Mag-log inตำหนักชินอ๋อง
พ่อบ้านซูแจ้งแก่พ่อบ้านไป๋ว่าได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพให้มาจัดการขนสินเดิมของคุณหนูกลับจวนแม่ทัพ ในขณะที่กำลังตรวจตรารายการสินเดิมอยู่นั้นก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามา
"นายหญิงเจ้าค่ะ นี่เรือนฮูหยินเอกเจ้าค่ะ บ่าวว่าอีกไม่นานนายหญิงต้องได้ย้ายมาอยู่ที่เรือนนี้แน่นอนเจ้าค่ะ"
"เจ้าก็พูดไปเรื่อย"อนุเมิ่งยิ้มรับกับคำพูดเป็นมงคลของเหม่ยอี้บ่าวคนสนิทของนาง
"เอ๊ะ นั่นพวกเจ้าทำอันใดกัน แล้วจะขนข้าวของในเรือนไปไหนกัน นั่นของๆตำหนักชินอ๋องพวกเจ้าไม่มีสิทธิแตะต้องนะ" อนุเมิ่งเห็นมีคนแปลกหน้ามาขนย้ายของออกจากเรือนฮูหยินเอกที่กำลังจะเป็นของตนก็ไม่อาจยินยอมได้ เข้าไปขวางทันทีเพราะแต่ละชิ้นดูแล้วราคาไม่ใช่น้อยๆเลย
"ท่านคือ..." พ่อบ้านซูถามด้วยความสงสัยเพราะได้แจ้งแก่พ่อบ้านไป๋แล้ว แต่เหตุใดจึงยังมีคนมาขัดขวาง
"ท่านพ่อนางเป็น'อนุ'ของซื่อจื่อเจ้าค่ะ" หลันหลันเน้นคำว่าอนุเป็นพิเศษ
"อ่ออ.. คารวะ อ นุ เมิ่ง !!" หึ นางจิ้งจอกบังอาจมารังแกคุณหนูกับคุณชายน้อยของข้า ตอนแรกข้าก็นึกว่าอนุที่ซื่อจื่อหลงนักหลงหนาจะหน้าตาเป็นเช่นไร กล่าวถึงความงาม เทียบกันคุณหนูข้าไม่ติด กิริยาคงแสร้งทำเป็นแม่ดอกบัวขาวให้ซื่อจื่อหลงไหลเป็นแน่ ดูท่าว่าซื่อจื่อคงจะเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ
"พวกเจ้าๆ..!!" อนุเมิ่งได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่อาจจะอาละวาดได้ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์หญิงงามกิริยาอ่อนโยนว่าง่ายที่นางเพียรสร้างมาจะเสียหายได้
"พวกข้าได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพว่าให้มาขนสินเดิมและสมบัติทุกชิ้นในเรือนนี้กลับจวนตระกูลซู หากท่านต้องการขัดขวางข้าจะนำเรื่องไปแจ้งกับท่านแม่ทัพให้"
ก่อนออกมาจัดการตามคำสั่งของแม่ทัพ พ่อบ้านใหญ่ซูได้เข้าไปแจ้งและถามขอบเขตก่อนว่าควรทำเช่นไรกับสิ่งของของคุณหนูที่ไม่มีรายการอยู่ในสินเดิม 'ท่านแม่ทัพขนมาแค่เฉพาะสินเดิมหรือของอย่างอื่นด้วยขอรับ'
'ขนมาทุกชิ้น อันไหนที่ซื่อจื่อให้มาก็ขนมาด้วย ให้ลูกข้าจัดการว่าจะเก็บหรือจะขายเอาตำลึง เรื่องอันใดที่ข้าจะต้องให้บุตรสาวทำตัวเป็นแม่พระ ไม่รับของสักชิ้นของทางนั้น เห๊อะไม่มีทาง เจ้าไปเรียกหลันหลันบุตรสาวให้ไปกับเจ้าด้วย'
พ่อบ้านเจ้านึกถึงคำสั่งของผู้เป็นนายเมื่อเช้าแล้วก็เห็นด้วยว่าเหตุใดจะต้องทิ้งของที่เคยเป็นของคุณหนูไว้ให้นางจิ้งจอกนี้ด้วย เอากลับไปถ้าไม่อยากเห็นก็ขายเอาตำลึงเงินเข้ากระเป๋าคุณหนู ใครบ้างรังเกียจที่มีเงินมากขึ้นกันเล่า
"ได้อย่างไรกัน นางแต่งเข้ามาแล้วของๆนางก็ต้องเป็นของตำหนักนี้ นางอยากไปเองถ้าจะไปก็ต้องไปแต่ตัว ห้ามพวกเจ้าเคลื่อนย้ายของนะ" อนุเมิ่งไม่ยินยอมให้ทรัพย์สินเหล่านี้หลุดมือนางเป็นอันขาด คนเป็นของนางแล้วของนี้ก็ต้องเป็นของนางเช่นเดียวกัน!!
"ท่านพ่อดูซิเจ้าค่ะ แย่งสามีเขามาแล้วยังคิดจะฮุบทรัพย์สินของผู้อื่นอีก น่าไม่อายจริงๆนี่หรือว่าที่ฮูหยินคนใหม่ของซื่อจื่อ ก็..ไม่เท่าไรนิ่" หลันหลันทำทีว่าพูดคุยกับพ่อบ้านใหญ่ซูที่เป็นพ่อแท้ๆของนาง แต่ประโยคหลังนางหยุดชั่วครู่นึงทำทีมองอนุเมิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วจึงพูดออกมาด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างโจ่งแจ้ง
"ต่อหน้าซื่อจื่อทำมาเป็นสตรีเรียบร้อยอ่อนหวาน ว่าง่าย แต่พอลับหลังโธ่... ความโลภมันบังตาหรือเจ้าคะอนุเมิ่ง ถึงได้เผลอหลุดกำพืดออกมา" ทนมานานแล้ววันนี้ข้าขอด่าสักทีเถิด
"จิจิ หลันๆ พ่อว่าไม่แน่ซื่อจื่อตอนนี้น่าจะเห็นตาปลาเป็นไข่มุขแน่ๆ" สองพ่อลูกพูดคุยเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย หาได้เกรงกลัวว่าที่ฮูหยินคนใหม่ของซื่อจื่อไม่ ต้องดูก่อนพวกนางสองพ่อลูกเป็นคนของใครกัน ตีสุนัขยังต้องดูเจ้าของ!!
"กรี๊..." อนุเมิ่งยังไม่ทันได้ร้องกรี๊ดสุดเสียงก็ได้มือของเหม่ยอี้มาปิดไว้ก่อน
"นายหญิงใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ" ได้ยินดังนั้นอนุเมิ่งจำต้องพยายามสงบสติอารมณ์
"ฝากไว้ก่อนเถ๊อะ" จากนั้นอนุเมิ่งก็จ้ำอ้าวออกจากเรือนฮูหยินเอกไป
...
ยามโหย่ว(17.00-18.59น) จ้าวหนานหลิงกลับมาจวนด้วยความขุ่นเคืองใจว่าเหตุใดเสด็จลุงถึงต้องต่อว่าเขารุนแรงเช่นนี้ เพียงแค่เขารับอนุเข้ามาคนนึงเท่านั้น นี่ถ้าสมมติเขาหย่ากับซินหยางเสด็จลุงคงได้สั่งประหารเมิ่งเหลียนฮวาแน่ๆ
จิตใจของหนานหลิงวนเวียนอยู่แต่กับเมิ่งเหลียนฮวาไม่ได้คิดถึงผู้ใดเลย เมื่อมาถึงเรือนของเมิ่งเหลียนวาก็เห็นนางเดินเข้ามาพอดี
"เจ้าไปไหนมาหรือใยทำหน้าเช่นนั้นกัน " จ้าวหนานหลิงกล่าวถามเมื่อเห็นว่านางเดินกลับเข้ามาในเรือนด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์
"ท่านพี่ข้าไปเดินเล่นที่สวนมาเจ้าคะ พอดีกันกับข้าผ่านไปเรือนของฮูหยินจึงได้พบว่าพ่อบ้านจวนแม่ทัพซูมาขนสินเดิมกับของๆฮูหยินทุกชิ้นกลับไปจวนเจ้าค่ะ"
"ท่านพี่ของเหล่านั้นมากโขอยู่นะเจ้าคะ เหตุใดต้องให้ทางนั้นขนกลับไปด้วยในเมื่อพี่หญิงเลือกที่จะไปเอง" นางยังเสียดายไม่หายถึงแม้ว่าตำหนักนี้จะร่ำรวยเพียงใดก็ยังไม่ใช่ของนางเต็มส่วน จะใช้จ่ายอันใดต้องผ่านทางพ่อบ้านตลอด ไหนจะพ่อสามีกับแม่สามีอีกเล่า มิสู้นางพยายามอ้อนท่านพี่สักนิดให้เก็บของไว้ยกให้นางจะดีกว่า
จ้าวหนานหลิงได้แต่ขมวดคิ้ว ไม่เห็นด้วย ถึงแม้เขาจะลุ่มหลงนางเพียงใด เขาก็ไม่ไร้ศักดิ์ศรีถึงขั้นยึดของๆภรรยามาเป็นของตน "เจ้าอย่าได้กล่าวเช่นนี้ ตำหนักชินอ๋องไม่ได้ขาดแคลนถึงขั้นต้องยึดเอาทรัพย์สินของภรรยาหรอกนะ"
"ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าๆ..เพียงแค่ไม่อยากให้ผู้ใดเอาเปรียบตำหนักของเราก็เท่านั้น" นางกอดแขนซบไหล่ละล่ำละลักขอโทษหนานหลิงด้วยกลัวว่าเขาจะโกรธนาง
"เอ๊ะ ท่านพี่เหตุใดชุดถึงเปียกเจ้าคะ ถุงหอมที่ข้าให้ท่านก็เปียกด้วย" อนุเมิงตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นว่าถุงหอมนั้นเปียกชื้นเกรงว่าต้องหาทางเปลี่ยนให้ใหม่แล้ว
"ไม่มีอันใดมันเป็นอุบัติเหตุหน่ะ เข้าข้างในกันเถิด เหม่ยอี้ไปบอกพ่อบ้านว่าให้จัดสำรับเลยข้าหิวจะแย่"
"เจ้าค่ะ" เหม่ยอี้รับคำแล้วรีบวิ่งไปแจ้งแก่โรงครัวทันที
"ท่านพี่อาบน้ำก่อนนะเจ้าค่ะเดี๋ยวข้าเตรียมชุดกับเปลี่ยนถุงหอมให้ใหม่ อันเก่าเปียกหมดแล้ว พอท่านอาบน้ำเสร็จสำรับคงมาพอดี"
หนานหลิงพยักหน้าไม่เห็นต่างจากที่นางกล่าว
ฮ่องเต้เรียกแม่ทัพซูเข้ามาพบเพื่อสอบถามเรื่องราวจากฝั่งของซูซินหยางว่าเป็นเช่นไรกัน โดยอีกทางนึงก็ได้รับรายงานจากองค์รักษ์เสื้อแพรที่ไปสืบมาจากบ่าวและพ่อบ้านจ้าวมาก่อนแล้วและก็ตรงกันกับที่ซูซินหยางเล่า องค์รักษ์แจ้งว่ามีบ่าวติดตามอนุเมิ่งนางนึงเห็นแก่ตำลึงเงิน จึงเล่าทุกสิ่งที่ได้เห็นในวันนั้น แม้กระทั่งคำพูดยั่วยุอวดอ้างที่อนุเมิ่งบอกแก่จ้าวเฉิงอวี้ว่าพ่อของเขานั้นต้องการลูกคนใหม่'หึ ข้าเดาไม่ผิดว่าอนุนางนั้นคือจิ้งจอกดีๆนี่เอง'"แล้วซินหยางจะทำอย่างไรต่อไป ข้าได้ข่าวมาว่าพวกเจ้าพ่อลูกให้คนขนของกลับจวนเลยหรือ" ฮ่องเต้ยังคงคิดว่าซูซินหยางนั้นยังรักจ้าวหนานหลิงอยู่ นางเพียงแค่กำลังโกรธและน้อยใจหลานชายของตน จึงได้ขนของกลับไปอยู่บ้านสักพักก็เท่านั้น"ใช่พะยะค่ะ นางต้องการหย่าขาดจากซื่อจื่อพะยะค่ะ กระหม่อมกับฮูหยินก็เห็นด้วยกับนางในเมื่อซื่อจื่อถึงกับสั่งโบยลูกกระหม่อมไม่คิดถามไถ่เช่นนี้ คงหมดรักกันแล้วจริงๆอยู่ต่อไปก็ไม่รู้ว่าวันใดลูกกับหลานของกระหม่อมจะถูกโบยถูกตีขึ้นมาอีก""ในเมื่อหมดรักกันแล้ว อีกทั้งเกียรติที่ควรมีก็ถูกทำลายไปแล้ว ก็ควรที่จะถอนตัวออกมาดีกว่า กระหม่อมไม่อยากให้ลูกต้
ตำหนักชินอ๋องพ่อบ้านซูแจ้งแก่พ่อบ้านไป๋ว่าได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพให้มาจัดการขนสินเดิมของคุณหนูกลับจวนแม่ทัพ ในขณะที่กำลังตรวจตรารายการสินเดิมอยู่นั้นก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามา"นายหญิงเจ้าค่ะ นี่เรือนฮูหยินเอกเจ้าค่ะ บ่าวว่าอีกไม่นานนายหญิงต้องได้ย้ายมาอยู่ที่เรือนนี้แน่นอนเจ้าค่ะ""เจ้าก็พูดไปเรื่อย"อนุเมิ่งยิ้มรับกับคำพูดเป็นมงคลของเหม่ยอี้บ่าวคนสนิทของนาง"เอ๊ะ นั่นพวกเจ้าทำอันใดกัน แล้วจะขนข้าวของในเรือนไปไหนกัน นั่นของๆตำหนักชินอ๋องพวกเจ้าไม่มีสิทธิแตะต้องนะ" อนุเมิ่งเห็นมีคนแปลกหน้ามาขนย้ายของออกจากเรือนฮูหยินเอกที่กำลังจะเป็นของตนก็ไม่อาจยินยอมได้ เข้าไปขวางทันทีเพราะแต่ละชิ้นดูแล้วราคาไม่ใช่น้อยๆเลย"ท่านคือ..." พ่อบ้านซูถามด้วยความสงสัยเพราะได้แจ้งแก่พ่อบ้านไป๋แล้ว แต่เหตุใดจึงยังมีคนมาขัดขวาง"ท่านพ่อนางเป็น'อนุ'ของซื่อจื่อเจ้าค่ะ" หลันหลันเน้นคำว่าอนุเป็นพิเศษ"อ่ออ.. คารวะ อ นุ เมิ่ง !!" หึ นางจิ้งจอกบังอาจมารังแกคุณหนูกับคุณชายน้อยของข้า ตอนแรกข้าก็นึกว่าอนุที่ซื่อจื่อหลงนักหลงหนาจะหน้าตาเป็นเช่นไร กล่าวถึงความงาม เทียบกันคุณหนูข้าไม่ติด กิริยาคงแสร้งทำเป็นแม่ดอกบั
"ซินเอ่อ เจ้าเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นเรื่องให้พ่อกับแม่ฟังได้รึไม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" แม่ทัพซูต้องการทราบเรื่องทั้งหมด เพราะฝ่าบาทเรียกเขาเข้าพบพรุ่งนี้เช้า คาดว่าคงต้องการทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแน่จึงได้เรียกเขาเข้าพบ"เจ้าค่ะ ..เมื่อสองเดือนก่อนฝ่าบาทได้ให้ซื่อจื่อไปตรวจสอบขุนนางที่ทางเมืองกุ้ยเจ้าค่ะท่านพ่อ ปกติซื่อจือจะส่งจดหมายมาถามไถ่ความเป็นอยู่ของข้ากับอวี้เอ่อร์มาทุกๆเจ็ดวัน""แต่ช่วงเข้าเดือนที่สองซื่อจื่อก็ไม่ได้ส่งจดหมายกลับมา ข้าคิดว่าเขาน่าจะงานยุ่งเลยไม่มีเวลาส่งจดหมายดังเช่นทุกครั้ง ข้ามาทราบอีกทีว่าซื่อจื่อได้รับบาดเจ็บก็ตอนที่องค์รักษ์ส่งข่าวมาว่าซื่อจื่อจะถึงจวนในอีกครึ่งชั่วยาม""วันนั้นซื่อจื่อแจ้งว่าจะรับหลานสาวของผู้มีบุญคุณมาเป็นอนุ เขาไม่แม้จะถามข้ากับลูกเลยด้วยซ้ำว่าอยู่จวนเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหมช่วงที่เขาไม่ได้ส่งข่าวมา ตอนนั้นอวี้เอ่อร์เพียงแค่จะเดินเข้าไปจับมือเขากลับสะบัดมือลูกออก" เล่ามาถึงตอนนี้ซินหยางเริ่มน้ำตาคลอ เพราะภาพความตกใจของลูกชายที่โดนท่านพ่อสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดีช่างน่าสงสารนัก"ตอนนั้นข้าได้ลองพูดคุยกับซื่อจื่อแล้วจึงเห็นว่าใจของเ
รุ่งเช้าวันถัดมามีราชโองการด่วนให้ซือจื่อจ้าวหนานหลิงเข้าเฝ้า ข่าวเรื่องความขัดแย้งของหลานชายและหลานสะใภ้ที่เกิดจากสหายรักของเจ้าแผ่นดินนั้น ไม่สามารถหลุดรอดไปจากเจ้าแคว้นได้ แม้จะเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองฝ่ายนั้นมีอิทธิพลกำลังทางการทหารที่สูสีกันและเป็นเรื่องของราชวงศ์ด้วยเช่นกัน จึงได้มีราชโองการด่วนเรียกเข้ามาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น"ถวายพระพรเสด็จลุงพะยะค่ะ" จ้าวหนานหลิงทำความเคารพด้วยความเมื่อยหล้า เพราะพระองค์มีราชโองการให้เข้าวังมาแต่เช้า แต่ให้เข้าเฝ้าจริงยามเว่ย(14.00น) เขายังไม่ได้ทานทั้งข้าวเช้าและข้าวกลางวันเลย"ลุกขึ้นเถิด ข้ามีเรื่องจะถามเจ้าสักหน่อย""ขอบพระทัยพะยะค่ะ""ลุงได้ยินมาว่าเจ้าถึงกับสั่งโบยซินหยางภรรยาที่รักของเจ้า มันเพราะเหตุใดกัน" "ทูลเสด็จลุง วันเกิดเรื่องหลานได้ยินจากบ่าวว่าซินหยางได้ไปเดินเล่นที่สระบัวเมื่ออนุเมิงทราบเรื่องจึงเข้าไปทักทาย หลานจึงเดินไปหาทั้งสอง เพียงแต่เมื่อหลานไปถึงอนุเมิ่งก็ตกลงไปในสระบัวแล้ว""กว่าหลานจะเข้าไปช่วยนางได้ นางก็หมดสติไปแล้ว หากหลานไปช้ากว่านี้นางคงตายไปแล้วพะยะค่ะ " จ้าวหนานหลิงเล่าไปก็มีอากา
เมื่อกลับมาถึงจวนซูฮูหยินก็รีบออกมาหาสามีและบุตรสาวทันที ไม่ได้รอที่ห้องโถงรับรองดังที่ท่านแม่ทัพคาดการณ์ไว้ "ซินเอ่อลูกแม่ เป็นอย่างไรบ้าง ฮึกๆ" ซูฮูหยินที่เห็นสภาพบุตรสาวอิดโรย หน้าซีดขาวไร้สีเลือดยามเดินต้องให้หลันหลันประคอง ก็สะอื้นด้วยความสงสารในวาสนาบุตรสาว ตอนแรกนางกับสามีมั่นใจว่าจ้าวหนานหลิงรักบุตรสาวตนจากใจจริงจึงยอมให้มั่นหมายและแต่งงานไป "ท่านแม่ ข้าไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะ มีเจ็บแผลบ้างแต่เดี๋ยวก็หาย ท่านแม่ไม่ร้องนะเจ้าคะ" ซูซินหยางพยายามปลอบมารดาตนเองเพราะทราบว่านางเป็นห่วง"ฮูหยิน เข้าไปคุยกันข้างในเถิด ประเดี๋ยวอวี้เอ่อร์ตื่น ซินเอ่อร์ลูกกับอวี้เอ่อร์พักที่เรือนเก่าของเจ้านะ พ่อให้คนทำความสะอาดไว้แล้ว" แม่ทัพซูอุ้มหลานชายเข้าไปในจวนตรงไปยังเรือนของบุตรสาว"แม่นมให้บ่าวจัดสำรับมาของข้ากับท่านแม่ทัพมาที่เรือนนี้ด้วย นี่ก็มืดค่ำแล้ว""เจ้าค่ะฮูหยิน" แม่นมรับคำแล้วไปกำชับที่โรงครัวด้วยตนเอง"ซินเอ่อร์เดี๋ยวเจ้าไปพักก่อนนะ ถ้าสำรับมาแล้วแม่จะให้บ่าวนำเข้ามาหลันหลัน ดูแลคุณหนูให้ดีหล่ะ เดี๋ยวแม่มานะ แม่ไปดูอวี้เอ่อร์ก่อน""คุณหนูอยากเช็ดตัวไหมเจ้าคะ ท่านหมอจางบอกว่าแผลคุณห
ปลายยามเซิน (15.00-16.59น) หลันหลันได้กลับมาแจ้งเรื่องที่คุณหนูของนางถูกวางยาพิษให้แม่ทัพซูเทียนหยางทราบ"โธ่ลูกแม่ เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้เจ้าคะ ท่านพี่ท่านรีบไปรับลูกกับอวี้เอ่อร์กลับมาเถิด ข้ากลัวว่า จ้าวหนานหลิงผู้นั้นจะทำร้ายนางกับหลานของข้าอีก" ฟางลี่จูฮูหยินของแม่ทัพซูกล่าวแกสามีที่ยืนอยู่ข้างๆทันที "เจ้าอย่าพึ่งร้อนใจไป วางใจเถิดข้าจะรีบไปรับนางเดี๋ยวนี้เลย" แม่ทัพซูกล่าวปลอบใจฮูหยินตนให้ใจเย็น ทั้งที่ความจริงในใจตนนั้นใจร้อนยิ่งกว่าใคร ...."คารวะท่านแม่ทัพ ท่านมาเพลานี้มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่ขอรับ" ไป๋ซานพ่อบ้านใหญ่ประจำตำหนักชินอ๋อง ถามด้วยความนอบน้อม พลางเช็ดเหงื่อไปด้วยความตื่นตระหนก คาดว่าคงไม่แคล้วต้องเกี่ยวกับฮูหยินน้อยเป็นแน่"เจ้าไปตามซื่อจื่อของเจ้ามาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้ ว่าเหตุใดต้องโบยลูกข้าทันที โดยไม่คิดจะสืบสาวความก่อน" "ข้า...ข้าน้อยจะรีบไปแจ้งซื่อจื่อสักครู่ขอรับ" พ่อบ้านไป๋รีบเดินไปที่เรือนของเมิ่งเหลียนฮวาทันที เพราะใครๆในจวนต่างก็รู้ว่า หลังเกิดเรื่องจ้าวหนานหลิงก็คลุกอยุ่แต่กับอนุเมิ่ง"หลันหลันเจ้าไปบอกลูกข้ากับหมอจางว่าข้ามารับแล้วให้พวกนาง







