แชร์

พระชายาคนใหม่

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 11:05:08

“แน่ใจแล้วหรือเจ้าคะ ข้าไม่ใช่สตรีบริสุทธิ์” น้ำเสียงไม่มั่นใจเอ่ยขึ้น

ถึงแม้ดวงจิตของผู้มาใหม่ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยมีบุรุษใดเข้าใกล้ ทว่าร่างกายนี้ถูกบุรุษอื่นแนบชิดถึงสองครั้งสองครา ความเจ็บปวดจากการถูกล่วงล้ำรุนแรงในครั้งแรก ยังฝังลึกในความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิม

“ข้าไม่เคยใส่ใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย เพราะสุดท้ายมีเพียงตัวข้าที่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้”

“อื้อ!”

เสียงบดจูบแลกลิ้นกันดังขึ้นอีกครั้ง กว่าจะยอมถอยห่างก็ผ่านไปนานถึงหนึ่งชั่วยาม

ไป๋ซือเย่วเร่งจัดอาภรณ์ให้เรียบร้อย แต่กว่าจะทำสำเร็จมือซุกซนก็ดึงปมเชือกผูกรัดอาภรณ์ให้คลายออกอยู่เรื่อย

ในจังหวะที่กำลังจะเดินไปเปิดประตูห้องหนังสือ กายอวบอิ่มยังมิวายถูกดึงเข้าไปสวมกอดอีกครั้ง ลู่ชุนหยางจ้องมองริมฝีปากแสนหวานด้วยความรู้สึกโหยหาไม่อยากถอยห่าง จึงเข้าคลอเคลียคลุกเคล้ากันอีกรอบให้หนำใจ

ส่วนชูชันใต้อาภรณ์ถูกสัมผัสจนเต็มอุ้งมือ บางจังหวะยังล้วงเข้าไปตามรอยแยกของอาภรณ์ อุ้งมือสากออกแรงบีบขยำคลึงเคล้นต่อสักพักค่อยยอมตัดใจ

“พอแล้วเจ้าค่ะเดี๋ยวมีคนมาได้ยิน”

ไป๋ซือเย่วรีบเอ่ยห้ามปรามอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงหอบหายใจด้วยแรงอารมณ์กำหนัด นางอุตส่าห์แต่งกายเรียบร้อยหากไม่ห้ามคงได้คลายปมเชือกอีกครั้งเป็นแน่

“พรุ่งนี้ข้าจะไปหาอาเฟยแต่เช้า เพื่อยืนยันคำกล่าวของข้า”

“เจ้าค่ะ”

ดวงหน้าหวานเอียงหลบสายตาร้อนแรง ไม่อยากนั้นคงถูกเขาขย้ำซ้ำอีกรอบ ส่วนหวงแหนเริ่มระบมจึงอยากแช่น้ำอุ่นเพื่อผ่อนคลาย เพราะดูท่าคงถูกตามมาทำซ้ำอย่างแน่นอน

และเป็นไปตามที่คาดการณ์เพราะกลางดึกคืนนั้น นางได้ต้อนรับผู้มาเยือนจนส่วนปลายเจ็บแสบ ต้องรีบหาขี้ผึ้งสมานแผลมาทารักษา อาการเจ็บแสบค่อยทุเลาเบาบางลง

โฉมงามเจ้าของเรือนกายเย้ายวน ต้องปิดประตูเรือนนอนนานถึงสามวัน อาการบาดเจ็บค่อยหายเป็นปกติ

แต่หลังจากนั้นก็ห้ามปรามไม่ได้เช่นเคย ยังดีที่ร่างกายเริ่มปรับตัวเลยไม่รู้สึกเจ็บมากเหมือนวันแรก

…………………………………………………..

สถานการณ์ในตำหนักจวิ้นอ๋องในเมืองหลวง เต็มไปด้วยความตึงเครียดของใครบางคน เมื่อข่าวคราวบางอย่างเล็ดรอดถึงหูสตรีผู้ไม่ยอมแพ้

พระชายารองผู้ถูกจองจำในตำหนักเล็ก รู้ข่าวการอภิเษกสมรสครั้งใหม่ของสวามี จากสาวใช้ที่เข้ามาส่งสำรับอาหารอยู่เป็นประจำ

เจียงซูหลิงแอบติดสินบนสาวใช้ในโรงครัว ให้ส่งข่าวในตำหนักใหญ่ให้นางรับรู้ทุกวัน

เคล้ง!!!

เสียงจานชามตกกระทบพื้นจนแตกกระจัดกระจาย เศษอาหารร่วงหล่นลงพื้นกระเด็นกระดอนไปทั่วอย่างไร้ทิศทาง ทว่าผู้อยู่อาศัยไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสะอาดแต่อย่างใด นางสนใจเพียงข่าวสารสำคัญของเช้าวันนี้เท่านั้น!

“มันเป็นใคร!”

“สตรีแซ่ลู่เพคะนามว่าลู่เจี้ยนหง บุตรีของท่านหมอลู่กับฮูหยินเอก ได้ข่าวว่าฮ่องเต้ทรงพอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง”

“หาเรื่องไม่ตายดี”

น้ำเสียงอาฆาตแค้นเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ต่อให้ไม่ได้รักฝังใจมากถึงเพียงนั้น แต่บุรุษของนางย่อมเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว

“พระชายาสำรับอาหารมื้อเช้าไม่เหลือแล้วนะเพคะ”

สาวใช้รีบแจ้งไปตามกฎของโรงครัว นางมีสิทธิ์ไปรับสำรับอาหารได้เพียงสามครั้งต่อวันเท่านั้น เท่ากับว่าอาหารมื้อเช้าของสตรีมีครรภ์หกเรี่ยราดเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นเสียแล้ว

“ไปแจ้งท่านอ๋องว่าข้าไม่สบายปวดท้องมาก ควรรับเป็นน้ำแกงไก่สักถ้วย”

เจียงซูหลิงยังคงคาดหวังว่าสวามี จะมาเยี่ยมเยียนนางกับบุตรในครรภ์

จวิ้นอ๋องรู้ข่าวของบุตรในครรภ์ก็รู้สึกเป็นห่วง จึงเดินทางไปเยือนตำหนักเล็กด้วยตนเอง ระหว่างทางได้ผู้ติดตามเพิ่มมาอีกสองคน เพราะขี้เกียจห้ามปรามจึงปล่อยเลยตามเลย อยากทำการใดก็ทำไปเถิดขอแค่อย่าก้าวก่ายชีวิตกันก็พอ

“ท่านอ๋องเพคะ ให้หม่อมฉันตามไปดูอาการของพระชายารองเถิดเพคะ หม่อมฉันเคยเรียนรู้การแพทย์จากท่านพ่ออยู่บ้าง”

น้ำเสียงหวานหูเอ่ยขออนุญาต จวิ้นอ๋องรู้สึกเบื่อหน่ายกับมารยาสตรีจึงไม่พูดตอบรับหรือปฏิเสธ คนที่อยากติดตามมาด้วยจึงรีบเดินตามมาไม่ห่าง

ลู่เจี้ยนหงกับสาวใช้ข้างกายขอติดตามมาด้วย เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงบางอย่าง!

ถึงแม้สวามีจะยอมเข้าหอด้วยตั้งแต่วันแรก แต่นางสัมผัสได้ว่าเขาไม่มีใจเลยแม้แต่น้อย จึงอยากเห็นหน้าสตรีในตำหนักเล็กว่างดงามมากเพียงใด ถึงได้ครอบครองหัวใจของบุรุษเฉยชาได้

เมื่อเดินเข้ามาในตำหนักที่คุ้นเคยเพราะอาศัยหลับนอนอยู่บ่อยครั้ง จวิ้นอ๋องไม่ได้นึกถึงเจ้าของตำหนักเล็กอย่างที่ควรจะเป็น

แต่กลับนึกถึงดวงหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของผู้จากลา และดวงตาใสซื่อของทารกแรกเกิด เขาเคยเห็นบุตรชายแค่ช่วงแรกเกิดในช่วงที่เข้าไปตรวจสอบสถานะบิดา

ทว่าวันนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ถูกผู้ไม่หวังดีสับเปลี่ยนถ้วยทดสอบของราชวงศ์ เป็นเหตุให้สั่งลงทัณฑ์มารดาและเด็กแรกคลอดโดยไร้ซึ่งความเมตตา จิตใจแข็งกระด้างอ่อนยวบลงทุกครั้งเมื่อนึกถึงสองแม่ลูก

ไป๋ซือเย่วคือสตรีเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เมื่อได้ยินว่านางปันใจให้ชายอื่น วันนี้เข้าใจแล้วว่าที่โกรธเคืองเพราะมีใจให้นั่นเอง

ทว่าม่านหมอกแห่งความชั่วร้าย ได้ขวางกั้นเขาและนางจนไม่อาจหวนคืน!

หลังรู้ความจริงจึงออกไปนอกตำหนักทุกคืน และทำตัวเหลวแหลกอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เพื่อให้สุราฤทธิ์ร้อนแรงและสตรีแปลกหน้า ช่วยบรรเทาภาพจำอันแสนเลวร้ายให้หายไป

หนานจิงชวนจำต้องสลัดภาพคราบน้ำตาของผู้จากลาทิ้งไป แล้วรีบเดินเข้าไปถามไถ่คนป่วยให้รู้แน่ชัด พร้อมกับพยักหน้าให้ผู้ที่ติดตามมาด้วย เข้าไปตรวจดูอาการของเด็กในครรภ์

“ท่านอ๋อง มาเยี่ยมหม่อมฉันเพราะเป็นห่วงหรือเพคะ เอ๊ะ! เจ้าเป็นใครมาจับแขนข้าทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!”

สตรีหน้าตาทรุดโทรมเอ่ยต้อนรับบุรุษที่นางคิดถึงทุกลมหายใจ แล้วหันไปตวาดเสียงเข้าใส่คนแปลกหน้า

เมื่อเพ่งมองไปยังปิ่นปักผมลวดลายงดงามบนศีรษะ ซึ่งจัดแต่งทรงผมประณีตตามฐานันดรศักดิ์ จึงรู้ทันทีว่าคนตรงหน้าคือผู้ใด

“เด็กในครรภ์เป็นอย่างไรบ้าง”

เสียงเข้มเอ่ยถามผู้ตรวจสอบอาการป่วย ไม่ได้สนใจพูดคุยกับพระชายารองเลยแม้แต่น้อย

“เด็กในครรภ์แข็งแรงดีเพคะ”

ลู่เจี้ยนหงตอบไปตามที่รู้ นางสามารถตรวจรักษาเบื้องต้นได้นั่นคือเรื่องจริง

ในจังหวะก้มลงตรวจร่างกายผู้ป่วย ท่านหมอจำเป็นจึงกล่าวบางอย่างด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พอให้ได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น

ที่อาสามาตรวจอาการให้คนป่วย ไม่ใช่เพราะห่วงใยดังที่กล่าวเสแสร้งต่อหน้าสวามี

แต่นางอยากเห็นหน้าศัตรูหัวใจ และอยากกล่าวเยาะเย้ยเหยียบย่ำให้จมดินเสียมากกว่า

คนป่วยจ้องตากลับด้วยท่าทีมาดร้าย จากนั้นจึงหยิบกาน้ำชาซึ่งวางอยู่ใกล้มือ เทราดเส้นผมยาวสลวยดำขลับเพื่อสะสางแค้นทันที บุรุษของนางผู้ใดกล้าทับรอย ย่อมได้รับผลกรรมเฉกเช่นนี้

“กรี๊ด!!!!”

เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อน้ำอุ่นราดรดอยู่บนศีรษะแล้วไหลย้อยลงตามกรอบหน้าเรียวเล็ก

ลู่เจี้ยนหงรีบใช้หลังมือเช็ดหยดน้ำออกจากใบหน้า นับว่ายังโชคดีที่น้ำชาในกาไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่

ถึงแม้รูปโฉมของลู่เจี้ยนหง จะไม่ได้งดงามโดดเด่นเฉกเช่นอดีตพระชายาเอก แต่เรียกได้ว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง การที่ถูกกระทำเช่นนี้จึงก่อเกิดความแค้นสุมอก

“เจียงซูหลิง หยุดระรานผู้อื่นได้แล้ว”

เสียงเข้มตวาดลั่นตำหนักเล็ก เพราะเบื่อหน่ายการทะเลาะเบาะแว้งของสตรีเต็มที

ยิ่งเห็นท่าทีเกรี้ยวกราดของสตรีทั้งสอง เขายิ่งนึกเปรียบเทียบกับกิริยางดงามของผู้จากลา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status