เข้าสู่ระบบหลังจากส่งย่าเข้านอน หรูอวี้เซียงจึงได้เดินกลับมาห้องของตนก่อนล้มตัวลงนอนบนฟูกนุ่มในห้องที่เธอคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ดวงตาสบกับเพดานที่มืดครึ้มเพราะแสงไฟในห้องถูกดับลงแล้วแต่ในใจกลับวุ่นวายไปด้วยความคิด
เสียงของไหหม่าดังขึ้นในหัว ราวกับรู้จังหวะที่เธอกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
เซียงเซียง เธอพร้อมที่จะเข้าไปในมิติและนำเมล็ดพันธุ์ในวันนี้ลงปลูกหรือยัง?
หรูอวี้เซียงหลับตาและถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตอบ ฉันคิดว่าจะทำพรุ่งนี้ แต่ถ้าเธอว่าเราควรเริ่มตอนนี้ ฉันก็ไม่มีปัญหา
ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี การปลูกพืชในมิติไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร แต่ยังเป็นการเก็บสะสมพลังงานที่จะช่วยเธอในอนาคต
ไหหม่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพลังงาน? หมายความว่ายังไง? หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
การปลูกและเก็บเกี่ยวพืชในมิติจะสร้างพลังงานที่สามารถใช้สำหรับฟังก์ชันต่าง ๆ ของระบบ เช่น การเร่งการเจริญเติบโต หรือการเปิดใช้งานพื้นที่ใหม่ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือมันสามารถนำมาใช้ร่วมกับทรัพยากรที่เธอได้จากโลกจริง เช่น ทองคำ เพื่อปลดล็อกอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ในอนาคต
ทองคำ!! อย่างนั้นเหรอ มันสามารถทำให้ฉันเปิดระบบนี้ได้ด้วย
หรูอวี้เซียงค่อนข้างตื่นเต้น ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะพูดต่อ ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มกันเลยเถอะ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นเสียงของไหหม่าฟังดูพอใจ เธอนี่มันงกจริง ๆ แต่ก็ดี ถ้าอย่างนั้นเธอหลับตาและเอามือจับที่จี้ห้อยคอเอาไว้
หรูอวี้เซียงหลับตา และในเสี้ยววินาทีต่อมาเธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในมิติอีกครั้ง
“แล้วฉันต้องเริ่มยังไง?” เธอถามขณะที่มองไปรอบ ๆ ซึ่งในตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องสนทนากับม้าน้ำโปร่งแสงผ่านความคิดอีกแล้ว
“เลือกเมล็ดพันธุ์ที่เธออยากปลูกก่อน แล้วค่อย ๆ ใช้พลังงานจากมิติในการเร่งการเจริญเติบโตเพื่อดูผลลัพธ์”
หรูอวี้เซียงพยักหน้า ก่อนจะเดินไปยังกล่องเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ย่านำมาให้เธอซึ่งเธอได้ให้ไหหม่านำเข้ามาไว้ตั้งแต่เช้า เธอเลือกเมล็ดผักพื้นฐานอย่างผักกาดและข้าวโพดก่อนเป็นอันดับแรก
“ฉันต้องปลูกทั้งหมดเลยไหม?” เธอถาม
“ไม่จำเป็น แต่ปลูกให้เพียงพอต่อการใช้งานในตอนแรก การสะสมพลังงานในมิติควรเริ่มจากการปลูกพืชง่าย ๆ และเพิ่มระดับขึ้นเมื่อเธอพร้อม”
“เข้าใจแล้ว งั้นฉันจะเริ่มปลูกเลยนะ ว่าแต่หากนายจะให้ฉันปลูกไปทีละหลุมเมื่อไหร่ฉันจะทำสำเร็จกันล่ะ” หรูอวี้เซียงหยุดการกระทำของตนลงหลังจากมองไปยังแปลงผักตรงหน้าอันกว้างใหญ่ไพศาล
ไหหม่าลอยวนไปมาอย่างรำคาญใจก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนจะดุ
“เธอนี่โง่จริง ๆ เธอไม่เคยเล่นเกมปลูกผักในโลกของเธอเหรอ?”
หรูอวี้เซียงหันมาจ้องเจ้าตัวเล็กอย่างเคือง ๆ “ฉันไม่ใช่พวกติดเกมนี่นา! จะรู้ไหม อีกอย่างวัน ๆ ก็เรียนและก็ทำงาน”
ไหหม่ามองเธออย่างเห็นใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะเปิดหน้าต่างเสมือนจริงขึ้นต่อหน้าของหญิงสาว หน้าต่างพวกนั้นเต็มไปด้วยตัวเลือกและคำสั่งต่าง ๆ มากมาย
“ฉันจะสอนเธอเอง เธอดูตรงนี้นะ ตรงนี้สามารถเลือกแปลงดินทั้งหมดแล้วปลูกพร้อมกันได้” ไห่หม่าใช้หางเล็ก ๆ ของตนจิ้มลงไปบนปุ่มตัวเลือกให้เธอดูพร้อมกับอธิบายอย่างใจเย็น
หรูอวี้เซียงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเอื้อมมือไปแตะหน้าต่างที่ลอยอยู่ตรงหน้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ฉันต้องเริ่มยังไง?”
“เลือกเมล็ดพันธุ์ที่เธออยากปลูกก่อน แล้วใช้ฟังก์ชันปลูกทั้งแปลงตรงนี้” ไหหม่าอธิบายพร้อมชี้หางไปที่ปุ่มบนหน้าจออีกครั้ง
หรูอวี้เซียงเริ่มทำตามคำแนะนำของไหหม่าด้วยความตั้งใจ เธอเลือกเมล็ดพันธุ์จากกล่องที่ย่ามอบให้ จากนั้นกดปุ่ม ปลูกทั้งแปลงบนหน้าต่างเสมือนจริงที่ลอยอยู่
ทันทีที่เธอกดปุ่ม ดินในแปลงกว้างใหญ่เริ่มขยับราวกับถูกควบคุมด้วยมือที่มองไม่เห็น หลุมเล็ก ๆ ถูกขุดขึ้นเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ
ก่อนที่เมล็ดพันธุ์ผักที่เธอเลือกจะค่อย ๆ ลอยออกจากกล่อง ล่องลอยไปตามลมก่อนจะตกลงในหลุมทีละเมล็ด
หลังจากนั้นดินรอบ ๆ ก็เริ่มขยับอีกครั้งเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นช่วยกันกลบดินปกคลุมเมล็ดพันธุ์อย่างเรียบร้อย จนแปลงผักกว้างใหญ่ที่เคยโล่งในตอนนี้ได้ถูกปลูกพืชอย่างประณีตในชั่วพริบตา
หรูอวี้เซียงจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง ความทึ่งสะท้อนอยู่ในสีหน้า “นี่มัน... เหมือนเวทมนตร์เลย”
ไหหม่าลอยวนอยู่ข้างเธอด้วยท่าทางพอใจ “นี่แหละข้อดีของการใช้ระบบในมิติ เธอสามารถทำงานที่ต้องใช้เวลาหลายวันให้เสร็จได้ในเวลาไม่กี่วินาที”
“แบบนี้ฉันน่าจะปลูกพืชได้เยอะขึ้นในเวลาไม่นาน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแต่ยังแฝงความสงสัยไว้เล็กน้อย
“แล้วถ้าฉันอยากเร่งการเจริญเติบโตของพืชพวกนี้ล่ะ ต้องทำยังไง?”
“ใช้พลังงานในมิติ” ไหหม่าตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ต้องระวัง การใช้พลังงานมากเกินไปจะทำให้ทรัพยากรในมิติหมดเร็ว เธอต้องจัดการให้ดี”
หรูอวี้เซียงย่นคิ้วเข้าหากัน “แล้วถ้าฉันไม่อยากใช้พลังงานมากเกินไปล่ะ?”
ไหหม่าลอยวนไปมาราวกับกำลังครุ่นคิด ก่อนจะพูดต่อ “อีกทางเลือก คือ รอให้พืชเติบโตเองตามเวลาในมิติ ซึ่งเธอสามารถดูได้จากนาฬิกาที่แสดงเวลาเฉพาะในนี้ เวลาของมิติจะเดินเร็วกว่าโลกจริงค่อนข้างมาก ทำให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องใช้พลังงาน”
หรูอวี้เซียงพยักหน้าเข้าใจ “หมายความว่า ถ้าฉันไม่รีบร้อนฉันก็สามารถปล่อยให้ทุกอย่างเติบโตเองตามธรรมชาติได้ใช่ไหม?”
“ถูกต้อง” ไหหม่าตอบ “แต่นั่นหมายถึงเธอต้องวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างรอบคอบ เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่เธอจะมีเวลารอ ถ้าเกิดเหตุการณ์เร่งด่วนในอนาคต เธออาจต้องพึ่งพาฟังก์ชันเร่งการเจริญเติบโตเพื่อความอยู่รอด”
“ฉันเข้าใจแล้ว” หรูอวี้เซียงกล่าวพร้อมพยักหน้า “ฉันจะใช้พลังงานเฉพาะเมื่อจำเป็น และจะพยายามจัดการทรัพยากรให้ดีที่สุด”
ไหหม่าพยักหน้าพอใจ “นั่นแหละสิ่งที่ฉันอยากได้ยิน เซียงเซียงการบริหารจัดการที่ดีคือกุญแจสำคัญในการทำให้มิตินี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีศักยภาพสำหรับอนาคต”
หรูอวี้เซียงมองแปลงพืชตรงหน้าและบ่อน้ำเล็ก ๆ ด้วยความมุ่งมั่น “ฉันจะไม่ปล่อยให้โอกาสครั้งนี้หลุดมือ ขอบใจนะ ไหหม่าที่คอยช่วยเหลือ”
“ไม่ต้องขอบใจผมหรอก เพราะถ้าคุณล้มเหลว ผมก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเหมือนกัน” ไหหม่ากล่าวติดตลกเล็กน้อย ก่อนจะลอยวนไปรอบตัวเธออีกครั้ง
หรูอวี้เซียงยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของไหหม่าที่ฟังดูตลกแต่แฝงความจริงอยู่ลึก ๆ เธอมองไปยังแปลงพืชที่เพิ่งปลูกไว้และเริ่มวางแผนในใจ
“ฉันคิดว่าในเมื่อมิตินี้เป็นเหมือนโอกาสครั้งใหม่ของฉัน ฉันควรเริ่มจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบ ตั้งแต่การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการจัดการน้ำ” เธอพูดกับตัวเองราวกับตอกย้ำความตั้งใจ
ไหหม่าลอยวนไปข้างเธอพร้อมส่งประกายแสงเล็ก ๆ “ดีมาก เซียงเซียงถ้าคุณเริ่มต้นอย่างเป็นระบบคุณจะสามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาไปได้ไกลกว่าที่คิด”
“ฉันมีคำถามอีกอย่างนะ” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นพลางมองไปที่บ่อน้ำเล็ก ๆ “บ่อน้ำนี้สามารถเติมน้ำจากแหล่งน้ำภายนอกได้ไหม?”
“แน่นอน” ไหหม่าตอบทันที “แต่การดึงน้ำเข้ามาจากโลกภายนอกต้องใช้พลังงานในมิติ หรือเธอจะใช้วิธีง่าย ๆ อย่างการเก็บน้ำฝนจากโลกจริงก็ได้”
“งั้นถ้าฉันต้องการขยายพื้นที่น้ำในมิติ ฉันต้องทำยังไง?”
“เธอต้องสะสมพลังงานให้เพียงพอเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันเพิ่มขนาดบ่อน้ำ หรือเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำธรรมชาติในโลกจริง” ไหหม่ากล่าว “แต่อย่าลืมว่าการเชื่อมต่อแหล่งน้ำจากภายนอกอาจใช้ทรัพยากรมากกว่าการขยายบ่อในมิติ”
หรูอวี้เซียงพยักหน้าเบา ๆ “ฉันจะเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อยวางแผนสำหรับเรื่องใหญ่ในอนาคต”
“นั่นแหละแนวคิดที่ถูกต้อง” ไหหม่าพูดพร้อมลอยวนไปรอบ ๆ ราวกับกำลังแสดงความพอใจ
หรูอวี้เซียงหันไปมองพื้นที่โล่งในมิติที่ยังรอการพัฒนา เธอรู้สึกถึงความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดในมิตินี้
“วันพรุ่งนี้ฉันจะหาสัตว์มาเลี้ยงในคอก และดูว่ามีอะไรในหมู่บ้านที่ฉันสามารถนำมาปรับใช้ได้อีก” เธอพูดอย่างมั่นใจ
“แล้วผมจะคอยช่วยคุณทุกขั้นตอน” ไหหม่าตอบ
ในใจของหรูอวี้เซียงความหวังเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เธอรู้ว่ามิตินี้ไม่ใช่แค่โอกาสของเธอแต่ยังเป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนที่เธอรักในโลกที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในอีกไม่ช้า
ทันใดนั้นระบบ Warborn ได้แจ้งเตือนเสียงดังขึ้นในหัวของเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในรัศมี 200 เมตร ด้านหน้า!“เตรียมพร้อมทุกคน! อีก 200 เมตร ทาง 12 นาฬิกามีการเคลื่อนไหว” โม่ไห่ตงออกคำสั่งพร้อมยกอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมเงาร่างหลายสิบเคลื่อนตัวออกมาจากซากอาคาร กลุ่มผู้ติดเชื้อระดับสูงที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและดวงตาแดงฉานพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา“ยิงที่หัว! ห้ามให้มันเข้าประชิด!” เสียงสั่งการของโม่ไห่ตงดังก้อง ขณะที่เสียงปืนและพลาสม่าบลาสเตอร์ระดมยิงใส่กลุ่มผู้ติดเชื้อการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด โม่ไห่ตงเคลื่อนตัวหลบหลีกอย่างว่องไว เปิดโล่พลังงานส่วนตัวเพื่อป้องกันตัวและทีม ขณะที่ผู้ติดเชื้อจำนวนมากพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางในช่วงหนึ่ง “ระวังข้างหลัง!” เสียงเตือนจากหลิวจินดังขึ้น โม่ไห่ตงหันกลับทันเวลาก่อนจะใช้ดาบพลังงานจากระบบฟันใส่ผู้ติดเชื้อที่พุ่งเข้ามาได้อย่างฉิวเฉียดหลังการต่อสู้อันดุเดือดสิ้นสุดลงซากผู้ติดเชื้อนอนเกลื่อนพื้น ทหารทุกคนหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยล้า แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พัก ระบบ Warborn ก็แจ้งเตือนอ
โม่ไห่ตงเงยหน้ามองเฉินเจียว แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของมารดาทำให้หัวใจของเขาพลันอบอุ่นขึ้นมา“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี” โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มบางก่อนหันมาทางคนรัก“เซียงเซียง เราต้องช่วยคนให้มากที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบที่เราควบคุมได้”หรูอวี้เซียงพยักหน้า พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแสดงความจริงจัง “พี่พูดถูก ฉันจะยอมมอบวัคซีนนี้ให้ก็ต่อเมื่อเรามั่นใจว่ามันจะถูกใช้ในทางที่ถูกต้อง และไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของใคร”“ถ้าอย่างนั้น เราควรไปคุยกับท่านผู้นำโดยตรง” โม่ไห่ตงเสนอในขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน ระบบ Warborn ก็แสดงการแจ้งเตือนบนหน้าจอโปร่งใสที่ลอยอยู่ตรงหน้า[พบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือระดับความเสี่ยงสูง]“ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นเลย” หรูอวี้เซียงหันไปมองโม่ไห่ตง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ “เราต้องรีบไปพบท่านผู้นำ ก่อนที่ทุกอย่างจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้”ทางด้านเฉินเจียวกับโม่เข่อซิงได้มองชายหนุ่มหญิงสาวด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจระคนชื่นชมณ ศูนย์บัญชาการฉุกเฉินที่ถูกตั้งขึ้นมาชั่วคร
รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากเกิดเหตุการณ์บุกชิงข้อมูลที่ศูนย์บัญชาการ นายพลจูเก่อหลางได้เข้าพบท่านผู้นำและรายงานสถานการณ์โดยละเอียด ความตึงเครียดก่อตัวขึ้นเมื่อผู้นำตระหนักถึงภัยคุกคามใหญ่มากกว่าที่เคยคาดไว้“เราต้องเร่งพัฒนาวัคซีนและหาทางควบคุมการแพร่ระบาดนี้ให้เร็วที่สุด” นายพลลู่กล่าวเสียงเครียดก่อนจะพูดต่อเมื่อนึกถึงเรื่องที่หรูอวี้เซียงเคยพูดไว้“ผมคิดว่าหรูอวี้เซียงน่าจะเป็นคนเดียวที่ช่วยเราได้ในตอนนี้” คนในทีมต่างเห็นพ้องกับคำพูดของเขาดังนั้นในเวลาต่อมา คณะผู้นำพร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ระดับสูงนำโดยโม่ไห่ตงที่กลับมารายงานตัวหลังเสร็จสิ้นภารกิจได้นำพวกเขาเข้าสู่บ้านของหรูอวี้เซียงที่เจ้าตัวกำลังยืนรออยู่อย่างรู้อยู่แล้ววจากการบอกกล่าวของไหหม่าผ่านการสื่อสารกับโม่ไห่ตงใบหน้าของหรูอวี้เซียงเต็มไปด้วยความสงบอย่างไม่แปลกใจในการมาของพวกเขา“พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ผมได้ยินมาว่าคุณมีความสามารถในการพัฒนาวัคซีนและที่สำคัญคุณมีห้องทดลองส่วนตัวที่ครบครัน ผมอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าห้องทดลองของคุณมีอะไรบ้าง” หลังเสร็จสิ้นการทักทายท่านผู้นำ
โม่ไห่ตงยิ้มอ่อนโยน “ผมสัญญาครับแม่ ผมจะกลับมาให้เร็วที่สุด”บรรยากาศในห้องผู้ป่วยเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักของครอบครัว เสียงหัวเราะและคำให้กำลังใจดังก้องอยู่ในใจของทุกคน แม้ว่าการจากลาจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่พวกเขาต่างเชื่อมั่นว่าโม่ไห่ตงจะกลับมาพร้อมชัยชนะและความปลอดภัยตกเย็นภายในวันเดียวกันหรูอวี้เซียงได้นำสิ่งของที่ตัวเองเตรียมไว้มอบให้กับคนรัก“พี่ไห่ตง ของที่ฉันวางอยู่ตรงนี้พี่เก็บเข้าไปในระบบของพี่ให้หมดนะคะ และถ้าหากว่าพี่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีอะไรเร่งด่วนให้เอไอในมิติของพี่ติดต่อมากับไหหม่าโดยตรงเพราะระบบของเราได้เชื่อมกันไว้แล้ว”“เข้าใจแล้ว เซียงเซียง ขอบคุณมากนะ เธอเตรียมทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบเสมอ”หรูอวี้เซียงยิ้มบาง “ฉันแค่ต้องการให้พี่ปลอดภัย พี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ และอย่าใช้พลังงานระบบเกินขีดจำกัด”โม่ไห่ตงหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู หลังได้ยินคำพูดนี้ “เธอเหมือนเป็นหัวหน้าทีมสนับสนุนให้พี่เลยนะ”“ฉันก็แค่ห่วงพี่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปใครจะกลับมาช่วยฉันดูแลหมู่บ้านล่ะ” หรูอวี้เซียงแสร้งพูดติดตลกแต่ในแววตากลับฉายชัดถึ
รุ่งเช้าวันถัดมา ในขณะที่หรูอวี้เซียงกำลังทำอาหารเช้าให้กับย่าและแขกอย่างปู่โม่กับคนรัก เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้นก่อนจะมีเสียงของหลี่ไห่ตามมา“ไห่ตงอยู่ที่นี่ไหม” น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนค่อนข้างเสียงดังจนแม้แต่เสี่ยวเฮยยังยกหัวขึ้นมาดูก่อนจะเดินนวยนาดมาทางเขา“ผมขอออกไปดูก่อนนะครับ” โม่ไห่ตงพูดขึ้นกับคนในบ้านพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกมาทางหน้าประตูชั้นนอกเมื่อประตูเปิดออกเขาก็พบกับกลุ่มคนตรงหน้า โม่ไห่ตงมองพวกเขาด้วยสายตาสงสัยแฝงความกังวล เพราะหนึ่งในผู้มาเยือนมีผู้พันหลี่เจี่ยอยู่ด้วย ร่วมกับหลี่ไห่และหลิวจิน ดังนั้นเขาจึงผายมือเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามานั่งในเรือนรับรองกลางบ้าน“อาหลี่ หลิวจิน ผู้พันหลี่ ทุกคนเข้ามานั่งก่อนครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าถึงได้พากันมาแต่เช้า?”ผู้พันหลี่สบตาโม่ไห่ตง ก่อนจะยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นี่คือคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการจูเก่อหลาง ทางหน่วย ของเราอยากเชิญนายกับหลิวจินให้เข้าร่วมหน่วยรบพิเศษอย่างเป็นทางการ”หลิวจินที่ถูกตามตัวมาด้วยเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“หน่วย
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มลอดผ่านหมอกหนาที่ลอยคลุมเกาะ หมู่บ้านดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับแฝงด้วยความตึงเครียดอย่างเงียบงัน ศาลากลางหมู่บ้านกลายเป็นสถานที่ประชุมสำคัญสำหรับการเจรจาครั้งนี้หรูอวี้เซียงเดินเข้ามาพร้อมกับโม่ไห่ตงและหลี่ไห่ ขณะที่ผู้พันหลี่เจี่ยกับผู้กองหวังลี่รออยู่ในศาลากลาง บรรยากาศภายในห้องประชุมค่อนข้างอึดอัดเล็กน้อย โม่ไห่ตงนั่งกอดอกข้างหรูอวี้เซียงดวงตาจับจ้องไปยังผู้พันหลี่เจี่ยอย่างไม่วางใจแม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อนก็ตาม“เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เราขอเสนอใช้พื้นที่บางส่วนของเกาะเป็นฐานบัญชาการชั่วคราว” ผู้พันหลี่เจี่ยเริ่มเปิดการเจรจาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และเรายินดีให้ความช่วยเหลือในการเสริมกำลังป้องกันรอบเกาะเพื่อรับมือกับภัยจากภายนอก”หลี่ไห่เหลือบมองหรูอวี้เซียงเป็นเชิงขอความคิดเห็น หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจน“เรายินดีให้ความร่วมมือค่ะ แต่เรามีเงื่อนไขว่าการบริหารจัดการภายในหมู่บ้านต้องยังคงเป็นของพวกเรา และห้ามเจ้าหน้าที่ของคุณก้าวก่ายหรือแทรกแ







