Share

บทที่ 2.1

last update publish date: 2026-09-13 18:30:42

และฉันก็ไม่อยากทำให้พ่อต้องกลายเป็นคนผิดสัจจะ แต่ว่าเธอควรทำอะไรที่เรียกว่า เป็นการสำนึกบุญคุณครอบครัวฉันบ้าง”

“คุณต้องการให้ทำอะไรก็ว่ามาเลย ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงฉันยินดี” อรรัมภาเอ่ยจากใจจริง

“เธอพูดเองนะว่าจะทำ ถ้างั้นจงฟังให้ดี” เมฆินทร์เว้นวรรคเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาอรรัมภาแล้วเอ่ยว่า

“เอาตัวเองมาเป็นทาสของฉัน ทำได้ไหมล่ะ”

อรรัมภาหน้าชาทันที รู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงมาที่กลางกระหม่อม ‘ทาส’ อย่างนั้นหรือ

แต่เมื่อเห็นสายตาเย้ยหยันดูถูกของเมฆินทร์ ที่คล้ายจะเยาะเย้ยเกียรติยศและศักดิ์ศรีของครอบครัวแล้ว

คำตอบเดียวที่เธอจะมอบให้เขานั่นก็คือ…

ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างทระนง คำว่า ‘ทาส’ จากปากเขาแม้จะทำให้ตกใจเล็กน้อย แต่อรรัมภาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่จะขวัญหนีดีฝ่ออะไรง่ายๆ

ดวงตาคู่สวยมองประสานเมฆินทร์อย่างไม่หวาดหวั่น รู้ดีแก่ใจว่าอีกฝ่ายต้องการทำให้เจ็บช้ำน้ำใจอย่างถึงที่สุด ก็เขามันคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่แล้วนี่

“คงไม่กล้าซินะ อ้อ ลืมไป เธอคงเคยแต่ชี้นิ้วสั่งคนอื่น หรือไม่ก็ออเซาะทำอะไรไม่เป็นต้องให้มีคนมาประเคนทำให้” เขายิ้มเยาะ พลางใช้สายตาพิจารณาผู้หญิงที่ยืนตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงใจ

“ฉันไม่คิดว่าเธอจะตกลงหรอกนะ ก็แค่...”

“ฉันตกลงค่ะ” น้ำเสียงอรรัมภาเด็ดเดี่ยวชัดเจน

“เพียงแต่คำว่าทาสของคุณมีความหมายอย่างไรบ้าง” คนถามมีใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอาการสะทกสะท้านใดๆ ออกมาทั้งสิ้น

“คนใช้ คนทำงานบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ทำงานในไร่ในสวน มีที่ให้อยู่ให้กินครบสามมื้อ” เขาพูดไปส่งๆ เพราะไม่ได้คิดมาก่อนว่าหญิงสาวจะรับปากง่ายดายเช่นนี้

“ระยะเวลาล่ะคะ” อรรัมภาถามเสียงเรียบอีกครั้ง

“หนึ่งเดือน สามเดือน อาจจะเร็วหรือนานกว่านั้น แล้วแต่ฉันจะพอใจ”

“ไม่ได้ค่ะ” หญิงสาวสวนกลับทันควัน

“ดอกเบี้ยธนาคารยังมีระยะเวลากำหนดชัดเจน ดังนั้นถ้าคุณต้องการให้ฉันจ่ายดอกเบี้ยตามที่คุณพูดแล้ว กรุณากำหนดระยะเวลาการเป็นทาสของฉันด้วย เพราะอย่างน้อยมันก็ไม่เป็นการเอาเปรียบกันทั้งสองฝ่าย และคุณก็คงไม่ได้อยากเห็นหน้าฉันนานๆ หรอก”

“ก็ดี พูดตรงดี” เมฆินทร์พยักหน้าแล้วถามต่อว่า

“เรื่องเวลาฉันให้เธอกำหนดเองเลย คิดว่าตัวเองจะจ่ายดอกเบี้ยได้เท่าไรล่ะ”

“ในฐานะเจ้าหนี้ฉันให้คุณกำหนดดีกว่าค่ะ ตามแต่ที่คุณพอใจ แต่คุณต้องทำสัญญาว่าการที่ฉันยอมเป็นทาสตามคำสั่ง นี่คือดอกเบี้ยที่คุณต้องการและไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรอีก ตกลงไหมคะ”

“โอ้โห ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเธอต่อรองได้เก่งขนาดนี้ ก็ได้ ฉันตกลงตามนี้ เอาเป็นว่าสามเดือนแล้วกัน อย่างน้อยก็ให้ฉันได้อะไรกลับคืนมาบ้าง” เขาสรุปสั้นๆ

“ตกลงตามนี้ คุณทำสัญญามาได้เลย พร้อมเมื่อไรฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง” อรรัมภาพูดจบก็ทำท่าจะเดินหันหลังออกไป แต่เมฆินทร์เรียกไว้ก่อน

“เดี๋ยว จะไปไหน”

“กลับไปรอทำสัญญาไงคะ สัญญาคุณมาเมื่อไร ฉันค่อยมาใหม่”

“ใครบอกว่าจะทำสัญญา ที่เราคุยกันทั้งหมดนี่คือสัญญา พร้อมจะเริ่มงานเลยใช่ไหม” เมฆินทร์ย้อนถาม

“อะไรนะ แล้วฉันจะรู้ได้ว่าคุณทำจริงอย่างที่พูด”

“เสียเวลามาเกือบสิบปีไม่ได้สักบาท แถมตอนนี้ได้ตัวเธอมาเป็นทาสรับใช้ ก็ต้องเสียค่าข้าวค่าน้ำที่อยู่ที่กินให้ฟรีอีก เธอยังจะกล้าคิดว่าฉันจะผิดสัญญาอีกหรือไง” ชายหนุ่มทำเสียงเข้ม อรรัมภานิ่งไปเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า

“ฉันยังไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้บอกพี่อำพลไว้ ขอฉันกลับบ้านไปบอกพี่ชายก่อน แล้วฉันจะรีบมา”

“ไม่ได้ นี่คือเรื่องของฉันกับเธอ ไม่ได้เกี่ยวกับอำพลเสียหน่อย หรือว่าเปลี่ยนใจแล้ว” สีหน้าเขาอมยิ้มในที แต่อรรัมภามองแล้วรู้สึกว่ากำลังท้าทายกันมากกว่า

“คนอย่างฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจ”

ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงทางเดินไม่กี่ก้าวจากประตู ยังดีที่มีหน้าต่างสองบานที่หัวนอนพอให้รู้สึกได้ระบายอากาศ อรรัมภามองไปรอบๆ แล้วถอนหายใจอนจะนึกขึ้นมาได้ว่า ต้องรีบบอกพี่ชายให้รู้ในสิ่งที่ตนตัดสินใจโดยพลการ

“อรไม่ได้คิดว่าลำบากอะไรเลยค่ะ อีกอย่างเขาคงไม่ได้อยากเห็นหน้าอรนานนักหรอก แค่สามเดือนเท่านั้น ว่าแต่พี่พลเถอะค่ะ ถ้าเขาเปลี่ยนใจอยากได้ดอกเบี้ยเป็นเงินทบต้นทบดอกขึ้นมา เราจะมีปัญหาหรือเปล่าคะ” อรรัมภากังวลเรื่องนี้มากกกว่า

บริษัทเพิ่งจะเริ่มเข้าที่ได้ไม่นาน แถมตอนนี้ยังมีสถานการณ์โรคระบาดที่ต้องเฝ้าติดตามและระมัดระวังตลอดเวลา แม้ว่าอำพลจะบอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วง แต่อรรัมภาก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี

“พี่พลไม่ต้องห่วงนะคะ อรดูแลตัวเองได้ เพียงแต่มีเรื่องอยากรบกวนนิดหน่อยค่ะ ช่วยส่งเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวอรมาหน่อยได้ไหมคะ ไม่ต้องห่วงนะคะ อรอยู่ได้ รับรอง”

แม้อำพลจะห่วงแต่ก็ต้องเชื่อใจว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ที่สำคัญเขาเชื่อว่าอรรัมภาดูแลตัวเองได้ และเมฆินทร์ก็ไม่ใช่คนใจยักษ์ใจมารที่ไหน อย่างน้อยทั้งคู่ก็มีความผูกพันกันทางกฏหมาย อีกทั้งเคยเห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

“ขอบคุณค่ะ งั้นส่งมาเลยนะคะ แค่นี้ค่ะพี่พล รักษาสุขภาพนะคะ” อรรัมภาจบการสนทนาเพียงแค่นี้เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า แล้วหันมามองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่า ต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างไรที่นี่

“คุณคะ” เสียงเคาะประตูเบาๆ ที่หน้าห้อง อรรัมภาเปิดมาก็พบว่าเป็นหญิงวัยกลางคนที่พาตนมาที่นี่

“มีอะไรคะ”

“นายให้มาตามค่ะ” นางก้มหน้าแล้วรีบหันหลังเดินนำไป อรรัมภาสงสัยแต่ก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี

“เอ่อ คุณคะ” หญิงวัยกลางคนร้องเรียกเธอไว้

“มีอะไรคะ” อรรัมภาหันมาถาม

“เอ่อ คือ นายให้มาเอาโทรศัพท์ของคุณค่ะ” นางแช่มแสนจะอึดอัดใจที่ต้องทำเช่นนี้

ว่าไปก็พอรู้คร่าวๆ ว่าอรรัมภาเป็นใคร เรื่องราวของสองคนพอได้ยินมาบ้าง แต่พอต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเช่นนี้ คนกลางอย่างตนก็พอหายใจหายคอไม่คล่องเหมือนกัน

“เอาไปทำอะไรคะ” หญิงสาวย้อนถามด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นท่าทีอึดอัดของคนตรงหน้า อรรัมภาก็รู้ว่าควรจัดการเรื่องนี้กับใครดีที่สุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 4

    เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พ

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.2

    ดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอนนางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลาอรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.1

    นาทีนี้ต่อให้อรรัมภาเป็นนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ เขาก็พร้อมจะพิฆาตแม่นางฟ้าคนนี้ให้แหลกคามือได้“ก็คุณสั่งว่าจะกินกาแฟขนมปังไข่ดาวตอนเช้า ฉันก็ทำให้ตามที่คุณสั่งแล้วไงคะ”“แล้วทำไมเธอไม่กินเหมือนกัน” เขาพาลไปหมดทุกเรื่อง“ก็ฉันไม่ชอบ ฉันอยากกินข้าวต้มนี่คะ” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“อยู่กันแค่สองคน ทำไมต้องเรื่องมากด้วย ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ทำให้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”“ไม่เสียเวลาเลยค่ะ อีกอย่างรสนิยมการกินการอยู่ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นี่คะ”ยอกย้อน ได้ อยากทำมากนักใช่ไหมเดี๋ยวเขาจะให้ทำจนหนำใจแน่ …เมฆินทร์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เขาก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอาหารแล้วหันมาหาเรื่องอีกว่า“หวานแสบไส้ขนาดนี้ ใครจะกินลง” เมฆินทร์มองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง“ฉันก็ใส่ตามสูตรที่คุณสั่งแล้วนะ” อรรัมภาแปลกใจรีบยกกาแฟแก้วเจ้าปัญหาไปดูว่ามีอะไรผิดปกติหวานแสบไส้บ้าอะไร!อรรัมภาจำได้ว่าตอนชงกาแฟก็ใส่ตามสูตรที่เขาบอกมาทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเมื่อชิมก็พบว่ารสชาติไม่ได้แตกต่างอะไรเลย แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ“ต้องการกาแฟใหม่ไหมค

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3

    อรรัมภากำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวคว้านาฬิกาเรือนเล็กที่ถอดวางข้างเตียงมามอง เที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันมาเคาะ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจกันบ้างหรือไร“มีอะไรคะ” อรรัมภาถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีเมื่อเห็นหน้าคนที่เคาะประตูห้องนอนใช่ใครเสียที่ไหน ก็คนห้องตรงข้ามนั่นไง ป่านนี้ยังจะมีเรื่องอะไรกับเธออีก ตั้งแต่หัวค่ำเขาก็เรียกร้องให้ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ตัวเองนั่งชี้นิ้วสั่งอย่างสบายใจเมฆินทร์เห็นเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยจริงๆ หรือไง ถึงได้ทำราวกับคนอื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“ฉันนอนไม่หลับ ออกมานั่งเป็นเพื่อนหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน ทิ้งให้อรรัมภายืนตาค้างด้วยความงุนงงนี่เขานอนไม่หลับก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องมาถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนด้วยหรือ ...มันจะเกินไปหน่อยไหมพ่อคุณ ไม่รู้จักเวล่ำเวลากันเสียบ้างเลยอรรัมภาได้แค่คิดในใจเท่านั้น แล้วก็ต้องก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ปริปากถามหรือบ่นสักคำ รู้ดีว่าขืนพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เผลอๆ เมฆินทร์จะหาเรื่องมากขึ้นไปอีกระเบียงไม้ด้านหน้าคือสถานที่ที่เมฆินทร์หยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า สีหน้าเขาดูผ่อนคลา

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.3

    ผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่มนอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นให

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 2.3

    ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิมวินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทันโธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status