LOGINเบลล่ามองไปที่หน้าของท่านเคาน์ รอยยิ้มที่แสนจะเจ้าเล่ห์มันดันออกมาจากใบหน้าที่งดงามของเขา! เธอคิดว่าท่านเคาน์เป็นคนที่นิสัยไม่ตรงกับหน้าตาเอาซะเลย
ในคราแรกที่พบกันเธอไปเรียกเขาว่าเทวดาได้ยังไง!! “เจ้าไม่อยากรู้งั้นหรือว่า ริมฝีปากของข้าหากมันจุมพิตกับปากของเจ้ามันจะเป็นเช่นไร แล้วข้าจะทำยังไงต่อ…” “เหตุใดข้าถึงต้องอยากรู้เรื่องราวพวกนั้น….” “อ่า..เจ้าไม่อยากรู้ก็ไม่เป็นไรเพราะว่าข้าอยากรู้” เอซหลับตาลงก่อนจะก้มหน้าลงมาประทับริมฝีปากกับเบลล่า เธอพยายามหันหน้าหนีแต่ทว่าก็ไม่เป็นผลเพราะเอซไม่ยอมให้เธอได้มีโอกาสทำเช่นนั้น เขาจับหน้าของเธอเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอได้ปฏิเสธจุมพิตของเขา เธอยกมือขึ้นมาทุบที่อกของเขาเพื่อให้เขาปล่อยริมฝีปากของเธอให้เป็นอิสระ “อื้อ!!” เอซสอดลิ้นเข้าในปากของเธอก่อนจะเริ่มปลุกเร้าเบลล่าเบาๆ เพราะบนโซฟามันคับแคบเกินกว่าที่เธอจะดิ้นหนี เธอในตอนนี้ราวกับไร้ทางเลือก “ท่านไม่ควรจะทำเช่นนี้!!” เธอรีบกล่าวกับทันทีที่เขาปล่อยริมฝีปากของเธอให้เป็นอิสระ “ข้ามิได้ทำเช่นนี้กับสตรีไปทั่ว…ถึงข้าจะมีภรรยามากมายแต่ข้าก็มิได้อยากครอบครองใคร มากเท่าอยากครอบครองเจ้ามาก่อน” เธอมองใบหน้าที่ดูจริงจังของเขาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย…ความเงียบเข้าปกคลุมเราทั้งสองคน “ท่านว่าจ้างให้ข้า เข้ามาทำให้เคาน์เตสหย่า…การกระทำเช่นนี้ไม่ว่ามองทางใดก็ดูไม่เหมาะสม ข้ามิอาจทำใจมีอะไรกับชายที่มีภรรยาอยู่แล้ว…” “ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่านางมิใช่ภรรยาของข้า เจ้าก็รู้ว่าเรื่องราวในอดีตเป็นเช่นไร แล้วเหตุใดถึงยังบอกว่านางเป็นภรรยาของข้าอีก!!” เบลล่าดันตัวของท่านเคาน์ให้ลุกขึ้น…เธอมองใบหน้าที่ดูน่าสงสารของเขาด้วยหัวใจที่กำลังหวั่นไหว เธอรู้ดีว่าเรื่องในอดีตเขาถือว่าเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด… “ข้า..ขอโทษค่ะ ข้ามิได้ตั้งใจจะกล่าวคำที่สะเทือนใจของท่าน” เอซยกมือขึ้นมากุมหน้าของเบลล่าเอาไว้ “ทำไมถึงปฏิเสธข้า…ในครั้งแรกที่เราพบกันเจ้าเรียกข้าว่าเทวดาด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดถึงไม่ยอมเป็นนางฟ้าของข้าเล่า” “นั่นมันตอนที่ข้ายังไม่รู้จักท่าน…” เอซหอมแก้มเธอเบาๆ เขาจูบที่ตาและหน้าผากของเธอ “ข้าเพียงอยากสัมผัสเจ้าให้มากกว่านี้…” “…..หากว่าข้ายอมให้ท่านสัมผัส เรื่องราวระหว่างเราก็จะเปลี่ยนไป” “เจ้าคือภรรยาของข้าอยู่แล้วไม่ใช่รึไง?” “นั่นเป็นเพียงแค่บทบาทที่ท่านว่าจ้างให้ข้าแสดง….” “เช่นนั้นเจ้าก็มาเป็นภรรยาของข้าจริงๆ สิ แบบไม่ต้องแสดง” เขายกมือของเบลล่าขึ้นมาจับที่หัวใจของเขา “หัวใจของเรามันต่างก็กำลังเต้นแรง…ร่างกายของเรามันกำลังต้องการกันและกัน..” อ่า…ให้ตายเถอะ เธอกำลังถูกใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาหลอกลวงอยู่! เอซยกยิ้มจางๆ เพราะเขาเห็นความหวั่นไหวในแววตาของเบลล่า “เบล เจ้าลังเลอะไร?” “เพราะว่าท่านคือคนที่น่ากลัว…” “ข้าอ่อนโยนถึงเพียงนี้เจ้ายังคิดว่าข้าน่ากลัวอีกหรือ?” เธอยกมือขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากของเอซเอาไว้ “รอยยิ้มของท่านมันไปไม่ถึงดวงตา ท่านไม่เคยยิ้มโดยที่ท่านมีความสุขจริงๆ สักครั้งเดียว….” รอยยิ้ม…ค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้าที่หล่อเหลาของเอซ เขาจับข้อมือของเบลล่าขึ้นมาจูบ “คงจะมีแต่เจ้าที่สังเกตเห็น…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำเช่นนั้นแต่รู้ตัวอีกทีก็ต้องคอยยิ้มให้ท่านพี่มาซาอยู่ตลอด….” เธอยกมือขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากของเขาอีกครั้ง “ใบหน้าที่งดงามของท่านไม่เหมาะกับเรื่องเศร้าๆ พวกนี้ อย่าเอ่ยถึงมันเลยค่ะ” “เช่นนั้น..ใบหน้าของข้ามันเหมาะที่จะทำอะไรล่ะ?” เขาช้อนตัวเธอขึ้นมาก่อนจะตรงไปที่ห้องน้ำ “ข้าจำได้ว่ายังไม่ได้อนุญาตให้ท่านแตะต้องตัวข้าเลย….” เอซไม่ได้กล่าวคำใด เขาเพียงส่งยิ้มให้เบลล่าเท่านั้น รอยยิ้มที่แสนจะงดงาม รอยยิ้มแรกที่มันออกมาจากความสุขของเขาจริงๆ เอซเปิดน้ำใส่อ่างก่อนที่เขาจะเดินมาหาเบลล่า เราทั้งสองสบตากันในขณะที่เขายื่นมือมาถอดชุดให้เธอ “ไม่คิดจะถอดเสื้อให้ข้าบ้างรึไง?” “ท่านเหมาะที่จะใส่มันไว้มากกว่าค่ะ….” เอซยกยิ้มอีกครั้ง เขาถอดชุดตัวเองออกอย่างรวดเร็วแล้วพาเธอลงไปนั่งในอ่าง เขายกฟองน้ำขึ้นมาถูหลังให้เบลล่า “เจ้างดงาม…ไปเสียทุกส่วน” “นี่ถือเป็นข้อมูลลับของเมบิลนะคะ ท่านเคาน์ห้ามนำไปขายให้ใคร…” เอซหัวเราะ… “นอกจากข้าจะไม่ขายให้ใครแล้ว ข้าจะสั่งฆ่าทุกคนที่รู้เรื่องนี้ด้วย ดีไหม?” เบลล่ายกยิ้ม “โหดร้ายเกินไปแล้ว…” เขาดึงเธอเข้าไปในอ้อมกอด ในเธอลุกขึ้นมานั่งบนตักของเขา “ข้าพึ่งเคยอาบน้ำกับสตรีอื่นครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะต้องอาบนานแค่ไหนถึงจะสามารถพาเจ้าไปที่เตียงได้สักที?” เบลล่าหัวเราะเบาๆ “สตรีล้วนแล้วแต่อาบน้ำนาน เพราะต้องใช้น้ำมันต่างๆ มาทาผิว ข้าก็เช่นกัน…” “เจ้าก็รู้ว่าข้ามิใช่คนที่มีความอดทน หากว่าเจ้าต้องอาบน้ำนาน เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ คงจะต้องทำไปด้วยอาบน้ำไปด้วยแล้ว….” “ใครจะอนุญาตให้ท่านทำอย่างอื่นนอกเหนือจากอาบน้ำ?” “….ข้าอนุญาตตัวเองได้” น่ารักชะมัดเลยโว้ย! เบลล่ากำลังกรีดร้องในใจแต่ทว่าเธอก็ยังคงต้องทำท่าทางราวกับไม่สนใจท่านเคาน์ ใครจะสามารถต้านทานใบหน้าเช่นนั้นได้ ให้ตาย!!! เอซพรมจูบตั้งแต่ไหลของเธอจนมาถึงซอกคอ “นอกจากงดงาม เจ้ายังหวานล้ำอีกด้วย….” ใบหน้าของเธอมันกำลังเห่อร้อนด้วยความเขินอาย เราทั้งคู่ต่างเปลือยเปล่าท่านเคาน์กอดเธอเอาไว้แน่น เขายกมือขึ้นมาเกาะกุมที่หน้าอกของเธอ แล้วออกแรงบีบมันเบาๆ เบลล่าหลับตาลง…เธอในตอนนี้ต่อให้กล่าวปฏิเสธไปก็ดูจะไร้ความหมาย เพราะท่านเคาน์ดูท่าทางจะไม่ปล่อยเธอไป…อีกทั้งใจของเธอก็กำลังสั่นไหวกับทุกคำพูด การกระทำ และใบหน้าของเขาเป็นอย่างมาก เธอไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยจริงๆ ว่าจะเป็นพวกหลงรูปลักษณ์ภายนอก!! แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งแววตาและคำพูดของเขามันราวกับว่าเขากำลังสะกดจิตของเธออยู่ ความรู้สึกเช่นนี้เองสินะที่เรียกกันความลุ่มหลง… เช่นนั้นวันนี้เธอจะลองปล่อยทุกความรู้สึกไปกับเขาดู เธออยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะมีความสามารถทำให้เธอจมดิ่งไปกับความลุ่มหลงของเขาได้ขนาดไหน… “เบล..เหตุใดถึงได้คิดถึงเรื่องอื่นในขณะที่ข้าสัมผัสเจ้าอยู่?” เอซจับเบลล่าให้หันมามองหน้าเขา ใบหน้าที่งดงามของเธอในตอนนี้มันแดงซ่าน…ผิวกายที่ขาวเนียนของเธอตรงเนินอกก็ขึ้นแบบสีแดงตามรอยนิ้วมือของเขา เธอยกมือขึ้นมาโอบคอเขาเอาไว้ “ข้าเพียงคิด ว่าท่านจะทำให้ข้าลุ่มหลงท่านไปถึงไหน…” เอซยกยิ้ม เขาจับตัวตนของเขาให้มันแนบไปกับส่วนล่างของเธอก่อนจะยกมือขึ้นมาขยับสะโพกของเธอช้าๆ “ผิดแล้วเบล เป็นข้าต่างหากที่กำลังลุ่มหลงเจ้าอย่างหนัก…” “อ๊ะ!!..อื้อ!!” แก่นกายของเขามันเสียดสีไปกับตุ่มไตของเธอจนทำเอาเบลล่าไม่สามารถเก็บกักเสียงเอาไว้ได้… “เจ้ารู้รึเปล่าว่าเพียงแค่ข้าพบหน้าเจ้าที่งานบรรลุนิติภาวะของเลดี้เคนเนดี้ ข้านั่งรอที่จะเต้นรำกับเจ้า นานแค่ไหน…” เธอมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเขาที่มันกำลังสั่นไหว “ข้าเห็นเจ้าเดินไปที่สวนจึงรีบตามไป…เพื่อจะทำความรู้จักกับเจ้า แล้ววันที่ข้าแต่งงานเจ้ารู้ไหมว่าข้ารู้สึกเช่นไรเมื่อหันไปด้านหลังแล้วเจอเจ้า…” เอซใช้นิ้วของเขาวนเบาๆ ที่ติ่งเสียวของเธอ… “ข้ายกเลิกงานแต่งในวันนั้น เพราะสตรีที่มาทำลายงานแต่งคือสตรีที่ข้าหลงรักตั้งแต่แรกพบ….” เกินไปแล้วนี่มันเกินไปแล้ว!!! ให้ตาย! ตอนนี้เธอควรจะรู้สึกเช่นไร ท่านเคาน์สารภาพรักกับเธอเนี่ยนะ!! แล้วในแววตาที่มองมาที่เธอมันก็กำลังยืนยันว่าเขามิได้โกหก เขารู้สึกพึงพอใจกับสีหน้าตอนนี้ของเบลล่ามากๆ มันงดงามเย้ายวนและอ่อนไหว เธอมองมาที่เขาอย่างตกใจเล็กน้อย เขากดที่ส่วนของปลายหัวหยักลงเพื่อจะให้มันเข้าไปด้านในของเธอ… “อื้อ!!!” มันเข้ามาแล้ว!! เธอสัมผัสได้ถึงแก่นกายของเขาที่มันมุดเข้ามาช้าๆ เบลล่าหายใจเหนื่อยหอบเธอก้มมองที่ด้านล่างก็ต้องตกใจกับขนาด…ที่มันเกินพอดีของเขา!! “อ่า!! เข้าไปแล้ว….” เธอกอดคอของเขาเอาไว้แน่น มือของเอซกำลังกดสะโพกของเธอให้นั่งลงไปช้าๆ “..มะ..ไม่ไหว…” เธอรู้สึกแน่นในท้องไปหมด ทว่าตัวตนของเขาก็ยังเข้ามาไม่สุดเสียที “เบลอย่ารัดแน่นขนาดนั้น เจ้าต้องรู้จักผ่อนคลาย…” เขาดึงเธอเข้าไปจูบเพื่อปลอบประโลม เอซไม่ได้มากไปด้วยประสบการณ์ในเรื่องเช่นนี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำเลย “เก่งมากเลย…ข้าเข้าไปอยู่ในตัวเจ้าได้แล้วเบล..ถือว่าเราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วนะ…” เขาโอบกอดเธอเอาไว้แน่นโดยที่ยังไม่ได้เริ่มขยับ เอซกดแช่เอาไว้อย่างนั้นเพื่อรอให้เธอเริ่มจะชินกับแก่นกายของเขา “อยากลองขยับเองไหม?” เบลล่าส่ายหน้า “ขะ..ข้าทำไม่เป็น” “นั่นไม่ได้เป็นปัญหาเลยเบล ข้าเองก็ไร้ประสบการณ์ แต่เราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันดีไหม?” ท่านเคาน์ถือเป็นคนที่หลอกลวงเก่งมากๆ คนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เขาแสร้งทำเป็นว่ามีทางเลือกให้เธอ แต่จริงๆ แล้วมันไม่มีเลย เธอบดเอวช้าๆ ตามที่เขาแนะนำ…นี่มันให้ความรู้สึกที่แตกต่าง… พอเธออยู่ด้านบนเช่นนี้มันราวกับว่าตัวตนของเขาเข้าไปได้ลึกมากๆ เอซยกมือขึ้นมากดหน้าท้องของเบลล่าเอาไว้ “ดูสิ…มันเข้าไปจนถึงตรงนี้เลย…ลองเร่งจังหวะดูสิเบล” เธอทำตามที่เขาสอนอย่างตั้งใจ ราวกับว่าเธอนั้นคือลูกศิษย์ที่ดี… เอซยกยิ้ม…นี่สินะคือความสุขที่เขามิเคยพอเจอมาก่อน เขาอุ้มเธอพามาที่เตียงขนาดเล็ก เธอและเขาโอบกอดกันราวกับว่าเราคือหนึ่งเดียวกัน… อากาศที่เหน็บหนาวด้านนอกมิอาจทำอะไรเขาและเธอได้เลย เราต่างก็เป็นไออุ่นให้กันและกัน เขาสัมผัสเธอนับครั้งไม่ถ้วนราวกับว่าเธอคืออาหารรสเลิศที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม “ท่านเคาน์…อื้อ!!” “เอซ…เจ้าควรจะเรียกชื่อข้าที่รัก” “ช้าลงหน่อยค่ะ….” เธอลืมตาขึ้นมามองใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา…เธอยกมือขึ้นมากุมหน้าของเขาเอาไว้ “ให้ข้าสัมผัสเจ้าเถิด…เพราะข้ากำลังหวาดกลัว ข้ากลัวว่าที่ข้าได้สัมผัสเจ้าเช่นนี้จะเป็นเพียงความฝัน กลัวว่าพรุ่งนี้ข้าลืมตาขึ้นมาเจ้าก็จะทำเย็นชากับข้าเช่นเดิม…” อ่า..คำหวานเหล่านี้มันคืออะไรกัน…นี่เขาตั้งใจจะให้เธอจมดิ่งลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้ไม่ให้เธอมีโอกาสได้ขึ้นมาอีกเลยรึไง? “อื้อ!!” เขายกขาของเธอขึ้นมาช้าๆ เพื่อให้เขาสามารถเข้าไปได้ลึกอีกหน่อย… “โกรธไปเถิดเบล จะโกรธหรือจะไม่พอใจข้าก็ได้ แต่ให้ข้าได้สัมผัสเจ้ามากกว่านี้ ให้ข้าได้รับรู้ว่าเจ้าคือเรื่องจริง มิใช่เป็นเพียงความเพ้อฝันของข้า…” เขากล่าวมาเช่นนี้แล้ว เธอยังจะสามารถทำเช่นไรได้อีก….เลโอก้มหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเบลล่าอย่างแผ่วเบา เธอคลอดลูกชายสามคนให้เขาเมื่อสองปีที่แล้วตอนนี้เจ้าเด็กแสบพวกนั้นกำลังซนเลยทีเดียวความเจ็บปวดจากการคลอดลูกของเบลล่ายังคงตราตรึงในหัวใจของเลโอ เขาไม่คิดให้นางท้องอีกแล้วจึงได้ให้อาเชอร์ทำโพชั่นห้ามตั้งครรภ์ขึ้นมา“เช้าแล้วหรือคะ?”“ยัง แต่เจ้าควรจะลุกขึ้นเตรียมตัว….”งานเลี้ยงที่มีแค่พวกเรา อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมที่หัวใจของตัวเอง เขากำลังประหม่าและตื่นเต้น เราอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ดยุคเอเซล่ากำลังอุ้มบีเรียสอยู่ ส่วนมาร์ควิสเคนเนดี้กำลังเล่นกับบาเรีย และเบียเร่กำลังปีนป่ายอยู่บนตัวของเขาเจ้าแสบทั้งสามซนมากเลยทีเดียว…ไบรอันมองดอกกุหลาบสีขาวในมือด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ตอนนี้เขาเป็นพ่อค้า ที่ขายทั้งสมุนไพรของเคนเนดี้และข้าวโอ๊ตของเอเซล่า ถึงจะไร้ยศศักดิ์แต่ทว่าสุขใจยิ่งนักการได้อยู่กับเบลล่ามันคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ คุ้มค่าแล้วที่เขาละทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับเธอเลโอมาถึงคนสุดท้าย เขาส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวของเบียเร่อย่างมันเขี้ยวทางเดินที่ทอดยาวของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านลุงเจคอปยื่นแขนให้เบลล่าควง เธอส่งยิ
สามี ภรรยา?“ข้าจะเข้าไปคอยจับตาดูสตรีผู้นั้นเอง หากว่านางมีความเคลื่อนไหวอะไรที่แปลกประหลาดข้าจะได้หยุดยั้งมันได้ทัน!!”เจคอปกล่าวพร้อมทั้งมองออกไปที่ด้านนอกกิลข้อมูล“ขอบคุณมากครับท่านพ่อบุญธรรม เบลล่าน่าสงสารมากนะครับ ข้าไม่อยากจะให้ท่านไปเสี่ยงเลย..”“ข้าเอ็นดูนังหนูนั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เองข้ายินดี ข้าจะถือโอกาสพักผ่อนด้วย ข้าทำงานเป็นหัวหน้ากิลข้อมูลมาครึ่งชีวิตแล้ว ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตขนาดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนข้าบ้างแล้ว!!”อาเชอร์หัวเราะ“ท่านรวยมากกว่าข้าอีกนะครับ ทรัพย์สินในชื่อของท่านสามารถซื้ออาณาจักรได้เลยด้วยซ้ำ!!”เจคอปยกมือขึ้นมาตบไหล่อาเชอร์เบาๆ“ปกป้องความรักของเจ้าให้ได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องฮันน่าข้าจะจัดการเอง!”มันควรจะเป็นอย่างนั้น เขาแค่มาจับตาดูฮันน่าเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่านางอ่อนโยนกว่าที่เขาคิดเอาไว้นิสัยที่เผยออกมามันไม่ใช่การแสดงแต่มันคือนิสัยจริงๆ ของนาง…และสตรีผู้นี้ก็รักนังหนูเบลจริงๆ“ไม่เจ็บมืองั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเย็บชุดนี้มาทั้งคืนแล้ว”ฮันน่ายกยิ้ม“ข้าคิดว่าจะเย็บชุดนี้เอาไว้ให้เบลใส่ในงานพิธีบรรลุนิติภาวะ เลยต้องพิถีพิถันหน่อยค่ะ”“ปกตินัง
แกรนด์ดัชเชสฮาเดียน่ายกแก้วชาขึ้นมาดื่ม เธอปรายตามองสวนดอกไม้ด้านหน้าคฤหาสน์ เธอรู้มาสักพักแล้วว่าแกรนด์ดยุคโอเว่นกำลังวางแผนจะมาทำลายเมเบโล่รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของหญิงชราไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเขาจะชนะเมเบโล่ได้!! เธอส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากเทรย์เวอร์แล้ว เขาจะต้องส่งทหารฝีมือดีมาช่วยเมเบโล่อย่างแน่นอน!“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะปกป้องเมเบโล่เองครับ อีกอย่างองค์รัชทายาทมาเดลีนก็อยู่ที่นี่ ยังไงพวกโอเว่นก็ไม่น่าจะทำอะไรรุนแรง…”“แม่ก็ว่าอย่างนั้น หากจับตัวแกรนด์ดยุคโอเว่นได้ เรื่องราวก็จะจบเพราะเราจะยัดเยียดทุกข้อหาให้เขา รวมถึงข้อหากบฏเพราะว่าเขากล้าบุกเข้ามาทำร้ายองค์รัชทายาทมาเดลีน แม่อยากจะรู้เหมือนกันว่าองค์จักรพรรดิวัลโด้จะช่วยเหลือเขายังไง!”แบรฮาร์ทยกยิ้ม เขามั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องชนะโอเว่นได้อย่างแน่นอนไบรอันมองไปที่โซ่ขนาดใหญ่สนิมเขรอะที่ใช้ปิดตายประตูลงไปยังชั้นใต้ดิน เรื่องการสร้างความวุ่นวายถือเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว…แค่ระเบิดมันออกซะก็สิ้นเรื่อง!!“ตู้ม!!!”แกรนด์ดัชเชสมองหน้าแบรฮาร์ทอย่างตกใจ“พวกโอเว่นบุกมาแล้วงั้นหรือครับ!!”“ไปจัดการพวกมันซะ!!”ไบรอันยกมื
อาเชอร์จับผมของเบลล่าขึ้นมาจูบเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เธอนอนหลับในอ้อมกอดของเรานี่ถือเป็นฝันที่ไม่กล้าฝันเลยก็ว่าได้…ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมานอนเคียงข้างเขาและเราจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขนาดนี้ ถึงแม้พรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาตบหน้าเขาอีกสักกี่รอบ หรือว่าจะแทงเขากี่แผล อาเชอร์ก็จะยอมรับผลของการกระทำทั้งหมดวันนี้อากาศเย็น หิมะตกลงมาอย่างหนักราวกับว่าจะมีพายุหิมะถล่มเบลล่าลืมตาขึ้นมาก็พบอาเชอร์ที่นอนกอดเธออยู่ เธอถอนหายใจก่อนจะถีบเขาออก ชุดที่เธอสวมคือเสื้อผ้าของเขาเมื่อคืนเขาคงจะพาเธอไปอาบน้ำมาสินะผ้าปูเตียงก็เปลี่ยนผืนใหม่…เบลล่าลุกขึ้นเธอเปิดผ้าม่านออก ด้านนอกบ้านขาวโพลนไปด้วยหิมะที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ อากาศหนาวเย็นมากทีเดียวเธอเดินไปที่เตาผิงเพื่อเติมฟืนลงไป เบลล่าดึงผ้าขึ้นมาห่มให้อาเชอร์เธอเดินเข้ามาในครัวก็พบว่ามีขนมปังและนมอยู่ ที่สำคัญมันยังอุ่นๆ แสดงว่าอาเชอร์ตื่นมาทำตั้งแต่เช้าสินะสกิลการทำอาหารของเบลล่านั้นติดลบอย่างแรง เธอไม่เคยทำอาหารและไม่คิดจะทำด้วยเบลล่ากัดที่ขนมปังเบาๆ รสชาติดีสมกับเป็นฝีมือของอาเชอร์“ตื่นแล้วเหรอ?”เธอพยักหน้าพร้อมทั้งมองไปที่อาเ
เบลล่าลากอาเชอร์ขึ้นมานอนบนโซฟา เสื้อของเขาตอนนี้เปื้อนไปด้วยไวน์เบลล่าจึงจัดการถอดเสื้อของอาเชอร์ออกเธอตบหน้าอาเชอร์เบาๆ เพื่อเรียกให้เขาตื่นจะตายไหมเนี่ย!!“อาเชอร์!! นี่! รีบตื่นเร็วเข้า!!”“พรวด!!”“โป๊ก!!”อาเชอร์ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนหน้าผากของเราชนกัน“เจ้าจะลุกขึ้นมาทำไมเร็วนักหนา!!”เบลล่ายกมือขึ้นมาลูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ“นี่เจ้าทำโพชั่นสีม่วงแตกงั้นหรือเบล!!”เบลล่าพยักหน้า อาเชอร์ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ“มันคือโพชั่นอะไรกัน?”อาเชอร์ยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ เขาในตอนนี้กำลังได้กลิ่นกายของเบลล่าอย่างชัดเจน“โพชั่น…ชนิดเดียวกันกับขวดสีแดง…”เบลล่ามองอาเชอร์ที่กำลังหน้าแดงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย โพชั่นสีแดง โพชั่นปลุกอารมณ์งั้นเรอะ!!“แล้วเจ้าจะทำสีม่วงมาเพื่อ!! เจ้าทำโพชั่นชนิดนี้มากเกินไปแล้วนะอาเชอร์!!”“ก็มันขายดีนี่นา อีกอย่างสีแดงหมดข้าก็เลย…ใส่สีม่วงลงไปแทน อึ่ก!!”เบลล่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะว่าตอนนี้ผิวของอาเชอร์เป็นสีแดงก่ำ เขายกมือขึ้นมาเพื่อปิดจมูกตัวเอง“อย่าบอกนะว่า…นี่เจ้ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึไงแล้วทำไมถึงโดยโพชั่นตัวเองเล่นงาน…”
“ขอเชิญอัศวินทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เลยครับ”อาเชอร์กล่าวพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับอัศวินทั้งสอง พวกเขามองหน้ากันพร้อมกับอึกอักแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่หลับตาลง เธอไม่มีทางยอมเสียลูกชายไปง่ายๆ แน่นอน และเธอก็ได้ส่งคนไปเชิญผู้ที่จะมาขัดขวางเรื่องราวพวกนี้“ข้าได้ยินว่าลูกสะใภ้ของข้าถูกใส่ร้าย ”ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นยืนเมื่ออดีตองค์จักรพรรดิเดินเข้ามา วัลโด้หลับตาลงอย่างเจ็บปวด สุดท้าย…คนที่คอยช่วยเหลือเมเบโล่มาตลอดก็คือท่านพ่อสินะ!!“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากพิธี เจ้าทั้งสองคนใช่ไหมที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในชนชั้นสูง ทหารนำพวกมันทั้งสองคนไปประหาร โดยการแขวนคอ!!”“ไม่ใช่นะครับ!!! พวกเราถูกว่าจ้างมา ได้โปรด ดยุคแบรฮาร์ทเป็นคนว่าจ้างพวกเรา!!!”“ยังจะกล้าใส่ร้ายดยุคเมเบโล่อีกงั้นเรอะ!! ทหารยังไม่รีบพาพวกมันออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าอีก!!”เบลล่าหลับตาลง วันนี้จะชนะก็เรียกได้ไม่เต็มปาก แต่ก็ถือว่าคิร่าได้เกียรติและชื่อเสียงของเธอคืนมา ส่วนดยุคแบรฮาร์ทชนชั้นสูงคนอื่นต่างรู้ดีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น และใครคือคนที่ถูกและผิดอย่างน้อยที่สุดธุรกิจของเมเบโล่อาจจะเงียบไปสักพักเบลล่าหมุนตัวก่อน







