จิรัติพันประดับ [เซตเกี่ยวรัก]

จิรัติพันประดับ [เซตเกี่ยวรัก]

last updateآخر تحديث : 2025-10-24
بواسطة:  DILEMMA 28مستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
149فصول
558وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ปานประดับไม่คิดไม่ฝันว่าราคาที่เธอต้องจ่ายนั้นแพงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของนาฬิกาไปมากโข จิรัติกรเป็นนักธุรกิจหน้าเลือดที่ไม่ยอมเสียเปรียบขาดทุน แถมยังเจ้าเล่ห์มากแผนการ สุดท้ายแผนการนั้นกลับย้อนคืนสนองเจ้าตัวเสียเอง สวัสดีค่ะกลับมาพบกันอีกครั้งในงานเขียนชายหญิง [เซตเกี่ยวรัก] เซตนี้ประกอบด้วยนิยาย 2 เรื่อง 1.โตเกียว…เกี่ยวรัก (จบ) 2. จิรัติพันประดับ เป็นเซตสุดท้ายของเรื่องนี้ (กำลังออนแอร์) มาลุ้นไปด้วยกันว่าความรักของพวกเขาจะลงเอยอย่างไร และหวังว่าจะมีเพื่อนร่วมเดินทางไปจนกว่านิยายเรื่องจะจบลง นิยายเรื่องนี้ไม่เน้นเลิฟไลน์ เน้นการเติบโตของตัวละคร ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ดรามาสะท้อนสังคมเป็นส่วนใหญ่ ผู้อ่านควรมีวิจารณญาณในการอ่าน นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนไม่ได้พาดพึงถึงสถานที่หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง คำเตือน -มีการกล่าวถึงการข่มขืนที่ไม่ใช่ตัวละครหลัก -การใช้ยาเสพติดรวมไปถึงการค้าและการเสพ -มีการกล่าวถึงการฆาตรกรรมอำพราง ตัวละครมีความบิดเบี้ยวสภาพจิตใจไม่ปกติไม่ใช่ตัวละครหลัก 🍀 ขอบคุณทุกการสนับสนุนค่ะ หากอยากให้กำลังใจสามารถคอมเมนท์ กดใจให้กันได้นะคะ 🍀

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

จิรัติกรมางานแต่งเพื่อนชาวญี่ปุ่นด้วยความไม่คาดคิด ไม่คาดคิดว่าเพื่อนเขาจะสละโสดเร็วกว่าใคร ๆ ในรุ่น ก็แหงล่ะ…เจ้าชู้ประตูดินเสียขนาดนั้น แต่พอมาเจอเจ้าสาวในวันนี้ เขายังรับรู้ได้เลยว่าเพื่อนรักของเขามีความสุขในการแต่งงานครั้งนี้จริง ๆ แถมลูกชายยังน่ารักน่าชัง อ้วนท้วนสมบูรณ์เชียว

นึกถึงตอนที่ริวอิจิมาขอให้ช่วยรวบหัวรวบหางผู้หญิงคนหนึ่งแล้วก็อดขำไม่ได้ เพื่อนเขาถึงต้องลงทุนมากมายเพื่อทะเบียนสมรสฉบับเดียว แทนที่จะเป็นผู้หญิงคนนั้นที่ต้องอ้อนวอนขอทะเบียนสมรสจากริวอิจิน่ะ

ส่งเพื่อนเข้าประตูวิวาห์พลันอดที่จะคิดถึงตัวเองไม่ได้…แล้วชีวิตคู่ของเขาจะเป็นแบบไหน เจ้าสาวจะเป็นใคร แม้ว่าไม่เคยฉุกคิดเรื่องนี้ในหัวมาก่อนเลยก็ตาม ความคิดในหัวแตกกระเจิงเมื่อเห็นใครบางคนในครรลองสายตา คนคนนั้นที่ติดอยู่ในหัวของเขา

แมวขโมย!

สองแขนของปานประดับถูกกระชากอย่างแรงหลังจากที่เธอเพิ่งจะเรียงจานชามบนโต๊ะในงานเลี้ยงฉลองสมรสได้ไม่นาน

“อะ” หญิงสาวร้องเสียงหลง แถมยังต้องตกใจจนหน้าขาวซีดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

โลกมันจะกลมเกินไปแล้ว อีกอย่างเธอเองก็คอยระมัดระวังตัวตลอด…

“ไง” จิรัติกรถามด้วยใบหน้าราบเรียบแต่แววตากลับวาวโรจน์

“คะ” ปานประดับตีเนียน แต่มือไม้เย็นและอ่อนแรงจนเกือบจะถือถาดในมือไว้ไม่อยู่

“ยัยหัวขโมย”

“คะ คุณจำคนผิดแล้ว” เธอพยายามข่มเสียงสั่น ๆ ตอบกลับให้เป็นปกติมากที่สุด

“ปานประดับ! ใช่เธอหรือเปล่า” ปานประดับหน้าซีดเผือดส่ายหน้าระรัว

“มะ ไม่ใช่นะคะ” เขาลากเธอมาหลังร้าน โดยที่แขกเหรื่อภายในงานต่างก็มุ่งความสนใจไปยังตรงหน้าเวทีที่พิธีกรกำลังเอ่ยต้อนรับบ่าวสาวให้ขึ้นมาบนเวที จังหวะนรกมาก ปานประดับถูกเขาฉุดกระชากลากถูอย่างแรงจนมาถึงหลังร้านที่ติดกับแม่น้ำ ก่อนจะปล่อยข้อมือที่แดงเถือกนั้นให้เป็นอิสระ

“ไง ยังจะปากแข็งอีกไหม” พอไม่มีคนอื่น เธอก็ยืนประจันหน้ากับเขา ไม่ต้องรักษาท่าทีระหว่างแขกกับบริกรอีก

“อะไรคะ”

“อะไรงั้นเหรอ นาฬิกาฉันที่เธอขโมยไป” นาฬิกาเรือนนั้นเขาถอดให้เธอเองแท้ ๆ จะว่าไปก็คนเมาคนหนึ่ง อีกอย่างเธอผิดเองที่ไม่คืนให้เขา แต่นาฬิกาเรือนนั้นก็ช่วยแม่บังเกิดเกล้าเอาไว้จวบจนวินาทีสุดท้าย…

ปานประดับก้มหน้า หลุบตาจ้องมองพื้น ภายในหัวสมองก็พยายามสรรหาคำพูดต่างๆ นานา เพื่อหาทางเอาตัวรอดไปก่อน เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว อีกอย่างเธอเองก็เหลือเงินติดบัญชีไม่กี่พันที่จะไถ่นาฬิกาเรือนนั้นออกมาจากโรงจำนำ

“ฉัน…ฉันขอเวลาอีกหน่อย”

“หมายความว่าไง?” เขากอดอกถามเสียงเข้ม เขารวยออกขนาดนั้นกะอีแค่นาฬิกาเรือนเดียว

“เธอรู้หรือเปล่าว่าราคามันเท่าไหร่?” ปานประดับรู้ว่ามันคงราคาแพงมากจึงทำได้แค่ก้มหน้าหลุบตามองพื้น แม้จะเห็นราคาในอินเทอร์เน็ตมาบ้าง แต่ก็อดที่จะเชื่อไม่ได้อยู่ดี นาฬิกาอะไรจะแพงขนาดนั้น แพงยิ่งกว่าบ้านในตัวเมืองเสียอีก

“ไม่รู้สิท่า…ฉันจะบอกให้ เป็นราคาที่ต่อให้เธอทำงานทั้งชาติก็ชดใช้ไม่หมด”

“แล้วยังไงคะ” ถึงเธอจะจนก็ใช่ว่าจะยอมให้เขามายืนด่าปาว ๆ อยู่อย่างนี้

“นาฬิกาฉันอยู่ไหน”

“ฉันไม่ได้เอาไป”

“อย่ามาเฉไฉ”

“ฉันไม่ได้เฉไฉ” พอเห็นสีหน้าของเขาปานประดับถึงเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังยั่วโมโหเขาเข้าให้แล้ว ดีไม่ดีถ้าเธอเป็นผู้ชายเขาคงไม่มายืนข่มอารมณ์ถามอยู่แบบนี้ อาจจะถามด้วยหน้าแข้ง เธอกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ

“งั้นฉันจะลากเธอไปหาตำรวจ” ไม่พูดเปล่ายังพยายามที่จับข้อมือเล็กนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่ยอมให้เขาได้แตะต้องตัวอีกง่าย ๆ อีกเป็นอันขาด หากเขาจับเธอได้ หมดกัน…สองขาไวกว่าความคิด พอเขาก้าวเท้าหนึ่งจังหวะ เธอก็ขยับตัวหนีตามหนึ่งจังหวะ เราต่างเล่นเกมจ้องตากันอย่างนั้นไม่มีใครยอมใคร

“ฉันไม่ได้เอาไป คุณอย่ามากล่าวหากันลอย ๆ”

“งั้นก็ไปโรงพักกับฉันจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่พูดปด”

“คุณรวยขนาดนั้นแค่นาฬิกาเรือนเดียว”

“คนอย่างฉันถ้าไม่เอ่ยปากว่าจะให้ แค่ห้าสิบสตางค์ก็ไม่กระเด็นง่าย ๆ” ปานประดับกัดริมฝีปากแน่น หากไม่ยอมปริปากพูดกับเขาไปตรง ๆ เห็นทีว่างานแต่งจบตัวเธอเองอาจยังไม่ได้กลับบ้าน ดูท่าเขาจะมีเวลามากพอที่จะมานั่งเฝ้าเสียด้วย

“ค่ะ ค่ะ” เธอยอกย้อน

“เธอยอกย้อน?”

“คุณต้องรับปากว่าจะคุยกับฉันดี ๆ ใจเย็น ๆ ฉันถึงจะยอมบอก”

“หัวขโมยอย่างเธอมีสิทธิ์มาต่อรองตั้งแต่เมื่อไหร่”

“งั้น…” ในเมื่อเขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดก็ต้องโกยสิ รอวันไหนหากไถ่มาได้ ค่อยหาวิธีคืนเขา

“งั้นอะไร”

“คุณเอาเบอร์โทรมาให้ฉันก็ได้ วันหน้าฉันจะติดต่อไป”

“อย่าบอกว่าเธอเอามันไปขายน่ะ” จิรัติกรเท้าสะเอวลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างหัวเสีย ใบหน้าถมึงทึง ปานประดับคิดในใจเขาคงไม่สาวหมัดอัดผู้หญิงบอบบางอย่างเธอที่นี่หรอกใช่ไหม จึงอดที่จะกวาดสายตามองหาทางหนีที่ไล่อย่างลวก ๆ ไม่ได้

“ฉันเปล่าขาย…”

“แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ”

“เอาเบอร์ติดต่อคุณมาก่อนสิ ฉันไม่เบี้ยวหรอกน่า”

“หัวขโมยอย่างเธอมีสิทธิ์พูดคำนี้ด้วยหรือไง”

“นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่เอา คุณจะเอายังไงกันแน่!!”

“เธอนี่มัน…” เขาก้าวสามขุมมาหาหญิงสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ปานประดับถอยหลังโกยสุดกำลังโดยไม่รู้เลยว่ากระเป๋าสตางค์ของตัวเองที่เหน็บไว้ตรงกระเป๋ากางเกงด้านหลังได้ตกหล่นขณะที่กำลังวิ่งหนีเอาตัวรอด ดีที่งานเสิร์ฟจ่ายล่วงหน้ามาแล้ว

พอวิ่งมาได้สักระยะก็ยืนหอบหายใจหลังเสาไฟฟ้า โดยไม่รู้เลยว่าชีวิตของตัวเองจะยุ่งเหยิงขนาดไหนเมื่อได้พบเจอกับเจ้าของนาฬิกาเรือนนั้น แถมยังพัวพันถึงเหตุการณ์วินาศสันตะโรที่ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนอีกด้วย

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
149 فصول
บทนำ
จิรัติกรมางานแต่งเพื่อนชาวญี่ปุ่นด้วยความไม่คาดคิด ไม่คาดคิดว่าเพื่อนเขาจะสละโสดเร็วกว่าใคร ๆ ในรุ่น ก็แหงล่ะ…เจ้าชู้ประตูดินเสียขนาดนั้น แต่พอมาเจอเจ้าสาวในวันนี้ เขายังรับรู้ได้เลยว่าเพื่อนรักของเขามีความสุขในการแต่งงานครั้งนี้จริง ๆ แถมลูกชายยังน่ารักน่าชัง อ้วนท้วนสมบูรณ์เชียวนึกถึงตอนที่ริวอิจิมาขอให้ช่วยรวบหัวรวบหางผู้หญิงคนหนึ่งแล้วก็อดขำไม่ได้ เพื่อนเขาถึงต้องลงทุนมากมายเพื่อทะเบียนสมรสฉบับเดียว แทนที่จะเป็นผู้หญิงคนนั้นที่ต้องอ้อนวอนขอทะเบียนสมรสจากริวอิจิน่ะส่งเพื่อนเข้าประตูวิวาห์พลันอดที่จะคิดถึงตัวเองไม่ได้…แล้วชีวิตคู่ของเขาจะเป็นแบบไหน เจ้าสาวจะเป็นใคร แม้ว่าไม่เคยฉุกคิดเรื่องนี้ในหัวมาก่อนเลยก็ตาม ความคิดในหัวแตกกระเจิงเมื่อเห็นใครบางคนในครรลองสายตา คนคนนั้นที่ติดอยู่ในหัวของเขาแมวขโมย!สองแขนของปานประดับถูกกระชากอย่างแรงหลังจากที่เธอเพิ่งจะเรียงจานชามบนโต๊ะในงานเลี้ยงฉลองสมรสได้ไม่นาน“อะ” หญิงสาวร้องเสียงหลง แถมยังต้องตกใจจนหน้าขาวซีดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใครโลกมันจะกลมเกินไปแล้ว อีกอย่างเธอเองก็คอยระมัดระวังตัวตลอด…“ไง” จิรัติกรถามด้วยใบหน้าราบเรียบแต่แววตากลั
اقرأ المزيد
บทที่ 1 ปานประดับ
ปานประดับเป็นเพียงหญิงสาวหาเช้ากินค่ำคนหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้ ชีวิตของเธอลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตลอด ไม่เคยได้สัมผัสกับคำว่าสบาย เพราะทำงานคนเดียวพร้อมกับดูแลแม่ที่ป่วยหนักติดเตียงมาหลายปี แม้ว่าจะอยากทำงานประจำมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจนึก หนึ่ง…เพราะเธอต้องคอยดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียง สอง…คงไม่มีงานประจำใจดีที่ไหนให้เธอลากะทันหัน แม้อายุจะล่วงเลยมาจนถึง 22 ปี ความใฝ่ฝันที่จะทำงานประจำเป็นหลักแหล่งก็ค่อย ๆ มอดดับไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งเธอยังรู้ตัวเองดีว่าไม่มีคุณสมบัตินั้น เพราะเธอจบเพียงม.ปลายเธอเติบโตมาจากก้นครัวของเจ้าของโต๊ะจีนแห่งหนึ่ง ช่วยแม่หั่นผักมาตั้งแต่เด็ก แม่ของเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่พยายามเลี้ยงเด็กหญิงคนหนึ่งให้เติบโตมาอย่างดี แม้จะไม่มีกำลังทรัพย์มาก แต่ก็ไม่เคยต้องทนท้องกิ่วเพราะความหิวโหย การเติบโตมาจากก้นครัวอย่างน้อยสองแม่ลูกก็มีข้าวกินเฮียป.โต๊ะจีนก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ จาก 30 โต๊ะขยายเป็น 50-200 โต๊ะในปัจจุบัน แม้ว่างานจะหนักแต่ก็ประทังชีวิตในแต่ละวันไปได้ ปานประดับชอบชีวิตตอนปิดเทอมมากที่สุดเพราะได้ค่าจ้างตั้งวันละ 50 บาท เด็กประถมไม่รู้ความทำงานตั้
اقرأ المزيد
บทที่ 1 ปานประดับ 2
“ไม่เอาหรอกเจ๊ แบบนี้ก็ดีแล้ว”“แขกถามหาตรึม ดีเดออะไรกัน” เจ๊สรจีบปากจีบคอชักชวนให้เด็กสาวตรงหน้ามาทำงานที่ผับของเธอ แต่อีกฝ่ายกลับบ่ายเบี่ยง ทั้ง ๆ ที่แขกเหรื่อต่างก็ถูกตาต้องใจ แม้ว่าเจ๊สรจะเปิดคลับบาร์แต่ก็ไม่เคยฝืนใจลูกน้อง หากอยากจะขายที่นาผืนน้อยเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่เกี่ยวกับทางร้านใดใดทั้งสิ้นเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ยิ่งประเคนเด็กสาวเข้าปากอาเสี่ยพวกนี้ไม่มีทางเด็ดขาดเพราะเธอเองก็มีลูกสาวตั้งสองคน ได้แต่บ่นเสียดายอยู่ในใจ“เจ๊ก็รู้ว่าหนูมีแม่ต้องดูแล อาทิตย์นึงทำสองสามวันพอไหว ถ้าให้ทำทุกวันไม่ไหวหรอก อีกอย่างต้องพาแม่ไปหาหมออาทิตย์ละสองวันด้วย” เจ๊สรพยักหน้าพลางถอนหายใจ“ช่างเถอะ เอางี้ละกัน เดือดร้อนเมื่อไหร่ก็บอกละกัน” ปานประดับยกมือไหว้เจ้าของร้านอย่างนอบน้อม“ขอบคุณมากค่ะเจ๊ หนูไปก่อนนะ” แม้เวลาจะล่วงเลยมาตีสามแต่เด็กสาวตรงหน้าที่สวมเสื้อยืด กางเกงยีนหลังจากเลิกงานยิ้มแป้นเมื่อถึงเวลากลับ อีกอย่างเพราะไม่ใช่พนักงานประจำเงินค่าจ้างจะจ่ายเป็นเงินสดหลังเลิกงานพร้อมกับทิปแยกกันต่างหากงานเสิร์ฟใครว่าสบาย ใบหน้าเปื้อนยิ้มกลับมาเรียบเฉยเมื่อสตาร์ทรถขวบขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 จิรัติกร
จิรัติกร หลายคนไม่รู้ว่าจะอ่านยังไง และเขาเองมักจะเจอคนถามเสมอ จิ-รัต-กร คือคำอ่าน ส่วนใหญ่ในแวดวงธุรกิจก็จะเรียกคุณจิจิรัติกรตอนนี้อายุก็ล่วงเลยเลข 3 เข้าไปแล้ว แต่เขายังไม่มีท่าทีอยากจะตกลงปลงใจกับสาวสวยที่ไหน ความโสดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาหวงแหนเป็นรองลงมาจากนาฬิกา อีกทั้งยังร่วมบริษัทกับเพื่อน ๆ นำเข้ารถส่งออก และในงานมอเตอร์โชว์หลังเลิกงานก็มักจะเจอเหตุการณ์เมียหลวงตามมาตบพริตตี้หรือ พริตตี้เป็นบรรดาเมียน้อยอาเสี่ยทั้งหลาย จนต้องมีทนายความไกล่เกลี่ยระหว่างช่วงที่จัดงานกันเลยทีเดียวสำหรับผู้ชายอย่างเขาที่เห็นบรรดาสาว ๆ ของพรรคพวกเขาก็ต้องขยาด ความสวยเพียงอย่างเดียวไม่มากพอที่จะดึงดูดความสนใจของเขา คนนี้ว่าสวยแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่สวยมากกว่านี้อีกแน่นอน หากเอาเรื่องความสวยเป็นที่ตั้งในสต๊อกของเขาคงมีสาวสวยเป็นสิบให้เลือกควง และที่เขาขยาดมากที่สุดก็คือการทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ตามราวีไม่เลิกรา ไม่รู้ว่าบรรดาเพื่อน ๆ ของเขาไม่รำคาญบ้างหรือไงที่เวลาไปไหนก็ต้องคอยระวังรถไฟชนกัน และสาว ๆ พวกนั้นไว้เล็บยาวเพื่อจิกเปียกันโดยเฉพาะอย่างเช่นเหตุการณ์ในคลับตอนนี้“พี่เชาวน์ไหนบอกว่าวันนี้ติด
اقرأ المزيد
บทที่ 2 จิรัติกร 2
“ปาน…แขกห้อง VIP ตรงหัวมุมดูท่ากระเป๋าหนัก ต้องดูแลให้ดีเข้าใจไหม” เจ๊สรกำชับเด็กสาวตรงหน้าแทบจะดูแลเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ถึงขนาดลงทุนบรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางให้ด้วยตัวเอง“ค่ะเจ๊สร ถ้าเขาไม่จกนม จกก้นหนูน่ะนะ”“นี่…มีของดีก็ต้องโชว์ งัดออกมา” เจ๊สรพยายามโกยนมตบ ๆ ให้เข้าที่กับเกาะอกตัวจิ๋วที่รัดร่างกายเธอจนแทบหายใจไม่ออก“ร่องนมรับทรัพย์” เจ๊สรเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจมองดูปานประดับที่ถูกแต่งองค์ทรงเครื่องจนเปลี่ยนเป็นคนละคน พอเห็นหน้าตางอง้ำของหญิงสาวตรงหน้าเท่านั้นแหละ“อยากได้เงินก็ต้องทน” ปานประดับพยักหน้าอย่างปลงตก“จกได้แต่ไม่ขาย…” เจ๊สรกลอกตา ก่อนจะตบหลังหญิงสาวตรงหน้าให้กำลังใจ“นี่…ถึงแม้เจ๊จะหน้าเงินแต่ไม่บังคับแน่นอน ถ้าอยากจะกินต้องลากไปกินนอกร้านเข้าใจไหม เกิดเป็นสายตำรวจขึ้นมาตายห่ากันหมดแน่”“เจ๊จ่ายส่วยแล้วไม่ใช่เหรอ”“ยัยเด็กนี่เดี๋ยวตบปากฉีก เค้าเรียกว่าค่าคุ้มครองให้ร้านเราอยู่ดีกินดี”“ค่ะค่ะ เอาเจ๊ว่า…หนูไปล่ะ” เพราะคนอื่นติดพันกับลูกค้าประจำทำให้เด็กสาวหน้าใหม่อย่างเธอต้องมารับหน้าที่นี้ ปานประดับสูดลมหายใจที่หน้าห้อง VIP หลายเฮือกก่อนจะผลักประตูเข้าไปทำตัวนอบน้อม ฉอ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 จิรัติกร 3
“ลองดูสิคะ”วิสกี้สีอำพันที่อยู่ภายในแก้ว Glencain แก้วที่เกิดมาคู่กับวิสกี้ เป็นแก้วที่คิดค้นมาแล้วว่าจะทำให้เราได้รับรู้กลิ่นของวิสกี้ที่ไม่แรงและบางเบาจนเกินไป มีฐานที่สั้นแต่มั่นคงช่วยให้หมุนแก้วง่ายขึ้น แถมปากแก้วทำให้วิสกี้ไหลลงบนลิ้นรับรู้รสอย่างสมบูรณ์จิรัติกรยกยิ้ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แถมสาวเจ้ายังเลือกใช้วิสกี้ราคาแพงอย่าง Macallan มาทำ The Macallan Double Cask วิสกี้สุดพิเศษจากถังบ่มไม้โอ๊ค แถมยังเสิร์ฟคู่กับช็อกโกแลต เขาแปลกใจจนอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้“ทำไมคุณถึงเลือกวิสกี้นี้ให้ผม” ปานประดับยิ้มน้อย ๆ“วิธีดื่มวิสกี้ที่ดีที่สุดคือวิธีที่ลูกค้าเพลิดเพลินมากที่สุดไม่ใช่เหรอคะ หน้าที่ฉันคือทำให้ลูกค้าพึงพอใจในเครื่องดื่มมากที่สุด…ก็เท่านั้น”จิรัติกรแกว่งของเหลวสีแดงเฉดสวยในมือช้า ๆ ก่อนจะเท้าแขนข้างหนึ่งพิงกับโซฟา เอียงตัวมาทางปานประดับ ฉีกยิ้มอย่างมีเลศนัย“แต่เหมือนคุณจะรู้จักผมดีเลยนะ…เครื่องดื่มแต่ละชนิดก็มีความหมายของมัน” น้ำเสียงและท่าทางของเขาชวนให้คนฝากเล็บไว้ที่ตรงแก้มเสียจริง แถมยังชอบหยั่งเชิงคนอีกต่างหาก ปานประดับหลุบตามองพื้นไม่กล่าวอะไร แต่ไอ้เสียงหัวเราะหึห
اقرأ المزيد
บทที่ 3 นาฬิกายื้อชีวิต
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นก็ผ่านมาเกือบสองปี ลูกค้าที่รู้ทั้งรู้ว่าเธอจงใจมอมเขาแต่ก็รับแก้วจากมือเธอทุกครั้งไปโดยไม่ปฏิเสธ แถมยังใจป้ำกระเป๋าหนักสุด ๆ คืนนั้นปานประดับไม่ได้ทำหน้าที่เด็กเอนฯ อย่างที่คิดไว้ในตอนแรก กลับกลายเป็นบาร์เทนเดอร์และนักจิตวิทยาที่ต้องเค้นสมองอย่างหนักเพื่อหาหนทางต้อนลูกค้าคนนี้ให้จนตรอก แต่คืนนั้นปานประดับไม่รู้เลยว่าตัวเองกลับเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียเอง ลูกค้าที่ว่าเมาแถมจู่ ๆ ตอนที่กำลังพยุงร่างกายที่หนักอึ้งนั้นนาฬิกาของเขาดันถูกตะขอชุดเกาะอกของเธอเกี่ยวเข้าให้ ไม่รู้อีท่าไหน พอเขาออกแรงยื้อเกาะอกตัวจิ๋วที่สวมก็พลอยจะหลุดจากร่างของเธออยู่รอมร่อ ยื้อยุดกันสักพักเขาถอดนาฬิกาเรือนนั้นออกอย่างหัวเสีย แถมเธอยังแงะมันทั้งคืนเพราะกลัวว่านาฬิกาเรือนนี้จะเป็นรอย เธอไม่มีปัญญาชดใช้แน่ ๆ รอแล้วรอเล่าหลายเดือนเขาก็ไม่มา จวบจนเข้าตาจนนาฬิกาเรือนนี้กลับมอบความหวังอันน้อยนิดให้เธอและคนที่เธอรักสุดหัวใจปานประดับรู้ว่าผิด…แต่เพราะไม่มีทางเลือกมากนัก อีกทั้งโรงรับจำนำก็เป็นพี่น้องที่รู้จักกันมาเนิ่นนาน ทางฝ่ายนั้นก็รับรู้เรื่องราวชีวิตของเธอมาตลอดเองเช่นกัน“ขอบคุณมากนะคะพี่
اقرأ المزيد
บทที่ 3 นาฬิกายื้อชีวิต 1
ปานประดับกลับมาห้องเช่าด้วยความรู้สึกเศร้าโศก พอประตูปิดลงเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจก็ดังขึ้น ปล่อยโฮออกมาจนยากจะเกินทน ความเข้มแข็งที่พยายามแสดงต่อหน้าแม่ของเธอเมื่อครู่ต้องเค้นพลังใจออกมามากแค่ไหน ตอนนี้แทบไม่เหลือพลังชีวิตให้หยัดยืนอีกต่อไปเมื่อได้ยินคำพูดของหมอ“คนไข้อยู่ได้ด้วยท่อหายใจ” หมอเองก็ลำบากใจที่จะเอ่ยออกมาเพราะเห็นช่วงเวลาที่ผ่านมาของคนไข้และลูกสาว มันไม่ง่ายเลย คำพูดนั้นทำเอาร่างกายของเธอชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า“มะ หมายความว่า” ปานประดับแววตาสั่นระริก เปล่งเสียงแทบไม่ออกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกที่ลำคอ ร่างกายสั่นสะท้านอีกทั้งคุณหมอตรงหน้าก็ทอดถอนหายใจอย่างเวทนาเหมือนกัน หมอเองก็เห็นคนไข้นับพันนับหมื่น เจอสถานการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ แต่เขาเองก็ไม่ชินเหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นแพทย์เจ้าของไข้ เขาเฝ้าดูคนไข้ ญาติคนไข้ตรงหน้ามานาน พอจะรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าขัดสนเงินทองมากขนาดไหน แต่ไม่เกี่ยงงอนเรื่องราคายาเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่เหมือนโยนหินลงทะเล หินก้อนนั้นก็คือเงิน…“ญาติคนไข้ลองพิจารณาดู ตัดสินใจได้เมื่อไหร่ค่อยบอกหมอ” แม้จะรู้ว่าที่ทำไปก็ไม่มีประโยชน์ ปานประดับกลับไปมาโรงพยาบาลเฝ้ามองแม่ของเธ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 เจ้าหนี้และลูกหนี้
ปานประดับรู้ว่าการจะหาเงินที่ง่ายและเร็วก็ไม่พ้นพวกธุรกิจสีเทา จะว่าไปมันก็ไม่มีงานไหนที่ง่ายอย่างเช่นเด็กเอนฯ เองก็ไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่ว่า ผู้ว่าจ้างจ้างไป 3 ชั่วโมงดูเหมือนจะใช้เวลาไม่นาน แต่วินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในปาร์ตี้นั้นชีวิตครึ่งหนึ่งก็เหมือนจะฝากไว้ที่ประตูผีมีข่าวมากมายที่เด็กเอนฯ ตายเพราะพิษแอลกอฮอล์ บ้างรับยาเกินขนาด เงินสามหมื่นที่ผู้ว่าจ้างให้ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงเหล่านั้นขายชีวิตให้ หากไม่มีเขี้ยวเล็บเอาไว้ปกป้องตัวเองจากเสือสิงห์เหล่านี้ ปานประดับคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงตอนนี้ เธอรู้หมดว่าต้องผสมอะไรกับอะไร ดื่มมากน้อยแค่ไหน หาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองทุกฝีก้าว เด็กเอนฯ คนอื่น ๆ เองก็เช่นกัน ที่สำคัญไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงเหล่านี้ทำประกันชีวิตตัวเองไว้สูงลิ่วเพื่อคนข้างหลัง ปานประดับเป็นเด็กเอนฯ ในเครือของเจ๊สร และพี่ลูกหว้าที่เป็น MC พริตตี้มอเตอร์โชว์ ปานประดับไม่เกี่ยงงาน ขอแค่ค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อเธอก็ยินดี ตราบใดที่ไม่ใช่งานขึ้นเตียงอ้าขา หากพวกเขาจะจับจะล้วงอะไรด้วยแบงก์พันเธอก็ยินดี แต่ก็มักจะใช้ลูกเล่นตุกติกอยู่บ้างเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ภายในงานปาร์ตี้งานวันเกิ
اقرأ المزيد
บทที่ 4 เจ้าหนี้และลูกหนี้ 1
แถมห้องที่จองเตียงกว้างไว้เล่นสนุกยังติดกับบันไดลอยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเวลาส่งเด็กทางประตูหลังในแต่ละห้อง ที่นี่ไม่ต่างจากซ่อง เพียงแต่ใช้ชื่อคลับบังหน้า ปานประดับถูกอุ้มมาวางที่เคาน์เตอร์ อีกฝ่ายก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เร่งรีบจะถอดเสื้อผ้าตรงหน้าประตูกันเลยทีเดียว แถมเขายังตาแดงก่ำไม่รู้ว่าฤทธิ์เหล้าหรือยาเสพติดกันแน่“เด็กดี” เขาพูดพร้อมกับรูดซิปชุดเกาะอกช้า ๆ สองเต้าก็ล้นทะลักออกมาทันที ปานประดับยันหน้าอกเขาเบา ๆ“เหลืออีกสิบนาทีทันไหมคะ” เธอเย้าเขา“ถ้าไม่…หนูต้องได้ค่าเสียเวลา” ปานประดับขบเม้มที่ติ่งหู ลากไล้จมูกไปตามกรอบหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“ว่าไงคะ” แม้ว่าเฮียไช้จะกระสันขนาดไหนแต่เขาก็ไม่ได้กักขฬะขนาดนั้น ของแบบนี้ใครจ่ายมากกว่าย่อมเล่นสนุกได้นานกว่า โลกทุนนิยมอาศัยด้วยเงิน หากเขาเล่นสกปรกก็ได้เพียงร่างกาย แต่ถ้าหากเขาอยากเล่นสนุกด้วยนาน ๆ โดยที่เจ้าหล่อนเต็มใจเขาจะต้องจ่ายมากพอ…แล้วเขาก็มีเงินมากพอที่จะจ่ายเสียด้วย เขาหยิบเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือ“แสนนึงพอสำหรับค่ำคืนนี้ของเราหรือเปล่า” ปานประดับยกเงินขึ้นมาจูบเบา ๆ“พอน่ะพอ แต่ว่าไหน ๆ คืนนี้ก็ต้องทำงานคุ้มค่าจ้างว่าไห
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status