Masukเมื่อสามีสุดที่รักเป็นหนี้พนันยี่สิบล้าน จึงทำให้ภรรยาที่ดีอย่าง 'นภัสสร' ต้องหาทางช่วยสามีอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าหนทางนั้นจะต้องเอาตัวเธอเข้าแลกเพื่อใช้หนี้ก็ตาม
Lihat lebih banyak“เป็นได้แค่คู่นอนนะ เอากันขำ ๆ รับได้ก็ขึ้นรถ รับไม่ได้ก็แค่นี้ ไม่ต้องคุยกันอีก”
“อืม” เธอก้าวขึ้นรถผมอย่างไม่ลังเล ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันถูกหรือแม่งผิดตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม
“ทำไม อยากมากขนาดนั้นเลย แฟนเธอไปไหน” ถึงจะเอากันขำ ๆ ผมก็ไม่อยากเป็นชู้กับใคร
“เลิกกันแล้ว”
ใช่สินะ ไอ้นั่นมันไปเรียนต่อเมืองนอกตั้งสี่เดือนแล้วนี่นา แม่งแล้วกูดันรู้ทุกเรื่องของเธอ
“ของขาด?” ผมถามและเคาะพวงมาลัยในตอนที่ติดไฟแดง
“อืม” เธอตอบง่าย ๆ เรียบ ๆ ไม่สะทกสะท้าน
“ดี เราก็ของขาด ของขาดกันทั้งคู่ คงมันดี หึ”
“กูบอกให้มึงจองวีไอพี ๆ ทำไมแม่งได้หน้าแคชเชียร์ ไกลเวทีก็ไกล เด็กเสิร์ฟก็เดินกันให้วุ่น แม่งวุ่นวายฉิบหาย” ผมบ่นไอ้เพื่อนที่ชวนมาเที่ยววันนี้ บอกให้มันจองโซนวีไอพี แต่มันดันจองอะไรของมัน ยิ่งคิดยิ่งน่าโมโห
“เอาน่า เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ตั้งแต่เรามาเที่ยวที่นี่สามปีก็ไม่เคยนั่งโซนอื่น นั่งตรงนี้บ้างก็ดีเหมือนกัน ดนตรีไม่ดังดี” คำแก้ตัวของมันฟังแทบไม่ขึ้น
“ไอ้ไม้ มึงไม่ได้ป่วยใช่เปล่า หรือปิดเทอมไม่กี่อาทิตย์ ทำให้สมองมึงกระทบกระเทือน” ผมยื่นมือไปแตะหน้าผากของเพื่อนดู วันนี้เพื่อนผมมันดูแปลก ๆ
“มันก็ไม่ได้ป่วยนะไอ้ฟ้า ทำไมมันดูแปลก ๆ” ผมยังหันไปถามความคิดเห็นของไอ้ฟ้า หรือเวหา เพื่อนผมอีกครั้ง
“แดกเหล้าไป อย่าพูดมาก” ไอ้ไม้ไม่รู้มันอารมณ์เสียมาจากไหน ด่าผมว่าพูดมากอีก
“มาแปลกจริง ๆ ด้วย” ผมยังบ่นกับมันอีกรอบ นั่งอยู่ไม่ทันไรมีแต่คนมาขอชนแก้ว เพราะอย่างนี้ไงผมถึงไม่ชอบโซนธรรมดา เพราะมันไม่ส่วนตัว
พวกเราดื่มกันอยู่สักพัก ไอ้ไม้มันก็บอกจะไปห้องน้ำ กว่าจะกลับมาก็นานโข
“มึงไปขี้มาเหรอ ไปนานมาก” ผมอดบ่นไม่ได้จริง ๆ นั่งโซนนี้ไม่ค่อยจะมีอะไรให้ดู เพื่อนแม่งทิ้งไปอีก
“ไม่” มันตอบผมด้วยหน้าตาเนือย ๆ
“ไม่ขี้”
“ไม่เสือกสิครับเพื่อนทะเล จะขี้ก็รูตูดกูไหม”
ผมอยากจะถีบมันขาคู่ แต่เห็นเพราะว่าหน้าหล่อ ๆ ของมันที่เป็นเดือนมหา’ลัยหรอกนะเลยไม่ได้ทำ
“กูกลับก่อนนะ” อยู่ดี ๆ ไอ้ฟ้าก็ขอตัวกลับ ตอนนี้เพิ่งจะห้าทุ่ม มันจะรีบไปไหนของมัน
ดวงตาสองคู่สอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง ก่อนประกบจูบมอบจุมพิตกันอย่างถวิลหา ในตอนนี้หัวใจของคนทั้งคู่ต่างไร้พรมแดนซึ่งกันและกัน เขาสามารถล่วงก้าวเข้าไปในพื้นที่ของหญิงสาว เช่นเดียวกับที่เธอก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในก้นบึ้งหัวใจของชายหนุ่มสองร่างเปลือยเปล่ากอดก่ายกันอย่างแนบชิด สันจมูกคมพรมจูบไปตามเนื้อเนียนนวลอย่างรักใคร่ ก่อนจะเลื่อนลงต่ำไปยังส่วนเนื้ออวบอูม เรียวขาสวยทั้งสองข้างถูกแยกออกจากกัน ก่อนที่ริมฝีปากหยักหยุ่นจะแตะโลมเลียตั้งแต่ปลายเท้าไล่ขึ้นไปถึงปลีน่องและขาอ่อนเนียนตอหนวดเฉียดสัมผัสช่วงเรียวขาที่อ่อนไหว ทำเอาหญิงสาวสั่นระทดระทวยจนร่างแทบเหลวเป็นน้ำ เป็นความหวามไหวที่ไม่ได้ทำให้สติถึงขั้นกระจัดกระเจิง แต่ทว่ากลับตื่นเต้นจนหัวใจสั่นระรัวยากเกินกว่าจะควบคุมให้เป็นปกติสองนิ้วเรียวแหวกกลีบเนื้อพลางถูไถเป็นจังหวะคล้ายเรียกน้ำปรารถนาให้ไหลออกมาจากตัวเธอ เพียงไม่กี่อึดใจน้ำสีใสเหนียวลื่นก็ซึมซาบออกมาราวกับสั่งได้“จะกี่ปี ๆ น้ำเธอก็เต็มรูตลอดเลยนะ” เสี่ยชัชยิ้มมุมปากพลางเอ่ย“ก็เสี่ยเล้าโลมดีนี่คะ”“ฉันเล้าโลมดี หรือเธออารมณ์ขึ้นง่ายกันแน่”“อาจจะเพราะเป็นเสี่ยมั้งคะ สรก็เลยมีอารมณ์ต
นภัสสรขับรถไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยท้ายสุดของหมู่บ้าน ประตูรั้วบานใหญ่เปิดออกอัตโนมัติเมื่อหญิงสาวมาถึง เธอสามารถเข้าออกที่นี่ได้อย่างอิสระราวกับว่าเธอเป็นหนึ่งในเจ้าของบ้าน เธอได้รับเกียรตินั้นเสมอตั้งแต่วันแรกที่มาจนถึงปัจจุบัน“สวัสดีค่ะหนูสร ให้ป้าช่วยถืออะไรไหมคะ” ป้าสายออกมาต้อนรับเธออย่างดี“ไม่เป็นไรค่ะป้า เดี๋ยวสรถือเองก็ได้ค่ะ”“หนูสรกินอะไรมาหรือยังคะ ให้ป้าเตรียมให้ไหม”“สรกินมาเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้เสี่ยอยู่ไหนหรือคะ” เธอระบายยิ้มพลางถาม“คุณชัชอยู่ที่ห้องนอนค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย“งั้นเดี๋ยวสรไปหาเสี่ยก่อนนะคะ” เธอปลีกตัวก่อนจะเยื้องย่างมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของชัชวาลก๊อก ก๊อก ~ ~หญิงสาวเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดมันเข้าไปด้านใน เจ้าของบ้านสะลึมสะลือคล้ายกับเพิ่งรู้สึกตัวตื่นหลังจากที่เธอเข้ามา ร่างเพรียวบางหย่อนตัวลงนั่งข้างเตียง ก่อนจะโน้มตัวพรมจูบบนใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์“เธอกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาถามทั้งที่ยังลืมตาตื่นไม่เต็มที่“เพิ่งมาถึงเองค่ะ”“ตอนนี้กี่โมงแล้ว” เขาถามก่อนจะหยัดตัวนั่งพิงหัวเตียง“จะห้าทุ่มแล้วค่ะ”“อ้าว ดึกแล้วทำ
สามปีต่อมาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ณ ห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมือง ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาพักผ่อนหย่อนใจและจับจ่ายใช้สอยกันอย่างเบิกบานแต่ทว่าสำหรับนภัสสรแล้ว วันนี้กลับกลายเป็นวันทำงานที่เธอทั้งกดดันและตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กัน เพราะเป็นวันที่แบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ของเธอจะมีหน้าร้านเป็นของตัวเองสักทีหลังจากที่เธอหย่าขาดกับณรงค์ เธอก็ได้เอาเงินเก็บที่เสี่ยชัชให้ด้วยความเสน่หามาลงทุนสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง ในช่วงแรกกิจการลุ่ม ๆ ดอน ๆ ตามประสาคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญการทำธุรกิจมากนักแต่เมื่อได้ลองผิดลองถูกหลายอย่าง มันก็ทำให้เธอได้เรียนรู้และผลักดันให้ธุรกิจสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำอย่างที่เธอต้องการ จนกระทั่งสามารถเช่าพื้นที่เปิดร้านในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ได้“พี่สรคะ มีดอกไม้มาส่งค่ะ” น้ำรินทร์เอ่ยพลางยื่นดอกกุหลาบช่อโตให้เจ้าของแบรนด์“ใครให้มาเหรอรินทร์” เธอยิ้มบางพลางทำหน้างุนงงเล็กน้อย“พี่สรดูเองดีกว่าค่ะ”ลูกน้องคนสนิทยิ้มร่าก่อนจะว่าต่อ“แต่รินทร์ว่าพี่สรคงเดาได้ไม่ยากหรอกค่ะ ก็คงเป็นคนดีคนเดิมของพี่สรนั่นแหละ”หญิงสาววัยสามสิบสามไม่พูดอะไร ก่อนจะก้มหน้าอ่านจดหมายน้อยที่
ชัชวาลอุ้มร่างเพรียวสวยไปวางบนโซฟาอย่างค่อย ๆ พลางถอนแกนกายออก ก่อนจะไปจัดการเช็ดคราบแห่งความสุขสมที่เลอะอยู่กลางห้องอีกฝ่ายวางเธอลงไว้ที่โซฟาท่าไหน เธอก็ยังเอนตัวพิงโซฟาอยู่ท่านั้น นภัสสรนั่งอ้าขาเอนกายพิงพนักที่นั่งอย่างสิ้นสภาพ การร่วมรักครั้งนี้ทำเธอล่องลอย สติกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทางจนเธอแทบจะจับจุดและเอาสติกลับมาไม่ได้“เธอโอเคไหม นภัสสร” ชายหนุ่มเอ่ยพลางจับแก้มนวลเพื่อตรวจเช็กร่างกายว่าเธอยังปกติดีหรือไม่“โอเคค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อน“โอเคจริง ๆ ใช่ไหม ฉันไม่เคยเห็นเธอหมดสภาพแบบนี้มาก่อนเลย” เสียงทุ้มต่ำเจือความกังวลเอ่ยก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้างคนตัวเล็ก“โอเคจริง ๆ ค่ะ สรแค่หมดแรงเฉย ๆ” ตอนนี้สติของเธอเริ่มกลับมาเกือบหมดแล้ว“งั้นเธอนอนพักก่อนดีไหม”“ก็ดีค่ะ นอนพักสักหน่อยน่าจะดีขึ้น”“ขอโทษนะ ฉันไม่น่าเอาเธอขนาดนี้เลย” ว่าจบชายหนุ่มก็กดจูบกลางหน้าผากอย่างแผ่วเบา“ไม่ใช่ความผิดเสี่ยเลยค่ะ ก็สรอยากให้เสี่ยทำแรง ๆ เอง และอีกอย่างที่ทำกันเมื่อกี้ไม่ใช่ไม่ดีสักหน่อย” เธอเอ่ยพลางเม้มปากอย่างขัดเขิน“หมายความว่ายังไง”“ที่เสี่ยอุ้มสรเมื่อกี้มันดีมาก ๆ เลยค่ะ”นัยน์ตาดำขลับฉายแววเป็





