Masukฝนเริ่มตกน้อยลง อาจจะเป็นเพราะใกล้จะสิ้นสุดฤดูฝนแล้ว การสืบค้นข้อมูลของเมเบโล่ใช้เวลานานมากทีเดียว เพราะถือเป็นงานยากพอสมควร ไม่มีคนรับใช้หรือทหารประจำตระกูลเมเบโล่รอดชีวิตออกจากที่นั่นแม้แต่คนเดียว ทุกคนที่เข้าไปทำงานจะต้องแก่และตายที่เมเบโล่เท่านั้น วันนี้เบลล่าเดินทางไปที่พระราชวังเพื่อไปหาคิร่า เธอถือร่มสีดำในมือ มีละอองฝนตกลงมาบ้างประปราย “มาหาจักรพรรดินีงั้นหรือ?” เบลล่ายกยิ้ม ส่งให้กับแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่ พระราชวังกว้างขวางขนาดนี้ยังจะมาบังเอิญเจอกันอีกนะ! “ค่ะ ” เธอไม่คิดจะอยู่สนทนากับหญิงชราที่เป็นดั่งงูพิษเช่นแกรนด์ดัชเชสอยู่แล้ว “ข้าอยากเชิญดัชเชสเมบิลมาดื่มชาสักถ้วย หวังว่าดัชเชสจะไม่ปฏิเสธคำขอร้องของหญิงชราเช่นข้า ” เบลล่ามองไปที่หญิงชรา ที่กำลังส่งยิ้มปลอมๆ มาให้เธอ ตามธรรมเนียมเธอมิอาจปฏิเสธคนที่ยศสูงกว่าได้อยู่แล้ว “เป็นเกียรติของข้ายิ่งนัก ” เธอนั่งอยู่ที่สวนในเรือนกระจกของพระราชวัง รอบๆ คือดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง “โชคร้ายที่วันนี้ฝนตก เราเลยอดดื่มชาในสวนเลย แต่การมาดื่มชาในเรือนกระจกเช่นนี้ก็ไม่เลว ” “ดูท่าว่าแกรนด์ดัชเชสชวนข้ามาเพราะมีเรื่องจะคุย ท่านกล่าวเรื่องที่ท่านอยากคุยกับข้ามาเถอะค่ะ ข้าไม่ได้มีเวลาว่างมากมายขนาดนั้น ” หญิงชราหัวเราะร่า เธอวางแก้วน้ำชาลงพร้อมทั้งมองไปที่เบลล่า “รู้ไหมในตอนเด็กฮันน่าถือเป็นเด็กน้อยที่งดงาม งามชนิดที่ว่าใครๆ ต่างก็หลงใหลนางไปเสียหมดไม่เว้นแม้แต่อดีตองค์จักรพรรดิ ข้าเลี้ยงดูนางให้เชื่อฟังเพราะคิดเอาไว้ว่าสักวันจะส่งนางให้ขึ้นเป็นองค์จักรพรรดินี แต่นางกลับเลือกจะหนีตามบารอนผู้ต้อยต่ำเพียงเพราะคำว่ารัก ” เบลล่ายกแก้วน้ำชาขึ้นมาดื่มด้วยท่วงท่าที่สง่างาม “ข้ารู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับแลนเดอร์ รู้แม้กระทั่งว่าลูกสาวที่แสนจะงดงามของข้าจะต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูคนพวกนั้น” “ในเมื่อท่านรู้ว่าท่านแม่ลำบาก แล้วเหตุใดถึงไม่คิดยื่นมือเข้าช่วย?” หญิงชรายกยิ้มพร้อมทั้งหยิบน้ำตาลก้อนมาเติมในแก้วชา “เพราะว่าข้าต้องการให้นางรู้ยังไงล่ะว่าการคิดออกไปใช้ชีวิตที่ไร้ข้าคอยปกป้องมันเป็นเช่นไร ต้องให้นางรู้จักการต่อสู้ เพื่อให้นางแข็งแกร่งและรู้สึกผิดต่อข้า ให้เวลาเป็นตัวฝังความเจ็บปวดของการเลือกทางเดินที่ผิดในครั้งนี้ลงในจิตใจของนาง ” “อย่าบอกนะว่าที่ธุรกิจทุกอย่างของท่านพ่อล้มเหลว เป็นเพราะ ” “อ่า เจ้าถือเป็นเด็กที่ข้าถูกใจมากทีเดียวเบลล่า หากว่าธุรกิจของบารอนผู้นั้นสำเร็จแล้วฮันน่าจะนึกเสียใจเรื่องที่นางทำกับข้าได้ยังไงล่ะ มีแต่ต้องคอยบีบกดให้นางอยู่ในความยากจนเท่านั้น นางถึงจะนึกถึงเมเบโล่” เบลล่ากลืนน้ำลายลงคอ พร้อมกับกำมือแน่น! เกินไปแล้ว สตรีผู้นี้โหดร้ายเกินไปแล้ว!! “มันผิดแผนของข้าตรงที่เจ้าเป็นคนพานางออกมา ข้าอุตส่าห์รอให้เจ้าอายุสิบแปดปีก่อนถึงจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแต่เป็นเจ้าที่ทำให้แผนของข้ามันผิดพลาด และมันเป็นครั้งแรกที่แผนของข้าผิดพลาด ” “ท่านนี่ ช่างชั่วร้าย แกรนด์ดัชเชสเมเบโล่ ท่านไม่เคยคิดถึงความยากลำบากของข้ากับท่านแม่ ท่านเพียงคิดแค่ว่าท่านจะเอาชนะท่านแม่ด้วยการให้ท่านแม่รู้สึกเสียใจและผิดต่อท่าน!!” หญิงชรายกแก้วน้ำชาขึ้นมาดื่มอีกครั้ง “เบลล่า เจ้าคิดว่าข้ามาบอกเรื่องทั้งหมดนี่เพราะว่าอะไร เพราะให้เจ้ามาด่าข้างั้นหรือ?” เบลล่ากลืนน้ำลายลงคออีกครั้งเธอมัวแต่โกรธจนลืมคือถึงเหตุผลของการกระทำนี้เลย “เด็กก็ยังคงเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ เจ้าไม่มีวันเอาชนะข้าได้หรอกนะเบลล่า ข้าไม่ได้ขอให้เจ้ามาร่วมมือเพราะข้าไม่ต้องการเรี่ยวแรงที่น้อยนิดของเขา แต่ข้าขอเพียงเจ้าอย่าขัดขวางข้าก็พอ เพราะคนที่ข้าจะทำลายไม่ใช่เจ้า แต่เป็นฮันน่า ข้าให้กำเนิดนางมาข้าก็มีสิทธิ์ที่จะมอบความตายให้แก่นาง ” “ข้าจะลองดู ” เธอจ้องไปที่ใบหน้าเย็นชาของหญิงชรา “ข้าจะลองเอาชนะท่านและทำลายเมเบโล่ดู!!!” “ฮะ.ฮ่า!! เบลล่าหากว่าข้าที่เป็นคนก่อนตั้งตระกูลนี้ตาย ทุกคนที่มีสายเลือดของเมเบโล่ก็จะตายด้วย แม้สายเลือดที่สูงส่งนี้จะไหลเวียนเพียงครึ่งเดียวในร่างกายของเจ้า แต่เจ้าก็จะตายลงเช่นกัน…” คิร่ายกมือขึ้นมาตบไหล่เบลล่าเบาๆ ถึงแม้ว่าแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่จะจากไปนานแล้วแต่เบลล่ายังคงนั่งอยู่เช่นเดิมไม่ขยับไปไหน เธอได้ยินทุกคำที่หญิงชราผู้นั้นกล่าวออกมาเพราะคิร่าได้รับรายงานว่าเบลล่าถูกเชิญไปดื่มน้ำชากับแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่เธอจึงรีบมา ทว่าไม่มีโอกาสให้เธอเดินเข้ามาแทรกได้เลย คิร่าจึงยืนฟังเรื่องราวทั้งหมดอยู่เงียบๆ “เบล ” “ข้าดีใจ ที่อย่างน้อยก็ยังมีเจ้าที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ข้าจะได้พูดคุยปรึกษาเจ้าได้ไงล่ะ!” ไม่หรอก ไม่เลย เบลจะไม่มาพูดเรื่องพวกนี้ก็เธอแน่นอนเพราะเบลไม่อยากให้เธอหนักใจ เหตุใดเธอจะไม่รู้ว่าที่ทุกคนลำบากเช่นนี้เป็นเพราะเธอ เพราะเธอคือองค์จักรพรรดินี ในคราแรกนึกว่าท่านพี่โคลด์และเคนเนดี้จะสบายกลับกลายเป็นท่านพี่โคลด์ต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อปกป้องเธอและองค์จักรพรรดิ เบลที่เคยยิ้มอย่างสดใส ในตอนนี้รอยยิ้มของเบลมันไม่มีความสุขเหมือนแต่ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นเบลก็ยังคงยิ้มให้เธอเพื่อให้เธอรู้ว่าเบลไม่เป็นอะไร ทั้งที่ความจริงมันเป็น!! เธอสูญเสียลูกในท้องไป เพราะความประมาทของตัวเอง เรื่องราวมันน่าอึดอัดและปวดหัวไปหมดจนมันเกิดคำถามกับตัวเองซ้ำๆ ว่าหากตอนนี้เธอคือเลดี้คิร่า เคนเนดี้ เธอจะมีความสุขกว่านี้รึเปล่า เบลกับท่านพี่ล่ะ คงจะไม่ต้องทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อปกป้องเธอเช่นนี้ “หน้าตาของเจ้ามันกำลังบอกว่าเจ้าคิดมากอยู่ มีเรื่องอะไรที่ทำให้จักรพรรดินีผู้งดงามคิดมากขนาดนี้กันนะ ฝ่าบาทไปมีสนมอื่นงั้นเรอะ!!! ข้าจะไปจัดการเอง!!” “เบล ข้าจะร่วมต่อสู้กับเจ้าด้วย ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องมาปกป้องข้าอีกแล้ว!” เบลล่ายกยิ้มเธอยกมือขึ้นมาจับมือของคิร่าเอาไว้ “ข้าไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนเลย ตลอดชีวิตของข้า ตอนที่อยู่แลนเดอร์ข้าไม่กล้าที่จะคบใครเป็นเพื่อนเพราะว่าข้า อับอาย พี่ชายและพ่อของข้าคือผู้ชายที่ทำตัวน่าละอาย ข้าจึงเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเองหมด ทั้งเรื่องที่ข้าชอบกินเหล้า เวลาเจอชุดสวยๆ ก็ต้องเลือกเองไม่มีเพื่อนไปช่วยเลือกอย่างคนอื่น ข้าชอบกินเนื้อย่างมากๆ อันนี้ก็ไม่กล้าบอกใครเพราะข้ากลัวว่าชนชั้นสูงพวกนั้นจะไม่ชอบข้า…ตั้งแต่ได้พบเจ้าทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป ข้าสามารถพูดคุยทุกอย่างกับเจ้าได้ สามารถกล่าวชมชายหนุ่มที่ข้าพบเห็นว่าหล่อเหลากับเจ้าได้ สามารถยกแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับเจ้า…คิร่าข้าไม่อยากให้เจ้าด้อยค่าตัวเอง และคิดว่าทุกคนกำลังลำบากเพราะเจ้า มันไม่ใช่อย่างนั้น พวกเรากำลังต่อสู้กับเมเบโล่ในตอนแรกข้าก็คิดว่าที่ข้าต่อสู้กับเมเบโล่เพราะว่าข้าอยากจะเอาชนะคนตระกูลนั้นเป็นทุนเดิมและต้องการให้เจ้าและข้าอยู่อย่างปลอดภัย…แต่ไม่ใช่เลยคิร่า..ไม่ใช่แบบนั้น” เบลล่ายกมือขึ้นมากุมใบหน้าของคิร่าเอาไว้ “เราทุกคนกำลังต่อสู้อย่างหนัก เพื่อความสุข….” เธอยกมือขึ้นมาซับน้ำตาที่หางตาของคิร่า “เจ้าคือเพื่อนคนสำคัญของข้า และเจ้ามีค่ามากขนาดที่ข้าจะต้องปกป้องรอยยิ้มนี้เอาไว้…” วัลโด้ยกยิ้ม เขายืนอยู่หน้าประตูทางเขาของเรือนกระจก และเบื้องหน้าของเขาคือสตรีงดงามทั้งสองกำลังผลัดกันเช็ดน้ำตาให้กัน มิตรภาพที่แสนงดงาม… “งดงามนะครับ ให้ตายเถอะ!! ข้าตกหลุมรักเบลอีกแล้ว!!” ไบรอันที่ยืนข้างๆ วัลโด้ยกมือขึ้นมากุมหัวใจเอาไว้พร้อมกับมองไปที่เบลล่าด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ จนวัลโด้ต้องขมวดคิ้ว “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นคนคลั่งรักขนาดนี้?” “มากกว่านี้แน่นอนครับ กับเบลนี่ใช่คำว่าคลั่งอาจจะไม่พอ และตอนที่ทุกคนไม่อยู่ เป็นข้าที่จะได้นอนกอดนางคนเดียวทุกค่ำคืน ฮะ!! ฮ่า!!” วัลโด้ส่ายหน้าเบาๆ หรือที่จริงแล้วแผนการโรคระบาดจะเป็นฝีมือของไบรอันกันนะ เพื่อที่เขาจะได้กอดเบลล่าคนเดียว? “เหตุใดท่านถึงมองข้าเช่นนั้น?” ไบรอันขมวดคิ้วมองที่วัลโด้เพราะมันราวกับวัลโด้กำลังสงสัยอะไรเขาสักอย่าง ไม่รอให้วัลโด้บอก ไบรอันก็วิ่งเข้าไปหาเบลล่า “เบลล่าที่รัก!! ข้ามีข่าวดีมาบอก!” ไบรอันยกมือขึ้นมาจับที่แก้มของเบลล่าอย่างรักใคร่ “ข้าจะได้ย้ายเข้าไปพักที่เมเบโล่แล้ว ถึงเวลานั่นเจ้าสงสัยอะไรข้าจะตามสืบให้เอง!!” เบลล่าปรายตามองไบรอันราวกับว่าเขาคือความหวังเดียวของเธอในตอนนี้!! นี่มันดีสุดๆ ไปเลยไม่ใช่รึไงกัน!! เบลล่ามองที่ไบรอันพร้อมทั้งยกยิ้มอย่างดีใจ “เบลวางใจเถิด ข้าเองก็จะช่วยเจ้าปกป้องคิร่าอีกแรง พวกเราคือสามีนะ การให้ภรรยามานั่งแก้ปัญหานั้น..ดูเป็นการเสียเกียรติเล็กน้อย…” วัลโด้นั่งลงข้างคิร่าก่อนที่เขาจะส่งยิ้มให้คิร่า เธอเข้าใจ เบลล่าเข้าใจทุกคนดีแต่ที่เธอทำทุกอย่างก็เพื่อจะช่วยอีกแรง เราจะได้ช่วยกันผ่านเรื่องที่เลวร้ายเช่นนี้สักที! “กลับกันเถอะเบล อีกสามวันข้าจะต้องไปอยู่ที่เมเบโล่แล้ว ขอนอนกอดเจ้าให้นานกว่าเดิมอีกหน่อยนะ….”
เลโอก้มหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเบลล่าอย่างแผ่วเบา เธอคลอดลูกชายสามคนให้เขาเมื่อสองปีที่แล้วตอนนี้เจ้าเด็กแสบพวกนั้นกำลังซนเลยทีเดียวความเจ็บปวดจากการคลอดลูกของเบลล่ายังคงตราตรึงในหัวใจของเลโอ เขาไม่คิดให้นางท้องอีกแล้วจึงได้ให้อาเชอร์ทำโพชั่นห้ามตั้งครรภ์ขึ้นมา“เช้าแล้วหรือคะ?”“ยัง แต่เจ้าควรจะลุกขึ้นเตรียมตัว….”งานเลี้ยงที่มีแค่พวกเรา อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมที่หัวใจของตัวเอง เขากำลังประหม่าและตื่นเต้น เราอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ดยุคเอเซล่ากำลังอุ้มบีเรียสอยู่ ส่วนมาร์ควิสเคนเนดี้กำลังเล่นกับบาเรีย และเบียเร่กำลังปีนป่ายอยู่บนตัวของเขาเจ้าแสบทั้งสามซนมากเลยทีเดียว…ไบรอันมองดอกกุหลาบสีขาวในมือด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ตอนนี้เขาเป็นพ่อค้า ที่ขายทั้งสมุนไพรของเคนเนดี้และข้าวโอ๊ตของเอเซล่า ถึงจะไร้ยศศักดิ์แต่ทว่าสุขใจยิ่งนักการได้อยู่กับเบลล่ามันคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ คุ้มค่าแล้วที่เขาละทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับเธอเลโอมาถึงคนสุดท้าย เขาส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวของเบียเร่อย่างมันเขี้ยวทางเดินที่ทอดยาวของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านลุงเจคอปยื่นแขนให้เบลล่าควง เธอส่งยิ
สามี ภรรยา?“ข้าจะเข้าไปคอยจับตาดูสตรีผู้นั้นเอง หากว่านางมีความเคลื่อนไหวอะไรที่แปลกประหลาดข้าจะได้หยุดยั้งมันได้ทัน!!”เจคอปกล่าวพร้อมทั้งมองออกไปที่ด้านนอกกิลข้อมูล“ขอบคุณมากครับท่านพ่อบุญธรรม เบลล่าน่าสงสารมากนะครับ ข้าไม่อยากจะให้ท่านไปเสี่ยงเลย..”“ข้าเอ็นดูนังหนูนั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เองข้ายินดี ข้าจะถือโอกาสพักผ่อนด้วย ข้าทำงานเป็นหัวหน้ากิลข้อมูลมาครึ่งชีวิตแล้ว ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตขนาดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนข้าบ้างแล้ว!!”อาเชอร์หัวเราะ“ท่านรวยมากกว่าข้าอีกนะครับ ทรัพย์สินในชื่อของท่านสามารถซื้ออาณาจักรได้เลยด้วยซ้ำ!!”เจคอปยกมือขึ้นมาตบไหล่อาเชอร์เบาๆ“ปกป้องความรักของเจ้าให้ได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องฮันน่าข้าจะจัดการเอง!”มันควรจะเป็นอย่างนั้น เขาแค่มาจับตาดูฮันน่าเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่านางอ่อนโยนกว่าที่เขาคิดเอาไว้นิสัยที่เผยออกมามันไม่ใช่การแสดงแต่มันคือนิสัยจริงๆ ของนาง…และสตรีผู้นี้ก็รักนังหนูเบลจริงๆ“ไม่เจ็บมืองั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเย็บชุดนี้มาทั้งคืนแล้ว”ฮันน่ายกยิ้ม“ข้าคิดว่าจะเย็บชุดนี้เอาไว้ให้เบลใส่ในงานพิธีบรรลุนิติภาวะ เลยต้องพิถีพิถันหน่อยค่ะ”“ปกตินัง
แกรนด์ดัชเชสฮาเดียน่ายกแก้วชาขึ้นมาดื่ม เธอปรายตามองสวนดอกไม้ด้านหน้าคฤหาสน์ เธอรู้มาสักพักแล้วว่าแกรนด์ดยุคโอเว่นกำลังวางแผนจะมาทำลายเมเบโล่รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของหญิงชราไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเขาจะชนะเมเบโล่ได้!! เธอส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากเทรย์เวอร์แล้ว เขาจะต้องส่งทหารฝีมือดีมาช่วยเมเบโล่อย่างแน่นอน!“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะปกป้องเมเบโล่เองครับ อีกอย่างองค์รัชทายาทมาเดลีนก็อยู่ที่นี่ ยังไงพวกโอเว่นก็ไม่น่าจะทำอะไรรุนแรง…”“แม่ก็ว่าอย่างนั้น หากจับตัวแกรนด์ดยุคโอเว่นได้ เรื่องราวก็จะจบเพราะเราจะยัดเยียดทุกข้อหาให้เขา รวมถึงข้อหากบฏเพราะว่าเขากล้าบุกเข้ามาทำร้ายองค์รัชทายาทมาเดลีน แม่อยากจะรู้เหมือนกันว่าองค์จักรพรรดิวัลโด้จะช่วยเหลือเขายังไง!”แบรฮาร์ทยกยิ้ม เขามั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องชนะโอเว่นได้อย่างแน่นอนไบรอันมองไปที่โซ่ขนาดใหญ่สนิมเขรอะที่ใช้ปิดตายประตูลงไปยังชั้นใต้ดิน เรื่องการสร้างความวุ่นวายถือเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว…แค่ระเบิดมันออกซะก็สิ้นเรื่อง!!“ตู้ม!!!”แกรนด์ดัชเชสมองหน้าแบรฮาร์ทอย่างตกใจ“พวกโอเว่นบุกมาแล้วงั้นหรือครับ!!”“ไปจัดการพวกมันซะ!!”ไบรอันยกมื
อาเชอร์จับผมของเบลล่าขึ้นมาจูบเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เธอนอนหลับในอ้อมกอดของเรานี่ถือเป็นฝันที่ไม่กล้าฝันเลยก็ว่าได้…ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมานอนเคียงข้างเขาและเราจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขนาดนี้ ถึงแม้พรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาตบหน้าเขาอีกสักกี่รอบ หรือว่าจะแทงเขากี่แผล อาเชอร์ก็จะยอมรับผลของการกระทำทั้งหมดวันนี้อากาศเย็น หิมะตกลงมาอย่างหนักราวกับว่าจะมีพายุหิมะถล่มเบลล่าลืมตาขึ้นมาก็พบอาเชอร์ที่นอนกอดเธออยู่ เธอถอนหายใจก่อนจะถีบเขาออก ชุดที่เธอสวมคือเสื้อผ้าของเขาเมื่อคืนเขาคงจะพาเธอไปอาบน้ำมาสินะผ้าปูเตียงก็เปลี่ยนผืนใหม่…เบลล่าลุกขึ้นเธอเปิดผ้าม่านออก ด้านนอกบ้านขาวโพลนไปด้วยหิมะที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ อากาศหนาวเย็นมากทีเดียวเธอเดินไปที่เตาผิงเพื่อเติมฟืนลงไป เบลล่าดึงผ้าขึ้นมาห่มให้อาเชอร์เธอเดินเข้ามาในครัวก็พบว่ามีขนมปังและนมอยู่ ที่สำคัญมันยังอุ่นๆ แสดงว่าอาเชอร์ตื่นมาทำตั้งแต่เช้าสินะสกิลการทำอาหารของเบลล่านั้นติดลบอย่างแรง เธอไม่เคยทำอาหารและไม่คิดจะทำด้วยเบลล่ากัดที่ขนมปังเบาๆ รสชาติดีสมกับเป็นฝีมือของอาเชอร์“ตื่นแล้วเหรอ?”เธอพยักหน้าพร้อมทั้งมองไปที่อาเ
เบลล่าลากอาเชอร์ขึ้นมานอนบนโซฟา เสื้อของเขาตอนนี้เปื้อนไปด้วยไวน์เบลล่าจึงจัดการถอดเสื้อของอาเชอร์ออกเธอตบหน้าอาเชอร์เบาๆ เพื่อเรียกให้เขาตื่นจะตายไหมเนี่ย!!“อาเชอร์!! นี่! รีบตื่นเร็วเข้า!!”“พรวด!!”“โป๊ก!!”อาเชอร์ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนหน้าผากของเราชนกัน“เจ้าจะลุกขึ้นมาทำไมเร็วนักหนา!!”เบลล่ายกมือขึ้นมาลูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ“นี่เจ้าทำโพชั่นสีม่วงแตกงั้นหรือเบล!!”เบลล่าพยักหน้า อาเชอร์ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ“มันคือโพชั่นอะไรกัน?”อาเชอร์ยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ เขาในตอนนี้กำลังได้กลิ่นกายของเบลล่าอย่างชัดเจน“โพชั่น…ชนิดเดียวกันกับขวดสีแดง…”เบลล่ามองอาเชอร์ที่กำลังหน้าแดงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย โพชั่นสีแดง โพชั่นปลุกอารมณ์งั้นเรอะ!!“แล้วเจ้าจะทำสีม่วงมาเพื่อ!! เจ้าทำโพชั่นชนิดนี้มากเกินไปแล้วนะอาเชอร์!!”“ก็มันขายดีนี่นา อีกอย่างสีแดงหมดข้าก็เลย…ใส่สีม่วงลงไปแทน อึ่ก!!”เบลล่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะว่าตอนนี้ผิวของอาเชอร์เป็นสีแดงก่ำ เขายกมือขึ้นมาเพื่อปิดจมูกตัวเอง“อย่าบอกนะว่า…นี่เจ้ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึไงแล้วทำไมถึงโดยโพชั่นตัวเองเล่นงาน…”
“ขอเชิญอัศวินทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เลยครับ”อาเชอร์กล่าวพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับอัศวินทั้งสอง พวกเขามองหน้ากันพร้อมกับอึกอักแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่หลับตาลง เธอไม่มีทางยอมเสียลูกชายไปง่ายๆ แน่นอน และเธอก็ได้ส่งคนไปเชิญผู้ที่จะมาขัดขวางเรื่องราวพวกนี้“ข้าได้ยินว่าลูกสะใภ้ของข้าถูกใส่ร้าย ”ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นยืนเมื่ออดีตองค์จักรพรรดิเดินเข้ามา วัลโด้หลับตาลงอย่างเจ็บปวด สุดท้าย…คนที่คอยช่วยเหลือเมเบโล่มาตลอดก็คือท่านพ่อสินะ!!“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากพิธี เจ้าทั้งสองคนใช่ไหมที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในชนชั้นสูง ทหารนำพวกมันทั้งสองคนไปประหาร โดยการแขวนคอ!!”“ไม่ใช่นะครับ!!! พวกเราถูกว่าจ้างมา ได้โปรด ดยุคแบรฮาร์ทเป็นคนว่าจ้างพวกเรา!!!”“ยังจะกล้าใส่ร้ายดยุคเมเบโล่อีกงั้นเรอะ!! ทหารยังไม่รีบพาพวกมันออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าอีก!!”เบลล่าหลับตาลง วันนี้จะชนะก็เรียกได้ไม่เต็มปาก แต่ก็ถือว่าคิร่าได้เกียรติและชื่อเสียงของเธอคืนมา ส่วนดยุคแบรฮาร์ทชนชั้นสูงคนอื่นต่างรู้ดีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น และใครคือคนที่ถูกและผิดอย่างน้อยที่สุดธุรกิจของเมเบโล่อาจจะเงียบไปสักพักเบลล่าหมุนตัวก่อน







