LOGINหลังจากส่งแพรวาและโอลิเวอร์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์โดยสารส่วนตัวกลับไปแล้ว อมลรดาก็เดินไปหาลุงปั้นที่หลังบ้าน
“ลุงปั้นมีเบอร์โทรนักกายภาพบำบัดของคุณอคิณมั้ยคะ”
“มีครับ ผมขอไว้เผื่อเวลานัดรับส่งกัน”
“รดาขอหน่อยนะคะ แล้วจะรบกวนขอยืมโทรศัพท์ลุงปั้นโทร. สักนาทีได้มั้ยคะ” เธอบอกอย่างเกรงใจ
“ได้เลยครับ” ลุงปั้นยื่นโทรศัพท์มือถือให้ “เบอร์ล่าสุดที่โทร. ออก คุณรดากดได้เลย”
อมลรดารับโทรศัพท์มากดโทร. ออก รอสายอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงตอบรับ “คุณแบงค์ นี่รดาเองนะ รดามีเรื่องอยากถามหน่อยค่ะ”
“คุณรดามีอะไรครับ” นักกายภาพบำบัดหนุ่มน้อยที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับอมลรดาตอบกลับมาอย่างเป็นกันเอง
“รดาอยากถามเรื่องอาการคุณอคิณ อยู่ๆ วันนี้เขาก็เดินได้เป็นปกติ รดาไม่รู้ว่าเขาโกรธมากจนลืมตัว หรือความจริงเขาหายนานแล้วแต่แกล้งหลอกรดาคะ”
“เอ่อ...” ปลายสายอึกอักเล็กน้อยจนคู่สนทนาจับพิรุธได้
“บอกรดามาตามตรงเถอะค่ะ”
“คุณอคิณเดินได้เป็นปกติมาสองสามวันแล้วครับ แต่เขายังไม่อยากบอกใคร เห็นว่าอยากเก็บไว้เซอร์ไพร้ส์คุณรดาในวันเกิดเขาวันศุกร์หน้า คุณรดาอย่าบอกคุณอคิณนะครับว่าผมพูด ไม่งั้นผมโดนเล่นงานตายเลย”
“รดาไม่บอกหรอกค่ะ ขอบคุณคุณแบงค์มากนะคะ” อมลรดาดีใจที่อคิณหายดีแล้ว แต่ก็นึกฉุนที่เขายังแกล้งทำเป็นเดินไม่คล่องให้เธอดูแลปรนนิบัติ ทั้งช่วยอาบน้ำ ช่วยพยุง ช่วยแต่งตัว และอื่นๆ อีกมากมาย
อคิณเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่ตอนบ่าย ข้าวเย็นก็ไม่ออกมากิน พลอยทำให้อมลรดากินอะไรไม่ลงไปด้วยจึงสั่งให้แววตาเก็บโต๊ะ
“คุณรดายังไม่ได้ทานสักคำเลยนะคะ”
“ฉันกินไม่ลง” เจ้านายสาวบอกด้วยน้ำเสียงเนือยๆ
“เป็นเพราะคุณอคิณไม่มาทานด้วยหรือเปล่าคะ คุณรดาถึงทานอะไรไม่ลง แววไปตามคุณอคิณให้เอามั้ยคะ” แววตาอาสาด้วยความหวังดี
“ไม่ต้องหรอกแวว คุณอคิณคงกำลังคุยงานอยู่” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องรับประทานอาหารไป ตั้งใจจะกลับเข้าห้องนอน แต่เมื่อเดินผ่านห้องทำงานของอคิณที่อยู่เยื้องกับห้องนอนก็ชะงักเท้าและทำท่าจะเคาะประตูเรียก แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เดินเลยไปเข้าห้องนอน
ทันทีที่อมลรดาปิดประตูห้องนอน อคิณก็เปิดประตูห้องทำงานออกมา เรียกว่าคลาดกันเพียงเสี้ยววินาที ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องรับประทานอาหาร เห็นแววตาเก็บโต๊ะเสร็จพอดี
“คุณรดาทานข้าวแล้วเหรอแวว”
“ไม่ได้ทานค่ะ”
“อ้าว...ทำไมล่ะ?” แวบหนึ่งอคิณอดเป็นห่วงอมลรดาไม่ได้ แต่พอนึกถึงภาพที่เธอกอดกับโอลิเวอร์ก็ฉุนกึกขึ้นมาอีก
“ไม่ทราบว่าเป็นอะไร เอาแต่นั่งมองจานข้าวแล้วก็ทำหน้าซึมๆ คุณอคิณจะทานข้าวมั้ยคะ เดี๋ยวแววตั้งโต๊ะให้ใหม่”
“ไม่ต้อง” อคิณตอบเสียงห้วนแล้วเดินไปยังมินิบาร์ หยิบขวดคอนยักกับแก้วออกไปนั่งดื่มที่ริมสระว่ายน้ำ
บรรยากาศบ้านเชิงดอยตอนสองทุ่มครึ่งเงียบสงัดจนได้ยินเสียงสายลมกระทบใบไม้ คืนนี้อากาศเย็นกว่าทุกวันเพราะฝนกำลังจะตก ทว่าภายในใจของอคิณกลับร้อนรุ่มดังไฟสุม ประกอบกับคอนยักรสเลิศที่กรอกเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าก็ยิ่งทำให้เร่าร้อนไปทั่วทั้งเนื้อทั้งตัว
อคิณนั่งดื่มอยู่คนเดียวราวหนึ่งชั่วโมง พลางครุ่นคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจ เขาตกลงกับตัวเองได้ว่า เขาควรคุยกับอมลรดาให้รู้เรื่อง เขาแอบหวังว่า สิ่งที่เห็น อาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพราะไม่ได้ยินบทสนทนาที่อมลรดากับโอลิเวอร์คุยกัน อีกทั้งอ้อมกอดนั้น ถ้าพิจารณาดูให้ดีก็ไม่ได้ส่อไปทางพิศวาสเท่าไหร่ เมื่อคิดได้ดังนั้นอคิณจึงวางแก้วคอนยักในมือลงแล้วเดินกลับเข้าบ้าน ตรงไปยังห้องนอน
อมลรดานั่งทาโลชั่นบำรุงผิวอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งตอนที่อคิณเปิดประตูเข้ามาในห้อง แต่เธอแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ราวกับเขาไม่มีตัวตน กระทั่งชายหนุ่มเดินเข้ามาโน้มตัวโอบกอดจากทางด้านหลังแล้วหอมแก้มนุ่มไปหนึ่งฟอดเธอก็ยังนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา
“ทำไมไม่รออาบน้ำพร้อมกัน” ชายหนุ่มถามเสียงนุ่ม อารมณ์กรุ่นโกรธที่สะสมไว้ตั้งแต่บ่ายคลายลงไปมากแล้ว
“คุณหายดีแล้วนี่ เดินเองได้แล้วก็น่าจะอาบน้ำเองได้” หญิงสาวที่อยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินนุ่มลื่นความยาวเหนือเข่าตอบพลางลุกขึ้นแล้วจะเดินหนี แต่ถูกอคิณก้าวยาวๆ มายืนขวางหน้าและโอบกอดเธอไว้ด้วยวงแขนแข็งแรงทั้งสองข้าง
“ไปอาบด้วยกันอีกรอบนะ”
“ไม่ค่ะ วันนี้อากาศเย็น ฉันหนาว” อมลรดานึกโกรธคนที่พูดปาวๆ ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลยสักนิด แต่กลับมาตามตอแยเดี๋ยวกอดเดี๋ยวหอมไม่หยุด “ปล่อยค่ะ”
“ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณ”
อมลรดาเอนหลังหนีนิดหนึ่งเมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ปะปนอยู่ในลมหายใจของเขา “คุณดื่มมาเหรอ”
“นิดหน่อยเอง”
“ยังไม่หายดี ยังจะดื่มอีก” ว่าพลางมองเขาตาดุ ต่อให้โกรธและน้อยใจมากแค่ไหน แต่เธอก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้อยู่ดี
“ผมหายแล้ว เดินได้แล้ว ‘ส่วนนี้’ ก็ใช้งานได้แล้ว” พูดพลางดันสะโพกด้านหน้ามาบดคลึงกับหน้าท้องแบนราบของหญิงสาวในอ้อมกอด
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้” อมลรดาถามเสียงสั่น สัมผัสได้ถึงความตึงแน่นและร้อนผ่าวของ ‘อคิณน้อย’ ที่กดแนบอยู่กับหน้าท้องและมันก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันที
“มันเพิ่งมีความรู้สึกเต็มที่เมื่อเช้านี้เอง” อคิณพาอมลรดาไปนั่งที่เตียง แล้วพยายามทำใจพูดกับเธอด้วยอารมณ์ที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันนะรดา”
“ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยคุยค่ะ ฉันเหม็นเหล้า” หญิงสาวบอกพลางขยับตัวหนี
“ก็ได้ แต่คุณอย่าเพิ่งหลับนะ ผมไม่อยากผ่านคืนนี้ไปโดยที่มีเรื่องคาใจ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าแล้วเดินเปลือยกายเข้าห้องน้ำ ภาพแผ่นหลังกว้างหนั่นแน่นกับกล้ามเนื้อขาแข็งแรงที่เห็นทำให้อมลรดาหน้าแดงซ่าน ทั้งที่ปกติก็อาบน้ำด้วยกันทั้งเช้าและเย็นอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ชินอยู่ดี
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







