LOGINหลังจากที่อคิณเล่าอาการทุกอย่างให้หมอฟังโดยละเอียด ก็ได้รับคำยืนยันที่น่าเอาหัวโหม่งโลกให้รู้แล้วรู้รอดจากหมอว่า
“อย่างที่หมอเคยบอก ว่าอุบัติเหตุทำให้ประสาทไขสันหลังของคุณได้รับความกระทบกระเทือน คุณอาจจะมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือไม่ก็อาจจะไร้สมรรถภาพไปเลย” หมอบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าคนไข้ฟังแล้วช็อกตาค้าง แทบจะต้องหามเข้าห้องไอซียูกันเลยทีเดียว
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้”
“คุณต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กลไกการทำงานของเจ้าหนูของผู้ชายมันมาจากสิ่งเร้าที่กระตุ้นลงมาจากศีรษะเลย เพราะสมองก็เป็น sex organ อย่างหนึ่งเหมือนกัน ถ้ามองเห็นสิ่งเร้า ก็จะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ แล้วส่งกระแสประสาทผ่านไขสันหลังลงมา ทำให้เลือดวิ่งเข้าไปเลี้ยงส่วนนั้น ในอวัยวะเพศจะมีเส้นเลือดมากมาย พอเลือดเข้าไปเลี้ยงจนเต็มแล้วประตูมันปิด มันก็พองขึ้น ใหญ่ขึ้น”
“ปัญหาของผมก็คือประสาทไขสันหลังไม่ทำงาน...?”
“ใช่ครับ พอประสาทไขสันหลังไม่ทำงาน เลือดก็เข้าไปเลี้ยงเจ้าหนูไม่ได้ มันก็เลยไม่โต” หมอพูดติดตลกเพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดเกินไป “ประกอบกับช่วงนี้คุณเครียดด้วย คุณต้องผ่อนคลาย พยายามทำจิตใจให้สดชื่นไปพร้อมกับการทำกายภาพบำบัดถึงจะหายเป็นปกติได้เร็วขึ้น”
“ผมจะหายเป็นปกติได้แน่ใช่มั้ยครับหมอ” อคิณถามเสียงแผ่ว มือเย็นเฉียบ ไม่คิดว่าพระเจ้าจะกลั่นแกล้งเขารุนแรงถึงขนาดนี้
“หายได้ครับ แต่อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย”
“นานแค่ไหนครับ” คนไข้ถามอย่างร้อนใจ เพราะเขามีเวลาไม่มาก เขาต้องมีลูกชายเพื่อรักษาเก้าอี้ประธานกรรมการบริหารโรงแรม
“การรักษาอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหกเดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณขยันทำกายภาพบำบัดมากแค่ไหน และนอกจากทำกายภาพบำบัดแล้ว คุณต้องหาตัวช่วยด้วย จะได้หายเร็วขึ้น”
“ตัวช่วยอะไรครับ”
“คุณต้องหาสิ่งเร้า เพื่อช่วยกระตุ้นสมองให้สร้างอารมณ์เพื่อส่งกระแสประสาทไปยังไขสันหลัง เช่นดูหนังที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศอะไรทำนองนี้”
อคิณฟังแล้วเครียดหนัก ถ้าจะให้เขานั่งดูหนังเอวี เรตเอ็กซ์ เรตอาร์ ทุกวัน เขาคงถูกมองว่าเป็นพวกโรคจิตหื่นกามแน่ “มีวิธีอื่นอีกมั้ยครับ”
“ถ้าคุณมีภรรยาก็จะง่ายขึ้น เพราะภรรยาของคุณจะช่วยปลุกเร้าและกระตุ้นความต้องการของคุณได้”
“หมอก็รู้ว่าผมเพิ่งถูกเจ้าสาวทิ้งไปในวันแต่งงาน” อคิณขบกรามแน่นด้วยความโกรธมากกว่าเสียใจ
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้ ท่าทางเธอเป็นห่วงคุณอยู่นะ ผมว่าเธอน่าจะช่วยคุณได้”
“รดาน่ะเหรอ” อคิณแค่นยิ้มอย่างพอคาดเดาคำตอบได้ว่า เธอต้องปฏิเสธ เพราะแค่ขอจูบเธอยังไม่ยอม ถ้าขอให้มายั่วยวนปลุกเร้าความต้องการ มีหวังต้องโดนตบหน้าหันอีกแน่
“คุณอคิณอย่าเพิ่งเครียดนะครับ เพราะยิ่งเครียด อาการก็จะยิ่งแย่”
“นี่มันเรื่องใหญ่ของผู้ชายเลยนะครับหมอ จะไม่ให้เครียดได้ยังไง” คนป่วยบอกกับหมอด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง จากนั้นก็ขอตัวกลับห้องพัก โดยมีคุณหมอเข็นรถไปส่ง แต่พอเปิดประตูห้องออกมาแล้วเห็นว่าสุมาลีและแพรวารออยู่ หมอจึงยกหน้าที่พาคนไข้กลับห้องให้ให้พี่สาวและแม่ของเขา
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







