مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2026-09-13 18:30:42

และฉันก็ไม่อยากทำให้พ่อต้องกลายเป็นคนผิดสัจจะ แต่ว่าเธอควรทำอะไรที่เรียกว่า เป็นการสำนึกบุญคุณครอบครัวฉันบ้าง”

“คุณต้องการให้ทำอะไรก็ว่ามาเลย ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงฉันยินดี” อรรัมภาเอ่ยจากใจจริง

“เธอพูดเองนะว่าจะทำ ถ้างั้นจงฟังให้ดี” เมฆินทร์เว้นวรรคเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาอรรัมภาแล้วเอ่ยว่า

“เอาตัวเองมาเป็นทาสของฉัน ทำได้ไหมล่ะ”

อรรัมภาหน้าชาทันที รู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงมาที่กลางกระหม่อม ‘ทาส’ อย่างนั้นหรือ

แต่เมื่อเห็นสายตาเย้ยหยันดูถูกของเมฆินทร์ ที่คล้ายจะเยาะเย้ยเกียรติยศและศักดิ์ศรีของครอบครัวแล้ว

คำตอบเดียวที่เธอจะมอบให้เขานั่นก็คือ…

ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างทระนง คำว่า ‘ทาส’ จากปากเขาแม้จะทำให้ตกใจเล็กน้อย แต่อรรัมภาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่จะขวัญหนีดีฝ่ออะไรง่ายๆ

ดวงตาคู่สวยมองประสานเมฆินทร์อย่างไม่หวาดหวั่น รู้ดีแก่ใจว่าอีกฝ่ายต้องการทำให้เจ็บช้ำน้ำใจอย่างถึงที่สุด ก็เขามันคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่แล้วนี่

“คงไม่กล้าซินะ อ้อ ลืมไป เธอคงเคยแต่ชี้นิ้วสั่งคนอื่น หรือไม่ก็ออเซาะทำอะไรไม่เป็นต้องให้มีคนมาประเคนทำให้” เขายิ้มเยาะ พลางใช้สายตาพิจารณาผู้หญิงที่ยืนตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงใจ

“ฉันไม่คิดว่าเธอจะตกลงหรอกนะ ก็แค่...”

“ฉันตกลงค่ะ” น้ำเสียงอรรัมภาเด็ดเดี่ยวชัดเจน

“เพียงแต่คำว่าทาสของคุณมีความหมายอย่างไรบ้าง” คนถามมีใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอาการสะทกสะท้านใดๆ ออกมาทั้งสิ้น

“คนใช้ คนทำงานบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ทำงานในไร่ในสวน มีที่ให้อยู่ให้กินครบสามมื้อ” เขาพูดไปส่งๆ เพราะไม่ได้คิดมาก่อนว่าหญิงสาวจะรับปากง่ายดายเช่นนี้

“ระยะเวลาล่ะคะ” อรรัมภาถามเสียงเรียบอีกครั้ง

“หนึ่งเดือน สามเดือน อาจจะเร็วหรือนานกว่านั้น แล้วแต่ฉันจะพอใจ”

“ไม่ได้ค่ะ” หญิงสาวสวนกลับทันควัน

“ดอกเบี้ยธนาคารยังมีระยะเวลากำหนดชัดเจน ดังนั้นถ้าคุณต้องการให้ฉันจ่ายดอกเบี้ยตามที่คุณพูดแล้ว กรุณากำหนดระยะเวลาการเป็นทาสของฉันด้วย เพราะอย่างน้อยมันก็ไม่เป็นการเอาเปรียบกันทั้งสองฝ่าย และคุณก็คงไม่ได้อยากเห็นหน้าฉันนานๆ หรอก”

“ก็ดี พูดตรงดี” เมฆินทร์พยักหน้าแล้วถามต่อว่า

“เรื่องเวลาฉันให้เธอกำหนดเองเลย คิดว่าตัวเองจะจ่ายดอกเบี้ยได้เท่าไรล่ะ”

“ในฐานะเจ้าหนี้ฉันให้คุณกำหนดดีกว่าค่ะ ตามแต่ที่คุณพอใจ แต่คุณต้องทำสัญญาว่าการที่ฉันยอมเป็นทาสตามคำสั่ง นี่คือดอกเบี้ยที่คุณต้องการและไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรอีก ตกลงไหมคะ”

“โอ้โห ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเธอต่อรองได้เก่งขนาดนี้ ก็ได้ ฉันตกลงตามนี้ เอาเป็นว่าสามเดือนแล้วกัน อย่างน้อยก็ให้ฉันได้อะไรกลับคืนมาบ้าง” เขาสรุปสั้นๆ

“ตกลงตามนี้ คุณทำสัญญามาได้เลย พร้อมเมื่อไรฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง” อรรัมภาพูดจบก็ทำท่าจะเดินหันหลังออกไป แต่เมฆินทร์เรียกไว้ก่อน

“เดี๋ยว จะไปไหน”

“กลับไปรอทำสัญญาไงคะ สัญญาคุณมาเมื่อไร ฉันค่อยมาใหม่”

“ใครบอกว่าจะทำสัญญา ที่เราคุยกันทั้งหมดนี่คือสัญญา พร้อมจะเริ่มงานเลยใช่ไหม” เมฆินทร์ย้อนถาม

“อะไรนะ แล้วฉันจะรู้ได้ว่าคุณทำจริงอย่างที่พูด”

“เสียเวลามาเกือบสิบปีไม่ได้สักบาท แถมตอนนี้ได้ตัวเธอมาเป็นทาสรับใช้ ก็ต้องเสียค่าข้าวค่าน้ำที่อยู่ที่กินให้ฟรีอีก เธอยังจะกล้าคิดว่าฉันจะผิดสัญญาอีกหรือไง” ชายหนุ่มทำเสียงเข้ม อรรัมภานิ่งไปเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า

“ฉันยังไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้บอกพี่อำพลไว้ ขอฉันกลับบ้านไปบอกพี่ชายก่อน แล้วฉันจะรีบมา”

“ไม่ได้ นี่คือเรื่องของฉันกับเธอ ไม่ได้เกี่ยวกับอำพลเสียหน่อย หรือว่าเปลี่ยนใจแล้ว” สีหน้าเขาอมยิ้มในที แต่อรรัมภามองแล้วรู้สึกว่ากำลังท้าทายกันมากกว่า

“คนอย่างฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจ”

ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงทางเดินไม่กี่ก้าวจากประตู ยังดีที่มีหน้าต่างสองบานที่หัวนอนพอให้รู้สึกได้ระบายอากาศ อรรัมภามองไปรอบๆ แล้วถอนหายใจอนจะนึกขึ้นมาได้ว่า ต้องรีบบอกพี่ชายให้รู้ในสิ่งที่ตนตัดสินใจโดยพลการ

“อรไม่ได้คิดว่าลำบากอะไรเลยค่ะ อีกอย่างเขาคงไม่ได้อยากเห็นหน้าอรนานนักหรอก แค่สามเดือนเท่านั้น ว่าแต่พี่พลเถอะค่ะ ถ้าเขาเปลี่ยนใจอยากได้ดอกเบี้ยเป็นเงินทบต้นทบดอกขึ้นมา เราจะมีปัญหาหรือเปล่าคะ” อรรัมภากังวลเรื่องนี้มากกกว่า

บริษัทเพิ่งจะเริ่มเข้าที่ได้ไม่นาน แถมตอนนี้ยังมีสถานการณ์โรคระบาดที่ต้องเฝ้าติดตามและระมัดระวังตลอดเวลา แม้ว่าอำพลจะบอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วง แต่อรรัมภาก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี

“พี่พลไม่ต้องห่วงนะคะ อรดูแลตัวเองได้ เพียงแต่มีเรื่องอยากรบกวนนิดหน่อยค่ะ ช่วยส่งเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวอรมาหน่อยได้ไหมคะ ไม่ต้องห่วงนะคะ อรอยู่ได้ รับรอง”

แม้อำพลจะห่วงแต่ก็ต้องเชื่อใจว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ที่สำคัญเขาเชื่อว่าอรรัมภาดูแลตัวเองได้ และเมฆินทร์ก็ไม่ใช่คนใจยักษ์ใจมารที่ไหน อย่างน้อยทั้งคู่ก็มีความผูกพันกันทางกฏหมาย อีกทั้งเคยเห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

“ขอบคุณค่ะ งั้นส่งมาเลยนะคะ แค่นี้ค่ะพี่พล รักษาสุขภาพนะคะ” อรรัมภาจบการสนทนาเพียงแค่นี้เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า แล้วหันมามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่า ต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างไรที่นี่

“คุณคะ” เสียงเคาะประตูเบาๆ ที่หน้าห้อง อรรัมภาเปิดมาก็พบว่าเป็นหญิงวัยกลางคนที่พาตนมาที่นี่

“มีอะไรคะ”

“นายให้มาตามค่ะ” นางก้มหน้าแล้วรีบหันหลังเดินนำไป อรรัมภาสงสัยแต่ก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี

“เอ่อ คุณคะ” หญิงวัยกลางคนร้องเรียกเธอไว้

“มีอะไรคะ” อรรัมภาหันมาถาม

“เอ่อ คือ นายให้มาเอาโทรศัพท์ของคุณค่ะ” นางแช่มแสนจะอึดอัดใจที่ต้องทำเช่นนี้

ว่าไปก็พอรู้คร่าวๆ ว่าอรรัมภาเป็นใคร เรื่องราวของสองคนพอได้ยินมาบ้าง แต่พอต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้ คนกลางอย่างตนก็พอหายใจหายคอไม่คล่องเหมือนกัน

“เอาไปทำอะไรคะ” หญิงสาวย้อนถามด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นท่าทีอึดอัดของคนตรงหน้า อรรัมภาก็รู้ว่าควรจัดการเรื่องนี้กับใครดีที่สุด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 17

    “ค่ะ ฉันต้องขอโทษแทนนุด้วย” อรรัมภาพนมมือไหว้อีกครั้ง พอเข้าใจได้ในสิ่งที่เขาไม่พอใจ“ต่อไปฉันจะพยายามทำให้คุณไม่พอใจอีก”“ไม่ใช่พยายามแต่ควรเรียนรู้ เธอพูดเองนี่ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะให้รู้เรื่องของอีกฝ่ายทุกเรื่องทันทีเป็นไปไม่ได้ เพราะงั้นเธอเรียนรู้ และฉันก็จะเรียนรู้ด้วย” เขาสบตาสาวน้อยที่สีหน้าเริ่มจะผ่อนคลายความกังวลลงได้“ตกลงค่ะ เรียนรู้” อรรัมภายอมรับ“ที่นี่ก็มาพูดเรื่องข้อตกลงของเราจริงๆ เสียที” เมฆินทร์วกมาประเด็นสำคัญที่ทำให้ใจจี๊ดทุกครั้งที่ได้ยิน“ห้ามพูดเรื่องหย่า ใบหย่าอีก”ท่าทางที่จริงจัง น้ำเสียงที่ชัดเจน แววตาที่มุ่งมั่นของเมฆินทร์ บ่งบอกให้รู้ว่าเอาจริงกับสิ่งที่พูดอรรัมภาทำได้แค่พยักหน้าเบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ในใจมีความสงสัยผุดขึ้นมาหลายอย่าง‘หรือเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีพันธะทางกฎหมายกับเธอ’‘เขาจะไม่หย่าให้ และใช้เรื่องนี้บังคับให้เธออยู่ที่นี่ไปจนกว่าจะพอใจงั้นหรือ’ก่อนที่ความสงสัยของอรรัมภาจะมากมายในหัว เมฆินทร์ก็เป็นผู้เฉลยเสียเองว่า เหตุใดเขาจึงไม่ต้องการพูดเรื่องหย่าอีก“ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร ตอนไหน เมื่อไร อย่างไร ไม่ต้องให้ใครพูดซ้ำ”อรรัมภานิ่

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 16

    “นั่นซิคะ นายยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย กินก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวราดหน้าเย็นหมด ไปค่ะ เข้าข้างในกัน มาค่ะ คุณอร” นางแช่มกระวีกระวาดพาอรรัมภาเดินเข้าไปด้านในเมฆินทร์มองหน้าลูกน้องที่ยืนไม่พูดไม่จา เขารู้ว่าไม่ควรเอาความหงุดหงิดมาลงกับใคร แต่มันก็ห้ามใจไม่อยู่เพราะตอนที่เดินออกมาเห็นอรรัมภาและเหล่าลูกน้อง ดูสนิทสนมทั้งที่เพิ่งรู้จักกันโดยมีนางแช่มเป็นตัวประสาน“อยากพักก็ไปพักให้สบายใจ แล้วอย่าลืมตามงานที่สั่งให้เรียบร้อย”แค่นี้แหล่ะ คนฟังก็โล่งอก หายใจคล่องขึ้นมาทันทีส่วนเมฆินทร์เดินกลับเข้าไปในออฟฟิศหมายจะจัดการกับคนมาใหม่ที่เป็นต้นเหตุของอารมณ์หงุดหงิดให้สาแก่ใจราดหน้าร้อนๆ ในจานเติมเครื่องปรุงนิดหน่อยมาพร้อมกับน้ำเปล่าเย็นชื่นใจ เมฆินทร์แสร้งทำว่าไม่เห็นสิ่งที่วางตรงหน้า สายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างไม่ลดละ ทั้งที่กลิ่นหอมนั้นเร่งให้เสียงร้องของกระเพาะดังขึ้นเป็นระยะ“กินข้าวก่อนค่อยทำงานก็ได้ค่า คุณเมฆ”นางแช่มที่ทนไม่ไหวเป็นคนแรก เดินเข้ามาเพื่อเชื้อเชิญให้เจ้านายหนุ่มกินข้าว แต่เมฆินทร์ยังเฉย ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอรรัมภาที่พอจะมองบรรยากาศในเวลานี้ออกก็รู้ว่าควรทำเช่นไร

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 15

    “แล้วนายของป้าแช่มล่ะคะ” อรรัมภาอยากรู้ว่าคนอยู่ไหนมากกว่า“อยู่ในไร่ค่ะ ตอนนี้กำลังยุ่ง” หญิงวัยกลางคนถือของเข้ามาในครัวแล้วเอ่ยต่อว่า“ป้าซื้อของสดมาให้คุณทำกินคนเดียว ช่วงนี้นายไม่ได้มาที่นี่ ปิดบ้านให้ดีนะคะ ถ้ามีอะไรก็โทร.หาป้าได้ค่ะ” นางแช่มเขียนหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของตนให้“นายของป้าแช่มนี่มีหลายบ้านซินะคะ” อรรัมภารับกระดาษมาถือไว้ในมือพร้อมกับคิดในใจว่า หรือว่าที่นี่จะเป็นที่อยู่ที่จัดไว้ให้เธอเฉพาะ“ปกติก็เห็นอยู่แต่ที่นี่นะคะ นอกจากถ้ามีใครมาก็อาจจะพาไปนั่งกินนั่งคุยชมดาวที่ท้ายไร่บ้าง”“แล้วตอนนี้ไปอยู่บ้านใครล่ะคะ ถ้ามีบ้านแค่สองที่”“นอนออฟฟิศค่ะ”นางแช่มเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่เมฆินทร์ถึงได้ให้ตนจัดหาที่นอนมาไว้ในห้องทำงาน เท่าที่สังเกตหลายวันนี้เขาแทบไม่กลับมาที่นี่เลย เมื่อเช้าก็แค่สั่งให้จัดการเรื่องอาหารการกินให้หญิงสาว“ก็ดีค่ะ งานยุ่งไม่ใช่เหรอ เขาอาจจะอยากทำงานตลอดเวลาก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีคนมาหาได้บ่อย สะดวกขึ้นมั้งคะ” อรรัมภาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พูดไปแบบนั้นตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่เคยย่างกรายไปไหน วันๆ วนอยู่แต่ในบ้านนอกบ้านเท่านั้น ตั้งแต่เขาไม่กลับมาสายสวาทก็

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 14

    “ปกติคุณเมฆไม่ปรุง กินรสอร่อย ราดหน้าเธอทำ ก็ต้องรู้ซิ อ่อนอะไร” สายสวาทเอ่ยต่อไปอีกว่า“ถ้ามาอยู่ที่นี่เพื่อทำงานบ้านให้คุณเมฆ ก็ควรต้องรู้ว่าเจ้านายกินอยู่อย่างไร เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ฉันจะบอกให้ คุณเมฆชอบ...”“ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอก คนที่อยู่ต้องหันมอง หันสนใจ” ว่าแล้วเขาก็เลื่อนจานราดหน้าไปทางอรรัมภา“ถ้างั้นลองชิมรสที่ฉันกินไหมคะ” อรรัมภาตักราดหน้าในจานตัวเองแบ่งให้เมฆินทร์ชิมคำแรก“ชอบไหมคะ ถ้าชอบ ฉันจะได้ปรุงรสนี้ให้”เมฆินทร์มองแล้วตักชิมคำแรก ความจริงรสชาติราดหน้าที่อรรัมภาทำอร่อยถูกปากเขามาก เพียงแต่มันไม่อร่อยลิ้นก็ตรงที่เห็นภานุอยู่ที่นี่ และสายสวาทที่ไม่ยอมกลับไปดึงดันจะตามมาให้ได้นี่แหล่ะแต่เมื่อได้ชิมราดหน้าจากจานของอรรัมภาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอร่อยกว่าการไม่ปรุงเสียอีกมิน่าเล่า ภานุถึงได้กินไม่พูดไม่จา“เผ็ดไปหน่อย แต่ก็พอกินได้”ราดหน้าในจานค่อยน่ากินขึ้นมา เมื่ออรรัมภาใส่ใจปรุงให้โดยไม่ใส่พริก แม้จะไม่เหมือนจานที่เจ้าตัวกิน แต่เมฆินทร์ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้รับความใส่ใจจากหญิงสาวบรรยากาศที่ขมุขมัวเริ่มสว่างขึ้น เมื่อภานุที่รู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานขอตัวกลับหลังกิน

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่13

    พอใกล้เที่ยงก็ลงมือเข้าครัวทำสิ่งที่เตรียมไว้เรียบร้อย เหลือเพียงรอให้คนอยากกินกลับมาเท่านั้น“คุณอร” เสียงเรียกคุ้นหูทำให้อรรัมภาแปลกใจที่เห็นภานุอีกครั้ง“เมื่อวานเจอฝนไหม” หญิงสาวถามด้วยความห่วงใย“ไม่เจอ วันนี้ตั้งใจมาหาคุณอร” ภานุเอ่ยตามจริงวันนี้ไม่มีคำสั่งของใคร แต่เป็นเพราะเห็นท่าทีของเมฆินทร์เมื่อวานทำให้เขาไม่วางใจเท่าไรนัก วันนี้จึงตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง“นุ มีอะไรหรือเปล่า” อรรัมภาถามด้วยความสงสัย“เปล่า เมื่อวานไม่มีเวลาได้คุย วันนี้ผมว่างก็เลยแวะมาเพื่อจะถามว่า คุณอรขาดเหลืออะไรไหม ต้องการอะไรอีกหรือเปล่า ผมจะพาไปจัดการวันนี้ครับ อ้อ คุณอรชาร์ตแบตโทรศัพท์หรือยัง ผมเอาที่ชาร์ตมาให้แล้วนะ ยังไม่ชาร์ตอีกเหรอ เมื่อกี้โทร.มาติดต่อไม่ได้”“ที่พี่อำพลเตรียมมาให้ก็พอแล้ว อีกอย่างอรอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก ขอบคุณนุมากนะที่เป็นห่วง โทรศัพท์เดี๋ยวเอ่อ ค่อยชาร์ตก็ได้”อรรัมภาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ขืนพูดมากไปจะทำให้พี่ชายเป็นห่วง อีกอย่างถ้ามีเรื่องด่วนอะไร พี่ชายคงติดต่อมาทางเมฆินทร์เอง“แล้ว เขาทำอะไรไม่ดีกับคุณอรหรือเปล่า”จะว่าไปเรื่องนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่เขาห่วงที่สุด ท

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 12

    ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดกลิ่นกายสาวหอมละมุนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที คนใต้ร่างคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมานานถึงแปดปีเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้“คุณเมฆินทร์ ปล่อยนะ ฉันอึดอัด”อรรัมภาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร ให้นิยามว่ามันคือความอึดอัด เพราะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องวางตัว วางสีหน้าหรือวางใจอย่างไรก็ในเมื่อตอนนี้อ้อมแขนที่กอดรัดไว้แน่นทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้สึกร้อนเท่านั้นแต่เนื้อตัวเธอดูจะนุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไปเสียทุกส่วน ถึงได้ไม่มีแรงจะต่อต้านการกระชับเรือนร่างให้แนบแน่น ตามอ้อมแขนของเมฆินทร์ลมหายใจร้อนที่รดผ่าวลงมาที่บ่าสาว เฉียดไปเฉียดมาใกล้ข้างแก้มหรือใบหู แม้เพียงผ่านไปมาเหมือนไม่จงใจ แต่ทุกครั้งที่มันสัมผัสก็สร้างความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยิ่งนานเข้าก็ดูเหมือนว่า อรรัมภาจะรู้สึกดีกับการตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยซ้ำ“จะนอนดีๆ ได้หรือยัง” เสียงทุ้มกระซิบถามที่ข้างหูถ้าประสาทสัมผัสของอรรัมภาไม่ผิด ริมฝีปากที่เอ่ยถามเมื่อครู่เพิ่งสัมผัสผิวแก้วสาวไปหมาดๆ ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นมาทันทีท

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status