Beranda / รักโบราณ / ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน / บทที่ 4 ความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

Share

บทที่ 4 ความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-19 09:14:54

บทที่ 4

ความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

ชิงหรูส่ายหน้าพัลวัน “เรื่องเมื่อครู่นั้นช่างเถอะไม่คิดทำให้เกิดเรื่องใหญ่ เป็นข้าที่ผิดเองที่มาโดยไม่บอกท่านแม่ทัพล่วงหน้า ขอให้ท่านช่วยเก็บเป็นความลับไว้ก็พอ...”

จื่อเฉินชะงักมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าหากนางเป็นสตรีของท่านแม่ทัพจริงคงกลัวผู้เป็นสามีลำบากแน่นอน จะเอ่ยโต้แย้งก็ต้องยอมกลืนคำพูดไปเพราสีหน้าที่ดูคล้ายจะร้องไห้นั่น มันทำให้เขาเลือกเงียบและทำตามที่นางขอไปทันใด

ชิงหรูกลัวว่าหากเรื่องนี้ใหญ่โตจะทำให้ตระกูลเซียวเสื่อเสียชื่อเสียง ไหนนางอาจจะถูกแม่สามีดุอีกเล่า ในเมื่อนางมิได้ถูกกระทำเกินเลใดใดก็ปล่อยให้เงียบมากที่สุดเท่าที่จทำได้ดีกว่า

ต่อมานางก็ขอให้เขาพานางไปส่งที่กระโจมแม่ทัพ ไม่มีถ้อยคำใดระหว่างทาง แต่ความรู้สึกภายในอกของชิงหรูกลับหนาหนักจนเงียบงันตลอดทาง

ก่อนออกเดิน นางหยุดเพียงครู่หนึ่ง มือเรียวปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้ออย่างเบามือ พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แม้ปลายนิ้วจะสั่นไม่คลาย นางไม่อยากให้ใครเห็นว่าเพิ่งเจอเรื่องเลวร้ายมา ไม่อยากให้ดูน่าสมเพชจนเกินไป อย่างน้อย...ก็เพื่อเก็บศักดิ์ศรีสุดท้ายของการเป็นฮูหยินเอกไว้บ้าง

บาดแผลที่ข้อมือยังระบมใต้แขนเสื้อ รอยฟกช้ำที่เอวแอบเสียดสีผ้าอยู่ทุกย่างก้าว แต่ยังดี...ที่ไม่มีร่องรายใดปรากฎขึ้นใบหน้า ทุกอย่างถูกกลบไว้ใต้ผืนผ้าที่กลับมาเรียบร้อยแล้ว

เมื่อมาถึงหน้ากระโจมใหญ่ ทหารเวรหน้ากระโจมเห็นมีสตรีถึงสองนางมาก็เลิกคิ้วเล็กน้อย

“ข้าแวะนำอาหารมื้อกลางวันมาให้เพียงแต่เดินไม่ระวังจึงไม่เหลือแล้ว แต่ก็อยากจะมาทักทายผู้เป็นสามีหน่อย ฝากไปบอกท่านแม่ทัพทีว่าฮูหยินของเขามาขอพบ...”

ทหารเวรนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหายเข้าไปรายงานให้ด้านใน

ชิงหรูสูดหายใจเตรียมยิ้มรอรับคำอนุญาตให้เข้าไป แต่แล้ว นายทหารคนนั้นก็กลับออกมา พร้อมน้ำเสียงเย็นชาที่คล้ายจะกล่าวมาจากคำสั่งของเจ้านายไม่ขาดหาย

“ท่านแม่ทัพรับสั่งว่า...กำลังทำงาน ไม่ว่างพบ ให้ท่านกลับไปเสีย”

เพียงเท่านั้นราวกับเสียงทุกอย่างตรงหน้าหยุดเคลื่อนไหวลงชั่วขณะ...

ชิงหรูไม่พูดอะไร เสี่ยวเฉินขยับจะโต้อย่างไม่อายอมรับได้ เพราะเจ้านายของนางอุตส่าห์ตั้งใจทำอาหารมาให้ไหนจะพยายามเข้มแข็งแม้ถูกหยามเกียรติ จให้ต้องกลับไปเช่นนี้บ่าวเช่นนางยังยอมไม่ได้ แล้วเจ้านายของนางจะใจสลายมากเพียงใด

แต่ก่อนได้เอ่ยคำใด เสี่ยวเฉินก็ถูกชิงหรูยกมือห้ามไว้ก่อน นางหันกลับไปพยักหน้าให้ทหารเวรอย่างนิ่งเฉย ก่อนหันไปหาหวังจื่อเฉินสุดท้าย

“รบกวนนำความถึงท่านแม่ทัพให้ด้วย ว่าข้ามีธุระที่จวน ไม่สะดวกรอ จะกลับขอก่อน...”

นางกล่าวเช่นนั้นเสร็จก็เดินออกมาทันที

หวังจื่อเฉินรับคำ สายตาเขาที่มองตามสตรีที่น่าจะใช่ฮูหยินของท่านแม่ทัพไม่ผิดแน่ สายตาที่เขามองนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย คล้ายเข้าใจมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจช่วยอะไรได้...

ยังดีที่ทหารเวรให้ทหารนายหนึ่งมาส่งพวกนางที่หน้าค่ายทหาร ทว่าเมื่อมาถึงหน้าค่าย สิ่งที่รอกลับมีเพียงลานดินว่างเปล่า รถม้าที่นางนั่งมากลับไม่อยู่เสียแล้ว สารถีของจวนเซียวคงเข้าใจว่าเจ้านายจะกลับพร้อมสามีในยามเย็นกระมัง...

“บัดซบ...” เสี่ยวเฉินสบถเบา ๆ “อาหลี่ช่างโง่นัก ปล่อยฮูหยินไว้กลางแดดเช่นนี้ได้อย่างไร!”

ชิงหรูไม่เอ่ยคำใด มือที่ถือกล่องไม้ที่เคยมีกับข้าวที่นางตั้งใจทำตลอดเช้าอัดแน่นอยู่ บัดนี้ภายในว่างเปล่า...

น่าเสียดายที่อาหารพวกนั้นไม่อาจส่งตรงไปยังคนที่นางตั้งใจทำให้ได้

รอยยิ้มบางปรากฏบนมุมปาก ทว่าตาเริ่มร้อนผ่าวอีกครา

ช่างเถอะ...อย่างน้อย นางก็ยังร่างกายที่ไร้มลทิน รอดจากพวกกักขฬะ อาหารพวกนี้นางทำเมื่อไรก็ได้ คนชิมไม่ว่าเป็นผู้ใดอย่างไรอาหารเลิศรสก็คือยังเป็นอาหารเลิศรสอยู่ดี...

ชิงหรูเชิดหน้าขึ้นอีกครั้งสะบัดหน้าไล่ม่านน้ำหน้าแห่งความอ่อนแอทิ้งไป หันไปถามทหารเวรที่มาส่งด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“มีรถม้าที่พาเข้าเมืองหลวงได้บ้างหรือไม่?”

ทหารหนุ่มลังเลครู่หนึ่ง สายตาไม่ได้หยาบช้าจาบจ้วงแต่ก็ปราศจากความเคารพอย่างที่นางควรได้รับ

“ไม่มีหรอก...ค่ายทหารไม่ได้มีรถม้าสำหรับสตรี มีเพียงเกวียนขนของที่จะออกไปตลาดช่วงยามโหย่ว (17.00 – 18.59 น.)ถ้าไม่รีบรอก็...อาจไปกับคันนั้นได้”

เสี่ยวเฉินกัดฟันหลังฟังคำจิกกัดนั่น นางจะตอบโต้อะไรบางอย่างแต่นางก็ถูกเจ้านายห้ามไว้อีกครั้งด้วยสายตา

ชิงหรูพยักหน้ารับน้อย ๆ แล้วหันไปยิ้มบอกเสียงดังฟังชัดอย่างคนตัดสินใจได้แล้ว

“ไม่เป็นไร...เราจะเดินออกไปเองดีกว่า บางทีระหว่างทางอาจเจอรถม้าของพ่อค้า หรือผู้ใดผ่าน จะได้ขอติดรถเข้าเมืองเมือง”

“แต่แดดแรงเช่นนี้…”

“ไม่เป็นไร” นางตัดบทเบา ๆ “ก็ยังดีกว่าต้องอยู่ที่นี่”

ชองหรูก้าวเท้าไปข้างหน้าด้วยแผ่นหลังจะเหยียดตรง ไม่โวยวาย ไม่กล่าวโทษใคร

ไม่ใช่ว่านางไม่เคยเดินด้วยเท้า ไม่ใช่ว่านางไม่เคยต้องทำทุกอย่างโดยไม่มีบ่าวรับใช้เสียหน่อย นางจะปล่อยให้ตำแหน่งฮูหยินจอมปลอมนี้มาเปลี่ยนนิสัยหรือสิ่งที่นางเคยทำเป็นไม่ได้

แดดยามบ่ายส่องแรงเหมือนเปลวเพลิงจากฟากฟ้า ฝุ่นจากทางดินตลบฟุ้งทุกครั้งที่เท้าทั้งสองย่ำลงไป ลู่ชิงหรูก้าวเดินช้า ๆ พร้อมกับเสี่ยวเฉินที่เดินตามข้าง บ่าวตัวน้อยพยายามยกผ้าคลุมไหล่ขึ้นบังแดดเท่าที่จะทำได้ แต่ผ้าผืนเล็ก ๆ นั้นก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาไอร้อนที่แผดเผามาจากทุกทิศทาง

ระหว่างทางทั้งสองไม่ได้พูดอะไร แม้แต่จะบ่นซักคำก็ยังไม่มี ริมฝีปากแห้งผากของชิงหรูขบเม้มแน่นอย่างอดทน ใบหน้าขาวเริ่มมีรอยแดงจากแดด ความเมื่อยล้าจากเหตุการณ์ก่อนหน้าก็ยังไม่ทันจางหายดี

ความจริงที่นางได้เผชิญนี้ไหลย้อนเข้ามาในหัวราวกับคลื่นซัดเข้าชายฝั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเย็นชาของผู้เป็นสามีนั้น ไม่ได้ทำร้ายนางเพียงลำพัง แต่มันยังสะท้อนลงไปถึงสายตาของทุกคนที่มองว่านางไม่มีค่าไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้านายทำ

นางเคยคิดจะพยายามผลักตนเป็น นางเอกของนิยายเรื่องนี้แทนนางเอกคนเดิม พยายามจะใช้ความดี พิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับความรักที่เขามี แต่ตอนนี้...ทุกสิ่งที่นางเผชิญมาตลอดทั้งวันมันกำลังบอกว่านั่นอาจเป็นเพียงความเพ้อฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

หรือบางที...นางควรหันหลังให้กับเส้นเรื่องนี้เสียตั้งแต่ตอนนี้กันนะ

หากไม่อาจเป็นนางเอกที่พระเอกธงแดงดีด้วยเพียงคนเดียวได้ นางก็ขอแค่ไม่ใช่นางร้ายที่ต้องตายตอนต้นเรื่องก็พอ

ชิงหรูก้มหน้าลงเบา ๆ สองเท้าก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ฝุ่นคละคลุ้งจนเข้าโพรงจมูก

มากกว่ากล่องไม้ใส่อาหารที่ว่างเปล่า...ก็คือใจของนางที่ว่างกว่ามากนัก

ท่ามกลางความสิ้นหวังที่กำลังเข้าครอบงำ เสียงล้อรถม้าบดพื้นดินก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง ทั้งสองคนชะงักและหันไปมองแทบจะพร้อมกัน เสี่ยวเฉินรีบชี้พร้อมตะโกนเสียงดังอย่างปกปิดความดีใจไม่มิด

“รถม้า! ฮูหยิน! รถม้ามาแล้วเจ้าค่ะ!”

ชิงหรูพยักหน้าพร้อมแย้มยิ้มอย่างดีใจจากใจที่แห้งเหี่ยว เส้นผมที่ปลิวตามลมร้อนแนบข้างแก้ม ยามมองย้อนกลับไปจำต้องยกมือบังแดดเล็กน้อย สายตาเพ่งไปยังฝุ่นที่เริ่มฟุ้งขึ้นจากการเคลื่อนที่ของรถม้าขนาดใหญ่

รถม้าสีไม้เข้ม ดูสะอาดเรียบร้อย แข็งแรงและมั่นคง รถม้าดูดีเช่นนี้มิใช่ของชาวบ้านธรรมดาแน่นอน ลวดลายสลักอย่างประณีตบางส่วนบนขอบประตูบ่งบอกถึงความมั่งคั่ง หรืออย่างน้อยก็เป็นตระกูลขุนนางชั้นกลางที่มีฐานะอยู่ไม่น้อยแน่ ๆ

นางไม่รู้ว่าใครอยู่ข้างใน และก็ไม่มีเวลาคิดให้มากนักด้วยเช่นกัน

เสี่ยวเฉินวิ่งไปข้างหน้า โบกมือเรียกก่อนที่รถม้าแห่งความหวังจะผ่านไป

“ท่านเจ้าคะ! ขออภัย ท่านเจ้าคะ! ขอความกรุณา! ขอขึ้นรถเข้าเมืองหลวงด้วยเจ้าค่ะ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 29 แผนร้ายของชิงหยา

    บทที่ 29แผนร้ายของชิงหยาเช้าตรู่ก่อนที่แสงอรุณจะขึ้นพ้นขอบฟ้า ลู่ชิงหรูก็ออกจากบ้านพร้อมกับเสี่ยวเฉิน ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังตลาดสดในตรอกลึกด้านตะวันตกของเมือง ที่นั่นเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบของพ่อค้าหาบเร่และชาวบ้านร้านตลาด ไม่หรูหราแต่ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับร้านเล็กอย่างของนางชิงหรูคลุมผ้าอย่างเรียบร้อย ไร้การแต่งแต้มสีสันบนใบหน้ายามมองมาไม่หวือหวาแต่กลับงดงามดูสะอาดสะอ้าน ข้างตัวมีเสี่ยวเฉินหอบตะกร้าสานเดินตามอยู่ไม่ห่าง ทั้งสองจอดแวะร้านขายเนื้อหมูสด กลิ่นเลือดจาง ๆ โชยมาตามลม“เอาเนื้อครึ่งชั่ง กับตับอีกนิด” นางบอกพลางหยิบถุงผ้าส่งให้แม่ค้าหญิงขายเนื้อมองนางแล้วแค่นหัวเราะเบา ๆ ทันที สตรีที่งดงามไม่เหมือนชายบ้านเช่นนี้ใครเล่าจะจำไม่ได้“โฮะ ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ในอดีตถึงขั้นต้องมาซื้อของตลาดเองหรือ…ช่างเป็นเกียรติเสียจริง”น้ำเสียงเสียดแทงทำให้เสี่ยวเฉินหน้าเปลี่ยน ตาเริ่มแข็ง แต่ชิงหรูกลับรับของแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางแทนอย่างไม่ใส่ใจ“ราคาตามป้ายหรือมีอะไรพิเศษให้คนเคยแต่งงานแล้วแต่ถูกหย่าบ้างหรือไม่?”หญิงขายเนื้อชะงักไปเล็กน้อย แล้วหัวเราะหยันแต่ก็ไม่กล้าพูดต่อ นางเอกจ่ายเงินและพา

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 28 พานางกลับมา

    บทที่ 28พานางกลับมายามโพล้เพล้ของเมืองหลวง แสงอาทิตย์เอียงต่ำทอดผ่านหน้าร้านเล็ก ๆ ในตรอกแห่งหนึ่ง บนป้ายไม้เขียนด้วยพู่กันว่า หอข้าวหอม กลิ่นกับข้าวหอมฉุยลอยกรุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณลู่ชิงหรูในชุดสีกลางดูธรรมดาขัดกับใบหน้าสดใสผุดผาด กำลังใช้กระบวยตักน้ำแกงราดลงบนข้าวสวยร้อนให้ชายชราที่เพิ่งกลับจากไปทำงานผู้หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนให้“ระวังร้อนนะเจ้าคะ”ร้านของนางมีโต๊ะไม้สามตัว กับม้านั่งเก่า ๆ ไม่กี่แถบ เสี่ยวเฉินช่วยดูแลร้านส่วนอื่น มีเสี่ยวเอ้อหนุ่มร่างเล็กวิ่งรับคำสั่งด้วยความคล่องแคล่ว ถึงจะเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ แต่บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองจนผู้คนแน่นทุกวัน และแม้จะทำกำไรได้ไม่มากเท่าการส่งผงปรุงรสให้ราชสำนัก แต่นางก็รู้สึกเป็นสุขที่ได้ลงมือปรุงกับมือ ให้ผู้คนชนชั้นล่างได้อิ่มท้องในราคาย่อมเยาว์นางคือร้านอาหารขายข้าวราดหลายอย่างที่ทำไว้ก่อนแล้ว พอลูกค้ามาก็เลือกกับข้าวและตักให้ทันใจร้านเปิดจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า เหลือเพียงกับข้าวเล็กน้อย ขณะที่เสี่ยวเฉินกำลังจะล้างชามเตรียมเก็บร้าน เสียงฝีเท้าเรียงกันเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากปากตรอกเสียก่อนพวกเขามากันอีกแล้ว...“เหลือเท่าใดพว

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 27 ข้าก็ไม่คิดจะแต่งกับใครอีก

    บทที่ 27ข้าก็ไม่คิดจะแต่งกับใครอีก“พี่ใหญ่!” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงแววเตือน “ปล่อยนางเถอะขอรับ”หลิงชวนยืนอยู่ไม่ไกลเดินเข้ามายืนระหว่างทั้งสองมือข้างหนึ่งจับแขนญาติผู้พี่ที่ตลอดชีวิตนี้เราทั้งสองแข่งกันมาโดยตลอดทว่าก่อนจะเกิดเรื่องใหญ่ไปกว่านั้นก็เป็นชิงหรูที่เอ่ยเสียงสั่นเครือ“ช่วยพาข้าออกไปที” นางพูดโดยไม่แม้จะมองเซียวเหยียนหลงเลย...“แน่ใจแล้วหรือ?”หลิงชวนถามย้ำ ขณะที่เอี้ยวตัวมองสตรีร่างบอบบางสบเข้ากับนแววตาที่ไม่สั่นไหวของนาง เขาก็พยักหน้า แล้วหันกลับไปสบตากับพี่ชายตนเซียวเหยียนหลงยืนนิ่ง มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว สายตาจ้องมองสองคนที่ยืนคุยกันราวไม่มีคนอื่นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบพาลให้คนรอบข้างหนาวสะท้าน“หากเจ้ากล้าก้าวออกไปพร้อมหลิงชวนวันนี้...อย่าคิดว่าจะได้กลับมาอีก”น้ำเสียงของเขาเหมือนมีดที่กรีดผ่านหัวใจคน แม้ดูสงบเรียบแต่สั่นสะเทือนถึงกระดูก แน่นอนว่าคำพูดนั่นไม่ทำให้ชิงหรูหันกลับไป นางหมุนกายเดินจากออกมาอย่างไม่ลังเล...ระหว่างทางนั้นชิงหรูเดินผ่านอดีตแม่สามีเวินซื่อฟางที่ได้ยินทุกอย่างขณะกำลังจะเข้ามาก็ถึงกับเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากเชื่อหูที่ได้ยินลูกสะใภ้ที

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน    บทที่ 19 เหตุใดนางถึงได้ตัวร้อนเป็นไฟเช่นนี้

    บทที่ 19เหตุใดนางถึงได้ตัวร้อนเป็นไฟเช่นนี้รุ่งอรุณของวันใหม่ค่อย ๆ สาดแสงลอดผืนผ้าของกระโจมเข้ามา อากาศเย็นยามเช้ากระทบผิวพาให้ร่างบางบนเตียงหนาวสะท้านเล็กน้อยชิงหรูลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ภายในกระโจมเงียบราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ ร่างของบุรุษผู้ครอบครองเตียงนี้ หาได้อยู่เคียงข้างนางไม่เขา…คงไม่แม้จะนอนร่วมเตียงกับนางเลยสินะก็ไม่ได้น่าประหลาดใจ เพราะรู้แต่แรกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขามิเคยมีคำว่า รัก เกิดขึ้นแม้แต่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น ไม่ต่างอะไรกับการตอกย้ำว่านาง…เป็นเพียงของสิ่งหนึ่ง ของที่เขาหวงและไม่ยอมให้ใครแตะต้องก่อนตนเองก็เท่านั้นชิงหรูหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างฝืนใจ...ก็ดีเหมือนกัน จากที่คิดจะย้อนกลับบัดนี้นอกจากทำทุกอย่างเพื่อมีชีวิตรอดแล้ว ชิงหรูก็จะไม่ไปใส่ใจเรื่องอื่นใดอีกชิงหรูพยุงร่างลุกจากเตียง เนื้อตัวยังระบมและอ่อนล้าในทุกฝีก้าว ความเจ็บที่แล่นผ่านส่วนล่างของร่างกายทำให้นางต้องเม้มริมฝีปากไว้แน่น เพื่อมิให้หลุดเสียงครางออกมาค่ำคืนที่ผ่านมานั้น…นางไม่อาจหลอกตนเองได้ว่ามันอ่อนโยน หากแต่มันเป็นผลจากแรงโทสะของบุรุษผู้นั้น เป็นการสั่งสอนเป็นการประกาศสิท

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 26 ท่านแม่ทัพได้โปรดลงนามด้วย...

    บทที่ 26ท่านแม่ทัพได้โปรดลงนามด้วย...ใต้เงาไม้อันเงียบสงัด ร่างสูงใหญ่ของเซียวเหยียนหลงเดินก้าวอย่างรวดเร็วไปตามแนวทางเดิน เขาไม่ได้มีจุดหมายใด เพียงแต่ต้องการให้ลมตีหน้าเพื่อลดอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนไม่อาจควบคุมเมื่อครู่มือหนากำแน่นจนเส้นเอ็นโป่งพอง ยังรู้สึกถึงแรงข่วนบนหน้า… แผลเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันเจ็บยิ่งกว่ายามดาบเฉือน เขาไม่รู้ว่าเจ็บเพราะแผลหรือเพราะสายตาที่นางมองเขาในยามนั้นกันแน่…“เจ้าเป็นของของข้า…”คำพูดที่เอ่ยออกไปด้วยความโมโหยังดังก้องอยู่ในหัว แต่เมื่ออารมณ์เริ่มสงบลง เขากลับเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเหตุใดเขาจึงโกรธถึงเพียงนั้น?เขาหึง… อย่างที่นางว่าหรือ?สมองของเขาเถียงขึ้นมาทันที ราวกับไม่อาจยอมรับคำตอบเสียศักดิ์ศรีเช่นนั้น เซียวเหยียนหลงผู้ไม่เคยพ่ายต่อหญิงใด จะมายอมรับว่าตนหึงนางเพียงเพราะนางไปพบบุรุษอื่นน่ะหรือ?ไร้สาระ !เขาคำรามเบา ๆ กับตัวเอง แล้วขบกรามแน่น ราวจะบดขยี้ความคิดนั้นให้มลายหายไป“ข้าเพียง…ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของของข้าเท่านั้น”ใช่… เขาโน้มน้าวตัวเองเช่นนั้น ความรู้สึกอึดอัดในอกนั้น…มันคือความไม่พอใจที่ของ ๆ เขาถูกแตะต้อง ไม่ใช่เพราะ…หัวใจเขาหวั่น

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 25 ฮูหยินเช่นข้าไม่มีหัวใจหรืออย่างไร

    บทที่ 25ฮูหยินเช่นข้าไม่มีหัวใจหรืออย่างไรลู่ชิงหรูที่เพิ่งก้าวเท้าลงจากรถม้าไม่ทันได้พักเหนื่อยดี ก็ถูกสาวใช้มาเชิญให้ไปยังห้องรับรองพบกับแม่สามีดวงตาของชิงหรูหรี่ลงเพียงครู่ แต่ก็ก้าวตามไปโดยไม่เอ่ยให้มากความ ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องรับรอง พลันสายตาก็สบกับร่างของบุคคลที่นางไม่คิดว่าจะพบในเวลานี้...หนิงชิงหยาหญิงสาวในชุดบางเบาสีงาช้างนั่งอยู่ข้างเวินซื่อฟาง สีหน้าทั้งสองแลดูสดใสรื่นเริงจนน่าประหลาดใจ… โดยเฉพาะคนเป็นแม่สามีที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีวาจานุ่มนวลกับตนเช่นนี้มาก่อนแต่กลับมองให้ชิงหยาอย่างง่ายดาย“ชิงหรู เจ้ามาแล้ว” เหวินซื่อฟางเอ่ยเสียงละมุนผิดวิสัย “พี่ชายของชิงหยากลับถึงเมืองหลวงแล้ว แม่ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้สมเกียรติ แล้วก็ตั้งใจให้เจ้าเป็นคนดูแลงานทั้งหมด”การจัดการในจวนนี้เป็นหน้าที่ของผู้เป็นฮูหยินตระกูลเซียวเช่นชิงหรูอยู่แล้วก็จริง แต่ที่ไม่ปกติคือเหตุใดสกุลเซียวถึงต้องจัดการเลี้ยงฉลองให้คนสกุลหนิงด้วย...ทว่านางที่อยู่ในฐานะไม่ต่างจากคนที่มาอิงอาศัยก็ได้แต่รับคำนั่นล่ะ“เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”เมื่อล่ำลาออกมาจากห้องรับรอง ลู่ชิงหรูก็คิดจะเด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status