LOGINทันทีที่วางสายจากหนึ่งฤทัย มัฑณาวีรีบโทรศัพท์ไปหาภาคิน เพื่อบอกให้เพื่อนไปคอยรับหน้าพวกเขาอยู่ที่บ้าน อีกสักพักจะรีบตามไป
“เกิดอะไรขึ้นเหรอมัท” ติณณภพเอ่ยถามทันทีที่หญิงสาววางสาย
“ฤทัยกำลังมีปัญหาค่ะ”
“เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของคุณน่ะเหรอ”
“ใช่ค่ะ ฤทัยจับได้ว่าพี่วุฒินอกใจเธอไปมีผู้หญิงอื่น และต้องการจะเคลียร์เรื่องนี้กับเขา มัทก็เลยบอกให้ฤทัยนัดพี่วุฒิไปคุยกันที่บ้านมัท จะได้มีคนคอยห้ามทัพ ขืนปล่อยให้เคลียร์กันเองมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่ง มัทคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ขอไปจัดการเคลียร์ปัญหาให้เพื่อนก่อน”
“ผมไปด้วย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ผมไม่มีวันยอมปล่อยให้คุณไปเจอรักแรกของคุณตามลำพังแน่”
“ตามลำพังที่ไหน พิซซี่กับฤทัยก็อยู่ที่นั่นด้วย”
“ผมจะขับรถไปส่งคุณเอง” ติณณภพยังคงยืนยันคำพูดเดิม
“งั้นก็ตามใจ มัทกลับก่อนนะคะคุณพ่อ ขอโทษนะคะที่มัทอยู่กินมื้อเย็นด้วยไม่ได้ทั้งที่รับปากแล้ว”
“ไม่เป็นไร ไว้วันหลังก็ได้พ่อเข้าใจ”
มัฑณาวีไหว้ลาบิดาของติณณภพพร้อมกับเอ่ยลาภูมิระพี “กลับก่อนนะคะคุณภูมิ”
“เชิญครับ”
เมื่อติณณภพและมัฑณาวีมาถึงบ้านก็พบหนึ่งฤทัยกำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่กับภาคิน
“แกมาก็ดีแล้วมัท ช่วยปลอบใจมันหน่อย ฉันปลอบใจใครไม่เป็น ซ้ำเติมเป็นอย่างเดียว”
มัฑณาวีเดินไปนั่งโซฟายาวตัวเดียวกับหนึ่งฤทัย ติณณภพเลือกที่จะไปยืนข้างตัวภาคิน
“เชิญทับถม เยาะเย้ยถากถางกันให้พอเลย ได้โอกาสแล้วนี่ ใครเลยจะมีความสุขเท่าเธอมัฑณาวี จะได้เป็นเมียไฮโซของทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านอย่างคุณติณณ์”
มัฑณาวีไม่ถือสาคำพูดของหนึ่งฤทัยแต่ไม่ใข่ภาคิน
“ใครกันแน่ที่ทำแบบนั้น ถ้าไม่ระวังคำพูดเกิดฉันมือลั่นขึ้นมาห้ามว่านะ”
“ฉันกำลังเศร้าอยู่นะพิซซี่”
“งั้นก็เข้าประเด็นเลยอย่าออกนอกเรื่องให้เสียเวลา”
“เธอรู้เรื่องนี้นานหรือยังมัท”
หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ
“แล้วทำไมถึงไม่บอกฉัน”
“บอกแล้วจะเชื่อเหรอ นอกจากไม่เชื่อแล้วยังกล่าวหาว่ามัทพยายามเลื่อยขาเตียงอีก และไม่ใช่ไม่พยายามบอก แต่ฤทัยเองไม่ใช่เหรอที่ไว้ใจพี่วุฒิมากจนไม่เคยนึกระแวงหรือสงสัยในตัวเขา”
“ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าพี่วุฒิจะนอกใจ และก็ไว้ใจเขามาโดยตลอด”
“ไว้ใจเขาหรือทะนงว่าตัวเองเอาเขาอยู่กันแน่”
“ไม่เอาน่าพิซซี่” มัฑณาวีเอ่ยปรามเพื่อน
ภาคินไหวไหล่ “ก็มันอดไม่ได้นี่”
“แค่นี้ฤทัยก็เสียใจมากพอแล้ว อย่าซ้ำเติมอีกเลย”
“ถูกของมัท แกไม่ควรมาซ้ำเติมให้ฉันช้ำใจมากไปกว่านี้นะพิซซี่”
“ก็ปากแบบนี้พี่วุฒิเขาถึงได้ทนไม่ไหว”
“ใช่สิ...ฉันมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง” พูดจบก็ร้องไห้ฟูมฟาย
“ถ้าพี่วุฒิเขายอมรับผิดแล้วฤทัยจะตัดสินใจยังไง จะให้อภัยเขาหรือว่าจะหย่าขาดจากเขา”
“ฉันก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าควรตัดสินใจยังไงดี”
“ถึงขนาดมีลูกด้วยกันกับฝ่ายโน้น จะให้เลิกรากันไปก็คงไม่ง่ายหรอก”
“เด็กในท้องไม่ใช่ลูกของพี่วุฒิหรอกมัท ผู้หญิงคนนั้นโกหก พี่วุฒิจะรู้ตัวไหมว่ากำลังถูกหลอกให้รับผิดชอบลูกของใครก็ไม่รู้”
“ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะฤทัย” มัฑณาวีเอ่ยถาม
“นั่นสิ มั่นใจมากเกินไปหรือเปล่า การที่แกกับพี่วุฒิไม่มีลูกด้วยกัน ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีน้ำยานะจ๊ะ” ภาคินพูดไปตามที่คิด
“เพราะพี่วุฒิเป็นหมัน เขามีลูกกับใครไม่ได้หรอก และที่เราไม่มีลูกด้วยกันก็เพราะเหตุผลนี้”
“แล้วทำไมเขาถึงเชื่อว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเขา” ภาคินย้อนถามด้วยความมึนงงปนสงสัย
“เพราะเขาไม่รู้ตัวว่าเขาเป็นหมัน” ติณณภพคาดคะเน
“ใช่ค่ะ เมื่อหลายปีก่อนเราพากันไปปรึกษาหมอเรื่องอยากมีลูก หมอแนะนำให้เราตรวจร่างกาย ทำให้ฉันรู้ว่าเรามีลูกด้วยกันไม่ได้ เพราะพี่วุฒิเป็นหมัน ฉันกลัวว่าพี่วุฒิจะเสียใจก็เลยไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเขา แต่บอกเขาไปว่ามดลูกของฉันมีปัญหาทำให้มีลูกยาก ทั้งที่ฉันปกติดีทุกอย่าง”
“ถ้าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกพี่วุฒิ เขาก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ การตัดขาดกับฝ่ายโน้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก อยู่ที่ว่าพี่วุฒิจะยอมทำหรือเปล่าเท่านั้น”
“ถ้าเขารักผู้หญิงคนนั้นก็คงไม่ยอมเลิกรากันง่าย ๆ หรอกพิซซี่ มัทว่าฤทัยเตรียมใจไว้บ้างก็ดีนะ”
“สมมุติว่าเขายอมตัดขาดกับฝ่ายโน้น แกจะตัดสินใจยังไงฤทัย จะยอมให้อภัยพี่เขาแล้วกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไหม”
“ฉันรักเขามากและขาดเขาไม่ได้หรอกพิซซี่ แต่ถ้าจะให้เจ็บซ้ำ ๆ ก็คงรับไม่ไหวเหมือนกัน”
“แต่แกต้องตัดสินใจนะฤทัย ไม่มีใครตัดสินใจเรื่องนี้แทนได้หรอก นอกจากตัวแกเอง”
“มัทว่าฤทัยลองฟังเหตุผลของพี่วุฒิก่อนดีไหม แล้วค่อยไตรตรองว่าจะตัดสินใจยังไง”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







