LOGINผู้มาใหม่เป็นหญิงวัยสามสิบปีกว่าปี แต่งตัวจัดจ้าน เส้นผมหยักศกยาวเลยไหล่ สวมแว่นกันแดดอันใหญ่ ทาปากสีแดงแปร๊ด ด้านนอกยังเห็นว่ามีคนถือของให้ยืนรออยู่ด้วย ดูก็รู้ว่าเป็นคุณนายผู้มีเงินแน่นอน ในหัวว่านอันอันจึงมีแต่คำว่า
‘ปลาอ้วนตัวใหญ่ !’
“ห้องเสื้อเสียนฮวายินดีต้อนรับค่ะ”
หลี่จิ้ง เป็นคุณนายของหลี่หลงปิน เจ้าสัวโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าผู้ร่ำรวย คนรู้กันทั่วว่าหล่อนเป็นพวกชอบแต่งตัว ชอบเสื้อผ้ายี่ห้อหรูไม่ว่าจะเป็นของทั้งในและนอกประเทศ อันที่จริงฐานะอย่างเธอไม่มีทางจะมาเดินบนถนนเทศกาลที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนอย่างนี้แน่นอน
แต่เพราะรถยนต์เสียอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ ขณะรอซ่อมรถเธอจึงลากคนรับใช้มาเดินเล่นดูแก้เบื่อ ดีกว่าไม่มีอะไรทำ ทว่าข้าวของในงานเทศกาลนี้กลับน่าสนใจกว่าที่คิด คนรับใช้ด้านนอกร้านจึงกำลังถือของเต็มสองมือ
ขณะเดินเที่ยวอยู่นั้นก็ได้เห็นตึกแถวนี้เข้า ร้านริมทั้งสองมีคนเต็มแน่นทว่าร้านตรงกลางกลับโล่งไร้คน เมื่อสายตาไปตกอยู่บนชุดที่ใส่หุ่นตั้งแสดงอยู่ผ่านกระจกใสคุณนายหลี่จิ้งก็ก้าวขาไม่ออกทันที ในใจเต้น
ว่านอันอันแปลกใจที่เห็นว่านชิงชิงที่นี่ ครั้งก่อนเธอยังดูทรุดโทรมอยู่เลย แต่ครั้งนี้กลับดูดีขึ้นไม่น้อย แต่นั่นก็เป็นเพราะชุดคุณหนูและการแต่งหน้ากลบเท่านั้น เธอซ่อนความผอมและร่องรอยช้ำบางจุดบนร่างกายไม่ได้“รู้จักกันด้วยเหรอ ? บังเอิญจังนะครับคุณซ่ง” นายพลเกาจั้นลุกขึ้นทักซ่งหมิง ดวงตาของเขากลับกวาดมองว่านอันอันที่อยู่ด้านข้างมือบางที่เกาะแขนแกร่งอยู่พลันจับแน่นและเกร็งขึ้น ซ่งหมิงรู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจของภรรยาจึงขยับตัวบังสายตาของทหารแก่ไว้“สวัสดีครับท่านนายพล”“งานประชุมเพิ่งจบไปไม่คิดเลยนะครับว่าจะมาเจอกันอีก นี่ชิงชิงกับภรรยาของคุณซ่งเป็นพี่น้องกันเหรอครับ”นายพลเกาจั้นถาม อันที่จริงในงานเลี้ยงนั่นเขาก็แอบมองว่านอันอันอยู่ก่อนแล้ว เสียดายก็แต่ไม่มีช่องทางจะบังคับคนมาได้ เขาจึงปล่อยวาง แต่พอได้รู้ว่าคนสวยคนนี้เป็นพี่สาวของของเล่นเก่าที่ใกล้พังในใจก็มีแผนร้ายขึ้นมาทันทีเหมือนว่าเย่ฟางตงนั่นยังอยากได้ส่วนแบ่งเพิ่มสินะ อ้อ เห็นถามถึงตำแหน่งผู้ช่วยเขาในองค์กรด้วยนี่...“ใช่แล้วค่ะท่านนายพล ฉันกับพี่อันอันเป็นพี่น้องที่สนิทกันมาก เสียดายก็แต่พี่สาวแต่งงานไปอยู่ไกลมากก็เลยไม่ได้ติด
ผ่านไปเนิ่นนานว่านอันอันตื่นมาก็พบกับใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มอ่อนโยนของสามี“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอยิ้มตอบ เรื่องเลวร้ายเมื่อคืนราวกับความฝันที่ผ่านพ้นไป เหลือเพียงเศษตะกอนขุ่นบางเบาเท่านั้น“ดีขึ้นมั้ยครับ”ภรรยาตัวน้อยพยักหน้า เพิ่งรู้สึกตัวว่าเสื้อผ้าชุดเดิมถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ที่สบายขึ้น ทั้งยังร่างกายเบาสบาย คาดว่าซ่งหมิงคงเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอตั้งแต่เมื่อคืนนี้“ฉันหลับไปนานเท่าไหร่คะ”“อืม... ครึ่งวันได้ครับ ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว”“แล้วงานประชุม...”“เรียบร้อยดีครับ พี่ไม่ทำให้เถ้าแก่เนี้ยว่านผิดหวังอย่างแน่นอน”แขนแกร่งรั้งร่างบางที่กำลังจะลุกขึ้นให้นอนลงมาอีกครั้ง“นอนต่ออีกหน่อยเถอะครับ แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปกินข้าวกัน คนอื่นกลับโรงแรมที่พักไปหมดแล้ว พี่บอกพวกเขาว่าอันอันป่วย พวกเขายังฝากมาบอกว่าให้พักผ่อนเยอะ ๆ งานอีกสองวันถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องเข้าร่วมก็ได้”แล้วว่านอันอันก็นอนฟังเสียงทุ้มเล่าเรื่องราวในงานประชุมที่ราบรื่นอย่างเพลิดเพลิน“พี่หมิง... จะไม่ถามอะไรหน่อยเหรอคะ”เธอรู้ดีว่าอาการของตัวเองประหลาดแค่ไหน“ถ้ามันทำให้อันอันต้องนึกถึงเรื่องเลวร้ายแล้วทุกข์ใจก็ไม่ต้องเล่าหร
วันต่อมาการประชุมสรุปงานศูนย์วัฒนธรรมประจำหมู่บ้านก็ได้เริ่มต้นขึ้น งานจัดที่โถงประชุมของโรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองปักกิ่ง ตัวแทนของแต่ละหมู่บ้านต่างนั่งตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ให้ และเพราะหมู่บ้านทูวาต้องขึ้นไปกล่าวเผยแพร่ความรู้จึงถูกจัดไว้ให้นั่งแถวหน้า ใกล้กับแถวนั่งของพวกข้าราชการระดับสูงจากหน่วยงานราชการและกองทัพขณะกำลังเดินเข้างานก็พบกับหัวหน้าเฝินและผู้บัญชาการเจียง รวมถึงเหล่าคณะกรรมการที่เคยไปเยี่ยมชมหมู่บ้านทูวาเข้ามาทักทายพวกเขาอย่างเป็นกันเอง“ไม่ต้องเกร็งนะ คิดเสียว่าคนข้างล่างเป็นหัวผักกาดที่กำลังฟังเธอพูดอยู่ ฉันใช้วิธีนี้ตอนทำงานแรก ๆ ได้ผลมากทีเดียว” หัวหน้าเฝินแนะนำว่านอันอันอย่างจริงใจวันนี้ว่านอันอันจะเป็นตัวแทนขึ้นไปพูดในส่วนของหมู่บ้านทูวา เขาคิดว่าผู้หญิงคนเดียวต้องขึ้นไปพูดท่ามกลางสายตาคนมากมายคงจะเกร็งไม่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดี ๆ นะคะหัวหน้าเฝิน”แต่สำหรับว่านอันอันแล้วเรื่องแค่นี้เธอรับมือได้สบายมาก“เอาล่ะ ไปเตรียมตัวเถอะ อีกเดี๋ยวงานก็จะเริ่มแล้ว”พวกเขาจึงพากันเดินมุ่งหน้าไปยังที่นั่งตัวเอง วันนี้ทุกคนจากหมู่บ้านทูวาแต่งตัวเหมาะสมภูมิฐานดูสวยงามต่า
“พนักงานทุกคนช่วยจำใบหน้าสามคนนี้ไว้ด้วยนะคะ คราวหน้าไม่อนุญาตให้เข้าร้านเด็ดขาด”ฟางเหมยเอ่ยคำสั่งอย่างเด็ดขาด พนักงานทุกคนก้มหน้ารับอย่างแข็งขัน“รับทราบค่ะ !!”หลี่อิง ติงหยูและเมิ่งเจี๋ยต่างพากันหน้าซีดเผือดไปหมด ในใจยังคงไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ว่านอันอันเคยเป็นคุณหนูเอาแต่ใจไร้สมองมาก่อน จะบอกว่าแค่ไม่พบกันปีเดียวเธอกลับกลายเป็นได้สติ มีความสามารถและฉลาดขึ้นมาในพริบตาอย่างงั้นเหรอบอกว่าถูกเปลี่ยนวิญญาณเป็นคนใหม่ซะเลยสิ !“อ้อ... กระจายข่าวไปที่ซานเหอมู่เย่กับฉาหยูเถียนด้วยค่ะ และเหอฝูถังที่กำลังจะเปิดด้วย ลูกค้าที่ทำลายบรรยากาศในร้าน ต้องระมัดระวังอย่าให้สร้างความวุ่นวายได้”ว่านอันอันกอดอกเอ่ยปิดท้าย จ้องศัตรูเก่าทั้งสามคนเขม็ง หวังว่าจะเป็นการเฉือดไก่ให้ลิงดู กระจายข่าวไปยังศัตรูคนอื่น ๆ ด้วย จะได้ไม่มีใครมาสร้างความวุ่นวายให้ปวดหัวอีกชื่อกิจการเหล่านั้นทั้งสามสาวต่างเคยได้ยิน เรียกได้ว่าเป็นกิจการที่เพิ่งเปิดขึ้นมาใหม่และได้รับความนิยมในชนชั้นสูงมาก ทั้งเฟอร์นิเจอร์พรีเมี่ยม และร้านชาอันเป็นแหล่งพบปะยอดนิยมของสังคมเมืองใหญ่ในช่วงนี้“มะ... ไม่สิ ว่านอันอัน
“ใช่เธอจริง ๆ ด้วย !”ผู้หญิงคนนั้นเดินมาใกล้พร้อมเพื่อนสาวอีกสองคน ใบหน้าเหล่านั้นช่างคุ้นเคยสำหรับว่านอันอันเหลือเกิน“หลี่อิง ติงหยู เมิ่งเจี๋ย”สามคนนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับว่านอันอันมาตั้งแต่อดีต ทุกครั้งที่เจอหน้ากันพวกหล่อนมักเข้ามาหาเรื่องคุณหนูใหญ่ตระกูลว่านตลอด พอได้ยินข่าวว่าหล่อนต้องแต่งไปกับคนสวนแล้วโดนเฉดหัวไปอยู่บ้านนอก พวกเธอก็สะใจมากและแอบเสียดายไม่น้อยที่ไม่ได้ไปเห็นสภาพอันน่าอดสูของว่านอันอันด้วยตาตัวเอง“แหม ๆ ๆ ไม่เจอกันนานก็ว่าดูคุ้น ๆ ที่แท้ก็คุณหนูใหญ่ตระกูลว่านที่ตกอับนั่นเอง” หลี่อิงกอดอกเชิดหน้า ท่าทีถากถางเต็มที่หลินลี่จู ปิงปิง ลู่ลู่ เห็นแบบนั้นก็เดาเรื่องได้ทันที ผู้เชี่ยวชาญด้านการหาเรื่องแบบหมาหมู่ พวกเธอเองก็ไม่แพ้ใคร สามคนเดินไปอยู่ข้าง ๆ ว่านอันอัน ซ่งหมิงที่ถูกดันไปข้างหลังยอมก้าวถอยไปเงียบ ๆ รู้ดีว่านี่เป็นเรื่องของผู้หญิงอีกอย่าง... อันอันของเขาก็ไม่แพ้แน่นอน“ไม่เจอกันนานยังมีนิสัยขยะไม่เปลี่ยนเลยนะ” ว่านอันอันโต้ตอบ กวาดสายตามองศัตรูตั้งแต่หัวจรดเท้า“แกก็ปากดีเหมือนเดิมเลยนะคุณหนูใหญ่ว่าน อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกว่านังเมียคนสวนรึเปล่า” ติงหยูหัวเ
ชายหนุ่มที่ตั้งใจจะมาสอดแนมและดึงตัวคน กลับกลายเป็นถูกดึงตัวไปโน่นมานี่เสียเอง ยิ่งได้ฟังเรื่องสวัสดิการของพนักงานฝูไท่ เงินเดือนของพวกเขาที่แทบจะเท่าตัวเองทั้งที่เป็นระดับคนงาน และเวลาทำงานที่ต้องหยุดอย่างเคร่งครัด ทำงานนอกเวลายังต้องมีความจำเป็นและมีเงินพิเศษให้ เขาก็รู้สึกราวตัวเองได้ก้าวสู่โลกใหม่และรู้สึกว่าตัวเองเสียเวลาจำเจอยู่กับคุกอันมืดมิดมานานหลายปีเหลือเกิน“เจ้านายของพวกคุณใจกว้างจริง ๆ นะครับให้เงินเดือนตั้งขนาดนี้ ! งานในเมืองบางตำแหน่งยังได้ไม่เท่านี้ด้วยซ้ำ”เขาเอ่ยชมจากใจจริง ย้อนคิดถึงตัวเองที่เงินเดือนสี่สิบห้าหยวนทำงานเช้าจรดค่ำ“โถ ! อย่างพวกเรายังเล็กน้อย ของจริงต้องนู่นพวกหัวหน้าแกนนำ พวกผู้จัดการแต่ละฝ่าย เห็นว่าได้สองเท่าจากของพวกเราอีกนะครับ”“สองเท่า !!” จางเทาตัวสั่นระริก“ใช่ ๆ สำนักงานในเมืองนั่นก็ด้วยนะ เห็นว่าใครที่ได้เดินทางบ่อยยังมีงบประมาณค่าเดินทาง ออกค่าใช้จ่ายและมีเงินพิเศษให้อีก”“ว่าแต่ เรื่องที่หาข้อมูลนี่จะเอาไปตีพิมพ์ลงอะไรเหรอ หนังสือพิมพ์รึเปล่า ?”ใครคนหนึ่งถามขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับก้มหน้านิ่งไปแล้ว“พ่อหนุ่ม ?”“ผมไปก่อนนะครับ !”จางเทาลุก







