Share

12.4 | ผมขอโทษ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-25 11:52:54

               “ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตาย” อมลรดาบอกเสียงแผ่วเบา หนาวจนปากสั่น ตัวสั่นอย่างน่าสงสาร “ฉันลื่นตกลงไป แล้วขาแพลง เจ็บจนตีขาพยุงตัวว่ายน้ำขึ้นมาไม่ได้”

               อคิณจับข้อเท้าเล็กพลิกดู เห็นว่ามีรอยแดงและบวมเป่ง จึงรีบอุ้มหญิงสาวเข้าไปวางที่โซฟาปลายเตียงในห้องนอน แล้วหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาคลุมไหล่ให้ จากนั้นก็เดินออกไปนอกห้อง ครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกะละมังใบเล็กที่บรรจุน้ำแข็งมาเต็ม เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาห่อน้ำแข็ง แล้วประคบที่ข้อเท้าให้อมลรดาอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงว่าจะทำให้เธอเจ็บมากขึ้น

               “ฉันทำเอง” อมลรดาจะแย่งผ้าขนหนูห่อน้ำแข็งจากมือชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น แต่เขาชักมือหลบแล้วบอกเสียงดุ

               “นั่งเฉยๆ เถอะน่า”

               “นี่คุณหายดีถึงขนาดที่เดินได้ ว่ายน้ำได้ แล้วยังอุ้มฉันเข้ามาในบ้านได้อีกเหรอเนี่ย” อมลรดาไม่อยากจะเชื่อ หมอคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะต้องใช้เวลาถึงหกเดือนในการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย แต่อคิณใช้เวลาแค่เดือนเดียว ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ

               “ผมคงตกใจแล้วก็เป็นห่วงคุณมากไปหน่อย อะดีนาลีนเลยหลั่ง คงเหมือนคนที่แบกตู้เย็นออกจากบ้านตอนไฟไหม้ได้นั่นแหละ” อคิณพูดพลางก้มหน้าก้มตากดผ้าห่อน้ำแข็งประคบรอบข้อเท้าเล็กอย่างเบามือที่สุด

               “คุณเป็นห่วงฉันจริงเหรอ”

               อคิณชะงักมือแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับอมลรดาที่กำลังก้มมองเขาอยู่ แม้ใจจะอ่อนยวบไปแล้ว แต่ก็ยังปากแข็งอยู่ “ผมยังใช้งานคุณไม่คุ้มเงินสี่สิบล้านเลย อีกอย่างคุณก็ยังไม่มีลูกให้ผม ผมไม่ปล่อยให้คุณตายง่ายๆ หรอก”

               อมลรดาฟังแล้วเหมือนมีก้อนแข็งแล่นขึ้นมาจุกที่อกจนหายใจไม่ออก ความเสียใจและน้อยใจพุ่งจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง “ถ้าฉันมีลูกให้คุณแล้ว เราจะจบกันจริงๆ ใช่มั้ย”

               “คุณอยากไปอยู่กับไอ้ฝรั่งนั่นมากเหรอ” อคิณถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองใจ ให้ตายเถอะ ทำยังไงเขาก็สลัดภาพที่เธอกอดกับโอลิเวอร์ออกจากหัวไม่ได้ นึกถึงทีไรก็อยากพ่นไฟทุกที

               “อย่าดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยว ฉันถาม คุณก็แค่ตอบ”

               “ถ้าคุณมีลูกให้ผมแล้ว ก็ถือว่าคุณทำงานสำเร็จ หลังจากนั้นคุณจะไปไหน ไปอยู่กับใคร ผมไม่สนใจ” พูดจบก็วางกระแทกผ้าห่อน้ำแข็งลงในกะละมังอย่างแรง แล้วเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดผมที่เปียกแบบลวกๆ แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง ปล่อยให้อมลรดานั่งกอดตัวเองด้วยความเหน็บหนาวและน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจอยู่ที่โซฟาปลายเตียง

เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปหลายแก้ว ทำให้อคิณตื่นสายกว่าทุกวัน แถมตื่นมาพร้อมกับอาการ ‘เมาค้าง’ อีกต่างหาก

               “รดา...ผมปวดหัวจังเลย” ชายหนุ่มออดอ้อนเสียงอ่อนทั้งที่ยังไม่ลืมตาพลางพลิกตัวตะแคงข้างแล้ววาดแขนสะเปะสะปะควานหาหญิงสาวที่ต้องตื่นมาเห็นหน้าเธอเป็นคนแรกทุกวัน ทว่าวันนี้ข้างกายกลับว่างเปล่า อคิณเพิ่งนึกได้ตอนนี้เองว่า เมื่อคืนนี้เขาทะเลาะกับอมลรดาอย่างรุนแรง คิดแล้วก็โมโหตัวเองที่หึงหนักมากจนควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่

               “รดา คุณอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่า” อคิณเรียกหา ‘ภรรยาชั่วคราว’ พลางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง กวาดตามองไปรอบห้อง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นหญิงสาวนอนขดตัวอยู่ที่โซฟาปลายเตียงในชุดนอนเนื้อผ้าบางเบาชุดเดียวกับที่สวมเมื่อคืนนี้ “เฮ้ย! อย่าบอกนะว่านอนตัวเปียกอยู่ตรงนั้นทั้งคืน”

               ความตกใจทำให้เขาหายปวดหัวเป็นปลิดทิ้ง ร่างสูงกระโดดผลุงลงจากเตียงแล้วก้าวยาวๆ เข้าไปหาอมลรดาที่นอนไม่ได้สติอยู่ เธอมีอาการหนาวสั่นจนดูน่าสงสาร ชุดนอนซึ่งเป็นผ้าเนื้อบางแห้งแล้ว แต่บราเซียร์ลายลูกไม้บุฟองน้ำยังเปียกชื้นอยู่

               “หนาว...” หญิงสาวละเมอเสียงแผ่วในลำคอ ริมฝีปากแห้งผากและแดงจัดเพราะพิษไข้

               “ตัวร้อนจี๋เลย บ้าเอ๊ย!” ชายหนุ่มสบถหลังจากใช้หลังมือแตะที่หน้าผากเกลี้ยงเกลา เขาโกรธตัวเองที่เป็นสาเหตุทำให้เธอต้องป่วย

               อคิณจัดการถอดชุดนอนและชุดชั้นในที่เปียกชื้นของอมลรดาออก แล้วหาเสื้อผ้าเนื้อหนามาสวมให้ใหม่ จากนั้นจึงอุ้มเธอไปนอนที่เตียง ห่มผ้าให้ แล้ววิ่งออกไปสั่งให้ลุงปั้นเอารถออกไปรับหมอ สั่งป้านิ่มทำข้าวต้มปลาแซลมอนเตรียมไว้ จากนั้นก็กลับเข้าห้อง มาเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนในร่างกายให้คนป่วย

               “ผมขอโทษ ถ้าเมื่อคืนผมมีสติคุยกับคุณดีๆ คุณก็คงไม่เป็นแบบนี้” ชายหนุ่มจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากร้อนผ่าวอย่างแผ่วเบา แล้วนั่งเฝ้าเธออยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน จนกระทั่งหมอมาตรวจอาการ

               “ภรรยาผมเป็นยังไงบ้าง”

               “ไข้สูงเกือบสี่สิบองศา มีอาการปอดชื้นด้วย เอ็นที่ข้อเท้าก็อักเสบ” หมอบอกสีหน้าเคร่งเครียด “คุณพาภรรยาไปแอดมิดที่โรงพยาบาลดีกว่า ที่นั่นเครื่องมือครบ เผื่อฉุกเฉินหมอจะได้ช่วยทัน”

               “อาการน่าเป็นห่วงขนาดนั้นเลยเหรอครับ” อคิณถามด้วยสีหน้าหน้าเป็นกังวล

               “พอสมควรครับ หมอจะฉีดยาลดไข้ให้ก่อน รอให้เธอตื่น ให้ทานข้าวแล้วทานยาที่หมอจัดไว้ให้แล้วค่อยไปโรงพยาบาลก็ได้”

               “ครับหมอ”

               หลังจากหมอกลับไปแล้ว อคิณก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมานั่งเฝ้าอมลรดาที่ข้างเตียง พอหญิงสาวเริ่มขยับเปลือกตาและแขนขา เขาก็รีบผวาเข้าไปประคองให้เธอลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง อมลรดายกสองมือขึ้นกุมขมับเหมือนปวดหัวมาก พอขยับขาก็ทำหน้าเบ้เพราะเจ็บข้อเท้าอีก

               “คุณทานข้าวก่อนนะ แล้วผมจะพาไปโรงพยาบาล” อคิณหยิบชามข้าวต้มขึ้นมาแล้วทำท่าจะป้อน แต่คนป่วยเบือนหน้าหนี

               “โกรธฉันมาก เกลียดฉันมาก ก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” เธอว่าอย่างน้อยใจ

               “เรื่องเมื่อคืนผมขอโทษ”

               “คุณเกือบ...ขืนใจฉัน” น้ำตาแห่งความเสียใจไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้

               “ผมยอมรับผิดที่ใช้อารมณ์กับคุณมากไป แต่คุณก็ผิดที่ไปกอดกับผู้ชายคนอื่นทั้งที่ ‘ผัว’ ยืนหัวโด่อยู่ในบ้าน” พูดแล้วอคิณก็เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาอีก

               “เรื่องนี้เหรอที่คุณบอกว่าจะเคลียร์กับฉัน”

               “ฮื่อ” อคิณพยักหน้ารับ “แต่คุณทานข้าวก่อนดีกว่า จะได้ไปโรงพยาบาลกัน รอคุณหาย แล้วเราค่อยมาเคลียร์กันก็ได้”

               คราวนี้อมลรดายอมให้เขาป้อนข้าวต้มแต่โดยดี ระหว่างที่กินข้าวเธอก็นึกถึงคำพูดของแพรวาขึ้นมาได้

               ‘พี่เห็นรดากับโอลิเวอร์กอดกันอยู่ที่สวนหน้าบ้าน’

            ‘เรากอดกันแบบพี่น้องค่ะพี่แพร’

            ‘พี่เชื่อรดา แต่น้องชายพี่อาจจะไม่เชื่อ’

               “คุณอคิณ...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงเบาหลังจากกลืนข้าวต้มคำสุดท้ายลงคอไปแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณสามีที่รัก   19.3 | แต่งงาน (ตอนจบ)

    “คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให

  • คุณสามีที่รัก   19.2 | เด็กน้อยคือกาวใจ

    “คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค

  • คุณสามีที่รัก   19.1 | เริ่มต้นกันใหม่

    “ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส

  • คุณสามีที่รัก   18.3 | พ่อลูกได้พบกัน

    “เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้

  • คุณสามีที่รัก   18.2 | ความหวังดีที่สูญเปล่า

    “คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค

  • คุณสามีที่รัก   18.1 | อย่าโทษตัวเอง

    สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status