คืนที่ฝนตก ฝนตกหนักตั้งแต่บ่ายจนเกือบเที่ยงคืน หยาดฝนเม็ดใหญ่กระแทกกระจกห้องทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังย้ำเตือนว่า บางครั้งชีวิตก็เลือกเวลาพังทลายได้อย่างไร้เหตุผล “ยังไม่กลับอีกเหรอ” เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งดังขึ้นจากหน้าประตู ลลินเงยหน้าจากกองเอกสาร ชายร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนถึงข้อศอกยืนพิงวงกบประตูอยู่ เขามีดวงตาคมที่มักดูเย็นชา แต่คืนนี้กลับซ่อนความอ่อนล้าไว้ไม่มิด “งานยังไม่เสร็จค่ะ” “โกหก” เธอหัวเราะเบา ๆ “รู้ได้ยังไง” “เธอแค่ไม่อยากกลับบ้าน” ประโยคนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของลลินหายไปทันที บ้าน… บ้านที่ไม่เคยมีใครรอ บ้านที่มีเพียงกำแพงสีขาวกับความเงียบ เธอหย่ากับสามีมาได้เกือบปี แต่ทุกคนยังคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ชีวิตสมบูรณ์แบบ มีงานดี เงินดี หน้าตาดี ไม่มีใครรู้ว่าเธอกลับไปกินข้าวคนเดียวทุกคืน ไม่มีใครรู้ว่าบางวันเธอร้องไห้ทั้งคืนเพราะยังลืมคำพูดวันหย่าไม่ได้ *“เธอมันไม่มีค่าเลยลลิน”* คำพูดนั้นยังดังอยู่ในหัวทุกครั้งที่เธอส่องกระจก “ไปหาอะไรกินไหม” เขาถามอีกครั้ง “ดึกแล้วนะ” “ยิ่งดึก ร้านโจ๊กเจ้าประจำยิ่งอร่อย” เธอยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ “ก็ได้ค่ะ” ✦ ✦ ✦ ร้านโจ๊กริมถนนยังเปิดไฟสว่าง ทั้งสองนั่งเงียบ ๆ เขาชื่อ “นที” กรรมการผู้จัดการบริษัท อายุมากกว่าเธอเกือบสิบปี ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยสนิทกับลูกน้อง แต่กลับจำได้ว่าเธอไม่กินต้นหอม จำได้ว่าเธอแพ้กุ้ง จำได้ว่าเธอชอบกาแฟหวานน้อย ลลินไม่เคยถามว่าทำไม เพราะยิ่งรู้…ยิ่งอันตราย “วันนี้ครบรอบวันหย่าใช่ไหม” ช้อนในมือเธอหยุดทันที “พี่จำได้เหรอ” “จำวันที่เธอร้องไห้ในห้องประชุมได้” เธอหัวเราะทั้งน้ำตา วันนั้นเธอฝืนเข้าประชุมทั้งที่เพิ่งเซ็นใบหย่าเมื่อเช้า พอทุกคนออกจากห้อง เธอก็ร้องไห้จนหายใจแทบไม่ทัน คนเดียวที่เดินกลับเข้ามาคือเขา ไม่ได้ปลอบ ไม่ได้ถาม เพียงวางแก้วน้ำไว้ตรงหน้า แล้วพูดว่า “ร้องไห้ให้พอ” ประโยคสั้น ๆ นั้น กลับเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดในชีวิต หลังจากกินเสร็จ ฝนยังไม่หยุด “เดี๋ยวพี่ไปส่ง” “ไม่เป็นไรค่ะ” “ดึกแล้ว” “เกรงใจ” “ถ้าเกรงใจจริง ก็เลิกพูดคำนี้” เธอหัวเราะ รถยุโรปสีดำแล่นฝ่าสายฝนไปอย่างช้า ๆ ภายในรถมีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ “ขอบคุณนะคะ” “เรื่องอะไร” “ทุกเรื่อง” เขาไม่ตอบ เพียงยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นในบริษัท รถจอดหน้าคอนโด ลลินกำลังจะเปิดประตู แต่ฝนกลับเทลงมาแรงกว่าเดิม “รอเดี๋ยว” เขาหยิบร่มแล้วลงมาเปิดให้ ทั้งที่ฝนสาดจนเสื้อเชิ้ตเปียก “พี่เปียกหมดแล้ว” “ไม่เป็นไร” “เดี๋ยวไม่สบาย” “เป็นห่วงพี่เหรอ” เธอชะงัก หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล “ก็…” “ล้อเล่น” เขาหัวเราะเบา ๆ แต่แววตาไม่ได้ล้อเล่นเลย ก่อนเดินเข้าล็อบบี้ ลลินหันกลับไป เขายังยืนอยู่ที่เดิม ฝนตกจนมองเห็นเป็นเงาเลือน ๆ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่า… ผู้ชายคนนี้กำลังเหงาไม่ต่างจากเธอ **สองสัปดาห์ต่อมา** บริษัทจัดงานเลี้ยงประจำปี ทุกคนแต่งตัวสวยงาม ลลินมาในชุดเดรสสีแดงไวน์เรียบหรู เธอไม่ได้ตั้งใจแต่งเพื่อใคร แต่เมื่อเดินเข้าห้องจัดเลี้ยง ทุกสายตากลับหันมามอง รวมถึงสายตาของนที เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเดินเข้ามา “สวย” คำเดียว แต่ทำให้หัวใจเธอสั่น “ขอบคุณค่ะ” “คืนนี้…” เขายังพูดไม่ทันจบ หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาคล้องแขนเขา “นที” เธอสวย สง่า และมั่นใจ “ไม่แนะนำเหรอ” นทีนิ่ง “ลลิน…นี่มิรา คู่หมั้นพี่” โลกทั้งใบของลลินเงียบลง เสียงดนตรี เสียงหัวเราะ เสียงแก้วกระทบกัน ทุกอย่างหายไปหมด เหลือเพียงคำว่า “คู่หมั้น” ที่ดังซ้ำอยู่ในหัว เธอยิ้ม ทั้งที่หัวใจกำลังแตกเป็นเสี่ยง “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” มิรายิ้มหวาน “ได้ยินนทีพูดถึงคุณบ่อยนะ” ลลินมองไปที่เขา เขากลับหลบสายตา วินาทีนั้นเอง เธอเพิ่งรู้ว่า ความสัมพันธ์บางอย่าง…เริ่มต้นผิดเวลา และคนที่เข้ามาเยียวยาหัวใจ อาจเป็นคนที่เธอไม่มีสิทธิ์รักบางคำไม่เคยถูกส่งไปแต่ไม่ได้แปลว่าไม่เคยรู้สึก✦ ✦ ✦สามเดือนก่อนลลินกลับมานทีนั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงานหลังจากทุกคนกลับไปหมดแล้วบนโต๊ะมีเอกสารกองหนึ่งที่เขายังไม่ได้เซ็นกาแฟเย็นชืดหนึ่งแก้วและโทรศัพท์ที่หน้าจอดับสนิทเขาหยิบมันขึ้นมาเป็นครั้งที่เท่าไรของวันก็ไม่รู้ไม่มีข้อความใหม่แน่นอนว่าไม่มีเขาเป็นคนบอกเธอเองว่าไม่ต้องกลับมาเป็นคนทำเหมือนทุกอย่างจบลงได้ง่าย ๆและเป็นคนปล่อยให้เธอเดินออกจากชีวิตไปแล้วเขาจะรออะไรนทีเปิดหน้าต่างแชตที่ไม่ได้มีการสนทนามาหลายเดือนข้อความสุดท้ายของลลินยังอยู่ตรงนั้นถึงบ้านแล้วค่ะเป็นข้อความธรรมดาจนน่าขำไม่มีคำว่ารักไม่มีคำว่าคิดถึงไม่มีแม้แต่คำลาเขาจ้องมันอยู่นาน ก่อนพิมพ์ลงไปวันนี้กินข้าวหรือยังนิ้วโป้งค้างอยู่เหนือปุ่มส่งสุดท้ายเขาก็ลบมันเหมือนทุกครั้ง“ยังไม่กลับอีกเหรอคะ”เสียงมิราดังขึ้นจากหน้าประตูนทีรีบคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ“กำลังจะกลับ”มิรามองนาฬิกา ก่อนมองแก้วกาแฟที่แทบไม่ได้แตะ“วันนี้พี่กินอะไรหรือยัง”เขาชะงักไปนิดหนึ่งคำถามเดียวกันประโยคเดียวกับที่เขาอยากถามใครอีกคนมาตลอดหลายเดือน“ยัง”“เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะหรอกค่ะ
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล นทีนอนอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษผู้ชายที่เคยสูงสง่าและดูแข็งแรง ผอมลงจนเห็นโครงหน้า ผมถูกโกนออกบางส่วนจากการผ่าตัดลลินยืนอยู่หน้าประตู ไม่กล้าเดินเข้าไปเธอกลัวว่าเขาจะจำไม่ได้กลัวว่าเขาจะเกลียดและกลัวที่สุดว่าเธอจะมาช้าเกินไปมิราแตะไหล่เธอ“เข้าไปเถอะค่ะ”ลลินเดินเข้าไปช้า ๆนทีหลับอยู่เธอนั่งลงข้างเตียง จับมือที่เย็นกว่าความทรงจำของเธอ“พี่นที”เปลือกตาของเขาขยับเขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นดวงตาคู่นั้นพร่ามัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจ้องหน้าเธอ“ลลิน…”เพียงได้ยินเขาเรียกชื่อ เธอก็ร้องไห้“พี่ยังจำฉันได้เหรอ”นทียิ้มบาง ๆ“เรื่องของเธอ…พี่จำได้ทุกอย่าง”เธอซบหน้าลงบนมือเขา“ฉันขอโทษ”“กลับมาแล้วเหรอ”“ค่ะ”“หายไปไหนตั้งนาน”น้ำเสียงของเขาอ่อนแรง แต่ไม่มีความโกรธเลย“ฉันคิดว่าการไปจะทำให้ทุกคนมีความสุข”“แล้วเธอมีความสุขไหม”ลลินส่ายหน้า“ไม่เคยเลย”นทีใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้เธออย่างยากลำบาก“คนดื้อ”“พี่ก็เหมือนกัน”“พี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย”เขายิ้ม“หิวโจ๊ก”ลลินหัวเราะทั้งน้ำตา“ฉันจะไปซื้อให้”“ไม่ใส่ต้นหอม”“นั่นของฉันต่างหาก”“พี่จำได้”เธอก้มลงจูบหน้าผากเขา“รอฉันนะ”นทีมอง
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนในอีกสิบวันต่อมา ภายในสวนของโรงพยาบาลเอกชนพ่อของมิราถูกเข็นออกมาร่วมพิธี แม้ใบหน้าจะซีดเซียว แต่เขายิ้มตลอดเวลาลลินไม่ได้รับเชิญแต่เธอยืนมองอยู่จากอาคารอีกฝั่งนทีอยู่ในชุดสูทสีขาวมิราอยู่ในชุดเจ้าสาวเรียบง่ายภาพของทั้งคู่ดูเหมาะสมกันทุกอย่างเสียงพิธีกรดังผ่านลำโพงเบา ๆ“คุณนที ยินดีรับคุณมิราเป็นภรรยาหรือไม่”ลลินกลั้นหายใจนทีนิ่งไปชั่วขณะแม้จะอยู่ไกล แต่เธอก็รู้ว่าเขากำลังมองหาใครบางคนในฝูงชน“รับครับ”คำตอบนั้นทำให้หัวใจของเธอแตกสลายเป็นครั้งสุดท้าย“คุณมิรา ยินดีรับคุณนทีเป็นสามีหรือไม่”“รับค่ะ”เสียงปรบมือดังขึ้นมิราร้องไห้ ขณะที่พ่อของเธอยิ้มอย่างมีความสุขลลินหันหลังเดินออกมา ก่อนที่พิธีจะจบเธอบอกตัวเองว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องบอกตัวเองว่าอย่างน้อยชายคนหนึ่งกำลังจะจากโลกไปโดยไม่ต้องห่วงลูกสาวบอกตัวเองว่านทีจะค่อย ๆ ลืมและวันหนึ่ง เขาอาจเรียนรู้ที่จะรักภรรยาของตัวเองแต่ไม่ว่าเธอจะบอกตัวเองกี่ครั้ง ความเจ็บปวดก็ไม่ได้ลดลงเลย✦ ✦ ✦เช้าวันถัดมา พ่อของมิราเสียชีวิตอย่างสงบและหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ลลินย้ายไปทำงานต่างจังหวัดเธอไม่บอกนทีไม่
สองวันหลังจากนทีประกาศยกเลิกงานแต่ง พ่อของมิราถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการหัวใจวายมิราโทรหาลลินตอนตีหนึ่ง“พ่อฉันเข้าไอซียู”เสียงของเธอสั่นจนแทบฟังไม่เป็นคำ“หมอบอกว่าอาการทรุดมาก”“ฉันเสียใจด้วย”“เขารู้เรื่องยกเลิกงานแต่งแล้ว”ลลินหลับตาแน่น“คุณต้องการให้ฉันทำอะไร”ปลายสายเงียบไปนาน“ช่วยคืนเขาให้ฉันได้ไหม”คำขอนั้นทำให้ลลินเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก“มิรา…”“พ่อฉันอาจอยู่ได้อีกไม่กี่วัน สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากเห็นคืองานแต่งของฉัน”“แต่การแต่งงานไม่ใช่เรื่องที่ทำเพื่อหลอกคนใกล้ตาย”“ฉันรู้”มิราร้องไห้“ฉันรู้ว่ามันเลวร้าย แต่ฉันเหลือพ่อคนเดียว”ลลินกำโทรศัพท์แน่น“แล้วหลังจากนั้นล่ะ”“ฉันไม่รู้”“คุณจะปล่อยนทีไหม หลังจากพ่อคุณจากไป”มิราไม่ตอบความเงียบคือความซื่อสัตย์เพียงอย่างเดียวที่เธอให้ได้✦ ✦ ✦คืนนั้นลลินนั่งอยู่ริมหน้าต่างจนเช้าเธอนึกถึงชีวิตที่ผ่านมาอดีตสามีเคยบอกว่าเธอไม่มีค่าเคยทิ้งเธอไว้กับความสงสัยว่าเธอไม่ดีพอสำหรับใครนทีเป็นคนแรกที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีความหมายเป็นคนแรกที่จำรายละเอียดเล็ก ๆ ของเธอได้เป็นคนแรกที่บอกว่ารัก ทั้งที่เห็นด้านที่แตกสลายที่สุดของเธอแล





