Se connecter“เห็นหรือยังว่าการตัดสินใจของแกก็ไม่ได้ดีไปกว่าตอนที่แม่เลือกริษามาให้แต่งงานกับแกสักเท่าไหร่” สุมาลีบ่นด้วยความหนักใจเมื่ออคิณแวะมาที่บ้าน และระบายเรื่องที่คุยกับคุณปู่ให้ฟังทั้งหมด โดยหวังว่าผู้เป็นแม่จะเข้าใจ แต่กลายเป็นแม่ก็ไม่เข้าข้างเสียอย่างนั้น
“แต่จะให้ผมทิ้งรดา ผมทำไม่ได้ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ตอนแรกคิณบอกแม่ว่าจะเอาแค่ลูก อย่าบอกนะว่าตอนนี้นึกอยากได้แม่นั่นมาเป็นเมียจริงๆ แล้ว”
“ผมยอมรับว่าตอนแรกผมคิดแบบนั้นจริงๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว รดาเป็นเมียผมแล้ว แล้วผมก็รักเธอมากด้วย”
“รักแค่ไหนก็ต้องตัดใจ แล้วเตรียมตัวแต่งงานกับหนูริต้าแล้วก็รีบมีลูกตามคำสั่งคุณปู่” สุมาลีสั่งอย่างเด็ดขาด เพราะรู้ว่าครั้งนี้คุณปู่โกรธจริง และกล้าที่จะตัดหลานชายคนเดียวออกจากกองมรดกได้จริงอย่างที่พูดด้วย
“ทุกคนเห็นผมเป็นหุ่นยนต์หรือไง ถึงได้จะตั้งโปรแกรมให้ปั๊มลูกกับใครก็ได้อย่างนี้” อคิณเริ่มหมดความอดทน
“แม่เตือนคิณตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ให้เลือกรดาคิณก็ไม่เชื่อแม่”
“ทำไมคุณแม่กับคุณปู่ถึงได้ใจแคบกันขนาดนี้ รดาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ความผิดเดียวของรดาคือเกิดมาเป็นลูกสาวของพ่อขี้โกงเท่านั้นเอง”
“คิณ!!! นี่แกหลงผู้หญิงคนนั้นมากถึงขนาดกล้าว่าแม่ ว่าคุณปู่อย่างนี้เลยเหรอ”
“ผมทำตามคำสั่งของทุกคนมามากพอแล้ว ต่อไปนี้ผมจะตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง” ชายหนุ่มประกาศกร้าว ไม่มีใครรู้ว่า หลายปีที่ผ่านมาเขาเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องแบกตำแหน่ง ‘ผู้สืบทอดตระกูล’ ไว้บนบ่า เขามีหน้าที่รักษาธุรกิจของต้นตระกูล และต้องรับผิดชอบชีวิตพนักงานโรงแรมอีกหลายพันชีวิต เขาพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ให้ปู่กับแม่ผิดหวัง แต่วันนี้เขามีหน้าที่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือหน้าที่ ‘สามี’ ซึ่งเขาจะทำให้ ‘ภรรยา’ อย่างอมลรดาผิดหวังในตัวเขาไม่ได้เช่นกัน
“อย่าบอกนะว่าแกจะขัดใจคุณปู่ แล้วเลือกรดามาเป็นเมีย” สุมาลีเริ่มกลัวใจลูกชาย “อย่าแม้แต่จะคิดนะคิณ ถ้าแกทำแบบนั้น คุณปู่ตัดแกออกจากกองมรดกแน่ แล้วถ้าแกเหลือแต่ตัว ผู้หญิงหน้าเงินอย่างรดาไม่มีทางชายตาแลแกแน่นอน ได้ข่าวว่ามีก่อนหน้าที่จะมาอยู่กับแกก็มีแฟนเป็นเศรษฐีฝรั่งนี่”
“รดากับโอลิเวอร์เป็นแค่เพื่อนกันครับคุณแม่”
“แกรู้ได้ยังไง”
“รดาบอกผม”
“แล้วแกก็เชื่อ”
“ครับ...ผมเชื่อรดา” หลังจากได้ยินคำว่า ‘รัก’ จากปากอมลรดาแล้ว อคิณก็พร้อมจะเชื่อใจเธอทุกอย่าง เขาแน่ใจว่าอมลรดากับโอลิเวอร์ไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะเขารู้ว่าตัวเองคือผู้ชายคนแรกของเธอ และต่อจากนี้ไป เธอจะเป็น ‘ภรรยา’ ของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ฉันจะบ้าตาย!” สุมาลีโวยวายเสียงดังลั่น “ได้มันเป็นเมียไม่เท่าไหร่ก็หลงมันถึงขนาดนี้แล้วเหรอ”
“ถ้าคุณแม่จะเอาแต่จิกว่ารดาแบบนี้ ผมขอตัวนะครับ” ว่าแล้วก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่ถูกแม่รั้งแขนเอาไว้อย่างโกรธเกรี้ยว
“ค่ำแล้วจะไปไหน”
“ผมจะไปนอนคอนโด รดารอผมอยู่”
“อ้อ...จะไปนอนกับเมีย!” สุมาลีแค่นเสียงอย่างหมั่นไส้ ยิ่งอคิณหลงอมลรดามากเท่าไหร่ สุมาลีก็ยิ่งเกลียดอมลรดามากเท่านั้น
“ให้เวลาผมนิดนึงนะครับคุณแม่ ผมขอไปคุยกับรดาก่อน แล้วผมจะให้คำตอบ” อคิณขอร้องผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“หวังว่าแม่จะได้รับคำตอบที่น่าพอใจนะ”
อคิณนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร มีเพียงแววตาเท่านั้นที่ฉายแววกดดันอย่างเห็นได้ชัด
กว่าที่อคิณจะฝ่าการจราจรที่แสนติดขัดกลับมาถึงคอนโดก็เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว ชายหนุ่มยืนนิ่งอย่างทำใจอยู่ที่หน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด แล้วปรับสีหน้าจากเคร่งเครียดกดดันให้เป็นผ่อนคลายตามปกติ จากนั้นจึงกดรหัสเปิดประตูเข้าไป
“รดา...ผมกลับมาแล้ว”
เงียบ...ไม่มีเสียงตอบรับ
ชายหนุ่มคิดว่าภรรยาน่าจะอยู่ในห้องครัวจึงรีบก้าวยาวๆ เข้าไปแต่ก็ไม่เจอตัว
“รดา คุณอยู่ในห้องนอนหรือเปล่า” ตะโกนถามพลางเดินเข้าไปในห้องนอน แล้วก็โล่งใจเมื่อได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวตกกระทบพื้นหินอ่อนดังแว่วออกมาจากในห้องน้ำให้ได้ยิน อคิณยิ้มขำตัวเองที่เครียดมากจนหวาดระแวงว่าเธอจะหายไปจากชีวิต ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าก่อนจะเดินย่อไปที่ประตูห้องน้ำแล้วเปิดเข้าไปอย่างเบามือ
“อุ๊ย! คุณอคิณ” หญิงสาวที่กำลังล้างฟองครีมอาบน้ำออกจากร่างกายสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ๆ สามีก็เข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง
“ทำไมไม่รออาบพร้อมกัน”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณจะกลับมาหรือเปล่า”
“บอกไว้แล้วว่าจะกลับมานอนด้วยก็ต้องมาสิ”
“ทานอะไรมาหรือยังคะ”
“ยัง” ตอบพลางเลื่อนมือที่วางทาบอยู่บนหน้าท้องแบนราบขึ้นมาลูบไล้ทรวงอกอวบอย่างเบามือ ริมฝีปากกดจูบแล้วดูดดึงอย่างแรงที่ซอกคอจนร่างบางเปลือยเปล่าใต้สายน้ำสั่นสะท้าน ปลายลิ้นร้อนแตะต้องลงที่ใดก็เหมือนจุดไฟขึ้นที่ตรงนั้น “จะกลับมากินเมีย”
อมลรดาอมยิ้มแล้วทิ้งหลังพิงแผงอกกว้าง ปล่อยให้ปากและมือของเขาเคลื่อนไหวบนร่างกายเธอตามใจปรารถนา “คุณปู่เรียกไปคุยเรื่องอะไรคะ”
อคิณชะงักไปนิดหนึ่ง โชคดีที่เธอหันหลังให้ จึงไม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ “เรื่องเดิมๆ คุณไม่ต้องสนใจหรอก”
“เรื่องมีลูกหรือเปล่า” หญิงสาวพลิกตัวหันหน้ามาถามพลางกดครีบอาบน้ำจากขวดหัวปั๊มแล้วนำมาลูบไล้ที่หน้าอกตลอดจนบ่ากว้างทั้งสองข้างของสามี ร่างกำยำสูงใหญ่สะดุ้งเล็กน้อยด้วยความซ่านสยิวเมื่อฝ่ามือนุ่มปัดผ่านยอดดอกสีชมพูเข้ม ทำเอาอมลรดาหัวเราะคิกที่สามีของเธอมีปฏิกิริยาตอบสนองไวเหลือเกิน
“ฮื่อ” ชายหนุ่มตอบรับอย่างลำบากใจ ยังไม่กล้าบอกภรรยาว่า คุณปู่อยากเขามีลูกกับผู้หญิงคนอื่น
“เมื่อคืนนี้ไม่ใช่ระยะปลอดภัย แล้วคุณก็ไม่ได้ป้องกัน ลูกอาจจะมาแล้วก็ได้”
“แค่ครั้งเดียวยังไม่ติดหรอก ต้องซ้ำอีกที” ว่าแล้วก็รีบล้างฟองครีมอาบน้ำออกจากร่างกายก่อนจะดันหลังภรรยาไปชิดกับผนังหินอ่อนแล้วก้มลงประกบริมฝีปากจูบเธออย่างเร่าร้อน
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







