Se connecterราวสิบห้านาทีอคิณก็เดินเปลือยกายออกมาจากห้องน้ำ ร่างสูงใหญ่ที่มีหยดน้ำเกาะพราวไปทั่วทั้งร่างเดินมาหยิบผ้าเช็ดตัวที่อยู่ในตู้แล้วเหลือบตามองไปยังเตียงนอนก็เห็นว่าอมลรดานอนตะแคงข้างหันหลังให้เขาอยู่ โดยมีผ้าห่มคลุมร่างจนมิดถึงครึ่งใบหน้า ภาพที่เห็นทำให้เขาเข้าใจได้ทันทีว่าเธอไม่อยากคุยด้วย แต่เขาไม่สน รีบเช็ดตัวแล้วสวมชุดนอนจากนั้นก็คลานขึ้นเตียง สอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน เบียดร่างเข้าไปแนบชิดแล้วโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง เกยคางบนลาดไหล่ที่มีเพียงสายเส้นเล็กของชุดนอนพาดผ่านแล้วกระซิบถามงึมงำอยู่กับซอกคอหอมกรุ่น
“หลับแล้วเหรอ”
อมลรดาไม่ตอบ อคิณจึงกดจูบลงที่หัวไหล่มนแล้วระเรื่อยขึ้นไปซุกไซ้ซอกคอ ในขณะที่มือใหญ่ที่วางทางอยู่บนหน้าท้องแบนราบเลื่อนขึ้นมานวดคลึงทรวงอกอวบ เขาลงน้ำหนักมือค่อนข้างหนักเพราะต้องการให้หญิงสาวหันมาคุยด้วย
“อย่าค่ะ ฉันจะนอน”
“ผมบอกแล้วไงว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน” ปากและมือของเขายังเคลื่อนไหวอยู่บนร่างกายของหญิงสาวในอ้อมกอดไม่หยุด
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ถอยไป” อมลรดาพลิกตัวหันหน้ามาแล้วผลักอกอคิณให้ออกห่างจากตัว ความเสียใจจากเรื่องที่ได้ยินยังอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ไหนบอกว่าผมอาบน้ำแล้วจะคุยไง” อคิณลุกขึ้นนั่งท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย เขาอุตส่าห์ยอมลงให้ก่อน แต่เธอกลับทำหวงเนื้อหวงตัว ทีกับโอลิเวอร์กลับยอมให้กอดให้จูบหน้าผากแต่โดยดี
“คืนนี้คุณเมาแล้ว เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ”
“ผมไม่เมา”
อมลรดาลุกขึ้นนั่งอย่างระวังตัวเพราะรู้สึกว่าวันนี้อารมณ์ของอคิณเปลี่ยนแปลงรวดเร็วผิดปกติ บางทีอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ “ถ้าคุณพูดไม่รู้เรื่องฉันจะไปนอนห้องรับรองแขก”
อคิณรวบร่างบางมากอดไว้เมื่อเธอทำท่าจะลุกออกจากเตียง “คุยกันก่อน”
อ้อมกอดของเขารุนแรงและรัดแน่นผิดปกติจนหญิงสาวนึกกลัว “ปล่อยฉัน คุณเมา เอาไว้คุยพรุ่งนี้”
“พอไอ้ฝรั่งนั่นมาหาเข้าหน่อยก็ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวกับผัวนะ” คอนยักหลายแก้วที่ดื่มเข้าไปทำให้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของอคิณลดลงไปมากกว่าครึ่ง
“คุณไม่ใช่!” อมลรดาสวนกลับทันควัน
“ลืมแล้วเหรอว่าเราทำสัญญากันไว้ว่ายังไง” อคิณกัดฟันบอกเสียงขุ่น “หนึ่งปีครึ่งนี้คุณต้องอยู่กับผมในฐานะ ‘เมีย’ แล้วอย่างนี้ผมจะไม่ใช่ ‘ผัว’ คุณได้ยังไง”
“ฉันมันก็แค่เมียชั่วคราว เป็นแค่แม่พันธุ์ที่คุณเอาไว้ผลิตลูกก็เท่านั้น คุณจะมาสนใจอะไรฉันนักหนา” เธอตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความน้อยใจ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลออกมาอย่างสุดฝืน ทว่ามันก็ไม่สามารถทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นของอคิณคลายลงได้เลย
“ตราบใดที่คุณยังอยู่ในฐานะเมียผม คุณจะทำตัวสำส่อน เที่ยวไปกอดกับคนโน้นคนนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าลูกที่จะเกิดมาเป็นลูกของผมจริงๆ”
“ทุเรศ! พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง” อมลรดายกมือฟาดหน้าเขาอย่างแรงจนหน้าหัน “ถ้าคิดว่าฉันสำส่อน คิดว่าฉันจะทำตัวเลวได้ขนาดนั้นก็ไปหาคนอื่นมาเป็นแม่พันธุ์แทนฉันเถอะ ฉันไม่ทนอยู่กับคนไม่มีหัวใจอย่างคุณแล้ว” หญิงสาวร้องไห้น้ำตานองหน้า แล้วก้าวลงจากเตียง
“ไม่ห่วงชีวิตพ่อคุณแล้วเหรอ” อคิณถามด้วยท่าทางข่มขู่
“คุณยกเลิกสัญญาของเราสิ แล้วฉันจะไปขายตัวให้คนอื่นเอาเงินมาใช้หนี้คุณ” หญิงสาวประชดทั้งน้ำตา
“ในเมื่อคิดจะขายอยู่แล้วก็ขายให้ผมซะเลยก็แล้วกัน…มานี่!” ว่าแล้วก็รั้งร่างบางให้ล้มลงนอนบนเตียงแล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับ
“ฉันไม่ยินยอม ถ้าคุณทำ เท่ากับคุณข่มขืนฉัน”
“ผมจะทำให้คุณยอม และร้องขอให้ผมทำซ้ำแล้วซ้ำอีก” พูดจบก็ก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมละมุน ละเลงจูบไปทั่วลำคอและข้างแก้มอย่างดุดัน
“คุณอคิณหยุดเดี๋ยวนี้นะ คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ปล่อยฉัน! ปล่อยฉันนะ!!!” อมลรดาต่อว่าทั้งน้ำตา ดิ้นรน ทั้งทุบ ทั้งตี ทั้งผลักร่างหนาให้ออกห่างจากตัวเป็นพัลวันแต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้เลย “ไม่นะคุณอคิณ ต้องไม่ใช่แบบนี้ คนใจร้าย คนไม่มีหัวใจ หยุดนะ!!!”
“ทีคนอื่นให้กอดได้ ทีกับผัวทำเป็นห้าม”
“หยาบคาย!” อมลรดาเอียงหน้ากัดหูคนที่กำลังซุกไซ้ซอกคอเธออย่างแรงพร้อมกับยกเข่าขึ้นกระแทกกล่องดวงใจของเขาแบบไม่กลัวว่ามันจะแตกสลายเลยสักนิด
“โอ๊ย!!!” อคิณร้องเสียงดังลั่นห้อง แล้วพลิกตัวลงนอนงอตัวเอามือกุมเป้า นึกเป็นห่วงว่า ‘อคิณน้อย’ ที่เพิ่งฟื้นตัวจะสลบไปอีก
อมลรดาฉวยโอกาสตอนที่อคิณกำลังพะวงอยู่กับของรักของหวงวิ่งหนีออกจากห้อง
“รดา...จะไป...ไหน...” อคิณพยายามจะตะโกนเรียกหญิงสาวที่ร้องไห้อย่างเสียขวัญทว่าเสียงเรียกของเขาก็ดังผะแผ่วอยู่แค่ในลำคอ วินาทีนี้เขากลัวจับใจว่าเธอจะหนีออกจากบ้านไป ครั้นจะตามไปตอนนี้ก็จุกจนลุกไม่ขึ้น เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าที่ความเจ็บจะคลายลงและมีเรี่ยวแรงพอจะออกไปเดินตามหาอมลรดา
เมื่อเดินออกมาถึงประตูหน้าบ้าน อคิณถึงได้เห็นว่าฝนกำลังตกหนัก เสียงลม เสียงฝนและเสียงฟ้าคงกลบเสียงที่เขาอมลรดาทะเลาะกันจนหมดสิ้น คนรับใช้ทั้งสามคนถึงได้เก็บตัวเงียบกริบกันอยู่ในห้อง ราวกับทั้งบ้านมีเพียงเขากับอมลรดาอยู่กันแค่สองคน
อคิณเดินไปหยิบร่มคันใหญ่จากในตู้ข้างประตูแล้วเดินออกไปตามหาอมลรดารอบบ้าน กระทั่งพบว่าเธอยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ริมสระว่ายน้ำ วินาทีแรกที่เห็นชายหนุ่มแทบจะกระโจนเข้าไปกอดปลอบและขอโทษที่เผลอทำรุนแรงกับเธอ แต่เพราะทิฐิที่คิดว่าเธอรักโอลิเวอร์จึงทำให้เขาชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปหาเธอ
อคิณยืนมองร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนเนื้อผ้าบางเบายืนตากฝนตัวสั่นอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเดินกลับเข้าบ้าน ถ้าเธอเกลียดเขา ไม่อยากเห็นหน้าเขา เขาก็จะไม่ยุ่งกับเธออีก แล้วพรุ่งนี้เขาจะฉีกสัญญาให้ เพื่อที่เธอจะได้ไปอยู่กับคนที่เธอรัก ส่วนเรื่องหนี้สี่สิบล้าน เขาคิดว่ามหาเศรษฐีอย่างโอลิเวอร์คงยินดีที่จะชดใช้ให้เธอด้วยความเต็มใจ
ชายหนุ่มตัดสินใจหันหลังให้หญิงสาวที่เขาแน่ใจว่าตกหลุมรักเธออย่างสุดหัวใจไปแล้วด้วยความเจ็บปวดใจ เขารักเธอ แต่ในเมื่อเธอรักคนอื่น เขาก็ยินดีที่จะปล่อยเธอไป แต่เมื่อเดินไปได้เพียงสองก้าวก็ได้ยินเสียง ‘ตู้ม’ ดังขึ้นจากทางด้านหลัง อคิณใจหายวาบ รีบหันกลับไปมองที่สระว่ายน้ำ แต่ไม่เห็นอมลรดายืนอยู่ที่ขอบสระแล้ว เห็นเพียงน้ำในสระเกิดระรอกคลื่นเป็นวงกว้างคล้ายมีคนกระโดดลงไป อคิณยืนมองอยู่พักใหญ่อมลรดาก็ไม่ผุดขึ้น เขาจึงรีบโยนร่มในมือทิ้ง แล้วกระโดดลงสระ งมเอาร่างบอบบางที่ทิ้งตัวดิ่งลงสู่ก้นสระขึ้นมานั่งที่ขอบสระ
“เป็นบ้าไปแล้วเหรอรดา เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องฆ่าตัวตาย” อคิณเขย่าร่างเล็กที่ขาวซีดอย่างโกรธจัด
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







