LOGINบทที่ 3 เฮีย
“ถึงแล้ว”
เสียงทุ้มที่เอ่ยกระซิบข้างหูทำให้มือนุ่มยกขึ้นขยี้ตา แล้วกะพริบปริบๆ มองภาพเบื้องหน้า
“ถึงแล้วจริงๆ ด้วย” พะวาพึมพำหลังเห็นหน้าบ้านของตัวเอง ใจยังอยากจะนอนต่ออีกสักนิด ยังไม่อยากลุกจากเบาะนุ่มๆ ไปไหนเลย เพราะร่างกายมีอาการขบเมื่อยจากบทรัก เวลานั้นก็ล่วงเลยเข้ามาสู่เช้าวันใหม่แล้ว
“เข้าบ้านกันเถอะ” เสียงจากปากหยักดังอีกหน หลังเห็นพะวายังอิดออดอยากจะนอนต่อ
พะวาพยักหน้า ฝืนใช้สองแขนหยัดตัวเองลงจากรถ ยังไม่ทันจะขยับตัวไปไหนก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากมุมด้านซ้ายของบ้าน ตรงที่มีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ ห่างออกไปเคยมีกรงเจ้าหมาสี่ขาตั้งอยู่
คนทั้งสองหันขวับไปมอง นัยน์ตาคมหรี่ลงอย่างระวังภัยเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาพะวา
“พะวา...เฮียอยากคุยด้วย”
ชายผู้มาใหม่เอ่ยเสียงเข้ม เขานั่งรอท่ามกลางความมืดอยู่หลายชั่วโมงแล้ว แถมยังต้องทนให้ยุงกัดอีกสีหน้าของพะวาเข้มขึ้น มองชายที่มีรูปร่างพอๆ กับคิระ ต่างกันตรงคนที่แทนตัวเองว่าเฮียมีผิวสีแทนและใบหน้าเข้มกว่าเล็กน้อย
“นี่คุณคีค่ะ”
พะวาอยากจะทำสีหน้าเบื่อหน่ายแต่ก็เก็บความรู้สึกนั้นไว้พร้อมแนะนำให้อีกฝ่ายได้รู้จักกับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกาย“ทำความรู้จักไว้นะคะเฮีย คุณคีจะมาอยู่ที่นี่กับพะวา / คุณคีคะ นี่เฮียหนึ่ง เพื่อนบ้านของพะวาค่ะ”
พะวาเน้นที่คำว่าเพื่อนบ้าน หวังว่าชายตรงหน้าอย่างหรรษดลจะเข้าใจสักที
“ทำไมทำแบบนี้พะวา เพราะประชดเฮียใช่ไหม อย่าทำตัวแบบนี้เลยนะ เฮียกับคุณอาเป็นห่วง” หรรษดลเอ่ยประโยคร่ายยาว ลำตัวขยับไปใกล้ ฉวยมือนุ่มมากุมไว้ ไม่สนใจสายตานิ่งๆ ด้านหลังสักนิด และไม่คิดจะทำความรู้จักกับอีกฝ่ายด้วย
คิระสอดมือล้วงในกระเป๋ากางเกง เฝ้ามองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด แต่เหมือนพะวาจะยังรับมือได้หลังเห็นมือนุ่มชักมือกลับเร็วไว
ในตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมพะวาไม่ยอมเรียกเขาเหมือนใครๆ
คงเพราะเฮียคนนี้
“เรื่องของเรามันจบไปนานแล้วค่ะเฮีย เฮียช่วยเข้าใจสักทีเถอะ” พะวาบอกเสียงเนือย เบื่อหน่ายที่ต้องเอ่ยออกมาอีก แล้วเดินเลี่ยงตัวเข้าบ้านไป ไม่อยากต่อปากต่อคำกับคนที่รู้ แต่แกล้งเป็นไม่เข้าใจ
“พะวา” หรรษดลหน้าเสียเมื่อคนที่เขาอยากแสดงความเป็นเจ้าของไม่รักษาน้ำใจเลยสักนิด
คิระไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ปลายเท้าใหญ่ก้าวตามเจ้าของบ้านเข้าไปด้านใน เห็นพะวาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วทำหน้าสุดเซ็ง
“นอกใจ”
คิระลองเดาเหตุผล ไม่รู้ทำไมเหมือนกันที่เขาคิดเช่นนั้น คงเพราะเขาก็เป็นผู้ชายจึงมองออกได้ไม่ยากกระมัง แถมยังมีประสบการณ์ในลักษณะนี้เช่นกัน“ค่ะ จบไปนานแล้วค่ะ พะวามูฟออนแล้ว แต่เฮียไม่เข้าใจสักที”
เสียงถอนหายใจดังจากจมูกโด่ง ที่ผ่านมาเธอเคยบอกไปหลายหนแล้วในยามที่หรรษดลกลับมาหวังให้เธอหวนไปคืนดี เจ้าตัวก็ทำเหมือนเข้าใจ ยอมถอยห่างไป แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่ดี หนำซ้ำในครั้งนี้เหมือนจะมีกองหนุนเสียด้วย แววตามีประกายบางอย่างคล้ายตอบโจทย์ที่พยายามค้นหาคำตอบมานาน
หูสะอาดยังได้ยินเสียงวนเวียนอยู่หน้าบ้าน เธอไม่แปลกใจที่เห็นหรรษดลเข้ามาอยู่ในรั้วบ้าน เพราะเมื่อก่อนอีกฝ่ายก็เปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่ง บิดาของเธอให้ความรักดั่งลูกชาย
หนำซ้ำยังมีความสนิทสนมกันมาร่วมสิบปี บิดาของเธอกับมารดาของหรรษดลทำงานที่เดียวกัน แถมบ้านยังอยู่ติดกันอีก
และนั่นละ ความรักครั้งแรกจึงเริ่มต้นขึ้นกับหรรษดล รักที่ดำเนินมายาวนาน กระทั่งสองปีก่อนที่รู้ว่าอีกฝ่ายนอกใจ ปราสาททรายจึงถูกน้ำซัดจนพังทลาย
“พะวา พะวา”
เสียงร้องและเคาะประตูบ้านดังขึ้น หรรษดลยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พะวาไม่ขานรับ เลือกจะเดินหนีขึ้นไปยังห้องนอน
“พะวา เฮียอยากคุยด้วย เฮียขอโทษ เฮียผิดเองทั้งหมด” หรรษดลยังไม่ยอมแพ้ หัวใจลนลานยามเห็นอดีตคนรักมีคนใหม่
พะวากลอกตามองบน แต่ก็ไม่คิดจะหวนกลับไปพูดคุย หากอยากยืนขาแข็งอยู่ข้างนอกก็ตามสบาย ส่วนตัวเธอขอทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ง่วงตาจะปิดอยู่รอมร่อ ทว่าปากนั้นก็เอ่ยพึมพำหนึ่งประโยค
“ฝันดีค่ะคุณคี”
ส่วนคิระกำลังส่งข้อความตอบกลับคนสนิทอย่างกรวัฒน์ หลังเจ้าตัวส่งรายงานผลประกอบการในค่ำคืนนี้มาให้ หันไปอีกทีฝ่ายหญิงก็หลับปุ๋ยไปเสียแล้ว สงสัยจะเหนื่อยมากจริงๆ ยิ้มเอ็นดูผุดขึ้นบนใบหน้า
“พะวา”
หูของคิระยังได้ยินเสียงรบกวนหน้าประตูบ้าน ปากหนาบิดโค้ง ดูเหมือนจะมีคนไม่ยอมเลิกราจริงๆ จึงตัดสินใจทำบางอย่าง
หรรษดลยังกระวนกระวาย ความเงียบภายในบ้านทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาหาตนที่ด้านหลังประตู รอยยิ้มปรากฏชัด อึดใจเดียวเสียงหมุนลูกบิดก็ทำให้เขายิ้มอย่างเป็นต่อ
“พะวา”
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







