Se connecterอมลรดารับรู้ได้ถึงบางอย่างที่แปลกไป วันนี้จูบของเขาเร่าร้อนดุดันไม่เป็นตัวของตัวเองเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ราวกับกำลังมีเรื่องสับสนว้าวุ่นใจอยู่ ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณปู่เรียกไปคุย แต่เอาเถอะ เธอจะยังไม่ถามอะไร ถ้าตอนนี้เขาต้องการความสุข เธอก็จะมอบความสุขให้เขาอย่างเต็มที่เสียก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
หญิงสาวส่งเสียงครางกระเส่าพร้อมกับจูบตอบเขาอย่างลึกซึ้ง ดึงจังหวะเร่าร้อนหิวกระหายของเขาให้อ่อนโยนลง สองมือเล็กลูบไล้แผ่นหลังคล้ายต้องการปลอบประโลม
“ผมรักคุณนะรดา ผมต้องการคุณ” เขาเลื่อนริมฝีปากไปกระซิบบอกเสียงแตกพร่าอยู่แนบชิดใบหูเล็ก ปลายลิ้นลากไล้ไปตามสันใบหูแล้วใช้ฟันขบที่ติ่งหูเบาๆ
“ฉันเป็นของคุณค่ะ” อมลรดาบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วหวาน ความเสียวซ่านจากการถูกรุกรานทั้งจากมือและปากของคนเจนจัดแผ่กระจายไปทั่วร่างอย่างเร็ว ทรวงอกที่ถูกนวดเฟ้นขยายขนาด ปลายยอดสีกุหลาบหดเกร็งตอบสนองปลายนิ้วที่บดขยี้จนเจ็บร้าว ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อนิ้วแกร่งเสียดแทรกเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว เขาแตะต้องและบดขยี้เป็นจังหวะเซ็กซี่ร้อนแรงจนเธอแข้งขาอ่อนแทบยืนไหว
“กอดคอผมไว้”
อมลรดายกสองแขนขึ้นคล้องคอเขาไว้เป็นหลักยึดตามที่เขาบอก เมื่อเห็นว่าเธอทรงตัวดีแล้วเขาจึงยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นสูงระดับสะโพก ถอนนิ้วออกแล้วแทนที่ด้วยตัวตนอันแข็งขึง หญิงสาวครางกระเส่า เสียวซ่านจนสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง เธอตวัดปลายขาข้างที่ถูกยกขึ้นโอบรัดรอบเอวเขาไว้แน่นเมื่อเขาเริ่มเคลื่อนไหว
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จำไว้ว่าผมรักคุณ” อคิณบอกพลางเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นตามความปรารถนาที่พลุ่งพล่านรุนแรงขึ้นทุกขณะ เขาขับควบพาเธอทะยานไปแตะจุดสุดสูงพร้อมเสียงกรีดร้องหวานล้ำ และในวินาทีที่เขากำลังจะแตกสลายตามเธอไป เขากลับเหนี่ยวรั้งตัวเองเอาไว้ แล้วรีบถอดถอนออกมาปลดปล่อยภายนอกอย่างรวดเร็ว
“ทำไมคะ...?” อมลรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีด้วยความไม่เข้าใจ ปากเขาบอกว่าอยากมีลูก แล้วทำไมเขาถึงได้ทำแบบนี้ “คุณไม่อยากมีลูกแล้วเหรอ”
“ผมอยากมีลูก แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”
“คุณบอกเองว่าคุณปู่อยากให้มีภายในปีครึ่ง”
“ตอนนี้เงื่อนไขของคุณปู่เปลี่ยนไปแล้วรดา” พูดพลางจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้หญิงสาวและตัวเองใหม่
“คุณปู่เรียกคุณไปคุยเรื่องอะไรกันแน่ คุณดูไม่โอเคเลย”
“คุณไม่ต้องรู้หรอก เครียดเปล่าๆ”
“คุณอคิณ...”
“ผมจัดการได้” เขาพูดขัดขึ้นเสียงเรียบพลางหยิบผ้าขนหนูมาพันรอบเอวตัวเองก่อนจะหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมให้ภรรยาแล้วอุ้มเธอออกจากห้องน้ำ โดยทำเป็นเมินไม่มองสบกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่จ้องหน้าเขาอยู่ด้วยความคลางแคลงใจ
เช้านี้อมลรดาตื่นเช้ากว่าทุกวัน หรือจะพูดให้ถูกต้องบอกว่าแทบไม่ได้นอนมากกว่าเพราะมัวแต่คิดถึงความผิดปกติของอคิณ เมื่อคืนนี้หลังจากอาบน้ำเสร็จ ทั้งคู่ก็ออกมารับประทานอาหารเย็นที่อมลรดาลงมือทำเองด้วยกัน จากนั้นก็เข้านอน โดยที่อคิณนอนกอดเธอไว้แนบอกเหมือนทุกคืน แต่สิ่งที่แปลกไปคือเขาไม่นัวเนีย ไม่แตะต้องเธอเลย ไม่แม้แต่จะกู๊ดไนท์คิสที่เขาชอบเรียกร้องให้เธอทำทุกคืนด้วยซ้ำ
‘มีเรื่องอะไร ระบายให้ฉันฟังบ้างก็ได้นะคะ ถึงฉันช่วยอะไรไม่ได้แต่ก็ดีกว่าเก็บไว้คนเดียว’ เธอบอกหลังจากได้ยินเสียงถอนหายใจรอบที่ร้อยของสามี
‘บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร’
เขาตอบเสียบราบเรียบติดจะแข็งเล็กน้อยจนอมลรดาไม่กล้าถามต่อ ในเมื่อเขาไม่บอก เธอก็จะหาคำตอบด้วยตัวเอง ดังนั้น หลังจากที่อคิณรับประทานอาหารเช้าและออกไปทำงานที่โรงแรมแล้ว หญิงสาวจึงโทร. นัดแพรวาให้ออกมาพบกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
“พี่แพรรู้ใช่มั้ยคะว่าเมื่อวานนี้คุณปู่เรียกคุณอคิณไปคุยเรื่องอะไร”
“ไม่มีอะไรในตระกูลนรเศรษฐภักดีธาดาที่พี่ไม่รู้” แพรวาหัวเราะร่วนแล้วยกแก้วคาราเมลมัคคิอาโต้ขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสบายๆ ต่างกับ ‘น้องสะใภ้’ ที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ฝั่งตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่คะ รดาถาม คุณอคิณก็ไม่ยอมบอก แต่สีหน้าเขาดูไม่ดีเลยตั้งแต่กลับจากบ้านคุณปู่เมื่อวานนี้”
“เป็นห่วงสามีเหรอจ๊ะ” แพรวาแกล้งแซวเพราะไม่อยากให้อมลรดาเครียดเกินไป
“เกี่ยวกับรดาหรือเปล่าคะ” พอไม่ได้คำตอบ หญิงสาวก็เริ่มคาดเดา
“เกี่ยวเต็มๆ เลยละ” ผู้เป็นพี่สะใภ้ถอนหายใจพรืดก่อนพูดต่อ “ที่คิณไม่ยอมบอกรดา คงเพราะกลัวรดาจะเครียด แต่พี่ไม่เห็นด้วยนะที่จะปกปิดเรื่องนี้ไว้ ผู้หญิงเราน่ะขี้มโน ยิ่งไม่รู้ก็ยิ่งจินตนาการไปต่างๆ นานา คราวนี้จะเครียดยิ่งกว่ารู้ความจริงอีก”
อมลรดายิ้มแห้ง แพรวาพูดถูกทุกอย่าง ตอนนี้เธอกำลังเป็นแบบนั้นเป๊ะเลย “พี่แพรบอกรดามาเถอะค่ะ ถ้าปัญหามันเกิดจากรดา รดาก็จะได้จัดการตัวเอง”
“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รดา แต่ปัญหาอยู่ที่คุณปู่มากกว่า”
“ยังไงคะ”
“คุณปู่ไม่โอเคที่คิณจะมีลูกกับรดา เพราะรดาเป็นลูกของคุณสุรชัย รดาเข้าใจใช่มั้ยว่าสิ่งที่พ่อกับพี่สาวของรดาทำไว้กับครอบครัวพี่มันเรื่องใหญ่แค่ไหน คุณปู่ถึงขั้นประกาศเลยนะว่าถ้าคิณเลือกรดา คุณปู่ก็จะตัดคิณออกจากกองมรดก”
“เพราะอย่างนี้นี่เอง เมื่อวานคุณอคิณถึงได้...” หญิงสาวชะงักคำพูดไว้เพียงเท่านั้น เพราะกระดากอายเกินกว่าที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวขนาดนั้นให้คนอื่นฟัง
“ถึงได้อะไร?”
“ถึงได้...เครียดขนาดนั้นน่ะค่ะ” อมลรดาทำเฉไฉไปเรื่องอื่น ก่อนจะทำหน้าม่อยอย่างน่าสงสาร “รดาพอจะเดาได้แล้วค่ะว่าคุณอคิณจะเลือกทางไหน”
“อย่าเพิ่งคิดไปเองนะรดา” แพรวาเอื้อมมือมาบีบมือให้กำลังใจหญิงสาวที่เธอรักและเอ็นดูเหมือนน้องสาวในไส้ “ไม่มีใครรู้หรอกว่าคิณจะเลือกอะไร ตอนนี้ทั้งคุณปู่ ทั้งคุณแม่กลัวใจคิณจะตายว่าคิณจะเลือกรดา”
“ไม่หรอกค่ะพี่แพร คุณอคิณทำทุกอย่างเพื่อรักษาตำแหน่งประธานโรงแรม เขาจะไม่มีวันยอมแลกสิ่งนี้กับอะไรทั้งนั้น” แม้จะเสียใจจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่อมลรดาก็แกร่งพอที่จะทำใจยอมรับความจริง เธอพร้อมยอมรับการตัดสินใจของอคิณทุกอย่าง เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเรียกร้องอะไรจากเขาได้ แม้แต่สถานะ ‘ภรรยา’ เธอก็ไม่มีสิทธิ
“นี่โชคดีนะที่รดายังไม่ท้อง ไม่งั้นเรื่องจะยิ่งยากกว่านี้”
คำพูดที่เปรยขึ้นมาแบบลอยๆ ของแพรวาทำให้อมลรดาเจ็บแปลบที่หัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยในความโชคร้าย ที่อาจจะถูกทิ้ง ก็ยังโชคดีที่เธอจะถูกทิ้งคนเดียว ไม่ต้องมีอีกหนึ่งชีวิตที่แสนบริสุทธิ์มาร่วมรับชะตากรรมด้วย
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก





![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

