แชร์

ตอนที่ 5 ปรับความเข้าใจ

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-07 19:30:35

ในหัวของหรูอวี้เซียงยังคงมีความทรงจำอันเลวร้ายจากอดีตผุดขึ้นมาราวกับกระแสน้ำหลากท่วมจิตใจ เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมไปทั่วเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยความสิ้นหวัง

เสียงซอมบี้คำรามก้องกังวานไปในอากาศขณะที่พวกมันไล่ล่าเหยื่ออย่างไม่ลดละ หรูอวี้เซียงจำได้ว่าเธอกำลังวิ่งหนีสุดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ่นคาวเลือดที่อบอวล

เธอหลบซ่อนอยู่ในซอกแคบ ๆ ของอาคารร้าง มือของเธอสั่นระริกในขณะที่พยายามกดบาดแผลที่ถูกกัดไว้แน่น

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังใกล้เข้ามา เธอคิดว่ามันเป็นซอมบี้ตัวใหม่ แต่กลับเป็นเขา... โม่ไห่ตง

ชายหนุ่มในชุดสีเขียวเข้มแบบทหารที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนเลือดเขามองเธอด้วยสายตาตื่นตระหนก

“เซียงเซียง! เป็นเธอจริง ๆ!” เขาวิ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เธอจำได้ว่าตอนนั้นน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอทั้งดีใจและสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน

“พี่ไห่ตง... พี่มาทำไม? พี่รีบหนีไปฉันไม่รอดแล้วค่ะ หากพี่รอดไปได้ฉันฝากพี่กลับไปขอโทษย่าแทนฉันด้วย”

“ไม่เป็นไร ต่อให้เธอโดนกัดพี่ก็จะไม่ไปไหน” เขาตอบเสียงแข็ง แต่ดวงตาของเขาสั่นไหวเมื่อมองเห็นบาดแผลที่แขนของหญิงสาว

“แต่...ฉันโดนมันกัดแล้ว” เธอย้ำออกมาเสียงแผ่วเบือนหน้าหนีไม่กล้ามองเขาตรง ๆ

โม่ไห่ตงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดแน่น

“ไม่เป็นไร... ฉันจะหาทางช่วยเธอ เราจะหาทางออกด้วยกัน” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แต่หรูอวี้เซียงรู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้

เธอจำได้ว่าเขาแบกเธอไว้บนหลังทั้งที่ร่างกายของเขาเองก็อ่อนล้าจากการต่อสู้ เธอได้แต่หลับตาปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มขณะที่เสียงซอมบี้เริ่มดังเข้ามาใกล้

หรูอวี้เซียงสะดุ้งเฮือกกลับมาสู่ปัจจุบัน หัวใจของเธอเต้นแรง (หากเขากลับมาจากที่แห่งนั้นเหมือนฉัน... นั่นหมายความว่าเขาก็ต้องตายลงหลังจากฉันใช่ไหม?)

ความคิดนี้ทำให้หัวใจของเธอหนักอึ้ง เธอจำได้ว่าในตอนสุดท้ายเธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับโม่ไห่ตงหลังจากที่เธอถูกซอมบี้กัดและเสียชีวิต

(เขาอาจจะถูกซอมบี้ล้อม... หรืออาจจะพยายามช่วยเธอจนตัวเองต้องจบชีวิตตามเธอมา) เธอคิดอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น เสียงของไหหม่าดังขึ้นอีกครั้ง

คุณทั้งสองคนมีโอกาสครั้งที่สองเหมือนกัน จงใช้มันเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เคยผิดพลาด

หรูอวี้เซียงกำหมัดแน่น (ใช่! ครั้งนี้... ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาเสียสละตัวเองเพื่อฉันอีกต่อไป) ขอบใจนะไห่หม่า ฉันจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมอีกอย่างเด็ดขาด

เสียงเห่าจากเจ้าเฮยดังขึ้นทำให้หรูอวี้เซียงตัดสินใจได้ในที่สุด ไม่ว่าโม่ไห่ตงจะกลับมาเหมือนเธอหรือไม่ก็ตาม ในชาตินี้เธอจะไม่ปล่อยมือจากเขาอีกแล้ว

“ย่าคะ เดี๋ยวฉันกลับมานะคะ” เธอเปิดประตูพร้อมกับส่งเสียงบอกย่าที่กำลังดูทีวี

“ได้สิลูก แต่อย่ากลับดึกนักนะ” ฮัวอวี้หลินไม่ลืมกำชับหลานสาวออกมาด้วยความเป็นห่วง

“ค่ะ ฉันไปไม่นานก็กลับ” หญิงสาวรับปาก

ก่อนที่เท้าของหรูอวี้เซียงจะพาเธอหันหลังวิ่งออกจากบ้านพร้อมเจ้าเฮยที่วิ่งตามไปส่งถึงหน้าประตูรั้ว

ก่อนที่สุนัขตัวใหญ่จะหยุดเท้าทั้งสี่ของตนและเห่าเบา ๆ ราวกับให้กำลังใจผู้เป็นนาย

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว หรูอวี้เซียงวิ่งไปตามทางดินสายเล็ก ๆ ที่ทอดยาวผ่านสวนผลไม้

แม้ลมยามค่ำคืนจะเย็นเยียบแต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงราวกับเปลวไฟ (ฉันต้องพูดกับเขาให้รู้เรื่อง... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ปล่อยให้เรามีความเข้าใจผิด)

หรูอวี้เซียงไม่ได้คิดเช่นนี้คนเดียวเพราะในเวลาเดียวกัน โม่ไห่ตงก็กำลังเดินกลับบ้านของเขา แต่จู่ ๆ ก็หยุดนิ่ง ความรู้สึกบางอย่างบอกให้เขาหันกลับไปมองทางเดิม

(เซียงเซียง... ฉันต้องคุยกับเธอให้จบ เรื่องทุกอย่างที่เราเคยพลาดไปในอดีต ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก)

เขาตัดสินใจวิ่งย้อนกลับไปทางบ้านของหรูอวี้เซียง ทั้งสองคนมองเห็นเงาของอีกฝ่ายในระยะไกล หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงจนแทบจะระเบิด หรูอวี้เซียงชะลอฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวเร็วขึ้นเมื่อเห็นว่าโม่ไห่ตงวิ่งตรงมาหาเธอ

“พี่ไห่ตงคะ!” เธอเรียกเขาเสียงดัง

“เซียงเซียง!” โม่ไห่ตงตะโกนกลับ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึก

เมื่อทั้งคู่มาหยุดยืนต่อหน้ากัน ต่างคนต่างหอบหายใจเล็กน้อยจากการวิ่งแต่ไม่มีใครสนใจความเหนื่อยล้า ดวงตาของพวกเขาจ้องมองกันราวกับพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่

“พี่กลับมาเพราะอะไร?” หรูอวี้เซียงถามตรง ๆ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสั่นไหว

โม่ไห่ตงมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เพราะฉันไม่อยากเสียเธอไปอีกแล้ว”

คำพูดนั้นเหมือนเข็มแทงทะลุหัวใจของหรูอวี้เซียง เธอเม้มปากแน่นพยายามสะกดน้ำตาที่เอ่อคลอ

“พี่จำได้ใช่ไหม... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนั้น” เธอถามเสียงเบาราวกระซิบ

โม่ไห่ตงพยักหน้า “ใช่ ฉันจำได้หมดทุกอย่างที่เราเคยผ่านมา... รวมถึงตอนที่ฉันมาสายเกินไป” น้ำเสียงของเขาเจือความเศร้า

หรูอวี้เซียงสะอื้นออกมาเบา ๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แล้วทำไมพี่ถึงไม่บอกฉันล่ะ? พี่รู้ไหมว่าฉันคิดมาตลอดว่าเราอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก”

โม่ไห่ตงก้าวเข้ามาใกล้และจับมือของเธอแน่น “เพราะฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง... ฉันกลัวว่าเธอจะเกลียดฉัน กลัวว่าเธอจะไม่เชื่อใจฉันอีกแล้ว”

น้ำตาของหรูอวี้เซียงไหลอาบแก้ม เธอส่ายหน้า “พี่คิดผิด... ฉันไม่เคยเกลียดพี่เลย ในอดีตฉันผิดเองที่ไม่พูดความรู้สึกของตัวเองออกมา”

โม่ไห่ตงยิ้มเศร้า ๆ “ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มต้นใหม่ได้ไหม?”

คำพูดนั้นทำให้หรูอวี้เซียงนิ่งไปก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ได้สิ ครั้งนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้เราเดินซ้ำรอยเดิมอีก”

โม่ไห่ตงยิ้มกว้างขึ้น น้ำตาของเขาคลอในดวงตา ก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันเองก็ขอสัญญา... ว่าฉันจะปกป้องเธอ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”

ทั้งสองยืนจ้องตากันท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน ความรู้สึกที่อัดอั้นในใจมานานเหมือนได้รับการปลดปล่อย

เสียงลมพัดเบา ๆ รอบตัวเหมือนเป็นสักขีพยานของคำสัญญาใหม่ในชีวิตที่สองนี้ ครั้งนี้พวกเขาจะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดในอดีตมาขวางทางอนาคตอีกต่อไป

“ฉันต้องกลับบ้านแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้นย่าจะเป็นห่วง” หรูอวี้เซียงพูดขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มหวานออกมาให้ชายหนุ่มตรงหน้า

โม่ไห่ตงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ให้พี่ไปส่งไหม?”

หรูอวี้เซียงส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ทางนี้ฉันเดินกลับเองได้ พี่รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ”

เขายิ้มบาง ๆ “ถ้าอย่างนั้น ระวังตัวด้วยนะเซียงเซียง” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย

หรูอวี้เซียงพยักหน้าก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทว่าก้าวเดินของเธอกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งอบอุ่นและมุ่งมั่น เมื่อเธอกลับถึงบ้านแสงไฟอุ่น ๆ จากบ้านไม้หลังเล็กของย่าส่องประกายในความมืด

ย่าของเธอยังคงรออยู่เหมือนเดิม หรูอวี้เซียงเผยรอยยิ้มก่อนจะเปิดประตูและเดินเข้าไปด้านใน เสียงเห่าของเจ้าเฮยดังขึ้นเป็นการต้อนรับพร้อมกับเสียงของย่าที่พูดขึ้นจากห้องนั่งเล่น

“กลับมาแล้วเหรอ เซียงเอ๋อร์?”

“ใช่ค่ะ ย่าคะฉันกลับมาแล้ว” หญิงสาวเดินไปคุกเข่าลงเอาศีรษะของตนแนบกับตักของหญิงชรา

ฮัวอวี้หลินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มืออันอบอุ่นและหยาบกร้านของเธอจะลูบศีรษะของหลานสาวเบา ๆ

“เด็กโง่ ย่าไม่ได้ไปไหนเสียหน่อย ทำไมถึงทำเหมือนจากกันนานขนาดนั้น” ฮัวอวี้หลินพูดด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความรัก

“ฉันแค่รู้สึก...ว่าที่นี่คือที่ที่ฉันควรอยู่ค่ะ ย่าคือคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ในโลกนี้” หรูอวี้เซียงพูดเสียงแผ่วน้ำตาเอ่อคลอในดวงตา

ฮัวอวี้หลินถอนหายใจอย่างอ่อนโยน ก่อนจะยื่นมือมาเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของหลาน

“เด็กโง่ ย่าอยู่นี่ และย่าจะอยู่ตรงนี้เสมอ จำไว้นะ ต่อให้โลกทั้งใบเปลี่ยนไปแต่ย่าจะไม่ทิ้งหลาน”

หรูอวี้เซียงพยักหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มพลางกอดย่าแน่น “ครั้งนี้ฉันจะไม่ทำให้ย่าผิดหวังอีกค่ะ ฉันสัญญา”

เสียงลมที่พัดเบา ๆ ผ่านหน้าต่างทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสงบและอบอุ่น หญิงสาวยังคงกอดย่าไว้อย่างนั้นราวกับต้องการซึมซับความรักที่เธอโหยหามาตลอดชีวิตที่ผ่านมา ห้องเล็ก ๆ ที่มีเพียงแสงไฟสลัวดูเหมือนจะกลายเป็นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้

“เอาล่ะ ลุกขึ้นได้แล้ว เด็กคนนี้ ย่านั่งนานขาเริ่มชาแล้ว” ฮัวอวี้หลินพูดพลางส่งเสียงหัวเราะออกมา

หรูอวี้เซียงยิ้มและลุกขึ้นพลางช่วยพยุงให้ย่านั่งได้สบายขึ้น เธอรู้แล้วว่าไม่ว่าชีวิตในอดีตจะเป็นอย่างไร แต่ในชีวิตใหม่นี้ เธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้ย่าของเธอมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฉันจะดูแลย่าเองค่ะ จากนี้ไปย่าจะไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้มอันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ฮัวอวี้หลินยิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ย่าจะรอดูความสำเร็จของหลานนะ เซียงเอ๋อร์”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 50 การโจมตีและการร่วมมือของชุมชน

    ทันใดนั้นระบบ Warborn ได้แจ้งเตือนเสียงดังขึ้นในหัวของเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในรัศมี 200 เมตร ด้านหน้า!“เตรียมพร้อมทุกคน! อีก 200 เมตร ทาง 12 นาฬิกามีการเคลื่อนไหว” โม่ไห่ตงออกคำสั่งพร้อมยกอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมเงาร่างหลายสิบเคลื่อนตัวออกมาจากซากอาคาร กลุ่มผู้ติดเชื้อระดับสูงที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วและดวงตาแดงฉานพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา“ยิงที่หัว! ห้ามให้มันเข้าประชิด!” เสียงสั่งการของโม่ไห่ตงดังก้อง ขณะที่เสียงปืนและพลาสม่าบลาสเตอร์ระดมยิงใส่กลุ่มผู้ติดเชื้อการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด โม่ไห่ตงเคลื่อนตัวหลบหลีกอย่างว่องไว เปิดโล่พลังงานส่วนตัวเพื่อป้องกันตัวและทีม ขณะที่ผู้ติดเชื้อจำนวนมากพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางในช่วงหนึ่ง “ระวังข้างหลัง!” เสียงเตือนจากหลิวจินดังขึ้น โม่ไห่ตงหันกลับทันเวลาก่อนจะใช้ดาบพลังงานจากระบบฟันใส่ผู้ติดเชื้อที่พุ่งเข้ามาได้อย่างฉิวเฉียดหลังการต่อสู้อันดุเดือดสิ้นสุดลงซากผู้ติดเชื้อนอนเกลื่อนพื้น ทหารทุกคนหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยล้า แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พัก ระบบ Warborn ก็แจ้งเตือนอ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 46 ผมขอร้องพวกคุณ

    โม่ไห่ตงเงยหน้ามองเฉินเจียว แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของมารดาทำให้หัวใจของเขาพลันอบอุ่นขึ้นมา“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี” โม่ไห่ตงเผยรอยยิ้มบางก่อนหันมาทางคนรัก“เซียงเซียง เราต้องช่วยคนให้มากที่สุด แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบที่เราควบคุมได้”หรูอวี้เซียงพยักหน้า พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแสดงความจริงจัง “พี่พูดถูก ฉันจะยอมมอบวัคซีนนี้ให้ก็ต่อเมื่อเรามั่นใจว่ามันจะถูกใช้ในทางที่ถูกต้อง และไม่ถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของใคร”“ถ้าอย่างนั้น เราควรไปคุยกับท่านผู้นำโดยตรง” โม่ไห่ตงเสนอในขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษากัน ระบบ Warborn ก็แสดงการแจ้งเตือนบนหน้าจอโปร่งใสที่ลอยอยู่ตรงหน้า[พบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือระดับความเสี่ยงสูง]“ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ดีขึ้นเลย” หรูอวี้เซียงหันไปมองโม่ไห่ตง ก่อนที่เธอจะพูดต่อ “เราต้องรีบไปพบท่านผู้นำ ก่อนที่ทุกอย่างจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้”ทางด้านเฉินเจียวกับโม่เข่อซิงได้มองชายหนุ่มหญิงสาวด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจระคนชื่นชมณ ศูนย์บัญชาการฉุกเฉินที่ถูกตั้งขึ้นมาชั่วคร

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 49 ร่วมกันวิจัย

    รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากเกิดเหตุการณ์บุกชิงข้อมูลที่ศูนย์บัญชาการ นายพลจูเก่อหลางได้เข้าพบท่านผู้นำและรายงานสถานการณ์โดยละเอียด ความตึงเครียดก่อตัวขึ้นเมื่อผู้นำตระหนักถึงภัยคุกคามใหญ่มากกว่าที่เคยคาดไว้“เราต้องเร่งพัฒนาวัคซีนและหาทางควบคุมการแพร่ระบาดนี้ให้เร็วที่สุด” นายพลลู่กล่าวเสียงเครียดก่อนจะพูดต่อเมื่อนึกถึงเรื่องที่หรูอวี้เซียงเคยพูดไว้“ผมคิดว่าหรูอวี้เซียงน่าจะเป็นคนเดียวที่ช่วยเราได้ในตอนนี้” คนในทีมต่างเห็นพ้องกับคำพูดของเขาดังนั้นในเวลาต่อมา คณะผู้นำพร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ระดับสูงนำโดยโม่ไห่ตงที่กลับมารายงานตัวหลังเสร็จสิ้นภารกิจได้นำพวกเขาเข้าสู่บ้านของหรูอวี้เซียงที่เจ้าตัวกำลังยืนรออยู่อย่างรู้อยู่แล้ววจากการบอกกล่าวของไหหม่าผ่านการสื่อสารกับโม่ไห่ตงใบหน้าของหรูอวี้เซียงเต็มไปด้วยความสงบอย่างไม่แปลกใจในการมาของพวกเขา“พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ผมได้ยินมาว่าคุณมีความสามารถในการพัฒนาวัคซีนและที่สำคัญคุณมีห้องทดลองส่วนตัวที่ครบครัน ผมอยากเห็นด้วยตาตัวเองว่าห้องทดลองของคุณมีอะไรบ้าง” หลังเสร็จสิ้นการทักทายท่านผู้นำ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 48 การปรากฏตัวขององค์กรลึกลับ

    โม่ไห่ตงยิ้มอ่อนโยน “ผมสัญญาครับแม่ ผมจะกลับมาให้เร็วที่สุด”บรรยากาศในห้องผู้ป่วยเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักของครอบครัว เสียงหัวเราะและคำให้กำลังใจดังก้องอยู่ในใจของทุกคน แม้ว่าการจากลาจะไม่ใช่เรื่องง่ายแต่พวกเขาต่างเชื่อมั่นว่าโม่ไห่ตงจะกลับมาพร้อมชัยชนะและความปลอดภัยตกเย็นภายในวันเดียวกันหรูอวี้เซียงได้นำสิ่งของที่ตัวเองเตรียมไว้มอบให้กับคนรัก“พี่ไห่ตง ของที่ฉันวางอยู่ตรงนี้พี่เก็บเข้าไปในระบบของพี่ให้หมดนะคะ และถ้าหากว่าพี่ต้องการความช่วยเหลือหรือมีอะไรเร่งด่วนให้เอไอในมิติของพี่ติดต่อมากับไหหม่าโดยตรงเพราะระบบของเราได้เชื่อมกันไว้แล้ว”“เข้าใจแล้ว เซียงเซียง ขอบคุณมากนะ เธอเตรียมทุกอย่างไว้อย่างรอบคอบเสมอ”หรูอวี้เซียงยิ้มบาง “ฉันแค่ต้องการให้พี่ปลอดภัย พี่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ และอย่าใช้พลังงานระบบเกินขีดจำกัด”โม่ไห่ตงหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู หลังได้ยินคำพูดนี้ “เธอเหมือนเป็นหัวหน้าทีมสนับสนุนให้พี่เลยนะ”“ฉันก็แค่ห่วงพี่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปใครจะกลับมาช่วยฉันดูแลหมู่บ้านล่ะ” หรูอวี้เซียงแสร้งพูดติดตลกแต่ในแววตากลับฉายชัดถึ

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 47 คำเชิญ

    รุ่งเช้าวันถัดมา ในขณะที่หรูอวี้เซียงกำลังทำอาหารเช้าให้กับย่าและแขกอย่างปู่โม่กับคนรัก เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้นก่อนจะมีเสียงของหลี่ไห่ตามมา“ไห่ตงอยู่ที่นี่ไหม” น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านวัยกลางคนค่อนข้างเสียงดังจนแม้แต่เสี่ยวเฮยยังยกหัวขึ้นมาดูก่อนจะเดินนวยนาดมาทางเขา“ผมขอออกไปดูก่อนนะครับ” โม่ไห่ตงพูดขึ้นกับคนในบ้านพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกมาทางหน้าประตูชั้นนอกเมื่อประตูเปิดออกเขาก็พบกับกลุ่มคนตรงหน้า โม่ไห่ตงมองพวกเขาด้วยสายตาสงสัยแฝงความกังวล เพราะหนึ่งในผู้มาเยือนมีผู้พันหลี่เจี่ยอยู่ด้วย ร่วมกับหลี่ไห่และหลิวจิน ดังนั้นเขาจึงผายมือเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้ามานั่งในเรือนรับรองกลางบ้าน“อาหลี่ หลิวจิน ผู้พันหลี่ ทุกคนเข้ามานั่งก่อนครับ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าถึงได้พากันมาแต่เช้า?”ผู้พันหลี่สบตาโม่ไห่ตง ก่อนจะยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นี่คือคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการจูเก่อหลาง ทางหน่วย ของเราอยากเชิญนายกับหลิวจินให้เข้าร่วมหน่วยรบพิเศษอย่างเป็นทางการ”หลิวจินที่ถูกตามตัวมาด้วยเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“หน่วย

  • ฉันจะเป็นเกษตรกรหลังกลับมาจากวันสิ้นโลก    ตอนที่ 42 ข้อตกลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มลอดผ่านหมอกหนาที่ลอยคลุมเกาะ หมู่บ้านดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับแฝงด้วยความตึงเครียดอย่างเงียบงัน ศาลากลางหมู่บ้านกลายเป็นสถานที่ประชุมสำคัญสำหรับการเจรจาครั้งนี้หรูอวี้เซียงเดินเข้ามาพร้อมกับโม่ไห่ตงและหลี่ไห่ ขณะที่ผู้พันหลี่เจี่ยกับผู้กองหวังลี่รออยู่ในศาลากลาง บรรยากาศภายในห้องประชุมค่อนข้างอึดอัดเล็กน้อย โม่ไห่ตงนั่งกอดอกข้างหรูอวี้เซียงดวงตาจับจ้องไปยังผู้พันหลี่เจี่ยอย่างไม่วางใจแม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อนก็ตาม“เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เราขอเสนอใช้พื้นที่บางส่วนของเกาะเป็นฐานบัญชาการชั่วคราว” ผู้พันหลี่เจี่ยเริ่มเปิดการเจรจาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และเรายินดีให้ความช่วยเหลือในการเสริมกำลังป้องกันรอบเกาะเพื่อรับมือกับภัยจากภายนอก”หลี่ไห่เหลือบมองหรูอวี้เซียงเป็นเชิงขอความคิดเห็น หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจน“เรายินดีให้ความร่วมมือค่ะ แต่เรามีเงื่อนไขว่าการบริหารจัดการภายในหมู่บ้านต้องยังคงเป็นของพวกเรา และห้ามเจ้าหน้าที่ของคุณก้าวก่ายหรือแทรกแ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status