Mag-log inสำหรับโรสแล้วเวลาแต่ละนาทีมันผ่านไปอย่างเชื่องช้า หนึ่งวันเหมือนหนึ่งปี หญิงสาวทำได้เพียงแวะเวียนผ่านมาที่โรงแรม บ้างก็โทรศัพท์หาซันนี่ ถามข่าวคราวถึงเอเดรียนเสมอ บางคืนเธอเข้าไปในผับ เพราะเชื่อว่าเอเดียนต้องรู้ แม้ว่าเขาจะอยู่มุมไหนของโลก สาวสวยมาเที่ยวราตรีคนเดียวแบบนี้ ทำให้มีผู้ชายมาเกาะแกะเธอหลายคน ยิ่งคนเมาพูดไม่รู้เรื่องคอยแต่จะลวนลาม จนซันนี่ต้องออกมาช่วยจัดการ
"คุณโรสอย่ามาที่นี่อีกนะครับ คุณเอเดรียนอยู่อเมริกาจริงๆ เขาไม่เห็นหรอกว่าคุณถูกลวนลาม"
ซันนี่ทำน้ำเสียงดุ สีหน้าโหดอย่างกับเอเดรียนมาเอง เพราะเจ้านายสั่งการจากห้องส่วนตัว ให้ยิงผู้ชายที่จับสะโพกโรสเสีย แต่เขาไม่ได้ทำเพราะมันดูอำมหิตเกินไป
"ฉันไม่เชื่อ ฉันอยากบอกเขาด้วยตัวเองว่า ไม่ได้มีคนอื่น"
"ผมบอกไปแล้วนะครับ"
"แล้วทำไมเขาไม่มาปรับความเข้าใจกับฉันคะ ฉันไม่ชอบอะไรค้างคาใจ ฉันต้องการอธิบาย อยากให้เข้าใจถูกต้อง ถ้าในที่สุดแล้วเอเดรียนจะไม่คบกับฉันต่อ ก็ไม่เป็นไร"
เธอไม่ชอบการเข้าใจผิดแล้วจากลา นั่นเป็นเหตุผลที่ยังทำตัวเหมือนตามตื๊อเขาไม่เลิก
"ผมว่าการกระทำของคุณเอเดรียน ก็บอกถึงความต้องการของเขาแล้วนะครับว่า จะไม่กลับมาที่นี่อีก"
ซันนี่กล่าวด้วยน้ำเสียงอึดอัด เขาถูกบังคับให้บอกแบบนี้ ทั้งที่เห็นใจโรส คำพูดของบอดี้การ์ดคนสนิทของเอเดรียน ทำหญิงสาวหน้าชา สมเพชตัวเองเหลือเกิน ที่มาคอยตามเขาอยู่ได้
"ฉันเข้าใจดีแล้วค่ะ... "
โรสหันหลังให้คู่สนทนาปิดบังหยาดน้ำตาที่หลั่ง เธอรีบเดินลิ่วไปที่รถ นั่งร้องไห้หลังพวงมาลัย ผู้หญิงเย่อหยิ่งคนนั้นหายไปไหน ทำไมเหลือแต่ผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่ง ทุกอย่างจบแล้ว เธอจะกลับมาเป็นโรสคนเดิมที่เข้มแข็ง
ผ่านไปนับเดือนโดยไร้ซึ่งความหวัง โรสเริ่มทำใจได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทว่าเช้าตรู่วันนี้ เธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการอ่อนเพลียลุกนั่งก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ มีนัดถ่ายรายการทีวีเสียด้วย ทีมงานคงมารอถ่ายทำอยู่ จำต้องฝืนสังขารไปทำงาน
ระหว่างถ่ายทำรายการ บางครั้งพิธีกรสีหน้าซีดเซียว เพราะกำลังพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียน ทนฝืนทำหน้าที่จนจบรายการ ความผิดปกติของร่างกาย วิงเวียนศีรษะ รอบเดือนขาดหาย ปวดคัดเต้านม โรสรู้ดีว่าควรซื้อที่ตรวจครรภ์ เธอเลือกมาถึงสามชุด สามยี่ห้อ
หญิงสาวนั่งมองแผ่นทดสอบ ทั้งหมดได้ผลเป็นpositive กำลังมีชีวิตได้น้อยในครรภ์ เธอยิ้มออกมาด้วยอาการตื่นเต้น มือเรียวลูบคลำช่องท้องไปมา แค่รู้ว่ามีเขาก็ทำให้เธอมีความสุข รักและหวงแหนดังเช่นแก้วตาดวงใจ
ไม่รู้หรอกว่ามารดาของเธอเป็นใคร อยู่ที่ไหน แต่เชื่อว่าแม่ต้องรักเธอเหมือนอย่างที่เธอรักลูก ในวัยเด็กโรสถูกเลี้ยงดูจากครอบครัวอุปถัมภ์ สิ่งที่สัมผัสได้ก็คือความรักของพ่อบุญธรรมที่ชื่อกิตติ พ่อรักเธอเหมือนกับเธอเป็นลูกแท้ๆ ในส่วนของแม่บุญธรรมนั้นแค่เลี้ยงดูตามหน้าที่ ไม่ได้ใจร้ายไม่ดุด่า แต่รู้ว่ารักเธอน้อยกว่าที่พ่อรัก ความรักของพ่อกิตติทำให้โรสคิดถึงพ่อของลูก
"เพราะคุณยังใหม่ ผมเลยไม่ได้ป้องกัน เกิดคุณท้องขึ้นมาจะทำยังไง ลูกต้องพลัดพรากจากผมงั้นเหรอ"
"ช่วยไม่ได้นะเอเดรียน อยากทิ้งฉันไปทําไม"
เอเดรียนจะรู้ไหมว่าเธอรักเขาไปแล้ว เวลานี้ยิ่งรักมากขึ้น ในฐานะพ่อของลูก น่าเสียใจเพียงแต่คำที่เขาบอกไม่อยากให้เกิดการพลัดพรากกัน มันได้เกิดขึ้นแล้ว
"แม่รักลูกมากนะ แต่หนูต้องเป็นเด็กดี อย่าให้แม่แพ้ท้องด้วย เดี๋ยวไม่มีแรงทำงานหาเงินนะ"
เธอเชื่อว่าแม้ลูกจะยังตัวเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียว เขาก็จะรับรู้ถึงความรักที่สื่อถึง และลูกจะเป็นเด็กดีไม่ทำให้แม่ลำบาก ถ้าหากเรื่องผู้ชายแพ้ท้องแทนเมียเป็นความจริง ก็ขอให้เอเดรียนแพ้ท้องไปล่ะกัน
แค่คิดเรื่อยเปื่อย เพราะอาการแพ้ท้องแทนภรรยา ของผู้ชายนั้น เขาว่ากันว่า เกิดขึ้นกับคนที่รักภรรยามาก จึงมีความวิตกกังวลจนเครียดและเกิดอาการคลื่นไส้ เอเดรียนคงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาไม่รักไม่ห่วงเธอ อาการคงไม่สื่อถึงเขาหรอก คิดถึงตรงนี้แล้วก็นั่งร้องไห้เป็นวักเป็นเวน ห้ามตัวเองอย่างไรก็หยุดไม่ได้ อ่อนไหวในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"คุณจะไม่ได้เห็นหน้าลูก ฉันจะไปจากย่านนี้ไปอยู่ไกลๆ เลยอึก ฮือๆ หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะโรส..."
บางอารมณ์เงียบเหงา ไม่มีใครก็ต้องกอดตัวเองร้องไห้ อยากหลุดพ้นอารมณ์บ้าๆ นี้เหลือเกิน แต่มันห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกไม่ได้ ร้องไห้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บ้างก็หงุดหงิดไม่มีเหตุผล
โรสจัดการเคลียร์คิวงานเพื่อมาตรวจสุขภาพ ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ระหว่างนั่งรอเจาะเลือดอยู่ เจ้าหน้าที่เข็นเปลผู้ป่วยผ่านหน้า ชายร่างใหญ่บนนั้นหันมาสบตา ทำให้เธอลุกก้าวเท้าตาม เอเดรียนมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเขาเป็นอะไรร้ายแรงถึงกับต้องนอนบนเปล เธอวิ่งไปเกาะแขนบอดี้การ์ดของเขา
"คุณซันนี่เอเดรียนเป็นอะไรไปคะ? "
"คุณเอเดรียนไม่สบาย กินอะไรไม่ได้มาหลายวันทำให้อ่อนเพลีย แล้ววันนี้หน้ามืดตอนที่ลงบันได ผมคว้าเอาไว้ไม่ทัน"
"แล้วเขาเป็นอันตรายมากไหมคะ? " น้ำเสียงเต็มไปด้วยตื่นเต้นตกใจ หวังว่าเขาคงไม่เป็นอะไรร้ายแรง
"เท่าที่ดูเบื้องต้นไม่มีอะไรแตกหัก แต่อยากจะพามาตรวจร่างกายโดยละเอียด ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ เพราะปกติแล้วคุณเอเดรียนเป็นคนแข็งแรงมาก"
อาการที่ได้ฟังอดคิดไม่ได้ว่า เอเดรียนกำลังแพ้ท้องแทนเธอ หญิงสาวยิ้มรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







