LOGINหญิงสาวค้อมศีรษะรับแล้วถูกพาขึ้นไปยังห้องทำงานของคิระ ในวันนี้ที่ได้นอนเต็มอิ่มกว่าเดิม ทำให้เธอยังไม่ถึงขั้นนั่งหาว แต่หากถามว่าง่วงไหม ตอบได้เลยว่ามาก คล้ายกับร่างกายยังปรับตัวไม่ได้
“มีอะไรให้พะวาช่วยไหมคะ” พอหย่อนกายลงนั่งบนโซฟา เสียงใสๆ ก็ร้องถามคิระที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน เมื่อมองไปยังโต๊ะกระจกที่ทนและแข็งแรง พวงแก้มก็ขึ้นสีระเรื่อ ภาพเมื่อวานผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
“ไหว” คิระเลือกใช้คำสั้นๆ
“ถ้าไม่ต้องใช้เอวก็น่าจะไหวค่ะ” เธอเองก็อึดและทนทานไม่แพ้กับกระจกหรอก แต่ก็มีข้อแม้เล็กๆ หลังประมาณตนอยู่ชั่วครู่
“ถ้ามีจะบอก นอนเถอะ”
“ค่ะ แต่ถ้ามีงานอะไร เรียกพะวาได้เลยนะคะ”
พะวาพยักหน้า ทิ้งกายลงบนโซฟาตัวเดิม เพิ่มเติมคือในวันนี้มีคนเตรียมผ้าห่มไว้ให้แล้ว จึงยิ้มส่งไปให้หนึ่งหน มือดึงยางรัดผมไปวางไว้ที่โต๊ะตัวเล็กที่เข้าชุดกับโซฟา ดวงตาปิดลงโดยพลัน
คิระนั่งเปิดดูผลประกอบการของเมื่อวานเพิ่มเติม รวมถึงรายงานของเครื่องดื่มที่เริ่มพร่องไปจากห้องเก็บ
เขาไม่ได้มีแค่ผับแห่งนี้เพียงอย่างเดียว ยังมีร้านเหล้าสไตล์นั่งชิลที่ร่วมทุนกับเพื่อนด้วย ร้านนั้นเป็นร้านแรกที่เขาเดินเข้าสู่วงการนี้
ส่วนใหญ่ปิงหรือว่าปุริม เพื่อนสนิทจะเป็นผู้รับผิดชอบที่นั่น และในตอนนี้เขาก็กำลังลงทุนธุรกิจสตาร์ตอัปเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ หลังศึกษาข้อมูลมาพักใหญ่กับเพื่อนอย่างนนท์ปวิธ ที่เป็นเจ้าของท่าเรือ
พอเวลาเริ่มดึก นักเที่ยวก็คึกคัก คิระจึงลงไปด้านล่างเพื่อช่วยลูกน้องดูความเรียบร้อย
กว่าจะกลับขึ้นมาปลุกพะวาก็หลังผู้คนจางหายไปจากร้านจนเกือบหมดแล้ว เลือกแค่พนักงานที่กำลังทำความสะอาดและตรวจเช็กข้าวของ
พะวาที่นอนไปหลายชั่วโมง ถึงจะหลับๆ ตื่นๆ เพราะเสียงเพลงบ้างแต่ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น ก่อนตามคิระออกจากร้าน ทว่าก็ไม่ลืมส่งยิ้มร่ำลาให้พนักงานหลายคนที่เดินผ่าน
คิระนำพาพะวาไปหยุดยังมอเตอร์ไซค์คลาสสิกทรงครุยเซอร์ย้อนยุค สาวเจ้ามองอย่างให้ความสนใจอยู่ชั่วครู่ แล้วต้องดึงตาไปมองหมวกที่ถูกยื่นมาตรงหน้า
“หมวกของพะวาหรือคะ”
คิระกดหน้าตอบรับ
“พะวาอยากได้ลายแมวเหมียว” มือเล็กหมุนหมวกใบนั้นดู มันสีดำทึบดูลึกลับไปหน่อยจึงยู่หน้าพร้อมบอกลายที่อยากได้
“ไม่มี”
คิระบอกเสียงทุ้ม หากเขาใส่ลายที่พะวาอยากได้คงไม่เข้ากันร้อยเปอร์เซ็นต์ พลันส่งเสียงเร่งเร้าหลังได้ยินเสียงคำรามของท้องฟ้า“เร็วเถอะ ฝนจะเทลงมาแล้ว”
“ค่าาา…” พะวาลากเสียงยาว มือยัดหมวกใส่ศีรษะ ไม่รู้ทำไมฝนถึงทำท่าจะเทลงมาได้ ไม่ใช่หน้าฝนหรือมีพายุเข้าสักหน่อย
ขาเรียวก้าวขึ้นไปนั่งบนรถมอเตอร์ไซค์ แล้วคิระก็ขับเคลื่อนรถออกสู่ท้องถนน
ซู่ๆ
ขับมาจวนเจียนจะถึงบ้านอยู่แล้วเชียว ฝนดันตกลงมาห่าใหญ่ จนคิระไม่อาจฝ่าแรงฝนไปได้เลยต้องจอดรถตรงป้ายรถเมล์
คิระที่หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วย ยกขึ้นดูแล้วพบว่ามันเปียกซ่ก
“เสื้อผ้าคุณคีเปียกหมดแล้ว พี่ฝนนะพี่ฝน ตกลงมาได้ ขออีกนิดเดียวเอง” พะวาบ่นฟ้าฝน
“เปียกก็ซัก”
เขามองว่าฟ้าฝนเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่มีใครไปห้ามได้ จึงไม่อยากใส่อารมณ์ไปกับมันมากนัก
“พรุ่งนี้พะวาซักให้นะคะ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของพะวาค่ะ” พะวาขันอาสา อยากช่วยคิระคืนบ้าง
อีกครู่ใหญ่ฟ้าฝนที่เหมือนจะเริ่มจางลงแล้วกลับเทกระหน่ำลงมาอีก พะวาที่เปียกเกือบทั้งตัวได้แค่กลอกตามองบนใส่ท้องฟ้า
‘นี่จงใจแกล้งกันใช่ไหม...สงสัยจะเอาคืนที่เธอบ่นกระปอดกระแปด’สามสิบนาทีกว่าฝนจะหยุดความแรง พะวาและคิระมองหน้ากันแล้วลงความเห็นว่าคงรอให้หยุดสนิทไม่ไหวเลยตัดสินใจควบรถกลับบ้าน
เมื่อมาถึงพะวาก็รีบตรงดิ่งไปอาบน้ำด้วยความเร็วไว ทั้งกลัวล้มป่วยและไม่อยากให้ชายหนุ่มที่รอต่อคิวอยู่รอนาน พอก้าวเท้าออกมาก็เห็นเขามารออยู่แล้วพร้อมกับเสื้อผ้าของบิดาที่เธอขึ้นไปหยิบมาให้ ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตนเองไม่วายมองไปทางห้องนอนที่ถูกปิดสนิท
สัปดาห์นี้คงเป็นเวรที่สรชัชต้องเข้ากะดึก อีกฝ่ายมีหน้าที่เฝ้าโกดังสินค้าและตรวจตราความเรียบร้อยของโรงงานแห่งหนึ่ง
พะวาขึ้นมาเป่าผมให้แห้งแล้วนั่งรอคิระอยู่บนเตียง ห้านาทีต่อมาชายหนุ่มก็ตามขึ้นมา หลังเช็ดผมเสร็จก็เดินมาทิ้งตัวลงนอนพร้อมเจ้าของบ้าน
ไม่นานลมหายใจของทั้งสองก็สม่ำเสมอ พะวาคงจะได้นอนเต็มอิ่มอีกคืน โดยที่ไม่ต้องนึกระแวงใดๆ
บทที่ 4 แฟนเก่า
บนเตียงที่คิระรู้สึกว่ามันแข็งไปหน่อยเวลานี้หลงเหลือเพียงแค่เขา แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาส่งผลให้เขาขยับตัวลุกขึ้น แต่เสียงที่ฉุดกระชากออกจากภวังค์นิทราเป็นเสียงรถราที่วิ่งผ่านกันไปมา
นัยน์ตาคมกริบมองหาเจ้าของเตียง เมื่อไม่พบจึงขยับเท้าไปยังหน้าต่าง หูได้ยินเสียงน้ำไหล แล้วเห็นพะวากำลังง่วนอยู่กับการเทผงซักฟอกลงกะละมังแล้วใช้มือตีฟองสบู่
คิระบิดศีรษะไปซ้ายและขวาขับไล่ความง่วงและขบเมื่อย ตาคมกริบมองไปยังนาฬิกาทรงกลมที่วางไว้บนโต๊ะหัวเตียง
สิบโมงยี่สิบสามนาที หากเป็นแต่ก่อนกว่าเขาจะตื่นขึ้นก็เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว จากนั้นสืบเท้าลงไปหาหญิงสาว
“ทำไมถึงไม่ซื้อเครื่องซักผ้า”
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







