เข้าสู่ระบบแสงแรง ๆ ของบ่ายคลายลงไปบ้างแล้วแต่ในห้องทำงานของคริสยังคงอบอวลด้วยความเงียบขรึม เขานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ผืนกระดาษและเอกสารกองอยู่ตรงหน้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันราวกับกำลังขบคิดปัญหาที่แก้ไม่ตก ยอดบิลบางส่วนที่ควรอยู่กับเขากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ธีร์…มึงขึ้นมาหาหน่อยกูสิ” คริสกัดฟันแน่นมือขยับไปหยิบโทรศัพท์กดหมายเลขผู้จัดการของเขา น้ำเสียงดุดันแบบที่ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนักแต่ก็ทำให้ใครก็ตามที่ได้ยินรู้สึกเกรง
“อะ…พี่…เรียกผมมาทำไมครับ” ไม่กี่นาทีต่อมาธีร์รีบวิ่งขึ้นมาถึงห้องหอบเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ธีร์ถามด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยไม่ถึงกับตื่นกลัวเพราะสนิทกับคริสอยู่แล้ว
“ยอดมันหายไปไหนวะ…” คริสเงยหน้ามองธีร์ซึ่งเป็นผู้จัดการผับก่อนจะเลื่อนกระดาษไปตรงหน้าเขา ธีร์มองด้วยสายตาขมวดคิ้ว คริสเอ่ยเสียงเข้มดวงตาแฝงความหงุดหงิด
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับพี่…ผมยังไม่ได้เช็คเอกสารตัวนี้เลย” ธีร์กวาดสายตาไปที่เอกสารพลางทำหน้างุนงง คริสถอนหายใจแรงมือขยับลูบหน้าผากเล็กน้อย ความโกรธและความเซ็งปะปนกัน
“สงสัยแม่งมีคนขนของของกูออกไปขายให้ลูกค้าเองแน่” คำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มจนทำให้ธีร์สะดุ้ง
คริสเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตากวาดมองรอบห้อง สายตาเรียบเย็นแต่แฝงความเข้มข้น
“ไอ้ธีร์…มึงไปตามมาให้ได้” เขาสั่งเสียงหนักจนธีร์พยักหน้าอย่างเรียบ ๆ
“แม่ง อย่าให้กูเจอนะมึง…กูจะกระทืบให้ตายคาตีน” คริสกัดฟันแน่นน้ำเสียงหงุดหงิดดังขึ้นอีกครั้ง
ธีร์รีบพยักหน้าก่อนจะออกจากห้องไปมือสั่นเล็กน้อยเพราะรู้ดีว่าเวลาคริสโกรธ…โกรธจริง ๆแล้วจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อมา
“แค่ทำงานกูก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว…กูต้องไปหาเรื่องสมัครเรียนเพื่ออะไรวะ” เมื่อเหลือเพียงลำพังคริสหลับตาลงกุมขมับเล็ก ๆ พึมพำเบา ๆ
สีหน้าที่ดุดันของเขาเริ่มอ่อนลงแววตาแฝงความเหนื่อยล้าและความหงุดหงิด ความตั้งใจแรงกล้าผสมกับความเซ็งทำให้ภาพทั้งหมดของชายหนุ่มดูมีมิติ ไม่ใช่แค่คนเจ้าสำราญหรือมั่นใจเหมือนภายนอกแต่เต็มไปด้วยความคิดและความจริงจัง
คริสลืมตาเปิดกระดาษอีกครั้งมือขยับลูบเอกสารเบา ๆ ราวกับพยายามทำใจสงบ ท่าทางทั้งหมดผสมทั้งความเคร่งขรึมและความนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน
ท้องฟ้านอกผับมืดมิดสนิทแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยแสงสีและเสียงเพลงที่ก้องกังวาน คริสนั่งอยู่บนชั้นสองประจำที่นั่งโปรดมุมเดิมจ้องมองนักท่องราตรีที่พลุกพล่านอยู่ด้านล่าง
มือข้างหนึ่งถือแก้วเหล้าพลางดื่มกรึ่มๆ แต่วันนี้ความรู้สึกไม่ค่อยอยากดื่มเต็มที่เหมือนปกติ รสชาติของเหล้าไม่สามารถเยียวยาความอึดอัดและความเครียดที่รุมเร้าในใจได้
“เป็นไรวะมึง…” นาวินถามขึ้นหลังจากเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ คริส
คริสเงยหน้าช้าๆ ดวงตาคมสอดส่ายไปทั่วบรรยากาศด้านล่าง สายตาเรียบนิ่งแต่แฝงความเหงา
“เบื่อวะ…ไม่อยากแดกแล้ว” เขาตอบเสียงต่ำมือที่ถือแก้วกำแน่นเล็กน้อย
นาวินขมวดคิ้วอย่างงง ๆ กับเพื่อนคนนี้พอได้ยินเรื่องที่คริสเพิ่งไปสมัครเรียนต่อมหาลัย ยิ่งงงไปใหญ่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ไม่ชอบเรียนต้องทำอะไรขนาดนี้
“เป็นเอามากนะมึงเนี่ย” นาวินพูดเบา ๆ ก่อนจะไม่สนใจต่อ ปล่อยให้คริสอยู่คนเดียวแล้วเดินลงไปด้านล่างเพื่อไปสนุกกับผู้คน
คริสที่ยังนั่งนิ่งบนชั้นสองรู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจว่าเหงา…โคตรเหงา เหมือนมีอะไรขาดหายไปจนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลุกจากเก้าอี้เดินลงไปข้างล่าง
ทันทีที่มือผลักประตูผับออกไปความเงียบครอบงำทุกอย่าง เสียงเพลงและคนพลุกพล่านหายไป เหลือเพียงความเงียบที่หนักอึ้งราวกับกดทับหัวใจ เขาเดินบนฟุตบาทมองไปรอบตัวแต่ไม่มีอะไรชี้นำทิศทาง ทั้งถนนทั้งรถ ทั้งผู้คน…เหมือนทุกอย่างหายไปหมด
คริสเดินไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่งด้านหน้าโรงพยาบาลใกล้มหาวิทยาลัยและผับของเขา เขานั่งลงมือยันบนพนักเก้าอี้เงยหน้ามองท้องฟ้า
บางทีคริสก็รู้สึกแปลกใจตัวเองเพราะดุเหมือนว่าเขามีเพื่อนเยอะ เฉพาะกลุ่มเพื่อนที่ไปมาหาสู่ ดื่มกิน เที่ยวกันก็หลายคน แต่เวลาที่เขาอยากอยู่คนเขากลับรู้สึกว่าอยากมีใครสักคนโอบกอด มันเป็นความรู้สึกของคนโสดที่กำลังเหงาใช่หรือเปล่านะ
แต่เมื่อเขาเริ่มต้นคบใครก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกแบบนั้นมันลดลงได้เลย อาจจะความสัมพันธ์ทางกายเข้ามาเกี่ยวแต่มันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกสบายใจหรืออยากอยู่ด้วยเกิดตามมาเลย
ตอนนี้ความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวขึ้นกับคริสมันคืออะไร เมื่อเขาได้พบกับหมอชล คนที่แค่เขามองหน้าก็เกิดความรู้สึกสบายใจ เกิดพลังบางอย่างที่ดึงดูดเขาให้อยากเข้าหาทั้งทีตัวหมอชลไม่ได้มีท่าทีตอบสนองกลับเขาแต่อย่างใด
แต่คริสรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ความอยากเอาชนะ
“หึ…กูมาทำอะไรตรงนี้วะ” เสียงหัวเราะเบา ๆ คล้ายกับบ่นในลำคอของตัวเอง
สายตาคริสกวาดไปทั่วรอบ ๆ พื้นที่ของโรงพยาบาล ทั้งที่ไม่คุ้นเคยและรู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่ได้ลุกหนี เขาเลือกที่จะนั่งนิ่งปล่อยให้ความเหงากัดกินใจ ทำไมนะต้องเลือกเดินมาหยุดนั่งที่นี่ ที่โรงพยาบาลแห่งนี้
คริสหาเหตุผลให้กับตัวแน่ที่เขาเกิดความไม่แน่ใจ แต่ที่เขาแน่ใจคือ เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาเยี่ยมเพื่อนอย่างแน่นอน
จนกระทั่งเสียงลิฟต์ดังขึ้นค่อย ๆ เปิดออกและประตูเลื่อนเปิดเผยร่างบางใครบางคนหยุดนิ่งตรงหน้าเขา
“มาทำอะไร…หน้าตาดูไม่น่าจะชอบเข้าโรงพยาบาลนะ”
ผ่านไปสามอาทิตย์หลังจากคืนดีกันชีวิตคู่ของหมอชลกับคริสก็ยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมือนเดิมทั้งเสียงหัวเราะในทุกเช้า การงอนง้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กลายเป็นเรื่องน่ารักประจำวันและการใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นความเคยชินที่แสนหวานเช้าวันนี้เป็นวันหยุดยาวที่ทั้งสองคนรอคอยหมอชลลางานไว้ล่วงหน้าเพื่อพาคริสไปเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ต ทริปนี้เขาตั้งใจจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่จองตั๋วที่พักจนถึงร้านอาหารที่อีกฝ่ายเคยพูดว่าอยากลองบรรยากาศในสนามบินตอนเช้ายังคึกคักผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงประกาศจากลำโพงดังเป็นระยะ ๆ สลับกับเสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวที่ต่างถือกระเป๋าเดินทางคนละใบคริสยืนรออยู่หน้าประตูเช็กอินในชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้าย ดวงตาเปล่งประกายเหมือนเด็กได้ไปเที่ยวครั้งแรกเขามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมด“ไม่ได้ไปเที่ยวมานานแล้วนะเนี่ย” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว มือถือหมวกปีกกว้างที่เพิ่งซื้อมาใหม่หมาด ๆ แกว่งไปมาเบา ๆ ตามจังหวะความตื่นเต้นระหว่างที่รอเขาก็เหลียวซ้ายแลขวามองหาของกินเพราะเสียงท้องร้องเริ่มดังแข่งกับเสียงประก
สวบ!!!“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ” คริสครางออกมาขณะที่ค่อยๆ กดปากทางของเขาสอดรับความแข็งขืนของหมอชล"อาส์ แน่นจัง..." หมอชลครางยาว กลั้นความอยากที่จะกระแทกสวนขึ้นรับการกดลงลของคริส สองมือของหมอชลจับเอวคริสแน่น“ขอบคุณครับที่รัก” หมอชลเอ่ยขอบคุณคริสอย่างจริงใจ ในขณะที่หมอชลคิดว่าคริสจะทำสิ่งที่เขาต้องการตั้งแต่แรก แต่เมื่อครู่คริสกลับเลือกทำอีกอย่าง"อ่า... อ๊ะ...อื้อ " คริสครางแทนคำตอบ เขากดรับความแข็งขืนเข้าไปจนสุด นั่งนิ่งชั่วครู่เพื่อปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงช้าๆใบหน้าของคริสในตอนนี้ช่างเย้ายวน แก้มแดงระเรื่อด้วยความเร่าร้อน ริมฝีปากเผยอ ดวงตาเยิ้มหวาน หมอชลมองคริสที่ขยับตัวอยู่เหนือร่างยิ่งน่ารักน่าหลงไหลจนหมอชลอดไม่ไหวที่จะชมออกมา"คริส สวยมาก" หมอชลพึมพำ มือลูบไล้จากเอวไปยังหน้าอกของคริส"อ๊ะ อ๊ะ อาส์..." คริสขยับสะโพกเร็วขึ้น แรงขึ้น จนความรู้สึกอ่อนไหวเริ่มเอ่อล้นหมอชลไม่สามารถทนต่อความอยากที่ต้องการกระแทกสวนขึ้นไปได้ เขาจับเอวของคริสแน่น ก่อนจะกระแทกสวนสะโพกขึ้นรับจังหวะ แรงและเร็วยิ่งขึ้น คริสเหมือนจะโกรธที่หมอชลแย่งการควบคุม แต่ความรู้สึกดีเกินกว่าจะต่อต้าน ยิ่งหมอชลกระแทกต
เช้าในครัวของคอนโดห้องเดิมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ วันนี้กลับเงียบสงบมีเพียงเสียงขยับมีดกระทบเขียงดังเบา ๆ เป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอคริสในเสื้อยืดตัวหลวมจนไหล่ตกข้างหนึ่งกับกางเกงขาสั้นที่ใส่จนยับเดินง่วนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องสูตรอาหารในมือถือสลับกับก้มมองแฮมตรงหน้าเหมือนเด็กกำลังตั้งใจทำการบ้านที่ไม่ถนัดนัก“ใส่เกลือ...นิดนึง แล้วก็หั่นแฮม...” เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพยายาม เขาอยากลองมีโมเมนต์แบบที่เห็นในซีรีส์ทำอาหารเช้าให้แฟนตื่นมาเห็นก่อนออกไปทำงาน มันดูเรียบง่ายแต่อบอุ่นเหลือเกินมือข้างหนึ่งจับมีดอีกข้างคอยหมุนมือถือดูสูตรแต่เพราะสายตาไม่อยู่กับของตรงหน้า จังหวะต่อมาจึงได้ยินเสียงเฉาะพร้อมความแสบวาบที่ปลายนิ้ว“เฮ้ย!” คริสร้องลั่นดึงมือนั้นขึ้นมาดูเลือดซึมออกจากรอยบาดเป็นเส้นบาง ๆ สีแดงสด เขารีบวิ่งไปเปิดน้ำล้างแผลทันทีน้ำเย็นจัดกระทบเนื้อสด ๆ จนเขาสูดปาก“โธ่...ซวยฉิบหาย! แค่จะทำอาหารเช้าให้สักมื้อ ยังพังเลย” ดวงตาเขาไหววูบด้วยความผิดหวังปนหงุดหงิดมุมปากเบะน้อย ๆ เหมือนเด็กโดนดุทั้งที่ตั้งใจดีเสียงเปิดประตูจากห้องนอนดังขึ้นเบา ๆ หมอชลในเสื
บ่ายแก่ ๆ แสงอาทิตย์สีทองเริ่มอ่อนแรงแสงลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงรายหน้าอาคารของโรงพยาบาลส่องต้องพื้นจนเกิดเงาทอดยาวคริสในชุดลำลองง่าย ๆ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดยืนพิงกำแพงข้างประตูทางออก มือหนึ่งถือโทรศัพท์อีกมือซุกกระเป๋ากางเกงไว้คล้ายคนที่พยายามไม่ให้ตัวเองดูใจร้อนปลายนิ้วกดเช็กเวลาในหน้าจอทุก ๆ สองนาทีทั้งที่รู้ดีว่าหมอหมอชลยังไม่ถึงเวลาออกเวรเสียด้วยซ้ำ แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ความรู้สึกตื่นเต้นแบบคนรอใครสักคนที่สำคัญเต็มไปหมดในแววตาสายลมอ่อนพัดผ่านปลายผมของเขาให้ไหวเบา ๆ ดวงตาคมทอดมองประตูอัตโนมัติที่เปิดปิดอยู่เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน เขาจะเงยหน้าขึ้นมองแทบทุกครั้ง เหมือนหวังว่าครั้งต่อไปที่บานประตูเลื่อนออกจะปรากฏร่างคุ้นตาของใครคนนั้นริมฝีปากคลี่ยิ้มบางโดยไม่รู้ตัวแววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอคอย มันเป็นภาพเรียบง่ายของคนที่อยู่ในช่วงความรักอิ่มตัวไม่ต้องหวือหวาแค่ได้เจออีกคนก็เพียงพอแล้วระหว่างที่กำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูเวลาอีกครั้ง จู่ ๆ ก็มีแรงชนจากด้านข้าง คริสเซไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ“อ้าว ขอโทษครับ” เสีย
ช่วงชีวิตหลังแต่งงาน แสงแดดยามสายค่อย ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องนั่งเล่น เสียงนกร้องแผ่วเบาอยู่ข้างนอกทำให้บรรยากาศในบ้านเช้าวันนี้เงียบสงบและอบอุ่นเป็นพิเศษคริสยืนพิงประตูห้องครัวในสภาพชุดนอนขาสั้นเสื้อยืดตัวโคร่งที่หลวมจนไหล่หล่นไปข้างหนึ่งผมยุ่งนิด ๆ จากการเพิ่งตื่น ใบหน้าขาวซีดมีร่องรอยความง่วงปรากฏชัด ดวงตาปรือราวกับคนที่ฝืนตื่นมาเพราะรอใครบางคนเขากอดอกมองร่างสูงที่เพิ่งเดินเข้ามาในคอนโดหมอชลในชุดทำงานของโรงพยาบาล เสื้อกาวน์ถูกพาดไว้บนแขนใบหน้ายังดูมีความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่แต่ดวงตากลับอบอุ่นทุกครั้งที่มองคริส“ทำงานเหนื่อยไหมอะ...” คริสพูดเสียงงัวเงียคล้ายคนยังอยู่ในโลกกึ่งหลับกึ่งตื่นหมอชลหันมามองดวงตาคมที่มักดูดุในยามปกติกลับอ่อนลง เขาเดินเข้ามาใกล้ ลูบหัวคนง่วงเบา ๆ อย่างเอ็นดู“ไปนอนต่อเถอะ วันนี้ไม่มีธุระที่ไหนไม่ใช่เหรอ”คริสเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาครึ่งปิดครึ่งเปิดพยักหน้าช้า ๆ ก่อนยกตัวปลายเท้าขึ้นหอมแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ แบบคนขี้อ้อน กลิ่นสบู่จาง ๆ บนตัวหมอชลแตะจมูกจนรู้สึกผ่อนคลาย“งั้น...ไปนอนก่อนนะ” เขาพูดงึมงำแล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องไปอย่างช้า ๆ ผ้าพันคอเส
ซุ้มดอกไม้สีขาวนวลประดับประดาอยู่รอบ ๆ สถานที่จนกลายเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันสำคัญที่สุดในชีวิตของคริสแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องลงมาทำให้ใบหน้าของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นและตื้นตัน ใจเต้นแรงกับภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้นจริงเขายืนตัวตรงยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งตื้นตันดีใจและความประหม่าเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ตั้มและวินยืนอยู่ข้าง ๆ กอดคอเพื่อนพร้อมหัวเราะล้อคำพูดของตั้มยังดังก้องในหูคริส“ไม่คิดว่าคริสจะได้แต่งงาน เพราะเป็นคนควงไปเรื่อยมาตลอด” คริสได้แต่หัวเราะรับ แบบเขิน ๆ ทั้งความอายและความสุขปะปนกัน รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆบรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความสุขเสียงเชียร์และคำแสดงความยินดีดังขึ้นจากเพื่อน ๆ และญาติผู้ใหญ่ทุกคน ทุกสายตาจับจ้องมาที่คู่รักตรงหน้า แสงแดดที่สาดส่องมากระทบดอกไม้กับใบหน้าทำให้ช่วงเวลานี้ดูอบอุ่นและเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำคริสหันไปมองชลที่ยืนรอยยิ้มอบอุ่นอยู่ข้างหน้าท่าทางสงบและมั่นคงของชลทำให้หัวใจเขาสั่นระรัว แม้สายตาจะเต็มไปด้วยความรักแต่ก็มีความสุขและความอบอุ่นที่ปลอดภัยอยู่ในนั้น ชลมองคริส






![[Mpreg] เร้นรักพันธนาการหัวใจ](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
