Share

บทที่ 6 หวงก้างได้อีก

Penulis: Lovedee
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-01 16:24:41

วันต่อมา จางเล่อถง บุตรชายคหบดีจางที่อยู่จวนใกล้ ๆ กัน และเป็นสหายในกลุ่มของพวกเขาตั้งแต่เด็ก ก็กลับมาจากติดต่อการค้าที่เขามักจะเดินทางไปแทนบิดาของเขาหลายต่อหลายเมืองเพื่อตรวจบัญชีของร้าน และดูแลกิจการที่เขานั้นบัดนี้สืบทอดต่อจากบิดาของเขาที่อายุมากแล้ว เขาเพิ่งจะรับหน้าที่แทนบิดาอย่างเต็มตัวมาได้เพียงแค่หนึ่งหนาวเท่านั้น

เมื่อกลับมาถึงจวนแล้ว ระหว่างมื้ออาหารมารดาของเขาก็เอ่ยขึ้นว่า

“เล่อถง เจ้ารู้หรือไม่ ตอนนี้แม่ทัพเฉินมู่หยางกลับมาจากชายแดนแล้วนะ เขาชนะศึกสงคราม ต่อไปนี้แคว้นของเราคงจะสงบลงอีกหลายปี เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริง ๆ แต่ว่ากลับมาคราวนี้เขาพาสตรีอื่นกลับมาด้วยนะ ได้ยินสาวใช้พูดกันว่า บ่าวที่จวนพากันตกตะลึงกันไปหมด เพราะว่าเขาพาสตรีนางนั้นนั่งม้าตัวเดียวกันกลับมาด้วย สงสัยว่าจินเยว่หลานสาวแม่นมหวังคงจะเป็นหม้ายขันหมากแล้ว ช่างน่าสงสารจริง ๆ เลย”

ฮูหยินจางเอ่ยขึ้น เพราะนางก็เห็นเด็ก ๆ จวนข้าง ๆ มาตั้งแต่ยังเล็ก พวกเขานั้นรู้จักกันและก็เป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กกันอีกด้วย

ทำให้พลอยได้รับรู้เรื่องที่หลานชายของจวนโน้นชอบพอกับหลานสาวของแม่นมหวังที่เติบโตมาด้วยกัน ได้ยินพูดกันว่าจะให้แต่งงานกันหลังจากฝ่ายชายกลับมาจากออกศึกแล้ว แต่คราวนี้คงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว ช่างน่าสงสารฝ่ายหญิงที่เฝ้ารอคอยมาหลายปีดีดักแล้ว

เคยได้ยินว่ามีแม่สื่อมาทาบทามก็หลายต่อหลายครั้ง แต่นางก็ปฏิเสธไปเสียหมด เพราะเฝ้ารอคนรักของตนเอง แต่เขากลับพาสตรีอื่นเข้าจวนมาด้วย และจะยกย่องให้เป็นฮูหยิน น่าสงสารจริง ๆ ฮูหยินจางบ่นเบา ๆ หลังจากบอกเล่าเรื่องราวที่ได้รับรู้มาให้บุตรชายฟังเพราะพวกเขานั้นรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ย่อมจะต้องเป็นห่วงสหายของตนอยู่บ้าง

เมื่อเล่อถงได้ฟังเรื่องราวที่มารดาบอกกับเขา คหบดีหนุ่มนิ่งอึ้งไปนาน เพราะเขาสงสารจินเยว่ นางรักมั่นคงกับเจ้ามู่หยางนั่นมาตั้งแต่รุ่นสาว ก่อนจะปักปิ่นเสียด้วยซ้ำ แต่นี่เขากลับพาสตรีอื่นกลับมาด้วย แล้วป่านนี้นางจะเป็นเช่นไรบ้างก็ไม่รู้ได้

ดังนั้นหลังจากกินอาหารร่วมกับครอบครัวแล้ว เขาก็เดินไปที่จวนสกุลเฉิน แล้วก็ขอพบกันจินเยว่ หลังจากที่สาวใช้เดินไปตามนางมาให้กับเขาแล้ว เล่อถงก็เดินเข้าไปในเรือนของท่านย่าที่อยู่ข้าง ๆ เรือนหลัก เมื่อเข้าไปด้านในเรือนก็พบว่าท่านย่ากับแม่นมหวัง นั่งอยู่ที่โต๊ะกลมกลางห้อง และยังมีแม่ทัพเฉินมู่หยางกับสตรีแปลกหน้าอีกคน ที่เล่อถงคิดว่าคงจะเป็นสตรีที่เขาได้ยินมาว่านางตามเจ้าแม่ทัพเฉินนั่นมาจากชายแดนด้วย

“อ้าว….เล่อถง กลับมาจากต่างเมืองเมื่อไหร่กัน ไม่ได้พบหน้าเสียนาน เหตุใดวันนี้ถึงมาที่นี่ได้”

ท่านย่าหันไปทักทายจางเล่อถงที่เพิ่งจะเดินเข้าไปในห้องโถงหน้าเรือนที่พวกเขากำลังนั่งสนทนาพลางจิบชากันในยามบ่ายอยู่

“คารวะท่านย่ากับแม่นมหวังขอรับ ข้าเพิ่งจะกลับมาเมื่อวานนี้เอง วันนี้คิดถึงจินเยว่จึงจะมาขออนุญาติพานางไปเที่ยวเล่นข้างนอกสักครู่ขอรับ " คหบดีหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากทักทายผู้อาวุโสแล้ว

ท่านย่าพยักหน้าน้อย ๆ แล้วหันไปมองแม่นมหวังที่ก็พยักหน้าให้กับท่านย่าเป็นทีว่านางอนุญาติ ท่านย่าจึงได้เอ่ยขึ้นว่า

“ได้สิ มีคนไปตามจินเยว่ให้หรือยัง”    เล่อถงนั่งลงที่เก้าอี้มุมห้อง แล้วก็เอ่ยว่า

“สาวใช้ไปตามนางให้แล้วขอรับ ข้ามีผ้างาม ๆ หลายผืนมาฝากนางด้วย ส่วนห่อของนี้เป็นชาชั้นดี กับผ้าอีกหกผืนขอรับ ข้านำมาฝากท่านย่ากับแม่นมหวัง ส่วนอีกสองผืนให้กับมู่หลันขอรับ”

เขาบอกพร้อมกับส่งของห่อใหญ่ให้สาวใช้ที่มารับมันไปส่งให้กับท่านย่า

“ไม่ทักทายกันสักคำเลยนะ เล่อถง จำกันไม่ได้แล้วหรือ”

มู่หยางเอ่ยขึ้น เพราะเขารู้สึกว่ากลับมาพบกันใหม่คราวนี้ เจ้าเล่อถงเองก็ดูหมางเมินกับเขามากเช่นกัน

“ต้องขออภัยด้วยท่านแม่ทัพ ข้าน้อยมัวแต่กังวลอะไรนิดหน่อย ท่านกลับมาแล้วดีใจด้วยนะขอรับที่ชนะศึกกลับมาเสียที "

เขาหันไปทักทายมู่หยาง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามเขาสักคำเรื่องสตรีที่นั่งอยู่ข้างกายเขา เหมือนนางไร้ตัวตนเช่นนั้น

ขณะนั้นจินเยว่ก็เดินเข้ามาในห้องพอดี

“มาแล้วหรือ เล่อถงมารอเจ้าอยู่ เห็นไหมเขามีผ้าผืนงาม ๆ มาฝากทุกคนด้วยนะ”

ท่านย่าเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นจินเยว่เดินเข้ามาในห้อง

“คารวะท่านย่ากับท่านยายเจ้าค่ะ และก็เอ่อ….ท่านแม่ทัพด้วยเจ้าค่ะ”

จินเยว่ย่อกายคารวะทุกคนอย่างอ้อนช้อย แล้วก็หันมาทักทายเล่อถง

“ไม่ได้พบกันเสียนาน กลับมาแล้วหรือ การเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง ข้าคิดถึงเจ้า ดีแล้วที่วันนี้เจ้ามาพบข้า”

จินเยว่หันไปทักทายจางเล่อถงที่เขาพยักหน้าทำทีบอกให้นางมาทรุดนั่งข้างกายเขา จินเยว่จึงได้เดินไปทรุดนั่งที่เก้าอี้มุกริมผนังข้างกายเล่อถง เมื่อนางนั่งลงแล้ว เขาจึงได้ส่งห่อผ้าห่อเล็กให้กับนาง จินเยว่เปิดออกดูพบว่ามันคือผ้าไหมสีสวยสองผืน มันสวยแปลกตาดี และก็มีสร้อยมุกเส้นเล็กๆ อีกด้วยในถุงผ้าเล็ก ๆ สีแดงใบน้อย

“เกรงใจเจ้าจริง ๆ มาเยี่ยมข้าเฉย ๆ ข้าก็ดีใจมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีของมาฝากให้สิ้นเปลืองหรอก” 

นางบอกกับสหายข้างกายเบาๆ อย่างเกรงใจที่สหายซื้อของฝากมีราคาเช่นนี้มาให้กับนาง ผ้าไหมผืนงามสองผืนนี้ราคาคงไม่น้อย แถมยังมีสร้อยมุกอีกเส้นด้วย

เล่อถงยิ้มให้นาง  “ไม่เป็นไรหรอก ข้าเห็นผ้างาม ๆ สองผืนนี้ก็คิดถึงเจ้า หากนำไปตัดอาภรณ์คงจะงดงามมาก ลองสวมสร้อยมุกที่ข้าซื้อมาฝากดูไหม ลองดูว่าสวมได้พอดีหรือเปล่า” คหบดีหนุ่มบอกกับสหาย

จินเยว่หยิบสร้อยมุกน้ำงามนั่นขึ้นมา

“มาข้าจะสวมให้เจ้าเอง” 

เขาบอกกับนางแล้วเล่อถงก็รับสร้อยมาจากมือของจินเยว่แล้วก็สวมมันให้กับนาง  ทำให้ใบหน้าหล่อคมคายของคนที่กำลังจับจ้องมองอยู่ตึงขึ้นมาทันที เพราะเขาเห็นจางเล่อถงจับมือของจินเยว่แล้วสวมสร้อยมุกให้กับนาง แถมยังทำอิดเอื้อนไม่ยอมปล่อยมือบางนั่นเสียที เขาจึงได้กระแอมขึ้นเสียงดัง

ทำเอาทุกคนหันไปจับจ้องเขาทันที

“เป็นอะไรหรือมู่หยาง” 

ท่านย่าถามขึ้น แต่ด้วยสายตาที่มองหลานชายอย่างรู้เท่าทัน เจ้าหมอนี่ บอกว่าไม่รักเขาแล้วแต่ก็ยังจะหวงก้างอีกนะ ท่านย่าคิดคำนึง

“ ไม่มีอะไรขอรับ ข้าแค่รู้สึกว่าจินเยว่เป็นสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือน เหตุใดยอมให้บุรุษจับเนื้อต้องตัวกันเสียสนิทสนมปานนั้น เล่อถงกับนางไม่ใช่เด็ก ๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ต่างก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว ทำไมไม่สำรวมกิริยากันสักหน่อย ”   เขาบอกกับท่านย่าของตัวเอง

คำพูดของแม่ทัพหนุ่มทำเอาคนในห้องมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป สตรีที่นั่งอยู่ข้างกายเขาทำหน้าไม่พอใจอย่างมาก ดวงตาของนางชักจะขุ่นขวางแต่ก็ยังสำรวมกิริยาเอาไว้ได้ 

นางรู้สึกว่าคนรักของนางชักจะสนใจอดีตคนรักเก่ามากไปแล้วตั้งแต่ที่เขายืนจับจ้องมองนางเมื่อตอนเช้าแล้ว ตอนนี้ก็ยังเอาแต่จับจ้องมองจินเยว่ไม่คลาดสายตาอีก มองดูนางกับบุรุษผู้นั้นที่นั่งสนทนากันไม่วางตา ส่วนท่านย่ากับแม่นมหวังนั้นหันมาสบตากัน ส่วนเล่อถงและจินเยว่นั้นต่างก็ทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของแม่ทัพหนุ่ม

“สวยไหม ข้าคิดแล้วว่ามันต้องเหมาะกับเจ้าแน่ ๆ ”

เขาเอ่ยขึ้น พลางจ้องมองใบหน้าสวยกระจ่างตาของจินเยว่ด้วยสายตาเป็นประกาย และเมื่อจินเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาที่บ่งบอกความนัยน์บางอย่าง นางก็ทำท่าสะเทิ้นอาย หลบสายตาคมของเขา ที่จริงแล้วนางก็ไม่ได้พึงใจเล่อถงหรอก นางรู้สึกกับเขาเพียงแค่สหายเท่านั้น เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่วัยเด็กแล้ว 

แต่ที่นางทำท่าเหมือนกับเขินอายเขาเช่นนี้  ก็เพราะนางรู้สึกสะใจ  อยากจะทำไม่แยแสคนบางคนดูบ้าง อย่างน้อยนางก็อยากจะให้เขารู้สึกเสียดาย เสียใจที่ทิ้งนางเหมือนรองเท้าเก่า ๆ เช่นนี้  เพื่อแก้เผ็ดเขาให้เจ็บ ๆ คัน ๆ ได้เพียงสักเล็กน้อยก็ยังดี  ความรู้สึกของนางจะได้ดีขึ้นมาได้บ้าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (2)
goodnovel comment avatar
Virat Ponrit
ไอ้แม่ทัพมาเอานางเอกแล้วไปแต่งงงานไปเอากับอิเมียมันอีก เรื่องนี้ต้องให้นางเอกได้เอากับคนอื่นบ้างจะได้สมกัน
goodnovel comment avatar
ซ้อหวัง มาดามต้วน
อย่าบอกนะว่าเรื่องนี้ไอ้แม่ทัพหวงเเฟนเก่า แล้วไปใช้กำลังข่มขืนให้เป็นเมียของเองแล้วนางเอกก้ออ่อนแอสู้เเรงไม่ได้เเล้วก้อเลยปล่อยให้ไอัแม่ทัพรังแกเพราะรักเขามากเลยยอม
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • คนใจร้าย...ข้าจะไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 25 สองคู่ชูชื่น

    ในที่สุดการเจรจาสู่ขอมู่หลันก็สำเร็จลงอย่างง่ายดาย เพราะท่านย่าไม่ได้เรียกร้องสินสอดอันใด ขอเพียงจัดมาให้สมน้ำสมเนื้อไม่ให้อับอายขายหน้ากันก็พอ และบิดามารดาของเล่อถงเองก็เอ็นดูมู่หลันไม่น้อย และพวกเขาก็ยินดีที่จะได้สะใภ้เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่รู้นิสัยใจคอกันเช่นนี้ แถมยังไม่ต้องห่างไกลกัน เพราะจวนก็อยู่ติด ๆ กันสามารถไปมาหาสู่กันได้ตลอด จวนทั้งสองมีประตูเล็กด้านข้างที่เปิดเข้าหากันได้ มู่หลันแต่งงานเข้าจวนสกุลจางแล้วก็กลับมาที่จวนของตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องปรับตัวอันใด ปรนนิบัติพ่อแม่สามีและท่านย่าไปพร้อม ๆ กันได้วันแต่งงานที่หาฤกษ์ได้เร็วที่สุด ก็เกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันต่อมา ที่จวนสกุลจางก็ครึกครื้นไปด้วยแขกเหรื่อมากมาย เพราะทั้งจวนแม่ทัพและจวนคหบดีจางล้วนเป็นที่นับหน้าถือตาย่อมจะมีคนรู้จักมากมาย แขกเหรื่อมาร่วมงานอย่างมาก ประตูเล็กที่เชื่อมต่อระหว่างสองจวนถูกเปิดออก ให้บ่าวไพร่เดินข้ามกันไปมาได้สะดวกแม่ทัพมู่หยางพาฮูหยินคนใหม่คือจินเยว่กลับมาร่วมงานได้ทันเวลา เมื่อแม่ทัพหนุ่มพาฮูหยินกลับคืนมาอยู่ที่จวนด้วยกันแล้ว ทำให้ทั้งท่านย่าและแม่นมหวังดีใจมาก เพราะอยากจะให้ทั้งสองได้

  • คนใจร้าย...ข้าจะไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 24 สมรักที่รอคอย

    ตอนแรกมู่หลันเม้มปากของนางเอาไว้แน่นไม่ยินยอมให้เจ้าคนร้ายกาจนั่น สอดลิ้นสากที่ไล้เลียริมฝีปากของนางอยู่เข้าไปในปากจิ้มลิ้มของนางอย่างเด็ดขาด แต่แล้วเพียงไม่นาน มู่หลันก็เคลิบเคลิ้มยอมเผยอริมฝีปากอิ่มของนางให้ลิ้นสากที่ร้อนรุ่มของเล่อถงเข้ามาชิมความหวานในปากของตนเอง ทั้งยังเข้าเกี่ยวพันลิ้นเล็กแสนนุ่มนิ่มของนาง จนร่างงามสั่นสะท้านไปหมด ในที่สุดก็ไร้เรี่ยวแรงเอนกายพิงอกแกร่งของเขาอย่างเต็มใจเพราะที่จริงแล้วภายในใจของมู่หลันนั้น แทบจะเต้นระบำรำฟ้อน เพราะนางหลงรักจางเล่อถงมานานแล้ว แต่เขาไม่เคยสนใจนางเลย เอาแต่ตามติดจินเยว่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่านางกับพี่ใหญ่รักกัน เขาไม่เคยหันมามองมู่หลันเลยสักครั้ง จนนางเคยน้อยใจว่านางไร้ความงามจนถึงขนาดที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยหรือ แม้นางจะรักจินเยว่มาก แต่นางก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้ ว่าเหตุใดสหายวัยเด็กที่อยู่ร่วมกันมาตั้งแต่ยังเล็ก ๆทั้งพี่ใหญ่ ทั้งเล่อถง เอาแต่ตามติดและคอยเอกอกเอาใจแต่จินเยว่ นางเหมือนไร้ตัวตน พี่ใหญ่นั้นนางไม่ว่าอะไรเพราะนางเต็มใจที่จะได้จินเยว่เป็นพี่สะใภ้ แต่เล่อถง บุรุษไร้หัวใจผู้นั้น ไม่เคยมองมาที่นางเลย แม้นางจะเฝ้าปรุงแต่งโฉมเพ

  • คนใจร้าย...ข้าจะไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 23 รักข้างเดียว

    หนิงอันเชื่อตามสัญชาตญาณของตนเองว่าสาวใช้นางนี้ไม่ได้พูดปด จึงพยักหน้าแล้วก็ตัดสินใจก้าวกลับขึ้นไปบนรถม้า แล้วบอกกับคนขับว่านางจะว่าจ้างให้ไปส่งที่เมืองใกล้ชายแดนแทน ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของนาง คนขับรถพยักหน้า แล้วหนิงอันก็ก้าวกลับเข้าไปในรถม้าตามเดิม เมื่อทรุดนั่งลงแล้ว นางก็เปิดผ้าม่านข้างรถม้าออกจ้องมองไปที่จวนแม่ทัพเฉินเป็นครั้งสุดท้าย แม้นางจะรักชายผู้นั้นมาก แต่นางเองก็รู้แก่ใจว่าเขาไม่ได้รักนาง เพียงแต่นางใช้ยาเสน่หารัญจวนเพื่อชักจูงจิตใจเขาเท่านั้น แต่หากมันหมดฤทธิ์ไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพบหน้ากันอีกเพราะเขาไม่ได้รักนางด้วยหัวใจที่แท้จริงของเขา แต่มันคือการบังคับเขาด้วยฤทธิ์ของยาพิษ มือบางขอหนิงอันปล่อยผ้าม่านลงให้มันปิดสนิทดังเดิม แล้วก็นั่งเอนกายพิงรถม้าแล้วก็หลับตาลงอย่างปลงกับชีวิตที่พลิกผันของตนเองแล้วตัดสินใจว่าอย่างน้อยนางก็ไม่ถูกโทษทัณฑ์ ไปจากที่นี่แล้วไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองอื่น อย่างน้อยนางพอมีวิชาแพทย์และความรู้เรื่องสมุนไพรติดตัวอยู่บ้าง คงจะพอใช้มันเลี้ยงชีพได้ หนิงอันหลับตาลงน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอาบแก้มของนาง นางยกมือขึ้นเช็ดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็วและสลัดความคิดค

  • คนใจร้าย...ข้าจะไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 22 หนิงอันหนีไปแล้ว

    แม่ทัพหนุ่มเหยียดยิ้ม แล้วก็เอ่ยขึ้นอย่างหน้าตาเฉยว่า“บังเอิญข้า มีความชอบไม่เหมือนผู้อื่นเสียด้วย ข้าชอบมีอะไรกับคนที่เกลียดข้า มันสะใจดี ข้าไม่ชอบคนที่ชอบข้า เกลียดกันก็มีอะไรกันได้ไม่จำเป็นต้องรักกัน อย่างที่เจ้าก็เห็นเมื่อคืนนี้ด้วยตนเองแล้ว ว่ามันสุขสมเพียงไร เจ้าก็เตรียมตัวเป็นนางบำเรอข้าเช่นนี้ หากข้าอยากนอนกับเจ้าเมื่อใดข้าก็จะมาหา แต่เจ้าอย่าหวังจะได้พบบุรุษที่ไหนอีกเลย ข้าจะให้องครักษ์เฝ้าเจ้าไว้ไม่ให้ออกนอกจวนเด็ดขาดข้าจะสั่งให้บ่าวจับตามองเจ้าทุกฝีก้าว เจ้าอยากได้อะไรก็บอกสาวใช้ก็แล้วกัน ข้าจะให้พ่อบ้านหาไว้รับใช้เจ้าสักคน แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าออกไปจากจวนเด็ดขาด ข้าจะบอกผู้อื่นว่าเจ้าเป็นเมียข้า แต่แท้จริงแล้วเจ้ามีฐานะเป็นเพียงนางบำเรอของข้าเท่านั้น พอใจเจ้าหรือยังเล่า”แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน เมื่อง้องอนดี ๆ แล้วไม่ยอมคืนดีสักที ไม่ยอมรับว่าเป็นฮูหยินของเขา เช่นนั้นก็เป็นนางบำเรอก็ได้ แต่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเมียเหมือนกัน และเขาจะไม่ยอมให้นางหนีไปมีบุรุษใดได้อีก อย่าคิดฝันว่าจะได้สมหวังกับเจ้าเล่อถงนั่นเลย ข้ารู้นะว่ามันหลงรักเจ้า มันถึงยอมทุ่มเทช่วยเจ้

  • คนใจร้าย...ข้าจะไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 21 ข้าเกลียดท่าน

    แม่ทัพหนุ่มก็ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เพราะเขาสะกดกลั้นความต้องการของตนมานานแล้ว เพราะต้องการสั่งสอนภรรยาแสนดื้อเช่นนาง เขายกสะโพกหนาขึ้นเสยเข้าหานางแล้วเร่งความเร็ว ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ เป็นบดขยี้ ถี่ยิบและเน้นหนัก ขึ้นหานางจนกระทั่งแตกระเบิดพร่างพรายไปด้วยกันอีกครั้งแล้วพลิกร่างอวบอิ่มของนางลงด้านล่าง แล้วก็สอดอาวุธคู่กายของเขากลับเข้าไปอีกครั้ง แล้วโยกขย่มนางอย่างเร่าร้อน เร่งกระแทกกายแกร่งเข้าสุดออกสุด และบดขยี้อย่างเน้นย้ำทุกจังหวะที่โจ้นจ้วง ตอกย้ำแรง ๆ ถึงความมีตัวตนของตนเอง ดังจะย้ำเตือนกับนางว่าเขาคือสามีของนาง สามีที่ยังรักนาง โหยหาและต้องการนางสุดหัวใจ“เยว่เอ๋อ โอ้วววว โอ้ววว เยว่เอ๋อ ยอดรักของข้า เจ้าคือภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของข้า ข้ารักเจ้า โอ้ววว โอ้ววว”แม่ทัพหนุ่มร้องครวญครางเรียกสตรีในหัวใจด้วยเสียงแหบพร่าดุจโหยหานางเหลือเกิน บั้นเอวสอบโยกไหวรัวเร็วและถี่ยิบแต่สิ่งที่นางตอบสนองเขาก็คือ “อ๊าย อ๊ะ อ๊ะ ข้าเกลียดท่าน ข้าเกลียด อ๊าย อ๊ะ”แม่ทัพหนุ่มยกยิ้มน้อย ๆ ที่นางบอกว่าเกลียดเขา เขาจึงยิ่งกระแทกเข้าออกแรงขึ้นอีก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องน้อยนั้น เตียงสี่เสาหลังใหญ่ในห้

  • คนใจร้าย...ข้าจะไม่รักท่านอีกแล้ว   บทที่ 20 สั่งสอนเมียรัก nc

    “ อ๊าย ข้าเจ็บ อย่านะ ไม่ อย่าทำเช่นนี้ ไม่….. ” นางดิ้นรนไปมา พยายามจะดิ้นหนีออกไปให้ไกลจากการรุกรานของเขาแต่แล้วก็พบว่าข้อมือตนเองถูกมัดติดกับหัวเตียง นางกรีดร้องเสียงดังยิ่งขึ้นเพราะตกใจ ที่อยู่ ๆ ก็ตื่นมาพบว่าตนเองถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ และนอนแผ่กางแขนและขาอยู่บนเตียงในห้องที่ใดก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ห้องพักห้องเล็กที่อยู่บนร้านผ้าไหมแน่ ๆ “ ช่วยด้วย อย่านะ ท่านแม่ทัพ อย่านะ อย่า อ่่าาา อ่าาาาห์ ” เมื่อเขาสอดนิ้วเข้าไป เขาพบว่ามันแห้งสนิทและคับแน่นยิ่งนัก นิ้วแกร่งของเขาแทบจะดันเข้าไปไม่ได้ เขายกยิ้มพอใจ นางยังมิได้ถึงกับมีอะไรกับเจ้าจางเล่อถงนั่น ตอนนี้เขาสบายใจขึ้นมากเพราะลงมือพิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว ว่านอกจากเขาแล้วยังมิมีชายใดมากล้ำกลายนาง ถ้าเช่นนั้นวันนี้จะต้องตอกย้ำความเป็นสามีของนาง เพื่อให้นางรู้ว่านางมีเจ้าของแล้ว และเขาจะไม่ยอมให้นางหนีเขาไปได้อีกเป็นอันขาด เขาจะขังนางเอาไว้ที่จวนของสหายของเขาที่เมืองหนิงโจวแห่งนี้ เพราะที่นี่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครจะติดตามทั้งเขาและนางมาได้ ที่นี่เป็นจวนของสหายของเขา ที่เขาส่งจดหมายไปขอยืมเพื่อจะพำนักชั่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status