LOGIN“แต่ผมก็ยังมองว่าลูกยังเด็กอยู่ดีนะครับ นี่ลูกโตขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” คำแก้ตัวของคู่ชีวิตทำให้ฟางซินส่งยิ้มคล้ายอ่อนอกอ่อนใจ วันคืนเปลี่ยนผัน จนกระทั่งคนทั้งคู่ผมเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน แม้จะเป็นอย่างนี้ทว่าร่างกายของมู่เฉินกลับยังคงแข็งแรงแม้ว่าเขาจะมีอายุมากกว่าภรรยารักถึงสิบปีเต็ม
หน้าสมุดบันทึกเล่มหนึ่งภายในนั้นได้มีตัวอักษรงดงามเรียบเรียงเอาไว้อย่างงดงามเป็นระเบียบ ลมจากทางหน้าต่างหอบใหญ่ได้พลิกหน้ากระดาษหลายหน้านั้นขึ้น จนทำให้หญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้กำลังสาละวนอยู่กับการนำสิ่งของมากมายออกจากกล่องต้องรีบลุกขึ้นมาหยิบสมุดเล่มดังกล่าว “เฮ้อ! ดีนะที่ไม่เส
ฟางซินนั่งลงเอาศีรษะของตนซบลงบนตักของหญิงชราอย่างเศร้าสร้อยแม้ว่าเธอในตอนนี้จะไร้ซึ่งพลังแห่งจิตวิญญาณแต่เธอรู้ดีว่าหญิงชราจะสื่อถึงอะไร ปีก่อน ๆ อาจารย์ปู่ใหญ่กับเจิ้งลู่ก็ทยอยล้มหายจากไปกันทีละคนตามสังขารมาบัดนี้ย่าผู้ชราก็ยังมาพูดแบบนี้อีกแม้ว่าหล่อนจะทราบดีว่าเรื่องเช่นนี้ย่อมต้องเกิ
สวัสดีครับ ผมคือกู้ซินเซิงหรือคนในครอบครัวมักจะเรียกว่าเสี่ยวเซิง ผมหาใช่ลูกหลานตระกูลกู้อย่างแท้จริงไม่แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผมเลยในเรื่องของความรักและความกตัญญูที่ผมมีต่อคนในครอบครัวนี้ ทั้งนี้เป็นเพราะนับตั้งแต่วันที่พี่สาวคนดีของผมได้ช่วยให้รอดจากความตายตั้งแต่ครั้งยังเป็น
“หล่อนท้องได้สิบสัปดาห์แล้วมากกว่าเป่าเป้ยเล็กน้อยไปฝากท้องพร้อมกันเถอะ” ใบหน้าของคนภายในห้องโถงต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลังจากเป่าเป้ยตั้งครรภ์มู่เฉินคอยดูแลภรรยาของตนเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับบรรดาพี่ชายของหญิงสาว เพราะหลังจากฟางซินตั้งครรภ์จู่หว่านเองก็กำลังตั้งครรภ์กับเมิ่งกวา
“พ่อบุญธรรมรีบเลยครับ ผมช่วยอุ้มดีไหม” เจียอินแทบจะทำตามที่พูดเมื่อเห็นว่าพ่อผู้ชรายังนั่งคล้ายไม่ทุกข์ร้อนอยู่ที่เดิม “เฮ้อ! แกนี่นะโตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวไม่มีสติอีก ดูเจ้าตัวเขายังไม่ร้อนใจขนาดแกเลย หล่อนต้องเดินเข้ามาหาฉันสิ แกลืมแล้วเหรอว่าฉันอายุเท่าไหร่แล้ว” เหตุที่อู๋เหยียนไม่รู้
ร่างของชายคนนั้นปลิวไปกระแทกกับต้นไม้อย่างแรง จนมันตัวงอราวกุ้งลวกสุก “ลูกพี่!” ในตอนนี้เองคนนับสิบกลับเริ่มลังเลทำท่าทางถอยเข้าถอยออก “พวกเราช่วยกัน พี่ไม่ได้ออกแรงมานานขอสักหน่อยก็แล้วกัน” ฟางซินขยิบตาให้น้องชายตอบออกไปอย่างซุกซน ทั้งสองพี่น้องกับอีกสองเสี่ยวต่า
ภายในห้องประชุม ‘เป่าเป้ย ปู่จะพาไปหาเสี่ยวเซิง’ ในขณะที่ฟางซินกำลังตกอยู่ในภวังค์เธอก็ได้ยินเสียงเย็นยะเยือกของปู่ดังขึ้นพร้อมกับตัวโผล่มาอย่างกะทันหันต่อหน้าตน “ปู่” เด็กสาวลืมตัวส่งเสียงดังออกมาจนทำให้คนรอบข้างพากันมองมาที่เธอเป็นทางเดียว “ขอโทษค่ะ ฉันขอตัวสักครู่นะคะ” ฟาง
“ช่วยด้วย” น้ำเสียงของเขาค่อนข้างเย็นจนทำให้ซินเซิงรู้สึกขนลุก ในตอนนี้เองเด็กชายก็ถูกมือของใครบางคนปิดทั้งปากและจมูกโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เด็กน้อยตัวอ่อนยวบขนมในมือร่วงลงสู่พื้น “เสี่ยวเซิง!” วิญญาณของกู้ต้าลู่เรียกหลานชายอย่างตกใจ หนึ่งในคนเหล่านี้ซ่อนตัวของเสี่ยวเซิงเอาไว
“ฉันเองก็จะกลับบ้านเหมือนกัน เธอสองคนอยู่ห้องกันดี ๆ นะเอาไว้วันเปิดเรียนพี่สาวจะหิ้วของอร่อยมาฝาก” โจวอี้ถงเองก็บอกลาคนทั้งคู่ออกมาบ้าง มู่เฉินยังคงรับหน้าที่เป็นคนขี่จักรยานให้เด็กสาวซ้อนท้ายตามเดิม “พี่จะแวะบ้านก่อนไหม” ฟางซินถามเมื่อจักรยานกำลังจะผ่านหน้าบ้านของเขา “ไม่”







